บทที่ ยี่สิบ
โจวเจิ้งฉีพาทั้งสองนั่งรถม้ามาที่จวนเ้าเมืองเพื่อปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรต่อเื่สาวชาวบ้านหายไปพร้อมกันยิ่งหญิงสาวทั้งสามนี้เป็ชาวเมืองที่อยู่ในฐานะต่างจากคนก่อนหน้าย่อมเสี่ยงที่ชาวเมืองทั่วไปรู้จะรวมกันต่อต้านเ้าเมืองและอาจจะพามาถึงการเกิดเหตุไม่คาดฝันได้พวกเขาจึงต้องทำอย่างรัดกุมเพื่อรักษาหน้าในตระกูลมู่
ทั้งสามนั่งรอไม่นานมู่จงซินก็พาบุตรสาวมู่ซิ่วฟางเข้ามาทันทีที่หญิงงามปรากฏตัวในห้องโถงมู่ซิ่วฟางก็มองเห็นสวีจ้าวหรงชนิดที่คล้ายมีคนจัดวางจากนั้นสายตาของนางก็ไม่อาจละออกไปได้จากเขาได้เลยดวงข่มมู่ซิ่วฟางผู้นี่ทำนางแทบจะหยุดหายใจอยู่แล้ว
ลู่อิงิเห็นอาการตกหลุมรักชนิดหัวปักหัวปำเช่นนี้ก็สบายใจขอเพียงนางอ้อนขอกับสวีจ้าวหรงเจอมารยานางเข้าไปจอมมารต้องใจอ่อนแน่เช่นนี้ปีศาจพรายน้ำเดือดร้อนแล้ว
โจวเจิ้งฉีที่ลุกขึ้นยืนทำความเคารพนายท่านของตนเองเสร็จก็พลันพบสิ่งแปลกไปจากคุณหนูมู่ผู้เย่อหยิ่งเขาจึงมองตามสายตาหวานหยดนั้นไปถึงรู้ว่ามู่ซิ่วฟางถูกใจชายหนุ่มผู้มาใหม่คนนี้อย่างไม่อาจถอนตัวลู่อิงิเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงอยากจะเข้าตบบ่าที่ปรึกษาโจวแล้วกระซิบว่า‘ไม่ต้องแปลกใจ มันเรียกว่าจังหวะตกหลุมรัก
“เออ เรามาเริ่มปรึกษากันดีไหม?” เซียนน้อยเอ่ยขัดสถานการณ์ปล่อยให้มองกันไปมาแบบนี้ต่อไปก็ไม่ได้การได้งานพอดีลู่อิงิจึงเรียกให้ทุกคนออกจากภวังค์ของตัวเองให้มาสนใจเื่ตรงหน้าเสียที
ที่ปรึกษาโจวจึงพยักหน้าก่อนคนแรกก่อนพูดถึงสถานการณ์“หญิงที่หายไปทั้งสามคนคือ เมิ่งอิ๋งฉิง หลี่ไน๋นี๋ เย่จี้ฮวาทั้งสามเป็หญิงสาวอายุรุ่นเดียวกันกับคนก่อนๆ ที่ปีศาจพรายน้ำลักพาตัวไปแต่ครั้งนี้ฐานะพวกนางต่างไปทำให้เริ่มมีการพูดถึงเหตุการณ์นี้แล้ว”โจวเจิ้งฉีพูดจบแล้วแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีกพักใหญ่
“แต่ปกติมันจะชิงตัวผู้หญิงแค่แรมหนึ่งค่ำแสดงว่าครั้งนี้อาจจะไม่ใช่มันก็ได้” เป็เ้าเมืองมู่จงซินที่แทรกความเงียบมาและสิ่งแรกที่เขากล่าวก็รีบปัดเื่ให้ห่างตัวที่สุดแน่สิเขาก็คงไม่อยากให้เื่นี้ใหญ่ไปกว่านี้ตอ้งพยายามคิดว่าไม่ใช่อยู่แล้ว
