มิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 72 ข้าศึกประชิดกำแพงเมือง

            เขากดมือไว้ที่หว่างคิ้วของนางพลังวิญญาณถูกดึงออกมาจากปลายนิ้วอย่างไม่ขาดสายแต่ไม่ว่าอย่างไรกลับต้านทานไม่ได้ความเร็วของหินกลืนวิญญาณที่กลืนกินวิญญาณดูเหมือนจะไม่ช้าลงมากนักเขาจึงได้รู้ว่านางไม่เพียงกลืนหินกลืนวิญญาณไปเท่านั้น ทว่าหินกลืนวิญญาณที่กลืนลงไปมีระดับสูงเพียงไม่นานวิญญาณของนางจะถูกสลายไปจนสิ้นเช่นนั้นเวลาที่นางกลืนหินกลืนวิญญาณก่อนนี้ลงไปอาจไม่นานเกินไปมีความเป็นไปได้ว่ากลืนมันลับหลังเขายามที่ตนเพิ่งออกจากวิหารหลักเพื่อสำรวจสถานการณ์ข้างนอกเพียงชั่วครู่

            “ทำไม? ทำไมเล่า อิ๋งเอ๋อร์”ฉิงชางจวินเคลื่อนไหวด้วยเคล็ดวิชาเพื่อต่อต้านอย่างแข็งกร้าวดวงตาเจ็บปวดเริ่มเลือนราง ถามด้วยเสียงสั่นเครือ “ทำไมเจ้าถึงต้องเด็ดขาดเช่นนี้เจ้ายังเกลียดข้าใช่หรือไม่?”

           สวีอี่ซินยื่นมือมาจับนิ้วของเขาที่กดหว่างคิ้วของนาง เอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวล“ไม่มีประโยชน์ ไม่จำเป็นต้อง...สิ้นเปลืองพลังวิญญาณอีกต่อไป”

           นางขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวด สำลักออกมาเพราะหายใจไม่ออก กระอักเลือดสดออกมาเต็มปากเนื่องจากเจียงเฉิงเยว่อยู่ใกล้นางใบหน้าครึ่งหนึ่งจึงเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตที่นางสำลักออกมาจุดพร่างพราวสีแดงสดบดบังใบหน้าหล่อเหลาของเขาหลังจากสวีอี่ซินกระอักเลือดออกมาไม่หยุดเลือดสดในลำคอราวกับน้ำท่วมที่ถูกเปิดประตูระบายน้ำพวยพุ่งออกมาคำใหญ่จากมุมปากไหลลงไปตามแก้มที่ขาวใสราวกับน้ำตก ไหลลงไปสู่ท้ายทอยทำให้เส้นผมกับปกเสื้อ แม้กระทั่งส่วนหน้าของเสื้อผ้ายังเปื้อน

           ฉิงชางจวินไม่ได้ทำอะไรไม่ถูกอย่างไร้หนทางเช่นนี้มานานแล้วเขาต้องการร่ายเคล็ดวิชาต่อไป ทั้งยังต้องการเช็ดเลือดจากมุมปากของนางแต่ปลายนิ้วกลับถูกนางจับไว้แน่นอยู่ในฝ่ามือ เขาหันไปมองโต๊ะเตี้ยด้านล่างกาสุราเอียงหล่นลงมา ถ้วยใบนั้นของนางรอดจากอุบัติเหตุและยังวางไว้อย่างดีเขาจึงกลับมามองนางอย่างเหม่อลอย เริ่มเข้าใจขึ้นมา “สุรา...สุรามีพิษ? สุรามีพิษด้วยหรือ?”

            ทำไมกัน?

