“แต่ว่า...จากนี้พวกเราจะใช้ชีวิตอย่างไรกันต่อไปเล่าขอรับ? พวกเราถูกปลดออกจากตำแหน่ง ทรัพย์สินถูกยึดไปจนหมดสิ้น บ้านเรือนถูกเผาทลาย...ลูกเมียก็ต้องระเหเร่ร่อนหนีตายกลับบ้านเกิดไปแล้ว”
จ้าวหนิงเซียนฟังแล้วก็ยืดอกขึ้นทันที “พวกท่านอย่าได้หมดหวัง! หลังจากพิจารณาคดีใหม่จนเสร็จสิ้น ข้าจะนำเื่นี้ทูลเสด็จพ่อให้คืนตำแหน่งให้พวกท่านเอง!”
แต่ขุนนางเ่าั้กลับทำเพียงส่ายหน้ายิ้มขมขื่น สีหน้าฉายแววหมดหวังยิ่งกว่าเดิม
“ได้ตำแหน่งกลับคืนมา... แล้วอย่างไรต่อหรือขอรับ?” อีกคนเอ่ยรำพันเสียงเบา
“ต่อให้ได้ตำแหน่งคืน ราชสำนักก็คงไม่อาจคืนทรัพย์สินทั้งหมดให้พวกเราได้ การเริ่มต้นใหม่โดยไม่มีเสื้อผ้าสักชุด โต๊ะสักตัว หรือเงินสักตำลึงติดตัวมันช่างยากเย็นเหลือเกิน... ที่สำคัญพวกเราไม่อยากกลับเข้าไปในวังวนเสี่ยงชีวิตให้คนชั่วรังแกอีกแล้ว”
ลู่เฟยเหยียนยืนฟังแล้วก็รู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ ทรัพย์สินเ่าั้ป่านนี้คงถูกพวกอีแร้งในราชสำนักรุมทึ้งไปจนหมดแล้ว และฮ่องเต้ถังแตกนั่นก็คงไม่มีปัญญาหาเงินมาชดใช้ให้พวกเขาได้
ทันใดนั้น ความคิดบางอย่างก็แล่นแวบเข้ามาในหัว!
ชายหนุ่มไม่รอช้า ค่อยๆ ขยับกายเข้าไปชิดซูเหวินฉัง แล้วยื่นหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบข้างหูเสียงเบา “ท่านเ้าสำนัก... ยามนี้สำนักเจิ้นอู่ของเรากำลังขาดแคลนคนทำงานอยู่พอดีมิใช่หรือขอรับ? ข้าว่า...”
“เฮ้ย!!”
ลู่เฟยเหยียนร้องอุทานออกมาด้วยความใ เมื่อหันไปเห็นเืสดๆ กำลังไหลซึมออกมาจากมุมปากของซูเหวินฉัง!
ดวงตาของชายชราเบิกกว้าง ค้างเติ่งอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า... ที่แท้อดีตราชครูผู้ผ่านโลกมานานดันคาดเดาเหตุการณ์อันเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าได้แบบทะลุปรุโปร่ง!
ขุนนางสิบสองคน... สภาพสิ้นเนื้อประดาตัว...ต่อให้ไม่รับไว้ในตอนนี้ แต่ในไม่ช้าตนก็ต้องถูกฮ่องเต้หน้าเหม็นนั่นยัดเยียดคนให้มาอยู่ในความรับผิดชอบของเขาแต่เพียงผู้เดียวเป็แน่!
หัวใจของตาแก่ซูเ็ปจนเืลมตีกลับ กระอักเืออกมาทางปากด้วยความอดสูจนถึงขีดสุด!
ลู่เฟยเหยียนรีบชักผ้าเช็ดหน้าออกมาช่วยเช็ดเืที่มุมปากให้ท่านเ้าสำนักพัลวัน พลางเอ่ยรวบรัดตัดความพร้อมรอยยิ้มกว้าง
“โอ้โห...ท่านเ้าสำนักช่างมีคุณธรรมสูงส่งนัก! ท่านไม่เอ่ยปากคัดค้าน แปลว่าท่านยินยอมรับข้อเสนอนี้แล้วนะขอรับ!”
ซูเหวินฉังทำได้เพียงกลอกตามองลู่เฟยเหยียนด้วยสายตาอยากจะฆ่าคนให้ตาย แต่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะอ้าปากด่า!
ชายหนุ่มหันกลับมาทางกลุ่มขุนนางสิบสองคนทันที
“ทุกคนฟังทางนี้! ในระหว่างที่รอผลการพิจารณาคดีใหม่ หากพวกท่านยังไม่มีที่ไป... สำนักเจิ้นอู่ของเราขอเชิญพวกท่านไปพำนักด้วยกัน! พวกเรามีที่กิน มีหลังคาบังแดดฝน และมีงานที่ทรงเกียรติในฐานะผู้ผดุงคุณธรรมให้พวกท่านทำแน่นอน!”