“ไม่หรอก ข้าได้รับจดหมายนี้มา เห็นทีคงเป็ฝีมือมัน”ลู่อิงิพูดพลางนำจดหมายนั้นออกมายื่นส่งในที่ปรึกษาโจวเขาเปิดออกและอ่านออกมาเสียงดังให้ทั้งห้องได้ยินพร้อมๆ กัน
“ให้ตายเถอะ! แล้วมันทำแบบนี้ทำไม มันจะอยากพบคุณชายลู่เพื่ออะไรมัน้าแต่พวกผู้หญิงนี่” เ้าเมืองมู่ได้ยินเนื้อความก็เอ่ยออกมาก่อนอย่างไม่เข้าใจแต่ลู่อิงิพอนึกออก ก็เพราะมันอาจจะเจอตัวนางระหว่างที่ไปดําผุดดําว่ายในทะเลจึงพยายามจะหลอกให้ไปเวลากลางคืนจะได้ปลิดชีพนางง่ายกว่าเวลากลางวันเพราะอย่างไรก็เซียนคนหนึ่งต้องเลี่ยงการต่อสู้โดยตรงจะดีที่สุด
“ที่มันเช่นนี้ทำเพราะโกรธคุณชายลู่พยายามจับมันแน่ๆ”ในที่สุดเสียงหญิงสาวที่ขัดเขินจากเจอหนุ่มรูปงามก็เอ่ยออกมาจนได้แต่สิ่งมู่ซิ่วฟางกล่าวออกมาไม่ค่อยจะเข้าหูลู่อิงิเสียเลยแถมพร้อมกันนั้นหญิงผู้นี้ยังตวัดตามองขมึงใส่คุณชายลู่อีก“ทุกอย่างเพราะท่านเื่ถึงใหญ่แบบนี้อย่างไรเล่า ทั้งที่ปล่อยๆไปก็ไม่มีอะไรแล้ว”
หมายความว่าอย่างไรกัน!เซียนน้อยได้ยินก็หัวเริ่มอุ่น เพราะนางจริงๆ หรือที่เื่ใหญ่ไม่ใช่เพราะตระกูลมู่มีนิสัยละโมบอยากตักตวงเงินทองไม่สนใจชาวเมืองทิ้งเื่มายาวนานหลายเดือนหรือไงโทสะเริ่มเดือดในใจลู่อิงิทำให้นางเม้มปากแน่นหนึ่งครั้งเพื่อสะกดอารมณ์ก่อนที่จะเอ่ยโต้ตอบบ้าง
“หรือคุณหนูมู่ถ้ามีความเห็นที่ดี..”
“เช่นนั้นทำไมเ้าไม่ไปเป็ภรรยามันล่ะ เื่ก็จบแล้วหากอยากช่วยชาวเมืองนัก” เสียงเอ่ยแทรกประโยคของลู่อิงิให้หยุดไป แต่เดี๋ยวนะ! เมื่อกี้สวีจ้าวหรงเป็ผู้พูดนี่ใช่เขาแน่ใช่ไหม? เขาพูดแทรกแบบนั้นจริงๆ หรือ? จอมมารไล่มู่ซิ่วฟางไปเป็ภรรยาของปีศาจพรายน้ำลู่อิงิใมากจนหัวที่อุ่นๆ เย็นวาบรีบหันมองใบหน้างดงามของหญิงสาวตัวน้อยที่กำลังเหมือนกลืนสะอึกลงไปใจหญิงสาวคงบอบช้ำเสียแล้วถูกคนที่ชอบไล่ไปเป็เมียผู้อื่น
ลู่อิงิพลันรู้สึกว่าตัวเองก่อเื่อะไรหรือไม่เพราะสิ่งนี้แปลกประหลาดสุดๆ ทำไมสวีจ้าวหรงไม่เข้าข้างหญิงงามเล่าเขาไม่ชอบคุณหนูมู่หรือ?
