กาลเวลาผ่านไป……
ตอนนี้เยว่ซินพร้อมที่จะออกไปผจญภัยโลกภายนอก ตลอดเวลาแต่ผ่านมาท่านอาจารย์ได้เคี่ยวเข็ญวิชาต่างๆให้กับเยว่ซิน ทั้งการเขียนอักขระ ค่ายกล และอีกต่างๆอีกมากมาย ตอนนี้ระดับปราณของเยว่ซินคือ ปราณจักรพรรดิขั้นต่ำ
“ถึงเวลาแล้วที่เ้าต้องออกไปสู่โลกภายนอก จงฟังคำข้าให้ดีโลกภายนอกมีแต่แก่งแย่งชิงอำนาจเท่านั้น ใช้ชีวิตด้วยความระวัง”
“ขะ…ขอรับ” เยว่ซินน้ำตาคลอ ตนรักและเคารพท่านอาจารย์มากเปรียบเสมือนครอบครัว เพราะในภพที่แล้วไม่เคยได้ความรัก ความห่วงใยจากครอบครัวมาก่อน
“อย่าเศร้าเสียใจไปเลย ข้าหาได้ตายจากเ้าไปเสียหน่อย” ซางกวนก็รู้สึกใจหายเช่นกัน อยากให้เวลาหยุดอยู่ตรงนี้ตลอดเวลาที่ผ่านมาตนมีความสุขมาก ได้แต่ให้ศิษย์ตัวน้อยได้เดินตามโชคชะตาของตนเอง
“ขะ…ข้าปล่าวนะขอรับอาจารย์ ฝุ่นมันเข้าตาเฉยๆ” พลางหันหน้าหนีด้วยความเขิน หลังจากท่านอาจารย์ล้อ
“เอาล่ะ… มิติแห่งนี้ข้าจะมอบให้แก่เ้าเพียงเ้ากำหนดจิตก็จะเข้าได้ดั่งใจปรารถนา”
พรึ่บ!!!
“ ไข่สัตว์อสูรใบนี้ ข้ามอบให้เ้า มันจะเข้ากำลังสำคัญแก่เ้าในภายภาคหน้า”
เยว่ซินทำการหยดเืทำพันธะลงไปที่ไข่สัตว์อสูรขนาดเท่าลูกฟุตบอลทันที
กึก!! เปรี๊ยะ!!
เปลือกไข่สีขาวน้ำนมเริ่มมีรอยร้าวทีละนิด เ้าไข่ดิ้นดุกดิกแรงขึ้นเป็สัญญาณให้รู้ว่าเ้าตัวน้อยกำลังออกมาสู้โลกภายนอก เปลือกไข่ถูกกะเทาะจากภายในจนเป็รูโหว่และมีเศษเปลือกค่อยๆ หลุดร่วงออกตามแรงของเ้าตัวน้อย ไม่นานก็เห็นกรงเล็บเล็กๆ ยื่นออกมาเป็อันดับแรก ตามด้วยจมูกยาวๆขยับยุกยิกราวกับกำลังสำรวจ ไม่นานเปลือกไข่ที่ถูกกะเทาก็เป็รูใหญ่ขึ้นกว้างพอที่จะให้ตัวของมันออกมาได้ เยว่ซินถึงกับเกิดอาการหลงรักเมื่อเห็นเ้าตัวน้อยที่ปรากฏโฉมออกมา
“จิ้งจอกน้อย…งื้อ!! น่ารักจักเลย ต่อไปนี้ข้าจะเรียกเ้าว่า เสี่ยวหู่ ”
“มี้ๆๆๆ ท่านแม่หยุดก่อน…” เสียงหัวเราะของจิ้งจอกน้อยเก้าหาง ที่เยว่ซินก้มหน้าลงฟัดพุงน้อยๆด้วยความหมั่นเขี้ยว
“ทำไมเ้าถึงเรียกข้าว่าท่านแม่…”เยว่ซินกล่าวพลางทำหน้างงๆ กับคำเรียกของเสี่ยวหู่
“ ก็ท่านแม่หยดเืทำพันธะสายเืกับข้านิขอรับ ข้าก็ก็ต้องเรียกท่านแม่สิ…” เสี่ยวหู่ตอบเยว่ซิน พลางทำหน้าสงสัยเหตุใดท่านแม่จึงถามเช่นนี้กับตน
“ข้าเข้าใจแล้ว… นี่แหนะมาให้ข้าฟัดพุงน้อยๆ เ้าดีๆ” เยว่ซินกล่าว แล้วลงไปฟัดพุงของเสี่ยวไป๋อีกครั้ง
“ มี้ๆๆๆๆ… “เสียงหัวเราะของเสี่ยวหู่ดังไปทั่วบริเวณ
“ เ้าทั้งสองหยุดเล่นกันได้แล้ว มันถึงเวลาที่เ้าต้องออกไปสู่โลกภายนอกได้แล้ว”
“ขอรับท่านอาจารย์ “ เยว่ซินเลิกเล่นทันที หลังโดนท่านอาจารย์ดุเล็กเลย
วูบบบบบ!!
