อายะ คุโรมิยะ เป็เด็กสาวอายุ 17 ปี แม้ว่าเธอจะยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย แต่ด้วยบุคลิกที่เป็กันเองและความสามารถในการเข้ากับทุกคนได้ง่าย ทำให้เธอเป็ที่รักของเพื่อน ๆ และครูในโรงเรียน เธอเป็คนที่ค่อนข้างจะสบาย ๆ ไม่ค่อยคิดมากกับชีวิตมากนัก และมักจะมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ
วันนั้นเป็เช้าวันจันทร์ที่เงียบสงบ อายะเดินเข้าห้องเรียนด้วยความเบื่อหน่ายเหมือนทุก ๆ วัน แต่แล้วเธอก็ต้องพบกับความวุ่นวายของกลุ่มเพื่อนที่มาถึงโรงเรียนก่อนหน้าเธอ ทุกคนกำลังคุยกันอย่างตื่นเต้นเกี่ยวกับเื่ราวในวันหยุดที่ผ่านมา
“อายะจัง! สุดสัปดาห์นี้ไปไหนมาบ้าง?” เพื่อนคนหนึ่งถามด้วยความสนใจ
“อ๋อ… ก็แค่อยู่บ้านน่ะสิ” อายะตอบพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย “ไม่ได้ไปไหนเป็พิเศษเลย”
“แย่จัง! เราไปเที่ยวกับครอบครัวทีู่เามาล่ะ! สนุกมากเลยนะ” เพื่อนอีกคนเสริม
อายะหัวเราะเบา ๆ กับความกระตือรือร้นของเพื่อน ๆ เธอรู้สึกว่าชีวิตของเธอค่อนข้างธรรมดา แต่เธอก็ไม่ได้คิดว่ามันเป็ปัญหาอะไร เธอพอใจกับสิ่งที่เธอมีอยู่ในปัจจุบัน และไม่คาดหวังอะไรมากมาย
เมื่อชั่วโมงเรียนเริ่มขึ้น อายะก็จมอยู่ในตำราเรียนและการบรรยายของครูที่ยาวนาน เธอพยายามตั้งใจฟังแต่ก็อดหาวไม่ได้ หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง ในที่สุดกริ่งบอกเวลาเลิกเรียนก็ดังขึ้น อายะรู้สึกดีใจที่จะได้กลับบ้าน
“วันนี้กลับเร็วอีกแล้วล่ะ” เธอคิดในใจขณะเก็บกระเป๋านักเรียน
ขณะที่เดินกลับบ้าน อายะผ่านเส้นทางเดิมที่เธอคุ้นเคย ถนนที่เธอเดินผ่านเป็ประจำมีร้านค้าเล็ก ๆ และสวนสาธารณะอยู่ข้างทาง อายะชอบที่จะเดินผ่านสวนนี้เพราะมันทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย สวนนี้มีแม่น้ำเล็ก ๆ ไหลผ่าน มีสะพานไม้ที่เชื่อมต่อไปยังอีกฝั่งหนึ่ง
อายะหยุดที่สะพานไม้เล็กๆ เธอหยุดมองดูทิวทัศน์รอบตัว น้ำใสที่ไหลผ่านใต้สะพานทำให้เธอรู้สึกสงบ เธอเริ่มคิดถึงชีวิตของเธอและสิ่งที่เธออยากทำในอนาคต
“เราควรหางานพิเศษทำดีไหมนะ? จะได้ไม่เบื่อ” เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ แต่แล้วเธอก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงร้องของแมว
“เหมียว~” เสียงร้องนั้นมาจากอีกฝั่งของถนน อายะหันไปมองและเห็นแมวตัวเล็ก ๆ สีขาวขนฟูอยู่ข้างถนน มันกำลังพยายามข้ามถนนที่มีรถวิ่งผ่านไปมา
หัวใจของอายะเต้นแรงเธอรู้ว่าเธอต้องช่วยมัน เธอรีบวิ่งไปที่แมวตัวนั้นโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง เธอหยุดอยู่กลางถนนแล้วยื่นมือไปจับแมว แต่แล้ว... เสียงแตรรถบรรทุกดังขึ้นทำให้อายะหันกลับไปมอง รถบรรทุกคันใหญ่กำลังพุ่งตรงมาทางเธอด้วยความเร็วสูง อายะไม่มีเวลาแม้แต่จะคิดหนี เธอเพียงแค่หลับตาและกอดแมวตัวนั้นไว้ในอ้อมแขนของเธอ ภาพทุกอย่างรอบตัวเธอก็กลายเป็สีดำสนิท
ในความมืดมิดนั้นที่อายะรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ เธอคิดว่าตัวเองอาจจะตายไปแล้ว แต่แล้วก็มีเสียงดังขึ้นในความเงียบ
“ตรวจพบความผิดพลาด อายุขัยยังไม่ถึงตามกำหนด” เสียงนั้นดูจริงจังและเป็ระบบ ทำให้อายะรู้สึกงงงวย “เกิดอะไรขึ้น?” เธอคิดในใจ
ก่อนที่อายะจะทันได้คิดอะไรต่อ แสงสว่างที่จ้าเกินไปก็ปกคลุมทุกอย่าง เมื่อแสงจางลง เธอพบว่าตัวเองยืนอยู่ในห้องขนาดใหญ่ ที่ประดับด้วยเสาและผ้าม่านสีทองสวยงาม ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็ของหลุดออกมาจากภาพวาดแฟนตาซี แต่เธอก็ไม่ได้มีเวลาคิดมากนัก เพราะในตอนนั้นเอง เธอก็ได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่มีปีกสีขาวสวยงาม เทวทูต ในชุดที่ประดับไปด้วยแสงระยิบระยับ ดูราวกับออกมาจากนิทาน แต่เมื่อเห็นเธอ เทวทูตก็แสดงสีหน้าตื่นใออกมาอย่างชัดเจน “ตายจริง! เกิดเื่แบบนี้ได้ยังไงกัน!” เธออุทานพร้อมวิ่งวุ่นไปมา
อายะมองตามด้วยความงุนงง ก่อนจะยกมือขึ้นเล็กน้อยเป็เชิงถาม “เอ่อ… เกิดอะไรขึ้นคะ?”
