หูหลิ่วหมิงมือไวตาไวเห็นตัวหนึ่งก็จับได้ตัวหนึ่ง ส่วนหูหยางหมิงใช้วิธีหมอบแล้วกระโจนเข้าใส่ทว่าการเคลื่อนไหวของเขาใหญ่เกินไปยังไม่ทันจะเข้าใกล้ก็ทำให้กบนาตกใจวิ่งหนีไปแล้ว
เจ้าตัวน้อยเหล่านี้หลบซ่อนตัวอยู่ตามพืชพรรณมิได้มีมากมายจนเดินเกลื่อนไปทั่ว เย่ชิงชิงอาศัยความยาวของไม้ไผ่ของตนคุ้ยเขี่ยหามันได้อย่างสะดวกสบาย เมื่อนางพบเจอแล้วก็ไม่มีทางหนีพ้นตาข่ายเดียวก็สามารถจับมันไว้ได้เกือบหมด
“ไอ๊หยา!”
เย่จื้อเฟิงที่อยู่ไม่ไกลนักร้องเสียงหลงเขากระโดดถอยหลังไปหลายก้าว
“เป็นอะไรไปหรือ?” เย่ชิงชิงเพิ่งจะถามออกไปก็เห็นงูตัวหนึ่งเลื้อยออกมาจากข้างตัวเขาบิดตัวเลื้อยหายไปในพงหญ้าอีกด้านอย่างรวดเร็ว
เย่จื้อเฟิงถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งแล้วหัวเราะ “ไม่ได้ระวังตัวเกือบจะเหยียบมันเข้าแล้ว ตกใจหมดเลย”
โอ้โหตัวเท่าแขนเด็กเชียวนะ! เย่ชิงชิงถอยหลังไปสองสามก้าวเงียบๆนางเกือบจะลืมไปแล้วว่าอากาศยังคงร้อนอบอ้าว และเป็นฤดูที่งูเลื้อยไปมา...ในนาข้าวมีกบ ผู้ล่าของมันก็ต้องเข้ามาล่าอาหารเป็นธรรมดา
“จับมันกันเถอะ ผู้อื่นจะได้ปลอดภัย” หูหลิ่วหมิงว่าพลางเดินมาทางนี้แล้วตรงเข้าไปแหวกพงหญ้าที่งูซ่อนอยู่
“เดี๋ยวก่อน...” เย่ชิงชิงมองดูอย่างหวั่นใจแม้นางจะไม่รู้จักว่างูตัวนั้นคืองูอะไร แต่การยื่นมือเข้าไปแหวกหญ้าหาเช่นนี้ไม่กลัวโดนกัดเลยหรือ?
แน่นอนว่าเมื่อแตะโดนพงหญ้า งูที่อยู่ข้างในตื่นทันที มันยืดตัวขึ้นส่งเสียงฟ่อฟ่อนั่นคือท่าทางจู่โจมที่แสดงออกเมื่อถูกคุกคาม
ทว่าสัตว์เลื้อยคลานตัวเล็กๆจะไปสู้หูหลิ่วหมิงได้อย่างไร ฝีมือของเขามีชั้นเชิงมากจับที่จุดตายของงูได้ในพริบตา
หูหยางหมิงเห็นดังนั้นก็ดีใจยิ่งนัก“ท่านพี่เก่งเหลือเกิน!” ก่อนจะเหลือบตามองเย่ชิงชิงอย่างภาคภูมิใจ
เย่ชิงชิงคร้านจะสนใจเขานางเก็บตาข่ายเตรียมตัวกลับบ้าน งูตัวหนึ่งก็ทำให้นางหวาดผวาแล้วไม่กล้าแม้แต่จะพลิกพงหญ้าไปทั่วแล้วนางก็ไม่ได้อยากจะมาเปรียบเทียบพี่ชายกับหูหยางหมิง สู้กลับบ้านเร็วๆ ดีกว่า
เพียงชั่วเวลาสั้นๆนี้ สองพี่น้องก็ได้กบนาห้าตัวจากนาข้าวของตนเอง ถือว่าไม่เลวสามารถนำไปปรุงอาหารได้หนึ่งจานแล้ว
เมื่อกลับถึงลานบ้านต้มถั่วเขียวของนางซูเพิ่งยกออกจากเตา กำลังจะนำไปแช่ในบ่อน้ำ
เมื่อเห็นพวกเขากลับมาก็อดไม่ได้ที่จะบ่นสองสามคำ “แดดร้อนจัดขนาดชาวนายังหลบเข้าบ้าน พวกเจ้ากลับจะออกไปเวลานี้...”
“พวกเราสวมหมวกสานนะเจ้าคะ” เย่ชิงชิงยิ้มพลางชี้ไปที่ตาข่ายในมือของเย่จื้อเฟิง“ดูสิ จับได้ตั้งห้าตัว!”
