“ จงหาย จงสลาย จงยุบลงไป ”
ปากบ่นพึมพำเบาๆหวังว่าคำพูดของตนเองจะสั่งร่างกายให้เป็ไปตาม้าได้ สิ่งที่เหมือนเปลือกกุ้งและกระดองปูยังคงติดอยู่บนร่างกาย ใบหน้าของเขายังคงเป็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป โยฮันจึงถอนหายใจแล้วเปลี่ยนวิธีใหม่ ร่างกายของเขาอาจจะไม่ตอบสนองต่อคำพูด มันอาจจะตอบสนองกับความคิดจึงค่อยๆหลับตาเพ่งจิตเหมือน่นั่งสมาธิ ต่อให้เขาจะััสิ่งใดไม่ได้เลยก็ตาม ภายในหัวของเขากลับคิดให้เปลือกกุ้งและกระดองปูหายไป จากนั้นจึงลืมตาขึ้นมาดูผลงานของตนเอง
“ มันได้ผลเหรอ! ”
ความใเผยบนใบหน้า เปลือกกุ้งและกระดองปูหายไปจากร่างกายของเขาแล้วจนกลับมามีลักษณะธรรมดาไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไป ทันใดนั้นประตูห้องน้ำกลับถูกผลักเข้ามาข้างในจนเขาสะดุ้งใเมื่อพ่อกลับมาบ้านแล้ว้าจะเข้ามาอาบน้ำ
“ อ้าว ลูกไม่ไปทำงานเหรอ นึกว่าไม่มีใครอยู่บ้าน ”
“ วันนี้ลาครับ ว่าแต่พ่อหยุดกี่วัน ”
“ หยุดสองวัน แต่ก็ไม่แน่อาจจะได้หยุดแค่ 1 วัน แล้วนี่กินข้าวเช้าหรือยัง พ่อไม่ได้ซื้อติดมือมาด้วยสิ ”
“ ไม่เป็ไรครับพ่อ ผมออกไปกินข้างนอกก็ได้ ”
“ แอลลี่ไปโรงเรียนแล้วใช่ไหม ”
“ ไปแล้วครับ ตอนนี้น่าจะถึงโรงเรียนแล้ว เย็นนี้เห็นบอกว่าจะไปติวหนังสือกับเพื่อนด้วย ”
“ งั้นลูกก็รีบๆอาบน้ำก็แล้วกัน พ่อง่วงมากๆอยากจะรีบอาบน้ำแล้วนอน ”
โยฮันมองไปยังใบหน้าของพ่อตนเอง ขอบตาทั้งสองดำจากการนอนน้อย ในขณะมองหน้าอีกฝ่ายโยฮันก็เริ่มชั่งใจว่าเขาจะปรึกษาพ่อของตนดีหรือเปล่าเกี่ยวกับร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป ทว่าเขากลับไม่กล้าบอกทั้งหมดจึงถามแบบอ้อมแทน
“ พ่อ ผมมีอะไรจะถาม ”
“ อะไรเหรอ ”
“ มันมียาที่ทำให้กลายเป็ยอดมนุษย์ไหม ” โยฮันมองพ่อด้วยความคาดหวัง เขาอยากรู้เกี่ยวกับวงการแพทย์ว่ามียาตัวใดที่ทำให้มนุษย์แข็งแกร่งถูกวิจัยขึ้นมาแล้วหรือยัง
“ แกไปดูหนังเื่อะไรมาละนั่น ”
“ ผมเห็นเทคโนโลยีอวัยวะเทียมมันไปไกลแล้ว ก็เลยอยากรู้ว่ามียาที่ทำให้มนุษย์แข็งแรงจนผิดปกติหรือเปล่า ”
“ ไม่หรอก ยาแบบนั้นไม่มีหรอก แต่อีก 30 ปีข้างหน้าอาจจะมีก็ได้ มีอะไรเหรอ ”
“ อ๋อเปล่า งั้นผมจะรีบอาบน้ำก็แล้วกัน ”
โยฮันฉีกยิ้มให้กับพ่อพยายามทำตัวให้ปกติมากที่สุดแล้วรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า วันนี้เขาลาหยุดจึงมีเวลาว่าง 1 วัน เขากลับไม่กล้าเดินออกจากบ้านเพราะกลัวว่าเปลือกกุ้งและกระดองปูจะโผล่ออกมาอีก จึงเดินกลับเข้าไปในห้องนอน อย่างน้อยหากเขาสามารถควบคุมมันได้ การใช้ชีวิตคงง่ายยิ่งขึ้น