           แม้ว่าเขาจะไม่รักนาง แม้ว่าหยวนฝานเป้ยจะเสียชีวิตแล้วแม้ว่ากองทัพจะพ่ายแพ้จนถูกปิดล้อมเมืองยง นางก็ไม่จำเป็นต้องเด็ดขาดเช่นนี้ถึงกับไม่เลือกทางถอยให้ตนเองแม้เพียงนิด

           เจียงเฉิงเยว่นึกถึงกระต่ายตัวหนึ่งที่เขาเลี้ยงเมื่อยังเยาว์วัยยามเด็กเขาเองเคยเป็นเด็กเกเรผู้หนึ่ง กระต่ายตัวนั้นเป็นกระต่ายป่าที่เขาจับมามีขนปุกปุยและน่ารักมากจึงเลี้ยงไว้ในกรงปิดทว่าไม่ว่าเขาจะใช้ผักหรือหญ้าอ่อนที่สดมากแค่ไหนป้อน กระต่ายกลับไม่ยอมกินสุดท้ายตายอยู่ในมือของเจียงเฉิงเยว่ช่วงวัยเด็กที่ดวงตาพร่ามัวและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

           เขาคิดว่าที่นางต้องทำเช่นนี้เป็นเพราะเกลียดชังเขาอย่างที่คาดนี่เป็นหินกลืนวิญญาณระดับสูง และพิษในสุราก็บริสุทธิ์ที่สุดเช่นเดียวกันสิ่งที่นางร้องขอคือช่วงเวลาสุดท้ายที่ใสสะอาดเช่นนี้ตัดความเป็นไปได้ที่จะได้รับการช่วยเหลือใด ทั้งสองอย่างล้วนส่งผลด้วยความรวดเร็วนางอาจตั้งใจรอให้เขามา จงใจปลิดชีวิตต่อหน้าเขา

           นอกจากความเกลียดชังแล้ว เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมนางถึงทำเช่นนี้? อย่างไรก็ตาม เขาคิดมานานแล้วว่าการที่นางเกลียดชังเขานั้นย่อมสมควร

            หลังจากกระอักเลือดสวีอี่ซินค่อยๆไร้การตอบสนอง เจียงเฉิงเยว่กอดร่างของนางที่ค่อยๆ แข็งเข้ามาในอ้อมแขนมองผ่านช่องหน้าต่างออกไปไกลด้วยความสิ้นหวังขณะนี้ความรู้สึกผิดกล่าวโทษตนเองแทบจะรัดคอ

           สวีอี่ซินในอ้อมแขนยื่นมือออกด้วยความยากลำบากต้องการสัมผัสใบหน้าของเขาราวกับว่าอยากเช็ดใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบเลือดของนางแต่เมื่อยกมือขึ้นมา อาการสั่นกลับยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆราวกับว่าแรงเฮือกสุดท้ายกำลังจะหมดลงแล้ว

           เจียงเฉิงเยว่รีบก้มศีรษะลง ใบหน้าแนบกับมือของนางเขาจับแขนของนางแล้วให้ฝ่ามือนั้นแนบไปตามใบหน้าของตนเอง

           เสียงของนางเบาจนแทบไม่ได้ยินด้วยความอ่อนแรง “พี่ใหญ่ท่านกับข้ารู้จักกัน...มาสองชาติ แต่ข้ากลับ...ไม่รู้ชื่อจริงของท่านเลยด้วยซ้ำ”

           เจียงเฉิงเยว่รีบตอบ “เฉิงเยว่ ชื่อจริงของข้าคือเจียงเฉิงเยว่”

           อิ๋งเอ๋อร์เผยรอยยิ้มน้อย “เฉิงเยว่...ช่างเป็น...ชื่อที่ดีจริงเชียว...”

