ภายใต้การห่อหุ้มของหมอกสีดำ หญ้าัชาดค่อย ๆ เหี่ยวเฉาลงจนสังเกตได้ด้วยตาเนื้อ เพียงไม่นานมันก็กลายเป็เถ้าถ่านและสลายหายไปกับสายลมอย่างสมบูรณ์
พลังชีวิตและพลังงานอันมหาศาลที่บรรจุอยู่ภายในถูกดึงและ่ชิงออกไปจนหมดสิ้น จากนั้นภายใต้การชักนำของหมอกสีดำพลังเ่าั้ก็พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเฉินฉางอันทั้งหมด หญ้าัชาดต้นนี้นับเป็สมุนไพริญญาต้นที่ยี่สิบแปดที่เฉินฉางอันสูบกลืนเข้าไป
ฟึ่บ!
ราวกับััได้ถึงพลังชีวิตอันมหาศาลที่หญ้าัชาดมอบให้ หัวใจเทาเที่ยสีดำสนิทพลันเต้นรัวเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน โลหิตในกายไหลเวียนราวกับกระแสน้ำในแม่น้ำที่เชี่ยวกรากพยายามสกัดแยกพลังชีวิตที่ยิ่งใหญ่ของหญ้าัชาดออกมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะไหลไปตามเส้นชีพจรเพื่อหล่อเลี้ยงทั่วทั้งร่างกาย
"เฮ้อ~"
หลังจากร่างกายดูดซับและย่อยสลายพลังชีวิตจากหญ้าัชาดจนหมดสิ้น เฉินฉางอันก็พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา พละกำลังเพิ่มพูนขึ้นไม่น้อย เพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสามัญระดับสี่ได้ไม่นาน ทำไมจึงรู้สึกว่าระดับห้าอยู่ใกล้เพียงเอื้อมเช่นนี้?
สิ่งที่ไม่ต้องสงสัยเลยก็คือ… ขอเพียงเฉินฉางอันยังคงสูบกลืนต่อไป ระดับพลังย่อมต้องทะลวงผ่านไปได้เรื่อย ๆ อย่างแน่นอน
ต่อหน้าเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาไม่ว่าจะเป็สัตว์อสูร หญ้าิญญา สมุนไพริญญาหรือแม้แต่ตัวผู้บำเพ็ญเพียรเอง เขาก็สามารถ่ชิงพลังงานที่บรรจุอยู่ภายในมาเป็ของตนเองได้อย่างเด็ดขาด
ทว่าสมุนไพริญญาในคลังเก็บของมีอยู่เพียงไม่เท่าไหร่ เพียงชั่วจิบน้ำชาเขาก็สูบกลืนไปเกือบหนึ่งในสี่แล้ว หากยังทำเช่นนี้ต่อไปล่ะก็… คุณหนูใหญ่คงจะเผาเขาจนกลายเป็เถ้าถ่านอย่างแน่นอน
ต้องรู้ว่าเทือกเขาเฟิ่งหวงถูกบุกเบิกเป็ไร่ิญญาเกือบร้อยหมู่ ทว่าปลูกสมุนไพริญญาได้เพียงไม่กี่พันต้น
การที่คลังเก็บของมีสมุนไพรที่สุกงอมพร้อมใช้งานถึงหนึ่งร้อยยี่สิบกว่าต้นนั้นก็นับว่ายากลำบากมากแล้ว
โม่เซิ่งผู้ดูแลสามคนก่อนต่อให้จะใจกล้าเพียงใด ในยามที่ยักยอกผลประโยชน์เขาก็ไม่กล้าโลภมากจนเกินไป แม้จะรวมส่วนที่ต้องส่งมอบให้นายน้อยจีอู๋เซี่ยงแล้ว จำนวนสมุนไพรในคลังย่อมต้องรักษาไว้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบต้นอยู่เสมอ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้คุณหนูใหญ่เรียกใช้งานสมุนไพรกะทันหันแล้วไม่สามารถส่งมอบได้ตามกำหนด หากเป็เช่นนั้นความผิดย่อมมหันต์นัก