“ จงออกมา จงออกมา จงออก …มา ”
ตาทั้งสองหลับลงทำสมาธิแล้วเพ่งจิตเรียกให้กระดองปูและเปลือกกุ้งโผล่ออกมาตามร่างกาย เมื่อลืมตาส่องกระจกภายในห้องเขาพบว่าร่างของเขาถูกหุ้มเอาไว้ด้วยเปลือกกุ้งและกระดองปูเหมือนเดิม ทว่าตำแหน่งของเปลือกกุ้งและกระดองปูกลับต่างออกไป
ครั้งนี้ใบหน้าทั้งสองของเขาเป็กระดองปู ลำตัวของเขาเป็เปลือกกุ้ง โยฮันจึงหลับตาเพ่งจิตอีกครั้งเพื่อเก็บแล้วจากนั้นลองเพ่งจิตนำพวกมันกลับขึ้นมาใหม่ ปรากฎว่าตำแหน่งเปลือกกุ้งและกระดองปูผิดแปลกไป มันไม่ได้ปรากฎในตำแหน่งเดิม
“ ควบคุมเฉพาะส่วนได้ไหมนะ ”
โยฮันเริ่มเพ่งจิตไปที่แขนหลังจากเก็บเปลือกกุ้งและกระดองปูไปทั้งหมด ปรากฎว่าแขนของเขาปรากฎส่วนที่เหมือนกระดองปูคลุมทับแขนและมีส่วนที่เหมือนเปลือกกุ้งคลุมทับเช่นเดียวกัน นิ้วทั้ง 5 ของเขามีเปลือกกุ้งและกระดองปูขึ้นสลับกัน โยฮันจึงลองเก็บส่วนแขนแล้วให้ขาของเขาปรากฎเปลือกและกระดองต่อ
ผลปรากฎว่าเขาสามารถควบคุมให้เปลือกและกระดองขึ้นที่ใดของร่างกายก็ได้ นอกจากจะควบคุมให้ทั่วร่างคลุมทับด้วยเปลือกและกระดองปูแล้ว เขายังสามารถคลุมทับร่างกายบางส่วนได้เช่นกัน
หลังจากที่ทดลองควบคุมจนไม่จำเป็ต้องหลับตาเพ่งจิต เพียงแค่ใช้ความคิดก็สามารถควบคุมเปลือกและกระดองปูได้นั้น โยฮันจึงลองควบคุมให้เปลือกหรือกระดองอย่างใดอย่างหนึ่งปรากฎขึ้นมาเท่านั้น ผลปรากฎว่าเขาสามารถเลือกได้ระหว่างเปลือกกุ้งและกระดองปูว่าจะให้สิ่งใดปรากฎขึ้นมาคลุมแขน
“ แบบนี้ก็เยี่ยมไปเลยสิ ”
เปลือกกุ้งมีความแข็งน้อยกว่ากระดองปู การคลุมทับตัวเองด้วยกระดองปูจึงมีความทนทานที่สูงกว่า แต่หากต้องว่ายน้ำเปลือกกุ้งน่าจะช่วยลดแรงต้านภายในน้ำได้ดีกว่า
โยฮันที่นึกสนุกจึงคิดสถานการณ์ต่างๆขึ้นมาเพื่อนำร่างกายของตนไปปรับใช้
หากมีการต่อสู้เกิดขึ้น กระดองปูคงจะทำให้เขากลายเป็นักรบสวมเกราะหนัก นอกจากพลังป้องกันจะสูงมากแล้ว มือทั้งสองของเขาที่คลุมทับด้วยกระดองปูยังมีความแข็งแรงไม่ต่างจากก้ามปูเลยแม้แต่น้อย แม้จะยังไม่ได้ทดลองแรงหนีบจากนิ้วก็ตามที เขาคิดว่ามันคงจะฉีกต้นกล้วยได้เป็ชิ้นๆอย่างแน่นอน
“ พ่อกินข้าวเที่ยงไหม ผมจะทำไว้ให้ ”
“ ไม่ล่ะ พ่อว่าจะนอนเลย แล้วนั่นจะออกไปไหนเหรอ ”