กลุ่มขุนนางสิบสองคนมองหน้ากันไปมา ดวงตาฉายประกายแห่งความหวังขึ้นมาอีกครั้ง! พวกเขารีบก้มลงโขกศีรษะขอบคุณคนทั้งสามยกใหญ่
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ลู่เฟยเหยียน ซูเหวินฉัง และจ้าวหนิงเซียน ก็เดินนำกลุ่มอดีตนักโทษสิบสองคน ก้าวออกจากศาลาว่าการกรมอาญามุ่งหน้าสู่สำนักเจิ้นอู่อย่างสง่าผ่าเผย
เสียงโห่ร้องสรรเสริญดังกึกก้องตลอดทางเดิน ข่าวคราวเื่ผู้ตรวจการลู่แห่งสำนักเจิ้นอู่ บุกตบหน้าเ้ากรมอาญาและสั่งพลิกคดีกลายเป็ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วทุกตรอกซอกซอยของเมืองหลวงอย่างรวดเร็วปานพายุทอร์นาโด!
…
เมื่อมาถึงสำนัก อาสือกับอาเสิ่น สองพี่น้องที่รอฟังข่าวอยู่ ก็วิ่งหน้าตั้งออกมาต้อนรับการกลับมาของคนทั้งสามด้วยความเบิกบานใจสุดขีด!
ข่าวเื่ผู้ตรวจการลู่บุกตบหน้าเ้ากรมอาญากลางศาลไต่สวนแพร่มาถึงหูพวกเขาอย่างรวดเร็ว สองพี่น้องมองเ้านายตนเองด้วยสายตาเทิดทูนบูชา ราวกับลู่เฟยเหยียนเป็เทพเ้าผู้ผดุงธรรมที่เพิ่งชนะศึกกลับมาอย่างยิ่งใหญ่!
“อาสือ อาเสิ่น!” ลู่เฟยเหยียนสะบัดชายเสื้อสั่งการอย่างฉะฉาน “พาพวกเขาไปพักผ่อน จัดหาห้องหับที่สะอาดให้พวกเขาโดยไว!”
“รับทราบขอรับผู้ตรวจการ!” สองพี่น้องขานรับอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะกุลีกุจอผายมือเชื้อเชิญเหล่าอดีตขุนนางทั้งสิบสองคนเข้าไปด้านใน
ด้านจ้าวหนิงเซียนก็หันไปกำชับสาวใช้ทั้งสามของนาง “พวกเ้าก็รีบไปที่ห้องครัว จัดเตรียมอาหารไว้ต้อนรับทุกคนด้วย วันนี้สำนักเจิ้นอู่ของเรามีเื่ต้องเฉลิมฉลอง!”
“เพคะ!” สาวใช้ทั้งสามรับคำสั่งแล้วหมุนตัวเดินมุ่งตรงไปยังเรือนครัวทันที
เหล่าขุนนางสิบสองคน อาสือ อาเสิ่น และพวกสาวใช้ต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง ลานกว้างหน้าสำนักจึงค่อยๆ คืนความสงบลง
ทว่า...
ดวงตาของซูเหวินฉัง ลู่เฟยเหยียนและจ้าวหนิงเซียนจ้องมองตรงไปยังเบื้องหน้า... ตรงนั้นยังมีบุรุษผู้หนึ่งยืนเก้ๆ กังๆ อยู่กลางลานสำนักพลางส่งยิ้มแห้งๆ มาให้คนทั้งสามอย่างอับจนหนทาง!
ลู่เฟยเหยียนขมวดคิ้วมุ่น ชี้นิ้วใส่ชายหนุ่มแปลกหน้าผู้นั้น
“เดี๋ยวนะ... เ้าเป็ใครกัน?” สายตาของเขามองเลยไปที่ต้าเกิงที่ป้อนหญ้าให้ม้าอยู่ราวกับกำลังตั้งคำถาม แต่กลับถูกอีกฝ่ายโบกมือไม่รู้ไม่เห็นกลับมาแล้วเขาก็หันกลับลูบแผงคอม้าอย่างไม่ใส่ใจ
“ผู้ตรวจการลู่... ข้าน้อยเจาเหวินขอรับ พวกเราเพิ่งจะพบกันที่ศาลาว่าการกรมอาญาเมื่อครู่นี้เอง ท่านจำข้าน้อยไม่ได้แล้วหรือขอรับ?”