ร่างกายของเย่วซินพร้อมเสี่ยวหู่น้อยได้เลือนหายไปราวกับอากาศ
“ ต่อจากนี้คงแล้วแต่โชคชะตาของเ้าแล้ว ข้าช่วยได้เพียงเท่านี้ เยว่เอ๋อร์” ซางกวนกล่าวด้วยความห่วงใย พลางมองไปยังบริเวณที่เย่วซินเคยยืนอยู่เมื่อสักครู่
พรึ่บ!!
ตอนนี้เยว่ซินยืนเคว้งคว้างอยู่กลางป่า ก่อนหยิบแผนที่ออกมากจากแหวนมิติ ลองตรวจสอบดูคล่าวๆ ซึ่งบนแผนที่ได้ปรากฏตำแหน่งของตัวเขาอยู่ในป่าชั้นในของป่าา ที่ถูกล้อมรอบแคว้นใหญ่ๆ
ทิศเหนือเป็แคว้นเหยี่ยชิง มีสำนักัฟ้าเป็สำนักที่ใหญ่สุด โดดเด่นเื่โอสถ
ทิศตะวันออกเป็แคว้นิเวย มีสำนักสยบเมฆาเป็สำนักที่ใหญ่สุด โดดเด่นเื่อาวุธ
ทิศตะวันตกเป็แคว้นชิงหลง มีสำนักเพลิงทมิฬเป็สำนักที่ใหญ่ที่สุด โดดเด่นเื่ผลึกปราณ
ทิศใต้เป็แคว้นต้าฮวาง มีสำนักจอมราชันย์เป็สำนักที่ใหญ่ที่สุด โดดเด่นเื่อสูร
“คงตอนเดินลงใต้ไปแคว้นต้าฮวางก่อนสินะ เสี่ยวไป๋เ้าก็เข้าไปอยู่ในมิติบ่มเพาะพลังก่อน ค่อยออกมาหลังจากที่ข้าถึงแคว้นต้าฮวาง”
“ขอรับท่านแม่” เยว่ซินกล่าวจบก็ส่งเสี่ยวหู่เข้ามิติ ก่อนนำผ้าไหมมาปิดหน้าของตนเอาไว้เหลือไว้เพียงดวงตา
เยว่ซินเดินออกจากป่าชั้นในเรื่อยๆ โดยมิได้รีบร้อนแต่อย่างใด ใช้เวลาชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ เจอสมุนไพรหายากก็เก็บเข้ามิติ เขาคิดว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องมีภาระหน้าที่ ไม่ต้องแข่งกับเวลาอยากจะทำอะไรก็ทำ
โฮกกกกก
ตู้มมมมม
ตู้มมมมม
“เสียงอะไรหนะ…ไปดูดีกว่า…” พอเดินมาสักพักเยว่ซินก็ได้ยินเสียงต่อสู้ขึ้น ก็รีบเร่งเหาะไปตามเสียงนั้นจนไปเจอกับบุรุษชายชุดดำกำลังต่อสู้กับหมาป่าวาโยระดับ7 ตนจึงไปแอบนั่งดูอยู่บนต้นไม้สูงพร้อมลบกลิ่นไอปราณออกไม่ให้บุคคลทั้งสามรู้ตัว
“ นายน้อยหนีไปขอรับ พวกข้าจะต้านมันเอาไว้เอง” ชายชุดดำเร่งนายของตนหนีไป หลังสถานการณ์ของตนตกเป็รอง ไม่คิดว่าสมุนไพรที่ตน้าจะมีสัตว์อสูรระดับสูงเฝ้า
ปึก!! เสียงร่างของชายชุดอีกคนกระแทกกับต้นไม้
“หนีไปขอรับนายน้อย…อึก!!” พลางบอกนายของตนก่อนที่จะสลบไป
โฮก!!! หมาป่าวาโยส่งเสียงร้องด้วยความโมโห มนุษย์ตรงหน้ามัน บุกรุกมายังอาณาเขตและยังคิดแย่งต้นปราณพิสุทธิ์ที่ใช้บ่มพลังอีก พร้อมกระโจนใส่ชายชุดดำ
ฟิ้ว!!เสียงของอาวุธบางพุ่งทะลุกลางหน้าผาก จนหมาป่าวาโยตกตาย
ชายชุดดำทั้งสองหันขวับกลับไปยังทิศทางของเสียงนั้นทันที ร่างบางสวมชุดสีขาวพริ้วไหว สวมผ้าปิดบังใบหน้าเหลือไว้เพียงดวงตาสุกสกาว ราวกับเทพเซียนลงมาจุติ กลิ่นอายน่าเกรงขามแผ่ออกมากดดันเล็กน้อย