“ อ๋อ ผมว่าจะเดินออกไปสูดอากาศสักหน่อย คงจะไปแถวๆแม่น้ำเหมือนเดิม ว่าแต่ผมถามอะไรพ่อหน่อยสิ พ่อเคยเห็นขวดนี้กับตัวเลขนี้หรือเปล่า มันเป็ยาจากทางโรงพยาบาลไหม ”
โยฮันนำขวดยาปริศนาที่คิดว่าน่าจะเป็ต้นตอที่ทำให้เขามีความสามารถผิดแปลกไปจากมนุษย์มาให้พ่อดู เมื่อสังเกตสีหน้าพ่อที่ยกขวดแก้วส่องไปทางแสงไฟแล้วทำหน้างุนงง เขาจึงรับขวดจากอีกฝ่ายที่ยื่นกลับมาให้
“ ขวดยาแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าข้างในเป็ยาอะไร รหัสพวกนี้ก็ไม่มีในความทรงจำด้วยสิ ”
“ ถ้าพ่อไม่รู้ก็คงไม่มีใครรู้แล้วล่ะ ”
“ ว่าแต่มันคืออะไร คงไม่ใช่สารเสพติดหรอกนะ ”
“ คิดมากไปแล้วพ่อ ของแบบนั้นอย่าเอามาใกล้ผมเลย ผมก็แค่เก็บขวดได้จากข้างถนนเท่านั้น เห็นมันน่าสนใจก็เลยหยิบติดมือมาถามพ่อ ”
“ โอเค เดินระวังๆด้วย เย็นนี้ลูกช่วยซื้อของมาทำกับข้าวด้วยล่ะ ”
“ ครับ ผมจะออกไปข้างนอกพอดีเดี๋ยวจะซื้อกลับมาด้วย ”
โยฮันเดินมาที่โรงจอดรถแล้วขับจักรยานไฟฟ้าออกไปนอกบ้านพร้อมชุดดำน้ำคู่ใจ จนมาถึงจุดที่เขาดำน้ำเป็ประจำจึงเปลี่ยนชุดสวมใส่แล้วกระโจนลงน้ำเพื่อทดสอบร่างกายของตนเอง
การที่เขาต้องกระโจนลงน้ำนั่นก็เพราะเขารับรู้ได้ว่าด้านหลังหูของตนเองเหมือนจะมีอวัยวะที่ใช้หายใจแทนจมูก มันคล้ายกับเหงือกกุ้งจึงคิดจะทดลอง
ทันทีที่ร่างกระโจนลงไปในแม่น้ำเขาก็พบว่าตนเองสามารถหายใจใต้น้ำได้ด้วยการใช้เหงือกหลังหู จากเดิมดำน้ำได้ราว 5 - 6 นาทีก็ทำให้ดีใจมากแล้ว ตอนนี้กลับสามารถดำน้ำได้ตามที่้า
เมื่อลองคิดให้เท้าของตนเองเปลี่ยนไปเป็ของกุ้งเพื่อทดลองดูว่านอกจากเปลือกกุ้งแล้วเขาสามารถใช้สิ่งใดได้บ้าง ผลปรากฎว่าเท้าของเขาค่อยๆยืดออกจนคล้ายกับหางกุ้ง มันสามารถใช้ว่ายน้ำได้ดีไม่ต่างจากตีนเป็ด เมื่อเขาคลุมร่างกายด้วยเปลือกกุ้งเสร็จแล้วนี้เอง โยฮันจึงเริ่มดำน้ำด้วยการใช้เท้าทั้งสองตีน้ำสลับกันไปมาจนร่างพุ่งลงไปในน้ำลึก
“ ดวงตายังได้รับการเปลี่ยนแปลงด้วยเหรอ ”
ภาพขุ่นมัวภายในน้ำชัดเจนมากยิ่งขึ้น เขาสามารถมองในน้ำลึกได้ไกลราว 9 - 10 เมตร ไม่มีสิ่งใดริมตลิ่งลอดพ้นสายตาของเขาได้หากว่าอยู่ในระยะการมองเห็น
หลังจากลองดำน้ำใกล้ๆตลิ่งจนมั่นใจว่าตนไม่น่าจะจมน้ำอีกต่อไปจึงทดลองว่ายน้ำไปยังส่วนลึกของแม่น้ำใหญ่ ในตำแหน่งนี้มีเพียงนักประดาน้ำเท่านั้นที่จะมาได้ นอกจากจะต้องมีถังออกซิเจนแล้วยังต้องมีความเชี่ยวชาญในการว่ายน้ำต้านกระแสน้ำพัด