นางซูส่ายหน้า“เดี๋ยวพอบ่ายก็ออกไปเก็บเกี่ยวข้าวกันแล้วกบนาจะวิ่งหนีไปได้ถึงไหนกัน? หลังจากนี้ห้ามออกไปตอนเที่ยงอีกเด็ดขาด”
เสือแก่ฤดูใบไม้ร่วง[*] มิได้กล่าวกันเล่นๆ แดดจัดเช่นนี้หากตากแดดนานเกินไปอาจเป็นลมได้นางซูเตรียมแกงถั่วเขียวหม้อใหญ่เพื่อคลายร้อนสำหรับผู้ที่ออกไปเก็บเกี่ยวโดยเฉพาะ
คำกำชับของนางซูสองพี่น้องเย่จื้อเฟิงหรือจะกล้าไม่รับปากพวกเขาหลบอยู่ในบ้านกอดชามซดแกงถั่วเขียวเย็นๆ รสหวานชื่นใจ สบายตัวอย่างบอกไม่ถูก
มื้อเย็นคือผัดกบนารสเผ็ดร้อนทั้งสดใหม่และเผ็ดจัดจ้าน สดชื่น ยิ่งเมื่อทานคู่กับข้าวผัดถั่วลันเตาร้อนๆก็เข้ากันได้ดีเยี่ยม ทั้งยังมีแตงกวาดองและหัวไชเท้าดองที่นางซูทำเองรวมกับน้ำแกงก้างปลาเต้าหู้ ช่างเป็นอาหารเลิศรสบนโลกนี้ไม่มีสิ่งใดเทียบได้
“งูตัวนั้นเมื่อครู่นี้ก็เป็นวัตถุดิบที่ดีในการทำอาหารนะ~”
เย่จื้อเฟิงกินจนพุงกางแล้วก็ยังไม่วายคิดถึงงูตัวนั้น
เย่ชิงชิงส่ายหน้า“ปล่อยงูบริสุทธิ์ตัวนั้นไปเถิด มันยังเป็นเด็กอยู่เลยนะ!” มนุษย์มีความหวาดกลัวต่อสัตว์เลื้อยคลานโดยกำเนิดความกลัวนี้แทบจะฝังอยู่ในพันธุกรรมก็เป็นได้
นางซูที่กำลังล้างจานอยู่ข้างๆได้ยินบทสนทนาของพวกเขา เจองูเข้าอย่างนั้นหรือ? นางรีบจับประเด็นนี้มาบ่นต่ออีกระลอกห้ามพวกเขาออกจากบ้านตอนเที่ยง หากเห็นงูต้องอ้อมไป ไม่ต้องไปคิดถึงเนื้อของมันเพราะงูมันเจ้าคิดเจ้าแค้น
สองพี่น้องที่โดนบ่นอีกครั้งจึงเงียบไปไม่เอ่ยถึงกบนาและงูอีก
ในกลุ่มคนงานชุดแรกที่สร้างความวุ่นวายมีเพียงหลิวผิงลู่เท่านั้นที่ยังคงอยู่ รวมกับอีกสองคนที่ลงชื่อในสัญญาในภายหลังและทาสอีกสองคนที่ซื้อมา รวมแล้วมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
ที่ดินในบ้านมีสิบกว่าหมู่คนงานค่อนข้างน้อย ดังนั้นช่วงหลายวันนี้เย่จื้อเฟิงจึงเปิดร้านเพียงครึ่งวันเช้าไปบ่ายกลับ ยามบ่ายก็อยู่ช่วยงานที่บ้าน
หลังจากยุ่งมาหลายวันนางซูรู้สึกว่าการเก็บเกี่ยวเหน็ดเหนื่อย จึงเพิ่มค่าแรงให้ทุกคน และมีชาเย็นน้ำแกงเย็นๆ คอยบริการตลอดเวลา หลังจากการทำงานหนักตั้งแต่เช้ามืดจนค่ำมืดก็จัดการทั้งหมดเสร็จสิ้นได้ในที่สุด
สุดท้ายแล้วปริมาณที่รวบรวมได้อยู่ที่ราวๆหนึ่งหมื่นชั่ง ซึ่งค่อนข้างน้อยมากเฉลี่ยแล้วหนึ่งหมู่ได้เพียงหกร้อยถึงเจ็ดร้อยชั่งเท่านั้นหากเป็นนาชั้นดีเหล่านั้นคงสามารถเก็บเกี่ยวได้มากกว่าหนึ่งพันชั่งต่อฤดูที่บ้านของพวกเขาก็ไม่ได้เป็นนาชั้นต่ำทั้งหมด ไฉนปริมาณที่ได้กลับไม่แตกต่างจากนาชั้นต่ำเลย
“นาข้าวหลายหมู่ในจำนวนนี้เคยเป็นที่ดินรกร้าง ดินไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ได้หมื่นชั่งก็ไม่เลวแล้ว” จินหลันยิ้มแล้วปลอบใจ
ที่ดินของนางมีไม่มากสามีทำงานคนเดียวก็เสร็จภายในสองวันดังนั้นจึงยังมาที่นี่เพื่อทำเนื้อหมูตุ๋นหม้อดินสูตรชิงชิงทุกวัน
เชิงอรรถ
[*]เสือแก่ฤดูใบไม้ร่วง หมายถึงอากาศร้อนระอุที่กลับมาในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงหลังจากผ่านหน้าร้อนไปแล้วมักใช้เรียกอากาศแปรปรวนที่ยังร้อนจัดแม้เข้าสู่ฤดูหนาว