“ว่าแต่คุณชายท่านนี้เป็ใครกัน เห็นั้แ่เข้ามาแล้ว แต่มิได้ไถ่ถาม?”มีแต่คนหวงแหนบุตรสาวรีบหันมาถามสวีจ้าวหรงแต่ร่างสง่างามกลับไม่เอ่ยตอบอะไร เพียงมองประเมินนิ่งๆ ส่งให้เป็คำตอบสายตาที่หมายความว่าจอมมารอย่างข้าไม่จำเป็ต้องเห็นหัวใคร ไม่อยากตอบก็ไม่ตอบ
กลับเป็ที่ปรึกษาโจวจึงต้องเอ่ยตอบแทรกความเงียบที่เกิดในห้องโถงแทนคนถูกถาม“คุณชายลู่บอกเขาจะมาช่วยเื่นี้ด้วยขอรับนายท่าน”
“งั้นหรือ? แล้วคุณชายลู่จะไปหรือไม่ ตามจดหมาย”แม้ในใจมู่จงซินจะไม่พอใจที่ถูกมองเมิน แต่เขาก็ยังต้องปล่อยผ่านไปก่อน เวลานี้มีเื่ที่อื่นต้องจัดการก่อนเื่เหล่านี้ไว้หลังเื่ปีศาจพรายน้ำเพราะอย่างไรเขาจะไม่ปล่อยให้ใครมาหยามเกียรติเช่นนี้
“ก็คงต้องไป” แม้รู้ว่าอาจจะมีกับดักรออยู่แต่อย่างไรก็คงต้องไปหญิงสาวอีกสามคนไม่ควรจะต้องหายไปเช่นนี้ และนี้อาจจะเป็โอกาสเดียวจะกำราบปีศาจพรายน้ำด้วยก็ได้
“แล้วคุณชายจะไปคนเดียวหรือ อันตรายนักในทะเลดึกๆแบบนั้นก็ยิ่งอันตรายท่านรู้ไหม”โจวเจิ้งฉีที่รู้ว่าลู่อิงิจะยอมไปตามจดหมายก็พูดทั้งน้ำเสียงที่แสดงความเป็ห่วงไม่น้อย
“ข้ารู้ แต่ยังพอมีวิธีอยู่ เช่นนั้นขอตัวก่อนจะดีกว่า อีกไม่กี่ชั่วยามก็ถึงเวลานัดหมายแล้วด้วย”อยู่ต่อก็ไม่ได้อะไรลู่อิงิจึงกล่าวลาคนของตระกูลมู่และที่ปรึกษาโจวทั้งหลังจากนี้นางต้องไปคุยกับสวีจ้าวหรงต่อเพราะนางแค่จะมาพระเอกเจอมู่ซิ่วฟางเท่านั้นซึ่งถ้าไม่จำเป็ก็คงไม่มาเจอคนตระกูลมู่ให้เสียเวลาหรอก
เส้นทางกลับโรงเตี๊ยมเริ่มมืดแล้วยิ่งพอไม่มีรถม้าของที่ปรึกษาโจวมาส่งก็ทำลู่อิงิหวาดผวาว่าจถูกลากเข้าหอคณิกาแต่พอเดินกลับจริงๆไม่มีนางโลมคนไหนกล้ามาจูงมือพาตัวคุณชายทั้งสองเข้าสถานเริงรมย์สักคน
ทั้งที่สวีจ้าวหรงโดดเด่นหล่อเหลาขนาดนี้มองไม่เห็นคงไม่ใช่ลู่อิงิที่ปกติมักจะเดินนำหน้าอยู่แล้วจึงหันกลับหลังไปมองร่างสูงที่อยู่เยื้องไปทางข้างๆถึงเข้าใจคำตอบทันที นั่นเพราะสายตาแข็งกร้าวของจอมมารกลิ่นอายที่บ่งบอกว่าไม่ว่าใครก็อย่าเข้ามาถ้ายังรักชีวิตสิ่งที่ถือว่าทำให้นางได้อานิสงส์มาด้วย เดินกลับได้หน้าชื่นตาบานไม่ต้องหลบมุมซ่อนตัวตลอดทางจนถึงโรงเตี๊ยม