จากการคลุมร่างของตนเองจนเหมือนกับกุ้ง โยฮันรู้สึกได้ว่าตนเองสามารถใช้ชีวิตภายในน้ำได้นาน กระแสน้ำที่พัดผ่านไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาอีกต่อไป หลังจากทดสอบร่างกายจนพอใจ เขาจึงลองดำน้ำลงไปดูก้นแม่น้ำใหญ่ด้วยความสงสัยว่ามีสิ่งใดอยู่ที่นั่น
ภาพรอบข้างเริ่มมืดขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากแสงเริ่มส่องลงมาไม่ถึงก้นแม่น้ำ เพียงแต่ว่าเขายังคงมองเห็นใต้น้ำได้ชัด แม้ระยะในการมองเห็นจะลดน้อยลงมาก็ตาม
ทันทีที่มาถึงส่วนที่น่าจะเป็ก้นแม่น้ำใหญ่ โยฮันก็เริ่มว่ายไปรอบๆเท่าที่ทำได้เพื่อดูสิ่งของที่ผู้คนทำร่วงตกลงมา
โครงเรือไม้ขนาดใหญ่เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำเกาะคือหนึ่งในสิ่งที่เห็น นอกจากนั้นแล้วยังมีพืชน้ำเติบโตเต็มไปหมด ที่น่าใไปกว่านั้นคือมีซากรถที่เหมือนจะพุ่งตกลงมาในแม่น้ำแล้วไม่สามารถเก็บกู้ขึ้นไปได้ ด้านในไม่มีกระดูกคนตายจึงรู้ว่าเ้าของน่าจะปลอดภัย
หลังจากว่ายน้ำไปเรื่อยๆเขาก็เริ่มเห็นโลหะหลากหลายถูกสนิมคลุมทับนอนทิ้งตัวอยู่ก้นแม่น้ำ กระบอกปืน ดาบ มีดสั้น วัตถุที่เหมือนตะขอและสมอเรือมีให้เห็นมากมาย หากเขาทำอาชีพงมหาของเก่าไปขาย อาจจะเจอทองหรือไม่ก็สิ่งของสมัยโบราณ
ในขณะที่ความคิดกำลังฟุ้งซ่านไปไกลเมื่อรู้ว่าตนเองอาจจะได้งานใหม่ที่สามารถทำเงินมหาศาลมากกว่าขายกุ้งจากการเก็บของหายากสมัยโบราณไปขาย เหนือศีรษะไปราว 100 เมตรก็ได้มีเรือบรรทุกสินค้าลำใหญ่แล่นผ่านพร้อมกับเปิดเสียงแตรจนดังก้องลงมาถึงใต้น้ำที่เขาอยู่
ความลึกในจุดที่ยืนอยู่นับว่าลึกเป็อย่างมาก ต่อให้เป็นักประดาน้ำจำเป็ต้องใช้ฝีมือและความเชี่ยวชาญสูงหาก้าดำน้ำลึกมากขนาดนี้
หลังจากทดสอบร่างกายตนเองจนพอใจโยฮันก็เริ่มคิดไปไกลเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองมี ด้วยร่างกายในตอนนี้เหมือนกุ้งและปู ทำให้เขาอยากรู้ว่าถ้าตนเองกินสิ่งอื่นเข้าไปจะสามารถรับพลังของพวกมันได้หรือเปล่า
ความรู้สึกตื่นเต้นเผยบนสีหน้า โยฮันไม่รอช้าว่ายน้ำจับกุ้งไปขายให้กับป้าสมรเพื่อนำเงินส่วนนั้นซื้อหอย ปู ปลากลับไปทำอาหาร นอกจากนั้นแล้วเขายังอยากรู้ด้วยว่าหมูและวัวจะมอบพลังให้กับเขาได้เหมือนกับกุ้งและปูหรือไม่จึงคิดจะซื้อมันกลับไปทำอาหารเช่นกัน ทว่าครั้งนี้เขาคิดว่าตนอาจจะต้องซื้อมากกว่าเดิมเพราะคิดว่าปริมาณในการกินอาจจะมีผลต่อการรับพลัง
“ นั่นมันไอ้โยฮันหรือเปล่า ”
“ ใช่ จักรยานไฟฟ้าและชุดดำน้ำแบบนั้นไม่มีคนอื่นแน่นอน ”