อย่างเช่นครั้งนี้ที่ส่งมอบดอกมู่หลานม่วงที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ คุณหนูใหญ่ก็พบความผิดปกติในทันทีและลงโทษโม่เซิ่งตามความผิด ยิ่งไปกว่านั้นสมุนไพริญญาที่ถูกเก็บไว้ในคลังนั้นมีระดับที่ค่อนข้างสูง อย่างน้อยก็ดีกว่าหญ้าิญญาที่เด็ดส่ง ๆ แล้วมอบให้กันมากนัก ระดับของสมุนไพรยิ่งสูงพลังชีวิตและพลังงานภายในย่อมยิ่งน่าหวาดหวั่น
การสูบกลืนสิ่งเ่าั้ย่อมส่งผลดีต่อเฉินฉางอันมหาศาล แต่การแบ่งระดับชั้นที่ชัดเจนนั้นเฉินฉางอันยังไม่ล่วงรู้ เขารู้เพียงว่าสมุนไพริญญาที่เป็ของล้ำค่าจริง ๆ ไม่ได้อยู่ในคลังแห่งนี้แต่ได้เข้าไปอยู่ในกระเป๋าของคุณหนูใหญ่นานแล้ว
"ยังมีเวลาอีกห้าวัน ไม่แน่ว่าข้าอาจจะนึกวิธีประสานฤทธิ์โอสถออก อย่าได้เห็นแก่กินชั่วขณะจนสุดท้ายกลับกลายเป็ทำร้ายตนเองเลย"
หลักการฆ่าไก่เพื่อเอาไข่ เฉินฉางอันย่อมเข้าใจดี หากเขาเริ่มสิ้นเปลืองสมุนไพรในคลังจนหมดสิ้น เกรงว่าตำแหน่งผู้ดูแลสามนี้คงต้องเปลี่ยนตัวอีกรอบ อีกอย่างการสูบกลืนหญ้าิญญาและสมุนไพริญญาโดยตรงนั้นช่างสิ้นเปลืองเกินไป หากสามารถใช้ฤทธิ์โอสถของแต่ละชนิดตามตำรับโอสถมาหลอมเป็โอสถ
พลังงานที่บรรจุอยู่ภายในเกรงว่าจะน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่านี้หลายเท่า
น่าเสียดายที่มีเพียงผู้ที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขติญญาและสามารถดูดซับปราณิญญาแห่งฟ้าดินเข้าสู่ร่างได้เท่านั้น จึงจะสามารถเปิดเตาหลอมโอสถได้ ยอดฝีมือขอบเขตสามัญต่อให้จะเป็ระดับสิบขั้นร้อยจุดรวบรวมิญญาก็ย่อมไม่มีทางทำได้
เขามองดูสมุนไพรที่เหลืออยู่เพียงเก้าสิบกว่าต้นในคลัง เฉินฉางอันข่มใจต่อความ้าในส่วนลึกของตนเอง ก่อนจะหันหลังปิดประตูคลังแล้วเดินออกมา
น่าเสียดาย หากได้สูบกลืนต่ออีกสิบกว่าต้นเขาย่อมสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสามัญระดับห้าได้ทันที...
"จริงด้วย! คุณหนูใหญ่มอบโอสถมาให้ข้าไม่ใช่หรือ?"
เฉินฉางอันหยิบขวดโอสถออกมาจากอกเสื้อ ดึงจุกขวดออกแล้วเทโอสถกลมมนสามเม็ดลงบนฝ่ามือ
"นี่คือโอสถชนิดใดกัน ทำไมจึงหอมนัก!"