เมื่อกลับมาถึงที่พักแล้วเซียนสาวก็ดึงร่างสูงใหญ่ให้หลบเข้ามาให้ห้องพักร่วมกันก่อนเพื่อจะปรึกษาเื่ปีศาจพรายน้ำต่อ“ข้าจะเป็คนไปพบปีศาจพรายน้ำเองระหว่างนั้นท่านไปช่วยหญิงสาวที่ถูกจับให้ได้หรือไม่”
“เ้ารู้ที่ซ่อนมันแล้วไม่ใช่หรือทำไมไม่ไปเอง”
“คือเื่มันยาว” ก็เพราะถึงรู้ก็เข้าไปไม่ได้อย่างไรเล่าพลังเซียนนางไม่พอทำลายอาคมพรายน้ำ ทั้งยังเกือบตายด้วยซ้ำให้จอมมารไปจัดการทางนั้นส่วนนางไปเป็ตัวล่อจะดีกว่า“อีกทั้งถ้าท่านช่วยให้เื่นี้จบลงได้ คุณหนูมู่คงดีใจมาก ทำให้หญิงงามพอใจเชียวนะ”
“คุณหนูมู่คนที่เป็ต้นเหตุทำให้เ้าต้องนั่งเกี้ยวเ้าสาวส่งตัวไปให้ปีศาจพรายน้ำคนนั้นนะหรือ?”ทำไมฟังดูไม่พอใจแปลกๆเหมือนไม่ค่อยชอบมู่ซิ่วฟางเอาซะเลยน้ำเสียงแบบนี้ลู่อิงิได้แต่พยักหน้าตอบพร้อมกับคิ้วที่เผลอขมวดเป็ปมเพราะสถานการณ์ไม่ใช่อย่างที่คาด“หญิงปากเสียผู้นั้นเอง”
ชัดเจนแล้วสวีจ้าวหรงไม่ชอบมู่ซิ่วฟาง เพราะมาเจอก่อนเวลาที่สมควรแน่ๆ “โถช่างเื่นั้นก่อน เอาตามนี้ได้หรือไม่?”ถ้าเขาตกลงนางจะได้บอกจุดให้สวีจ้าวหรงทราบที่ปีศาจพรายน้ำใช้เป็ที่หลบซ่อนเขาจะได้ไปช่วยเหลือหญิงสาวทั้งสามได้ง่ายขึ้น
เซียนน้อยเงยหน้ามองเสี่ยวหรงคนเดิมที่สูงขึ้นอีกหนึ่ง่ศีรษะอย่างรอคอยคำตอบตกลงด้วยตาโตอ้อนวอนอีกนิดเดียวนางเกือบจะยู่ปากแล้วถ้าบุรุษผู้นี้ไม่พยักหน้าตกลงเสียก่อน
ยามไฮ่ลู่อิงิมาตามจุดที่ในจดหมายเขียนมาสะพานท่าน้ำที่สร้างจากไม้ ยื่นเข้าไปในทะเลไม่ได้มีความแข็งแรงมากนักเพราะไม่ใช่จุดจอดเรือหรือท่าขนส่งใหญ่เพียงให้ชาวบ้านมาตกปลาเวลาแก้เบื่อเท่านั้น
เซียนน้อยจึงต้องเดินอย่างระมัดระวังไปที่ปลายท่าน้ำตรงนั้นทั้งเวลานี้ยังร้างผู้คนเงียบสงัดและมืดสนิท นางเพียงถือตะเกียงไฟมาด้วยในมือเพื่อรอปีศาจพรายน้ำที่ยังไม่ปรากฏตัว
“ข้ามาแล้ว” ลู่อิงิะโออกไปด้านนอกทะเล หวังจะให้อีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้นผ่านไปพักใหญ่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ลางสังหรณ์กลับรับรู้ได้ว่ามันต้องมาแล้วความรู้สึกที่กำลังระแวดระวังอยู่บอกตัวเอง แค่มันไม่ยอมปรากฏตัวออกมาเพราะจะตรวจสอบให้แน่ใจว่านางมาคนเดียวหรือไม่
“ลงมา” จู่ๆ เสียงแหบๆ ก็ส่งเสียงดังมาจากด้านล่างทะลุออกมาจากพื้นน้ำเซียนน้อยจึงชะโงกหน้าออกจากท่าน้ำมองไปที่ทะเลสีดำอันมืดมิด