“ ขอบคุณท่านผู้สูงสักที่ช่วยพวกข้าน้อยไว้ขอรับ” ชายชุดดำกล่าวขอบคุณท่านผู้ส่งสักที่ยืนมือเข้ามาช่วยตน ไว้งั้นตนและนายน้อยคงไปเฝ้าบรรพบุรุษแน่
“พวกเ้าเข้ามายังป่าาด้วยเหตุอันใด รู้รึไม่ว่ามีสัตว์อสูรระดับสูงอาศัยทั้งนั้น” เยว่ซินกล่าวด้วยเสียงเรียบ ทำราวกับไม่เห็นสายตาของชายชุดดำที่ถูกเรียกว่านายน้อย จ้องมาราวกับตกตะลึงอะไรสักอย่าง
“เรียนท่านผู้มีพระคุณข้าน้อยนั้นมีเหตุจำเป็ต้องใช้ต้นปราณพิสุทธิ์เป็วัตถุดิบสำคัญในการปรุงโอสถแก้พิษขอรับพวกข้าจึงมายังป่าชั้นกลางนี้ ไม่คิดว่าตรงที่หญ้าแสงจันทร์ขึ้นจะมีอสูรระดับสูงเฝ้าอยู่ขอรับ” ชายชุดดำกล่าวกับผู้สูงสักไปตามตรงแทนนายน้อย แต่ไม่ได้บอกฐานะที่แท้จริงให้รับรู้ ตนไม่มั่นใจว่าบุคคลตรงหน้ามีสิ่งใดแอบแฝงหรือไม่
“ข้าขอถามได้หรือไม่ ผู้นั้นโดนพิษอันได้จึงใช้สมุนไพรระดับสูงเช่นนี้…” เยว่ซินถามด้วยความสงสัย โอสถที่มีสมุนไพรระดับสูงอย่างต้นปราณพิสุทธิ์คงหาใช่พิษทั่วไปแน่
“ เออ.…พิษกลืนิญญาขอรับ”
ชายชุดอีกคนอ้ำอึ้งเล็กน้อย พลางหันไปขอความคิดเห็นจากผู้เป็นาย
“ ในถุงมิตินี้คือสมุนไพรทั้งหมด ที่ใช้ปรุงโอสถกลืนิญญาจงรับไป “ เยว่ซินส่งถุงมิติให้กับชายชุดดำพลางคิดพิษร้ายแรงขนาดนี้คงมีแต่ในตระกูลใหญ่ๆ เท่านั้น หาใช่ชาวบ้านธรรมดา
พรึ่บ!!!
“ขะ…ขอบคุณขอรับ…” ยังไมทันกล่าวขอบคุณ ท่านผู้สูงศักดิ์ก็ไปเสียแล้ว ก่อนจะถือวิสาสะเปิดถุงดูก็ต้องใภายในนั่นเป็สมุนไพรที่ตนกำลังตามหาทั้งนั้น แต่ละอันก็เป็สมุนไพรระดับสูงทั้งนั้น
“…นายน้อยขอรับในนี้มีสมุนไพรครบตามที่้าเลยขอรับ…”
ผู้เป็นายไม่ตอบ ยังคงมองไปยังจุดนั้น ที่คนผู้นั้นได้หายไปแล้ว
‘หวังว่าเราจะพบกันอีก’ พลางคิดในใจ อกข้างซ้ายของตนเต้นแรงราวกับมันจะทะลุออกมาให้ได้
หลังจากที่เยว่ซินปลีกตัวออกมาพักใหญ่ก็มาเจอกับลำธาร จึงถือโอกาสลงล้างหน้าล้างตาก่อนก่อนจะเดินลัดเลาะตามลำธารไปเรื่อยๆ จนไปเจอหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
หมู่บ้านที่เยว่ซินเดินมาเจอเป็หมู่บ้านขนาดกลาง ที่มีบ้านเรือนอยู่ราวๆ ห้าสิบหลังคาเรือน ระดับพลังของคนอยู่ในหมู่บ้านไม่สูงมากเฉลี่ยแล้วอยู่แค่ระดับแรกเริ่มขั้นกลางเท่านั้น
“ท่านลุงขอรับ เหตุใดมีคนเยอะเช่นนี้ขอรับ…” เยว่ซินถามชาวบ้านที่เดินผ่านมาอย่างนึกสงสัยเพราะคนที่พบเห็นไม่เหมือนกับชาวบ้านทั่วไป