ทันทีที่โอสถััฝ่ามือ กลิ่นหอมกรุ่นก็โชยเข้าแตะจมูก เพียงแค่ได้สูดดมก็รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าทันที ไม่ใช่แค่ตัวโอสถ แม้แต่ขวดโอสถเครื่องเคลือบที่ใช้บรรจุยังสามารถกักเก็บฤทธิ์โอสถไว้ได้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ของธรรมดา
หากนำออกไปขายอย่างน้อยก็น่าจะมีค่าถึงห้าหกตำลึงเงิน ต้องรู้ว่าเฉินฉางอันเก็บสะสมเงินมาสิบกว่าปีจึงจะได้สิบตำลึงเงิน และสุดท้ายกลับถูกพวกโม่เซิ่งฆ่าตายเพราะเงินสิบตำลึงนี้
สมกับที่เป็คุณหนูใหญ่ ขวดโอสถที่มอบให้ส่ง ๆ ยังมีค่าไม่น้อย ทว่าได้ยินมาว่าขวดโอสถชั้นยอดจริง ๆ นั้นทำจากหยกใสสะอาดและหายากยิ่งกว่านี้ หรือยิ่งไปกว่านั้นคือการใช้ผลึกไหมทองมาหลอมเป็ขวดโอสถระดับสมบัติวิเศษ ของล้ำค่าเช่นนั้นย่อมไม่อาจประเมินค่าด้วยเงินทองได้เลย
"คุณหนูใหญ่บอกว่านี่คือโอสถรักษาาแ ทว่าข้าสูบกลืนสมุนไพริญญาไปมากมายาแในร่างกายหายสนิทไปนานแล้ว"
เคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาสามารถสูบกลืนพลังชีวิตและพลังงานได้อย่างรุนแรง การรักษาาแย่อมเป็สิ่งแรกที่แสดงผล ดังนั้นตามหลักการแล้วไม่ว่าเฉินฉางอันจะาเ็หนักเพียงใด ขอเพียงมีพลังงานให้เขาได้สูบกลืนอย่างไม่ขาดสาย เขาย่อมสามารถฟื้นตัวได้ในพริบตาและอาจจะก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นด้วยซ้ำ
"ในเมื่อเป็โอสถรักษาาแย่อมต้องมีสรรพคุณในการเยียวยาที่ยอดเยี่ยม เก็บไว้เพื่อใช้รักษาชีวิตในยามคับขันก็นับว่า..."
คำพูดยังไม่ทันขาดคำ เฉินฉางอันก็นึกบางอย่างได้กะทันหัน พลันอ้าปากกว้างกลืนโอสถทั้งสามเม็ดลงไปแล้วเคี้ยวมันทันที
"ข้ามีชีวิตเหลืออยู่อีกแค่ห้าวัน ยังจะมีเวลาไปคิดถึงอนาคตอีกหรือ?!"
ทันทีที่โอสถสามเม็ดเข้าสู่ปาก มันก็เปลี่ยนเป็กระแสความอบอุ่นไหลรินลงสู่ทรวงอก โดยที่เฉินฉางอันไม่ต้องตั้งใจกระตุ้นเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาก็เริ่มทำงานด้วยตนเอง
เพียงชั่วพริบตามันก็ย่อยสลายและดูดซับฤทธิ์โอสถอันมหาศาลนั้นไปจนหมด เฉินฉางอันที่ดูดซับฤทธิ์โอสถเสร็จสิ้น รู้สึกเพียงว่าปราณโลหิตในร่างกายที่เพิ่งจะสงบลงกลับพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง
ปราณโลหิตไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งในเส้นชีพจร ภายในร่างกายคล้ายมีเสียงวัวคำรามพยัคฆ์คำรณช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!!
กลิ่นอายรอบกายของเฉินฉางอันพุ่งสูงขึ้นเป็ระลอกจนถึงจุดสูงสุด ก่อนจะะเิออกอย่างรุนแรง ขอบเขตสามัญระดับห้าขั้นเก้าวัวสองพยัคฆ์ทะลวงสำเร็จ!
"นี่มัน" เฉินฉางอันเองก็ยังตะลึงค้างไป ระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามเขากลับทะลวงจากระดับสามเข้าสู่ระดับห้าได้สำเร็จ ล้อกันเล่นหรืออย่างไร?