ลู่เฟยเหยียนหรี่ตาลง เพ่งมองใบหน้านั้นอย่างพิจารณาั้แ่หัวจรดเท้า
“อ้อ! เ้าก็คืออาลักษณ์ผู้นั้นนั่นเอง!” ชายหนุ่มร้องออกมา ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็เคร่งขรึม กอดอกเอ่ยถามด้วยความระแวง
“แล้วเ้าตามพวกเรากลับมาถึงสำนักเจิ้นอู่ทำไมกัน? งานการที่กรมอาญาไม่มีทำแล้วรึ?”
“ผู้ตรวจการลู่โปรดเห็นใจด้วย! หากข้าน้อยเดินกลับเข้ากรมอาญาไป อีกไม่นานคงได้กลายเป็ศพเฝ้าศาลาว่าการแน่! ในเมื่อข้าน้อยเองก็รู้เื่การติดสินบนของเ้ากรมเผย แถมยังรับรู้ข้อมูลและหลักฐานทุจริตทั้งหมด หากพวกขุนนางชั่ว้าปิดปาก ข้าน้อยนี่แหละคือคนแรกในรายชื่อสังหาร!”
ลู่เฟยเหยียนฟังแล้วก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจทันที แต่ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว!
เพื่อความชัวร์ ชายหนุ่มจึงปรับสีหน้าให้เข้มขึ้น จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาจับผิด
“ที่เ้าพูดมาก็ฟังดูน่าสงสารอยู่หรอก... แต่ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเ้าไม่ได้ตั้งใจแฝงตัวเข้ามาเป็หนอนบ่อนไส้?”
เจาเหวินไม่ได้มีสีหน้าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขากลับยกยิ้มเบาๆ ราวกับรอคอยคำถามนี้อยู่แล้ว ก่อนจะปลดห่อผ้าสีเข้มที่สะพายไว้บนหลังออกมาอย่างรวดเร็ว
“นี่เป็บันทึกคำให้การ รวมทั้งข้อมูลหลักฐานทั้งหมดที่ข้าน้อยเป็คนจดบันทึกไว้ด้วยตัวเองขอรับ”
เจาเหวินไม่รอช้า เขาหยิบม้วนรายงานขึ้นมาคลี่ออกต่อหน้าทุกคน แล้วเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงฉะฉาน
“ผู้ตรวจการลู่ โปรดดูตรงนี้ก่อนขอรับ... คดีลอบสังหารเสนาบดีเสิ่น แท้จริงแล้วเงินสินบนไม่ได้มาจากนักโทษสิบสองคนนี้ แต่ถูกโอนย้ายผ่านตระกูลอู่เมื่อสามวันก่อน โดยมีใต้เท้าเผยลงนามไว้!”
เจาเหวินชี้นิ้วลงบนแผนผังที่เขาวาดขึ้นเองอย่างละเอียด พร้อมกับวิเคราะห์สถานการณ์ต่อไปได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
“ยามนี้การที่ท่านตบหน้าเสนาบดีเผยและจับกุมเขาไว้ ทำให้อีกฝ่ายต้องชะงักแผนการไปชั่วคราว สิ่งที่เราต้องทำต่อไปคือ... หนึ่ง ฉวยโอกาสที่พวกมันยังตั้งตัวไม่ทัน ส่งคนไปที่กรมอาญาเพื่อยึดสมุดบัญชีจริงมาตรวจสอบ สอง ดึงตัวพยานสำคัญในตระกูลอู่มาคุ้มกันไว้ก่อน และสาม นำหลักฐานเชื่อมโยงนี้ส่งตรงถึงพระหัตถ์ฝ่าาเพื่อใช้ล้างบางกรมคลังเป็รายต่อไปขอรับ!”
คำพูดและบทวิเคราะห์อันไหลลื่นและเป็ระบบระเบียบ ทำเอาลู่เฟยเหยียนยืนเหม่อ สมองน็อกรอบไปเป็รอบที่สิบของวัน!
ชายหนุ่มจ้องมองเจาเหวินด้วยดวงตาที่เป็ประกายระยิบระยับปานดวงดาวในคืนมืดมิด! ในหัวของเขาร้องะโออกมาด้วยความฟินระดับสองร้อยแปดสิบเดซิเบล!
‘แม่เ้าว้อยยยย! ์ส่งโปรโมชันแถมฟรีมาให้ข้าชัดๆ! เจาเหวินนี่แหละคือ ผู้ช่วยพระเอกสายข่าวกรองและข้อมูลชั้นยอดที่เขา้าอยู่พอดี!!
อาลักษณ์ / เสมียนกรมอาญา" (刑部書吏 - สิงปู้ซูหลี่) : เ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานเอกสารในกรมอาญา มีหน้าที่บันทึกคำให้การของผู้ต้องหาและพยาน คัดลอกสำนวนคดี ค้นหาฎีกาหรือข้อกฎหมายเทียบเคียง และจัดเก็บแฟ้มประวัติคดีความต่าง ๆ ในศาล