“อ้อ…เป็คนของตระกูลต่างๆน่ะ เมื่อสองเดือนก่อนมีคนพบเห็ดหลินจือดำ พวกเขาเลยส่งคนมาตามหา “
เยว่ซินไม่คิดที่จะออกล่าเพราะมีเป้าหมายเดินทางไปเมืองหลวงแคว้นต้าฮวางก่อนตามที่ท่านอาจารย์แนะนำ
พรึ่บบบบบ
เยว่ซินขับเคลื่อนพลังปราณใช้วิชาตัวเบาทะยานขึ้นสู่อากาศะโลัดเลาะไปตามปลายยอดไม้ ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยาม ก็มาถึงประตูเมืองหน้าด่าน เขาเดินไปต่อแถวกับชาวบ้านที่รอบ้านผ่านเข้าประตูเมือง ค่าผ่านทางที่ต้องจ่ายใช้เหรียญทองแดงสิบเหรียญ
พอก้าวเท้าเข้ามาในเมือง ผู้คนพลุกพล่าน สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าขายต่างๆ
เยว่ซินเดินหาโรงเตี้ยมเพื่อพักผ่อนสำหรับคืนนี้
“นายท่าน้าห้องพักแบบใดขอรับ” เสี่ยวเอ้อตอบ เมื่อเย่วซินก้าวเข้ามาท่าทางนอบน้อม
“ข้า้าตห้องที่ดีที่สุด นำชาและขนมไปส่งที่ห้องด้วย” เยว่ซินกล่าวคำ้าของตนออกไป
พอจ่ายค่าห้องพัก เสี่ยวเอ้อรีบนำเยว่ซินมายังห้องพักทันที
“รอสักครู่นะขับรับ…บ่าวจะรีบไปเอาชามาให้ขอรับ”
วูบบบบบ
หลังจากที่เสี่ยวเอ้อออกไป เย่วซินก็เรียกเสี่ยวหู่ออกมา
“ท่านแม่ ข้าคิดถึงแม่มาก นึกว่าท่านแม่จะลืมข้าแล้ว ข้าอยู่ในมิติตั้งสามสิบปี ข้าเหงามากๆ “ ( 1 ชั่วยาวเท่ากับ 10 ในมิติ ) เสี่ยวหู่งอนท่านแม่
“เลิกน้อยใจได้แล้ว ข้าก็พาเ้าออกมาแล้วนี้ไง ไม่งั้นข้าจะไปพาเ้าไปเที่ยวนะ…”เสี่ยวหู่หูพึงทันที ที่ได้คำว่าเที่ยวออกจากปากเยว่ซิน
“ จริงๆ ข้าไม่ได้งอนท่านแม่นะขอรับ ข้ารอท่านแม่ได้อีกหลายปีในมิติเลย” เสี่ยวหู่รีบอธิบายกลัวเยว่ซินจะไม่พาตนไปเที่ยว
“ หรอออ “
“ขอรับท่านแม่”
เสี่ยวหู่ตอบทันที สะบัดหางไปมาพยายามทำตัวให้น่ารักที่สุด
เยว่ซินอุ้มเสี่ยวหู่ไว้ในอ้อมแขนเดินชมตลาดไปเรื่อยๆ สินค้าที่นำมาขายส่วนมากเป็เนื้อของสัตว์อสูรที่วางขาย ร้านขายโอสถและสมุนไพรมีส่วนน้อย
ร้านขายของกินและขนมตามสองข้างทาง กลิ่นหอมช่างล่อตาล่อใจเสี่ยวหู่น้อย
“ท่านแม่ขอรับ ข้าอยากกินถังหูลู่ขอรับ…”เสี่ยวหู่รีบออดอ้อนเยว่ซินซื้อถังหูลู่ทันที หลังจากเดินผ่านหน้าร้านถังหูลู่
“ ถังหูลู่ร้อนๆ หวานหอมอร่อย เพียงไม้ละ 1 เหรียญทองแดง เร่เข้ามาๆ คุณชายรับกี่ไม้ดีเ้าคะ”
“ข้าเอาถังหูลู่ 3 ไม้ ”พร้อมกับยื่นเงินให้แม่ค้า
งับ!! งับ!!
“อร่อยมากเลยท่านแม่” เสี่ยวหู่กินอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่สนใจรอบข้าง