           เจียงเฉิงเยว่รู้สึกว่าฝ่ามือบนแก้มของตนเองคลายออกจึงรีบจับไว้อย่างแรงจากนั้นมองรอยยิ้มน้อยครั้งสุดท้ายบนใบหน้าของนางที่เบ่งบานอย่างสง่างามราวกับดอกถานฮวา[1]ทั้งค่อยๆ จางหายไปอย่างไร้สุ้มเสียงดวงตาคู่งามของนางที่ใสราวกับแก้วส่องแสงประกายสุดท้าย สายตาพร่ามัวลงอย่างช้าๆม่านตาสูญเสียจุดรวมแสง สุดท้ายพลันสูญเสียความเป็นประกายเฉกเช่นในอดีตราวกับกลายเป็นเครื่องประดับที่ไร้พลังชีวิตบนใบหน้าที่งดงาม

           บนข้อมือของนางที่เขาจับไว้ยังคงมีเครื่องหมายจากชาติก่อนสีแดงสดที่ราวกับนกหรือสัตว์ร้าย พลังวิญญาณแทรกซึมเข้าไปตามร่างกายของนางรับรู้ได้ว่าวิญญาณของนางกำลังสลายไปพร้อมกับหินกลืนวิญญาณระดับสูงเจียงเฉิงเยว่ก้มศีรษะมองมือของนางที่ถูกกุมไว้ในฝ่ามือของตนเองซึ่งขาวราวหิมะอย่างเสมอกันเล็บที่ตัดแต่งอย่างสะอาดสะอ้านนั้นคล้ายกับกลีบดอกอิงฮวา[2]ที่ไร้สีสันชาติที่แล้วนางใช้สองมือเล็กที่ผอมและหมองคล้ำในวัยเด็กแต่กลับเต็มไปด้วยความหนักแน่นเก็บเถ้ากระดูกซึ่งกรำแดดโดยไร้ผู้คนมาเก็บศพอย่างอ่อนโยนและระมัดระวังช่วยใส่เข้าไปในหลุมฝังศพตื้นๆ ที่นางพยายามขุดด้วยมือเล็กทั้งสองข้างใช้ดินเหลืองกลบฝังกระดูกของเขาอย่างระมัดระวัง

            นางถามเขาว่าจะมีผู้ใดมาตามหาเขาหรือไม่เมื่อได้รับคำปฏิเสธกลับพูดกับเขาอีกว่า ‘หากพี่ใหญ่ไม่ถือสาอิ๋งเอ๋อร์จะเซ่นไหว้พี่ใหญ่ในฐานะคนในครอบครัว โขกศีรษะให้พี่ใหญ่สักครั้ง’

           แม้จะผ่านไปเกือบร้อยปี แต่ถ้อยคำนั้นกลับยังคงก้องอยู่ในหู

           เจียงเฉิงเยว่ปิดเปลือกตาให้นางอย่างแผ่วเบา ทั้งกอดนางไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง“ข้าขอโทษ”

           เขากอดนางเอาไว้เช่นนี้จนกระทั่งร่างกายที่ยังเหลือความอบอุ่นของนางเย็นลงอย่างเชื่องช้า

           .............................

            ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตูในห้องด้านในที่ปิดแน่นดังแว่วมาองครักษ์ที่อยู่ด้านนอกกล่าวรั้งเอาไว้ “ฝ่าบาท! พระชายาทรงมีรับสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไป...รวมทั้งพระองค์ด้วย!”

           เด็กหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยด้วยเสียงทุ้มอย่างจริงจัง “ข้าจะดูว่าใครบังอาจขวางข้า!ต้องสังหารโดยไม่ละเว้น!”

           “ฝ่าบาท...นี่...”

           เด็กหนุ่มคนนั้นตะโกนไปโดยรอบอีกครั้ง “พวกเจ้ารออะไรอยู่? ลากพวกเขาออกไป!”

            หลังจากนั้นเสียงการต่อสู้ดังขึ้นเพียงไม่นานเสียงฝีเท้าช่างเร่งรีบและวุ่นวายนัก ฝีเท้านั้นมาจากที่ไกลเจ้าของฝีเท้ายังไม่ลืมถอยห่างไปประมาณหนึ่งแล้วกล่าว “รักษาการณ์อยู่นอกประตูไม่ให้ผู้ใดเข้าไปโดยปราศจากความประสงค์ของข้า!”

            “พ่ะย่ะค่ะ!”