"เป็อย่างที่คิด การนำสมุนไพรมาหลอมเป็โอสถคือการใช้สอยให้ถึงขีดสุดอย่างแท้จริง!"
ตามหลักเหตุผล หาก้าทะลวงสู่ขอบเขตสามัญระดับห้า อย่างน้อยเขาต้องสูบกลืนสมุนไพริญญาที่เทียบเท่ากับหญ้าัชาดอีกถึงสิบแปดต้น ทว่าการกินโอสถเพียงสามเม็ดกลับสามารถทะลวงขอบเขตได้อย่างดุดัน
โอสถรักษาาแสามเม็ดนี้ระดับไม่ได้สูงนัก หากนำสมุนไพรที่มีมูลค่าเท่ากับหญ้าัชาดสิบแปดต้นไปหลอมเป็โอสถอย่างน้อยก็น่าจะหลอมโอสถได้ถึงยี่สิบเม็ด ลองคิดดูก็เข้าใจได้ สมุนไพรต้นเดียวพลังงานย่อมจำกัด แต่หากนำสมุนไพรต่างชนิดและสัดส่วนที่เหมาะสมมาหลอมรวมกัน ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมไม่ใช่แค่หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสองอย่างแน่นอน
แม้แต่คุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนหาก้าทะลวงคอขวดพลังก็ยังต้องอาศัยพลังจากโอสถนิพพานจุติขั้นต่ำ นี่จึงเป็เหตุผลที่ว่าทำไมในโลกแห่งการฝึกตน ปรมาจารย์หลอมโอสถจึงได้รับความเคารพนับถือถึงเพียงนี้
"เล่ากันว่าขอบเขตสามัญระดับห้าคือจุดแบ่งเขตแดน เมื่อทะลวงผ่านย่อมพลังเก้าวัวสองพยัคฆ์"
พลังเก้าวัวสองพยัคฆ์เทียบเท่ากับพละกำลังม้าพยศยี่สิบตัว ซึ่งหมายความว่าเพียงมือเดียวก็สามารถฉุดรั้งม้าพยศยี่สิบตัวที่กำลังวิ่งไล่ได้อย่างสบาย พลังนี้ยิ่งใหญ่เพียงใดกัน? ปุถุชนที่ยังไม่ทะลวงขอบเขติญญาการจะมีพลังเพียงหนึ่งม้าก็นับว่ายากแล้ว ทว่าการมีพลังถึงยี่สิบม้านั้นในหมู่ปุถุชนย่อมถูกเรียกว่าเทพเ้า!
เห็นได้ชัดว่าขอบเขตสามัญระดับห้านั้นน่าหวาดหวั่นเพียงใด
ทว่าเฉินฉางอันในยามที่เป็ระดับสามก็มีพละกำลังม้าพยศถึงหกสิบตัวแล้ว ยามนี้เมื่อทะลวงเข้าสู่ระดับห้า พละกำลังจากมือเพียงข้างเดียวของเขาจะพุ่งสูงไปถึงระดับไหนกัน?
หลังจากเก็บขวดโอสถแล้ว เฉินฉางอันก็ถอยเท้าขวาไปข้างหลังมือขวากำหมัดแน่น บิดเอวส่งแรงจากศอก เขาโคจรพลังปราณโลหิตทั่วร่างแล้วเหวี่ยงหมัดออกไปในอากาศเบื้องหน้าอย่างสุดแรง
ตู้ม!!
หมัดเดียวที่ชกออกไป เกิดเสียงกัมปนาทจากการฉีกขาดของอากาศดังราวกับประทัด แม้จะเป็เพียงอากาศที่ว่างเปล่าแต่ภายใต้หมัดของเฉินฉางอัน อากาศที่มองไม่เห็นกลับคล้ายถูกบีบอัดอย่างรุนแรงก่อนจะะเิออกเสียงดังสนั่น
"์! หมัดนี้ของข้าอย่างน้อยต้องมีพละกำลังม้าพยศสองร้อยตัว!"