“ปีศาจพรายน้ำหรือ แสดงตัวให้ข้าเห็นเดี๋ยวนี้”
“ไม่ ท่านลงมาท่านเซียน” มันรู้แล้วจริงๆ ด้วยว่าคุณชายลู่ผู้นี้แท้จริงเป็เซียนแต่จะลงไปในน้ำก็บ้าแล้ว เพราะถ้าลงไปก็เท่ากับหาเื่ตายชัดๆ
“เ้าต่างหากขึ้นมา เพราะเ้าเป็ผู้เชิญข้ามาเอง”
“หยุดเล่นลิ้น ไม่งั้นตัวประกันตาย” เอาเื่ตัวประกันมาขู่หรือเรานางกลัวที่ไหนเื่ตัวประกัน เผลอๆ ป่านนี้สวีจ้าวหรงน่าจะช่วยพวกนางออกมาสำเร็จแล้วตอนที่ปีศาจพรายน้ำไม่อยู่เฝ้าถ้ำจากนี้คือลู่อิงิแค่อยากมาคุยเจรจาดีๆให้ปีศาจพรายน้ำยอมถอยไปซะเื่จะได้จบและจะกลับไม่มารังควานชาวเมืองอีก
“ข้าไม่ได้เล่นลิ้น เ้าขึ้นมาเถอะเพราะข้าจะไม่ลงไปแน่ๆตัวประกันเ่าั้ข้าไม่สนแล้ว”
ซ่า!จบประโยคเสียงน้ำก็กระเซ็นดังพร้อมเงาดำพุ่งขึ้นมาจากน้ำแล้วมายืนหยุดที่ปลายสะพานท่าน้ำจุดที่แสงจากตะเกียงส่องไปไม่ถึง ทำให้เห็นเพียงแค่ปลายเท้ารางๆ เป็เนื้อเละอย่างที่เขียนในนิยายไม่มีผิด ปีศาจพรายน้ำผิวคล้ำเละไม่น่ามองแสดงว่าอีกฝ่ายคงไม่อยากให้ใครมองเท่าไรลู่อิงิจึงลดตะเกียงในมือลงไม่ให้แสงส่องไปถึงมากกว่านี้ เห็นแค่เงาดำๆ ก็พอ
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าท่านเซียนไม่สน ข้าเห็นจิตใจของท่านท่านเป็เดือดเป็ร้อนแทนพวกนางแน่” ร่างในเงามืดเอ่ย
“อ่อ..เช่นนั้นข้าก็รู้เช่นกันว่าเ้าไม่ได้้าตัวมู่ซิ่วฟางเป็เ้าสาวด้วย”
“ฮ่าๆๆ”เสียงหัวเราะแหลมสูงแทบจะเป็เสียงกรีดร้องออกมาดังไปทั่วสะพานและพื้นน้ำ“เ้าไปรู้มาจากไหนกัน”
“ข้ากล่าวถูกใช่ไหม” เื่นี้นางค่อนข้างมั่นใจเื่นี้มากว่าแท้จริงแล้วมันไม่ได้้ามู่ซิ่วฟางหรอกมันก็แค่ใช้เื่นี้เป็ข้ออ้างในการลักพาตัวหญิงสาวจากเมืองมากกว่าเพราะถ้ามัน้าคุณหนูมู่จริงป่านนี้ชิงตัวมาเองได้นานแล้วทั้งไม่ยื่นข้อเสนอเช่นนี้ไปถึงเ้าเมืองผู้มีนิสัยเห็นแก่ตัวหรอกเพราะถ้าไม่มีข้อแม้อย่างนี้เ้าเมืองจอมโลภต้องหาทางหยุดมันสักวันกลับกันถ้าเอาคุณหนูมู่มาเป็ข้อแลกเปลี่ยนนิสัยรักษาส่วนตนมีแต่ช่วยปกปิดกลัวบุตรสาวจะเป็อันตรายเอา
“ใช่แล้ว ข้าไม่ได้้าเ้าสาวบ้าบออะไรทั้งนั้น”เสียงแหบทุ้มของมันตอบกลับมา “ข้าเพียงเกลียดผู้หญิงเ่าั้!”