           เจียงเฉิงเยว่ไม่ได้สนใจ เด็กหนุ่มผู้นั้นรีบเข้ามาในห้องด้านในทว่าหลังจากเห็นเหตุการณ์ตรงหน้ากลับตกตะลึงพลางรีบตะโกน “เจ้า! เจ้าเป็นใคร?!นั่นคือ...” เขาหวาดผวาอย่างหนักทันใดนั้นกลับพุ่งตัวออกจากห้องแล้วตะโกนเสียงดัง “ใครก็ได้! มา...” อย่างไรก็ตามเขาเพิ่งวิ่งออกไปได้ไม่กี่ก้าว ฝีเท้ากลับช้าลง แม้แต่เสียงยังลดลงไปด้วย

           เด็กหนุ่มยืนเหม่อลอยอยู่ที่เดิมอย่างเงียบงัน ค่อยๆหันกลับมามองเจียงเฉิงเยว่ด้วยสีหน้าจริงจังทั้งยังมองไปที่คนที่เขาโอบกอดไว้ในมือ ริมฝีปากสั่นสะท้านขึ้นมา ผ่านไปนานดวงตาทั้งสองของเขาแดงก่ำพร้อมกับถามด้วยเสียงทุ้มอย่างสั่นเครือ“ใต้เท้า...หรือว่าเป็นฉิงชางจวิน?”

           เจียงเฉิงเยว่เงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า เด็กหนุ่มผิวขาวร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลา คิ้วกับดวงตาดูคุ้นเคยอยู่หลายส่วน เขาเดาตัวตนของผู้ที่มาได้แล้ว

           หยวนรั่วเซี่ยนจ้องสวีอี่ซินที่นอนอยู่ในอ้อมแขนของเขา พูดอย่างสะอึกสะอื้น“เสด็จแม่ นาง...”

           ทั้งสองฝ่ายเงียบเป็นเวลานาน จากนั้นเจียงเฉิงเยว่เอ่ยด้วยเสียงทุ้ม“นางจากไปแล้ว”

           หยวนรั่วเซี่ยนค่อยๆ หลับตาลง น้ำตาอุ่นร้อนสองสายไหลลงมาเขาเดินเข้ามาอย่างทุลักทุเลสองสามก้าว ‘ฟุ่บ’ แล้วคุกเข่าลงข้างศพมารดาทั้งร่างสั่นสะท้านเล็กน้อย หลั่งน้ำตาอย่างเงียบงัน เมื่อผู้เป็นที่รักจากไปน้ำตาของเขาไม่สามารถหยุดไหลได้ ไม่ต้องกล่าวถึงการเลี้ยงดูที่เขาได้รับมาตั้งแต่ยังเด็กไม่มีการทุบหน้าอกและเท้าเพื่อร้องไห้คร่ำครวญเพียงก้มหน้าและสะอึกสะอื้นอย่างแผ่วเบาอยู่สักพัก

           เจียงเฉิงเยว่ปล่อยให้เขาระบายเป็นเวลานาน จากนั้นหยุดร้องไห้อย่างช้าๆพลางเช็ดหน้าเช็ดตา ใบหน้าที่หล่อเหลาเผยความเฉื่อยชาออกมาหลายส่วนหากคิดดูแล้วตั้งแต่พวกเขาถูกปิดล้อมเมืองยงมานานหลายวันเช่นนี้ความจริงแล้วหยวนรั่วเซี่ยนเองก็คาดเดาไว้นานแล้วว่าเขากับมารดาไม่อาจหลีกเลี่ยงจุดจบนี้ได้เช่นกัน

           หลังจากนั้นเขาลืมตาขึ้น มองไปที่เจียงเฉิงเยว่แล้วอธิบายด้วยเสียงแหบแห้ง“ข้าเคยเห็นภาพเหมือนของเซียนจวินในศาลบูชาที่เสด็จพ่อสร้างไว้ด้านในเสด็จพ่อยังเคยเล่าให้ข้าฟังว่าเสด็จแม่มีความผูกพันกับเซียนจวินเป็นอย่างมากในอดีตเขาบอกว่าเซียนจวินเคยช่วยเสด็จแม่ของข้าไว้หลายครั้งและยังบอกว่าที่ข้าเกิดมาได้ล้วนพึ่งพาเซียนจวินอย่างสมบูรณ์”