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับห้าทั่วไปหมัดหนึ่งชกออกไปมีพลังเพียงม้าพยศยี่สิบตัว ส่วนพวกยอดฝีมือที่มีพร์สูงส่ง อย่างมากที่สุดก็มีพลังเพียงม้าพยศหกสิบตัวเท่านั้น ส่วนพวกลูกรัก์ที่มีพละกำลังมหาศาลโดยกำเนิด ในระดับห้าหากทะลวงได้ถึงม้าพยศหนึ่งร้อยตัวก็นับว่าเป็เื่ที่ะเืโลกแล้ว…
แต่เฉินฉางอันที่พละกำลังม้าพยศสองร้อยตัวเรียกได้ว่าไม่เคยมีมาก่อนในอดีตและไม่มีใครเทียมได้ในปัจจุบัน!
"ยามนี้หากต้องต่อสู้กับโม่เซิ่งอีกครั้ง เพียงหมัดเดียวข้าก็สามารถทำให้มัน..."
เฉินฉางอันกำหมัดทั้งสองข้างแน่น พลันแค่นหัวเราะเ็าออกมา
"เอ่ยถึงโม่เซิ่งผู้นั้น ช่างเป็การลดค่าตนเองเกินไปจริง ๆ หึ ๆ หมัดที่มีพละกำลังม้าพยศสองร้อยตัวนี้ต่อให้เป็ผู้ดูแลรองในขั้นพลังเทพจุติภายในระดับหกก็ย่อมไม่มีทางต้านทานได้เด็ดขาด"
เมื่อมีเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาดูท่าว่าวิถีแห่งการหลอมโอสถนี้ หากมีเวลาเขาคงต้องศึกษาหาความรู้ให้แจ้ง เพราะต่อให้ทรัพย์สินบรรพชนจะยิ่งใหญ่เพียงใดก็คงทนต่อการสูบกลืนอย่างไร้ระเบียบของเขาไม่ได้นาน
ในขณะที่เฉินฉางอันกำลังดื่มด่ำกับความยินดีจากการทะลวงขอบเขต เสียงของสวี่เฟยก็ดังขึ้นจากนอกคลังเก็บของ
"ผู้ดูแลสาม จวนพักของโม่เซิ่งและพวกพ้องถูกยึดทรัพย์เรียบร้อยแล้ว สมบัติมีค่าทั้งหลายถูกนำมาไว้ที่ลานจวน ขอเชิญผู้ดูแลสามออกไปตรวจสอบด้วยขอรับ"
ต่อให้จะเป็ผู้ดูแลสามแห่งตระกูลจี ทว่าสมุนตัวเล็ก ๆ ในระดับห้าจะมีสมบัติล้ำค่าอะไรได้?
หากหาวิธีประสานฤทธิ์โอสถไม่พบ เฉินฉางอันย่อมมีชีวิตเหลือเพียงห้าวันเท่านั้น ยามนี้ทุกลมหายใจของเขาช่างมีค่าเหลือคณานับ จะเอาเวลาที่ไหนไปสิ้นเปลืองกับคนอย่างโม่เซิ่งกัน
"สวี่เฟย เ้าจงจัดการไปตาม..."
ตึก ตึก ตึก
คำปฏิเสธยังไม่ทันขาดคำ หัวใจเทาเที่ยสีดำสนิทในอกพลันหดวูบก่อนจะเต้นรัวเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน
เฉินฉางอันกุมหน้าอก เหงื่อไหลซึมเต็มตัว หัวใจเทาเที่ยนี่มัน… มันกำลังบอกใบ้อะไรเขาอยู่หรือ? หรือว่าในบรรดาทรัพย์สินของโม่เซิ่งจะมีของล้ำค่าซ่อนอยู่
และการที่ทำให้หัวใจเทาเที่ยให้ความสำคัญถึงเพียงนี้ ของสิ่งนั้นย่อมต้องไม่ธรรมดาแน่นอน!
เพียงแค่คิดถึงจุดนี้เฉินฉางอันก็เลิกดูแคลนทันที เขาผลักประตูเดินออกไปอย่างรวดเร็ว