“แล้วถึงกับต้องลักพาตัวหรือ”
“อย่าโทษข้าที่เห็นจิตใจของพวกนางเ้าไม่รู้หรอกว่ายิ่งมู่ซิ่วฟางข้าแทบไม่อยากมองหน้าคนตระกูลมู่ไม่มีอะไรนอกจากสูบเืจากเมืองรอรับเงินรับทองพอภัยมาถึงก็ให้ชนชั้นล่างรับกรรม” เสียงเย้ยหยันของปีศาจพรายน้ำตอบกลับมามันเปี่ยมไปด้วยความชิงชังเหลือแสน ไม่รู้เพราะอะไรถึงเกลียดมากขนาดนั้น
“เช่นนั้นก็พอแล้ว เ้าก็หยุดแค่นี้เถอะ”
“ท่านเซียนมีอะไรมีแลกหรือถ้าจะให้ข้าพอ” เสียงทุ้มกล่าวเนิบๆ ทั้งยังค่อยๆเดินมาหาอีกด้วย ลู่อิงิจึงเอาตะเกียงไปซ่อนไว้ด้านหลังไม่ให้ส่องไปโดนปีศาจพรายน้ำ
“กลัวความน่าเกลียดของข้ามากหรือ ถึงเอาไฟหลบขนาดนี้”
“เปล่าเลยถ้าเ้าอยากให้ใครต่อใครเห็นร่างนี้เ้าคงไม่หลบซ่อนออกมากลางค่ำกลางคืนข้าแค่ไม่อยากให้เ้าลำบากใจ เ้าก็เป็หญิงนี่”
“ฮ่าๆ ท่านเซียนช่างรู้มาก” ก็ไม่มีใครจะเกลียดผู้หญิงที่งามพร้อมตามบรรทัดฐานสังคมแต่จิตใจหยาบช้าได้เท่าผู้หญิงที่ขาดมันแล้วถูกสังคมเหยียดหยามรูปโฉมโดยไม่สนใจเนื้อแท้กอปรกับการที่ปีศาจพรายน้ำไม่ได้อยากร่างกายหญิงสาวเ่าั้สักคน
จุดสำคัญอีกอย่างคือในนิยายไม่เคยกล่าวว่าพรายน้ำเป็บุรุษด้วยและไม่แน่คนที่มาส่งจดหมายให้นางที่โรงเตี๊ยมอาจจะเป็ตัวตนแท้จริงก็ได้
“จากนี้เ้าจะฟังข้าสักหน่อยได้หรือไม่ พวกนางไม่ได้ทำอะไรผิด..”
“ไม่!” ยังไม่ทันพูดจบร่างในเงามืดก็ตะเบ็งเสียงกร้าวตอบกลับมา “พวกนางผิดข้าบอกแล้วว่าท่านไม่รู้อะไรเลย”
สายลมกระโชกแรงพัดเข้ามาตีใบหน้าและผิวกายแรงจนเสื้อผ้าพลิ้วลู่แนบตัว ตาต้องกะพริบถี่ๆ สู้ลมตะเกียงในมือไกวไปมาแทบจะหลุดจากมือ
ลู่อิงิยกมือห้ามไม่รู้ทำไมอีกฝ่ายจู่ๆ ถึงได้อารมณ์เสียแบบนี้ นางพูดอะไรให้ไม่พอใจนัก“ช้าก่อนได้หรือไม่” หลังจากนั้นชั่วครู่ลมที่พัดแรงค่อยๆ เบาลงเป็เอื่อยๆอีกฝ่ายคงสลงอารมณ์ลงแล้ว
“เรามาตกลงกันไหม เอาเช่นนี้เป็ไงถ้าท่านขอให้ข้าหยุดทำเื่ทั้งหมดข้าขอพลังเซียนของท่านแทนได้หรือไม่?” หลังประโยคนี้จบนางก็เข้าใจเหตุผลที่ถูกนัดหมายให้มาคนเดียวปีศาจพรายน้ำไม่ได้จะสังหารตนปิดปากเื่ที่ซ่อน แต่เพราะถ้าได้พลังเซียนไปมันก็อาจจะไม่ต้องทนกับสภาพผิวที่เน่าเละอีกต่อไป
ลู่อิงินั้นได้พลังเซียนมาโดยบังเอิญตอนนั้นนอนพักอยู่เฉยๆ ไม่รู้อีโหน่อีเหน่สักนิดทำให้ไม่ได้มีพื้นฐานบารมีอย่างเซียนทั่วไปหากยกพลังให้คนอื่นไปก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นอาจจะสิ้นชีวิตเลยหรือไม่พอได้เจอข้อแม้นี้ไปนางเลยนิ่งชะงักคิดทบทวนอยู่สักพัก “ถ้าข้าให้เ้า..”