           เจียงเฉิงเยว่พยักหน้าอย่างเงียบงัน เขาซึ่งเป็นราชาผีชื่อแซ่กับรูปลักษณ์ที่แท้จริงล้วนเป็นความลับในความลับมีประชาชนชาวซีเฉียนที่บูชาเขา แต่ศาลบูชาส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงป้ายวิญญาณไม่เคยเห็นเทวรูปหรือภาพเหมือนมาก่อน องค์จักรพรรดิสร้างศาลบูชาไว้ด้านในกลับมีภาพเหมือนของเขาซึ่งกล่าวได้ว่าสุดท้ายแล้ว หยวนฝานเป้ยได้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของเขานั่นเอง

            ด้วยประโยคสั้นๆเพียงไม่กี่ประโยค ฉิงชางจวินค่อนข้างมีความรู้สึกดีต่อเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ของเขาเลี้ยงดูมาอย่างดีเดิมทีเจียงเฉิงเยว่คิดว่าเขาจะถามตนว่าในเมื่อเคยช่วยเหลือมารดาของตนมาหลายครั้งแล้วเหตุใดครั้งนี้กลับไม่ช่วย เช่นเดียวกับคนทั่วไปที่โลภในชีวิตและหวาดกลัวความตายต่างร้องไห้อย่างเจ็บปวด คุกเข่าขอร้องให้ตนยื่นมือ

           เจียงเฉิงเยว่มองอิ๋งเอ๋อร์ที่นอนอยู่บนพื้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม“เฝ้า...แม่ของเจ้าให้ดี” อย่างไรเขาก็พูดคำว่า ‘ศพ’ สองคำนี้ออกไปไม่ได้

           หยวนรั่วเซี่ยนพยักหน้าอย่างโศกเศร้า

            ทั้งสองฝ่ายเงียบเป็นเวลานาน ฉิงชางจวินจึงพูด“ตอนที่เจ้าอายุครบเดือน...ข้าเคยพบเจ้ามาก่อน”

           หยวนรั่วเซี่ยนเงยหน้าด้วยประหลาดใจ เขาไม่เคยร้องขอเจียงเฉิงเยว่ได้แต่ริเริ่มที่จะพูดถึงเรื่องนี้ก่อนด้วยตนเอง“ข้ายังเคยรับปากพ่อของเจ้าว่าจะปกป้องเจ้าไปตลอดชีวิต” เขามองเด็กหนุ่มตรงหน้ากล่าวอย่างตรงไปตรงมา “เจ้าไม่ได้เกิดมาพร้อมกับโชคชะตาของจักรพรรดิข้าอาจปกป้องให้เจ้าออกจากเมืองยงอย่างปลอดภัยแต่กลับไม่สามารถปกป้องยศถาบรรดาศักดิ์ล้ำค่าของเจ้าได้กล่าวได้ว่า...หลังออกจากที่แห่งนี้ เจ้าจะไม่ใช่เชื้อพระวงศ์อีกต่อไป”

           หยวนรั่วเซี่ยนบอกด้วยรอยยิ้มขมขื่น “เซียนจวิน ข้าเข้าใจแล้ว”

           เจียงเฉิงเยว่พยักหน้า “ข้าจะพาเจ้าออกไปจากที่นี่”

           หยวนรั่วเซี่ยนยืดตัวขึ้น จากนั้นคำนับเขาอย่างจริงจัง “ขอบคุณเซียนจวินแต่ก่อนหน้านั้นเซี่ยนเอ๋อร์มีเรื่องหนึ่งจะร้องขอ...”