นักตกปลาหันมองโยฮันที่ขับจักรยานไฟฟ้าผ่านพวกเขาโดยไม่ได้ทักทายกัน เพียงแต่ว่าสายตาของทุกคนกลับหันมองไปยังเบาะซ้อนท้ายแล้วเบิกตากว้าง ปริมาณกุ้งภายในถุงตาข่ายที่โยฮันจับมีปริมาณมากกว่าเมื่อวาน หากนำไปชั่งกิโลขายพวกเขาคิดว่าอาจจะมีไม่ต่ำกว่า 15 กิโลกรัม
---------------------------------------------------------------
“ หวังว่าป้าแกจะรับซื้อทั้งหมดนะ ”
โยฮันถือถุงกุ้งเดินเข้าไปในตลาด พ่อค้าต่างหันมองตามหลังพลางแสดงสีหน้าใ กุ้งแม่น้ำที่โยฮันจับได้นับว่าเยอะมาก หลายคนจำโยฮันได้จากชุดดำน้ำ เขามักจะนำกุ้งไปขายให้กับป้าสมรในโซนอาหารทะเลเป็ประจำ การมาในครั้งนี้กลับทำให้ทุกคนหันมองตามเพราะกุ้งของโยฮันเยอะเป็พิเศษ
“ ป้า วันนี้รับกุ้งผมไหม ”
รอยยิ้มเผยบนใบหน้าของโยฮัน ป้าสมรจึงหันมองด้วยใบหน้าหงุดหงิด แต่เมื่อเห็นกุ้งในมือของโยฮันเธอกลับขมวดคิ้วเพราะมันเกินกว่าจะรับซื้อไหว เช้านี้ยังไม่ได้ขายอะไร เธอกลัวว่าถ้ารับซื้อแล้วจะไม่มีเงินทอนให้ลูกค้าคนอื่น
“ นี่แกไปปล้นใครมากัน ”
“ สาบานเลยผมไม่ได้ปล้น กับดักของผมทำงานดีเกินไป ป้ารับไหม ”
“ รับ แต่รับหมดไม่ได้ฉันยังไม่ได้ขายอะไรเลย ”
“ งั้นส่วนที่เหลือผมฝากป้าขายได้ไหม ถ้าจะขายให้กับคนอื่นป้าก็มีคู่แข่งอีก ”
“ ได้ๆ เอามันไปวางไว้บนตาชั่งเลย ”
โยฮันนำกุ้งไปวางเอาไว้บนตาชั่ง ไม่นานตัวเลขน้ำหนักก็ปรากฎให้เห็นว่ากุ้งหนัก 18 กิโลกรัม เขาจึงแบมือรับเงินที่ป้าสมรสามารถจ่ายได้ในวันนี้ แล้วชี้ไปยังหอย ปลา ที่เขา้าซื้อ จากนั้นก็เดินไปยังแผงขายเนื้อหมูและเนื้อวัวแล้วไปซื้อเนื้อไก่รวมไปถึงไข่ จนไม่มีสิ่งใดให้ซื้อเขาจึงเดินทางกลับบ้านด้วยใบหน้าเบิกบานใจ หากสามารถ่ชิงพลังจากหอย ปลาเหล่านี้ได้ เขาจะกลายเป็เ้าชายใต้น้ำในทันที
“ เสียงอะไรกัน ”
เสียงราวกับมีคนปล่อยลมรถดังเบาๆพอให้เขาได้ยินเสียง โยฮันจึงก้มมองยางจักรยานไฟฟ้าตนเองพบว่ามันยังปกติ เขาจึงหันมองไปรอบๆแล้วเดินตามเสียง จนกระทั่งมาถึงรถตู้สีดำทึบคันหนึ่งจอดอยู่ด้านหน้าตลาด เมื่อมองไปยังล้อทั้ง 4 ยังคงปกติไม่มีลมรั่วออกมา เขาจึงค่อยๆเงี่ยหูฟังจนไปหยุดอยู่หลังรถพบว่ากระจกประตูท้ายรถเปิดอ้าเล็กน้อยไม่สามารถสอดนิ้วเข้าไปได้ โดยเสียงที่เกิดขึ้นมาจากด้านหลัง หลังจากส่องเข้าไปพบว่ามีถังใบใหญ่เหมือนถังปั๊มลม โยฮันที่ไม่ได้กลิ่นแก๊สหรือกลิ่นสารเคมีอันตรายจึงเดินหนีไป เขาคิดว่าเสียงลมจากปั๊มคงจะหยุดไปเองในอีกไม่ช้า.
*รถอะไรนะ