แต่แล้วก็มีเสียงแปลกๆดังขัดนางมาจากชายฝั่งโดยที่นางยังไม่ทันได้หันไปมองก็มีลูกธนูไฟยิงเข้ามาตกที่พื้นบริเวณใกล้กับที่ทั้งสองยืนอยู่เปลวไฟลุกไหม้สะพานไม้อย่างรวดเร็ว ก่อนหน้าที่พยายามไม่เปิดเผยตัวตนของปีศาจพรายน้ำบัดนี้ลู่อิงิก็ได้เห็นร่างของมันเต็มตาผิวพุพองทั้งร่าง หนังเน่าทุกจุดจนดูไม่ออกว่าหน้าตาแท้จริงเป็อย่างไร เพศไหนเห็นแล้วเวทนาในใจเหลือเกิน ต้องทนทุกข์ในร่างกายเช่นนี้
“เห็นมันแล้ว รุมยิงเลย” เสียงสั่งการจากชายฝั่งไม่นานก็ตามมาด้วยลูกธนูอีกห่าใหญ่พุ่งเข้าใส่ร่างของปีศาจพรายน้ำลู่อิงิจึงหันไปหาเหล่าลูกธนูไฟแล้วใช้พลังปัดลูกธนูเ่าั้ออกไปจนไม่ทันคิดว่าอย่าหันหลังให้ศัตรูระหว่างที่ปัดลูกธนูอยู่ลำคอบางของตนเองก็ถูกฝ่ามือพรายน้ำบีบแน่นคอถูกกรงเล็บยาวทิ่มจนเืไหลซึมออกมาเป็ทาง
“ช้าก่อน..ข้าไม่ได้พาคนพวกนี้มานะ”ลู่อิงิพยายามอธิบายให้ปีศาจพรายน้ำรู้ว่าตนไม่ใช่คนวางแผน
“ข้ารู้ แต่ข้าก็ต้องป้องกันตัวเอง อย่างที่บอกเลยใช่ไหมตระกูลมู่มันเลว”ปีศาจพรายน้ำดันร่างคุณชายลู่ให้เดินมาบังตัวมันจากลูกธนู แต่ถึงแม้ลู่อิงิถูกใช้มาเป็เกาะบังจนแทบไม่เห็นร่างปีศาจพรายน้ำที่อยู่เื้ัแต่พลธนูชายฝั่งก็ไม่หยุดยิงลูกธนูพุ่งเข้ามาดอกแล้วดอกเล่า หมายจึงปลิดชีพปีศาจโดยไม่สนใครทั้งนั้นถ้าไม่ใช่ลู่อิงิที่สกัดลูกธนูได้ป่านนี้ร่างคุณชายลู่คงพรุนเป็เม่นแล้ว
เื่ทั้งหมดนี่พวกตระกูลมู่ทำเกินไปพวกเขาส่งพละธนูมาโดยพลการ ไม่สนตัวประกันที่ถูกจับอยู่ด้วยซ้ำเื่ที่นางส่งสวีจ้าวหรงไปช่วยนั้นรู้กันสองคนจนตอนนี้ขนาดตัวนางเองยังไม่พ้นจากลูกหลงของเื่ราวนี่พวกเขาคงหวังเพียงแค่ฆ่าพรายน้ำได้ใครจะตายอีกกี่คนก็ช่าง
ขณะที่สถานการณ์ดำเนินไปไฟที่โหมกระหน่ำใต้เท้าก็เริ่มเข้าใกล้ทั้งสองขึ้นทุกทีเซียนตัวน้อยที่ต้องเผชิญทั้งห่าธนูทั้งเปลวเพลิงถ้ายังไม่รีบหนีไปตอนนี้นางได้ตายจากไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแน่
“เ้าปล่อยข้าก่อนเถอะ อยู่ต่อไปจะได้ตายร่วมกัน ข้ากำลังช่วยเราทั้งคู่นะ”ลู่อิงิเอ่ยเสียงเบาบางเพราะถูกบีบคออยู่ไม่อาจส่งเสียงดังได้มากกว่านี้ขณะที่นางปล่อยให้อีกฝ่ายได้ใคร่ครวญสักครู่ระหว่างนั้นไม่นานจู่ๆก็มีลมพัดรุนแรงอย่างไร้ทิศทางเดียวพัดไปมาเดี๋ยวหมุนเป็วงกลมจนสองร่างแทบตัวลอยแต่ลมนั้นกลับทำให้ไฟที่ลุกไหม้ใต้เท้าเริ่มเบาลงจนใกล้ดับ