            เจียงเฉิงเยว่“พูดมาเถอะ”

           หยวนรั่วเซี่ยนกล่าว “เมืองยงในตอนนี้ ทั้งหมดเหลือผู้ภักดี 1,571 คน สาวใช้ในวัง 37 คนทุกคนล้วนจงรักภักดีต่อเราสองแม่ลูกและปกป้องมาจนถึงยามนี้ข้า...ไม่เป็นเชื้อพระวงศ์ย่อมได้ ข้าไม่ต้องการเกียรติยศสูงส่งนี้ต่อให้ต้องยากจนข้นแค้นไปตลอดชีวิตหลังจากนี้ก็ตา ถึงอย่างนั้นไม่มีเหตุผลที่จะตัดขาดพวกเขาแล้วเอาชีวิตรอดเพียงลำพังโดยปล่อยให้พวกเขาถูกข้าศึกล้อมโจมตีจนแตกพ่ายเซียนจวิน เซี่ยนเอ๋อร์ไม่ขอสิ่งอื่นใดแต่ขอร้องเซียนจวินยอมให้ข้าพาพวกเขา...ไปด้วยกัน”

           เจียงเฉิงเยว่นิ่งค้าง

           หยวนรั่วเซี่ยนจะไม่รู้ได้อย่างไรว่านี่เป็นเรื่องที่ลำบากจึงโค้งคำนับตรงหน้าเขาอย่างเคร่งขรึมพร้อมกับรอยยิ้มเศร้าหมอง“หากเซียนจวินลำบากจริงเซี่ยนเอ๋อร์เองก็ไม่ยินยอมที่จะเป็นคนขี้ขลาดหลบหนีไปเพียงลำพังเซียนจวินโปรดช่วยให้สมปรารถนา ยอมให้เซี่ยนเอ๋อร์ตายไปพร้อมกับพวกเขานี่นับว่าเป็นการตายที่คุ้มค่าแล้วเซี่ยนเอ๋อร์ไม่เต็มใจที่จะตกอยู่ในความรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต”

           ฉิงชางจวินมองร่างที่ขดตัวคำนับอยู่ที่พื้นแล้วถอนหายใจ

           อาจเป็นเพราะหยวนรั่วเซี่ยนเหมือนกับเสด็จพ่อของเขาที่ยามเกิดมาก็ได้รับการปกป้องอย่างดีแม้ว่าจะอยู่ในตำแหน่งสูงส่ง แต่กลับไร้เดียงสาอยู่หลายส่วน ทว่าสามารถบอกว่าเขาผิดได้หรือ? ความไร้เดียงสานี้ของเขาอาจไม่ถูกกาลเทศะไม่สอดคล้องกับตัวตน ถึงกับนำมาซึ่งหายนะและความตายแต่ความจิตใจดีและไร้เดียงสาของเขาไม่ควรเป็นเรื่องที่ผิดอาจนับได้ว่าเป็นจุดที่ล้ำค่าที่สุดบนตัวเขาด้วยซ้ำสิ่งที่ผิดคือกลอุบายและการแย่งชิงอำนาจจากการทรยศ ดังนั้น ฉิงชางจวินจึงพอมีช่องทางที่จะคิดโทษเขาได้

            เวลาเนิ่นนานเขาจึงตอบ “ขอข้าคิดดูก่อน”

           ทั้งสองคนเงียบลงอีกครั้งพอดีกับระหว่างนี้ได้ยินเสียงตะโกนอย่างคลุมเครือที่ดังเข้ามาผ่านกำแพงเมืองด้านนอกซึ่งดูเหมือนว่าหยวนรั่วเซี่ยนจะเคยชินกับเสียงนี้ เขาทำเพียงไม่ได้ยิน

           เจียงเฉิงเยว่มองอีกฝ่ายอย่างล้ำลึกแวบหนึ่ง ร่างพลันหายเข้าไปในวิหารด้านในเขาเคลื่อนย้ายตนเองไปบนหอปราสาททหารที่รักษาการณ์เฝ้าระวังอยู่บนหอปราสาทตกตะลึงกับร่างสูงใหญ่ที่ปรากฏบนอากาศส่งเสียงอุทานเตือนให้อาวุธทั้งหมดในมือทยอยเล็งมา เจียงเฉิงเยว่ทำราวกับว่าไม่เห็นมองไปที่กองทัพพระนครซีเฉียนซึ่งต่างควบม้าและตะโกนเสียงดังห่างจากใต้หอปราสาทกว่าสิบจั้ง