“ท่านทำหรือ?” ปีศาจพรายน้ำเอ่ยถามเสียงฉงน
“ไม่ใช่ข้านะ”
อึกไม่ทันไรธนูที่พุ่งเข้ามาก็โดนเป้าหมาย ลูกธนูฝงเข้าไปที่ต้นแขนของร่างพรายน้ำจนมันเผลอปล่อยมือที่บีบคอลู่อิงิอยู่อย่างลืมตัวต้นเหตุมาจากลมไร้ทิศทงนี้เพราะถึงแม้มันจะช่วยดับไฟได้แต่เพราะความไร้ทิศทางของมันทำให้ลูกธนูบ้างดอกนั้นหลุดรอดสายตาเซียนน้อยเข้ามาและโดนร่างพรายน้ำด้านหลังเช่นนี้
“เ้าเป็อะไรไหม!” หลังไฟรอบข้างดับลงทำให้รอบตัวมืดมิดมองเห็นไม่ชัดเจนร่างดำมืดที่นางจับไว้ผิวก็ลื่นจากเมือกและหยุ่นมือเกินไปร่างปีศาจพรายน้ำจึงค่อยๆหลุดมือและร่วงลงจากสะพานไม้ลงไปที่ทะเลเบื้องล่างจนเสียงน้ำดังกระจายตูมใหญ่จากนั้นถึงเงียบหายไป
คนชายฝั่งที่สังเกตการณ์มาตลอดจนเห็นว่าธนูยิงถูกเป้าหมายที่คือร่างของปีศาจพรายน้ำก็พากันวิ่งกรูถือคบไฟแห่เข้ามาพร้อมๆกัน แต่เมื่อมาถึงปลายสะพานกลับหาตัวไม่พบ เจอเพียงลู่อิงิคนเดียวที่เหลืออยู่ “คุณชายลู่ แล้วปีศาจพรายน้ำเล่า? มันตายหรือยังร่างมันหายไปไหน”พวกทหารของเ้าเมืองเอ่ยถามนาง
“มันโดนธนูแล้วตกลงไปในน้ำ”
“จริงหรือเช่นนั้นคุณชายช่วยยืนยันกับเ้าเมืองอีกทีได้หรือไม่ว่ามันตายแล้วไม่เช่นนั้นพวกเราลำบากแน่” จิตใจลู่อิงิเหมือนจะว่างเปล่าไปชั่วขณะครั้งนี้สกุลมู่ทำเกินไปจริงๆ ลู่อิงิกำลังเจรจากับปีศาจพรายน้ำเป็ไปด้วยดีแท้ๆนางมั่นใจว่าพรายน้ำกำลังโอนอ่อนแล้ว แม้่สั้นๆก็ััได้ว่ามันไม่ใช่คนเลวโดยพื้นฐาน แต่ทำไปเพราะมีเหตุผลบางอย่าง
หลังจบสถานการณ์ที่สะพานไม้ลู่อิงิก็เดินออกจากท่าน้ำกลับเข้าฝั่งนางเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าวร่างสูงของสวีจ้าวหรงก็ปรากฏตัวเขาคล้ายมายืนรออยู่ที่ทางเข้าเมืองอยู่ก่อนแล้ว
“ขอบใจท่านที่ช่วยดับไฟ” ตอนแรกนางก็ไม่รู้ว่าลมเ่าั้มาจากไหนแต่พอเห็นบุรุษผู้นี้ก็เริ่มจะเข้าใจเขาคงเห็นว่าไฟกำลังล้อมนางไว้ทั้งยังถูกปีศาจพรายน้ำบีบเป็ตัวประกันจึงหยิบยื่นน้ำใจดับไฟให้
“เ้าใจอ่อนเกินไปเซียนน้อย มันใช้เ้าเป็โล่กำบัง”เื่นี้นางยอมรับว่านางใจอ่อนก็จริงแต่ยังไม่อยากพูดเื่นี้เวลานี้เพียงแค่อยากพักผ่อนเท่านั้นลู่อิงิไม่เอ่ยอะไรตอบกลับทำเพียงตรงกลับโรงเตี๊ยมทันทีในใจมีสิ่งเดียวที่คิดคือ ‘เมื่อไรกันที่สกุลมู่จะชดใช้กรรม!’