           คนผู้นั้นตะโกนไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ฉู่อ๋องทรงมีพระราชกฤษฎีกาผู้ที่ได้ศีรษะพระชายาปีศาจสกุลสวีจะไม่นับว่าเป็นกบฏพื้นที่ศักดินาหนึ่งพันครัวเรือน แต่งตั้งบรรดาศักดิ์โหวระดับหนึ่งรางวัลทองคำหมื่นตำลึง! ส่วนผู้ที่ได้ศีรษะของจิ่งอ๋องก็จะไม่นับว่าเป็นกบฏ พื้นที่ศักดินาสองพันครัวเรือนแต่งตั้งบรรดาศักดิ์โหวระดับหนึ่ง รางวัลทองคำแสนตำลึง!

           เหล่าคนผู้สูงอายุ ผู้ป่วยหรือพิการในเมืองยกต่างรับฟังด้วยท่าทีเหม่อลอยไม่แสดงความคิดเห็นและไม่ส่งเสียงใด

           ฉู่อ๋องผู้นั้นเป็นโอรสองค์ที่สองของจักรพรรดิเซียง นามหยวนรั่วหลีเป็นน้องชายของหยวนรั่วเซี่ยน เขาเป็นศัตรูทางการเมืองที่สำคัญของพวกเขาสองแม่ลูกเขาฉวยโอกาสจากการสวรรคตของจักรพรรดิเซียงโดยใช้ข้ออ้างในการส่งพระชายาเอกสกุลสวีพาจิ่งอ๋องหยวนรั่วเซี่ยนมาเฝ้าวิญญาณเป็นเวลาสามเดือนด้วยการย้ายอิ๋งเอ๋อร์กับบุตรชายไปจากโซ่วหลิง หลังจากนั้นปิดล้อมเมืองยงวางแผนหว่านแหจัดการให้สิ้นซาก

           โชคดีที่สวีอี่ซินเป็นพระชายาซึ่งได้รับความโปรดปรานมาหลายปี นางไม่ได้ไร้ประโยชน์จึงได้เตรียมการไว้นานแล้ว ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างสุดชีวิตสุดท้ายพวกเขาสองแม่ลูกก็เอาชนะยศถาบรรดาศักดิ์ที่หยั่งรากลึกในราชสำนักของฉู่อ๋องจนกระทั่ง ณ ตอนนี้เหลืออยู่เพียงพันคนที่ถูกปิดล้อมในเมืองยงที่ขาดแคลนน้ำกับอาหารแต่กลับปฏิเสธที่จะยอมจำนน

            เวลานี้ฉู่อ๋องจึงส่งเสียงเตรียมก่อกบฏอย่างร้ายแรง

           เจียงเฉิงเยว่หันไปมองผู้คนนับพันที่เหลืออยู่ในเมืองยง ผู้คนนับพันเหล่านี้หยวนรั่วเซี่ยนบอกว่าจงรักภักดีต่อพวกเขาสองแม่ลูก เขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

           กองทัพทหารของพระนครบริเวณใต้หอปราสาทยังคงตะโกนอยู่ทว่าเสียงกลับเงียบงันไปชั่วคราว ครู่ต่อมาศีรษะเขาแยกออกจากกันโดยศีรษะลอยขึ้นสูงจนโลหิตพวยพุ่งออกมา ก่อนตกลงจากหลังม้าโดยไม่ส่งเสียงใด

           ------------------------

            [1] ดอกถานฮวาหมายถึง ดอกโบตั๋น

            [2] ดอกอิงฮวาหมายถึง ดอกซากุระ

    คล้ายกับเรื่องมิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ) ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730