เทวทูตหยุดชะงักก่อนจะหันมาหาอายะและยิ้มแหย ๆ “ขอโทษค่ะ! ขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้คุณมาอยู่ที่นี่! คือว่า… ฉัน… ฉันเผลอ… เอ่อ… เกิดความผิดพลาดขึ้นค่ะ!”
อายะยกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย “ผิดพลาด? ยังไงคะ?”
“คือว่า…” เทวทูตเริ่มอธิบาย “ระบบตรวจพบว่าคุณยังไม่ถึงเวลาที่จะต้อง… เอ่อ… ไปยังโลกอื่นค่ะ แต่ดันเกิดเหตุขัดข้องทางระบบขึ้น และคุณก็ถูก… เอ่อ… ดึงออกมาจากโลกเดิมของคุณก่อนเวลา”
อายะทำหน้าตึง และตอบอย่างไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ “ดึงออกมา? แล้วฉันจะกลับไปได้ไหมคะ?”
“อ่า… นั่นแหละปัญหาค่ะ!” เทวทูตตอบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล “คือว่า… ระบบของเราไม่สามารถส่งคุณกลับไปยังโลกเดิมได้ค่ะ! พระเ้าจะดุฉันแน่เลย! ทำยังไงดี!?”
อายะหรี่ตามอง “คุณ… แน่ใจเหรอคะว่าเป็เทวทูต?”
“ค่ะ! ฉันเป็เทวทูตจริง ๆ ค่ะ!” เทวทูตตอบด้วยเสียงที่กระตือรือร้นเกินไปนิด “เพียงแต่… ฉัน… เอ่อ… เป็เทวทูตฝึกหัดค่ะ…”
“อ๋อ…” อายะพูดเบา ๆ “แสดงว่าที่ฉันเจออยู่ตอนนี้คือฝีมือของเทวทูตมือใหม่สินะ”
เทวทูตทำหน้าเจื่อน ก่อนจะพยายามยิ้มสู้ “แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ! ถึงฉันจะเป็แค่เทวทูตฝึกหัด แต่ฉันก็มีหน้าที่รับผิดชอบอย่างเต็มที่ และฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อชดเชยความผิดพลาดนี้ค่ะ!”
อายะมองเทวทูตที่ดูเหมือนจะเป็คนที่จริงจัง แต่ก็เด๋อไม่เบา “แล้ว... ฉันควรจะทำยังไงต่อไปคะ?”
เทวทูตหยุดคิดสักครู่ ก่อนจะพูดด้วยเสียงที่มั่นใจขึ้น “ขอแนะนำให้คุณเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ต่างโลกค่ะ! เราจะมอบพรพิเศษให้คุณสามอย่าง เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตในโลกใหม่นี้ได้อย่างราบรื่น!”
“โลกใหม่?” อายะทวนคำถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจ “แล้วฉันจะต้องทำยังไงบ้างล่ะ?”
“ง่ายมากค่ะ!” เทวทูตพูดอย่างกระตือรือร้นเกินเหตุ “เพียงแค่ใช้ชีวิตตามที่คุณ้า และพรพิเศษจะช่วยให้คุณผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ เองค่ะ!”
อายะยิ้มเล็กน้อย แต่ยังคงสงสัย “แล้วพรพิเศษนี่… มีอะไรบ้างคะ?”
“เอาล่ะค่ะ!” เทวทูตตอบพลางยิ้มกว้าง “พรพิเศษของคุณจะมีทั้งหมดสามอย่าง! อย่างแรกคือ ‘ความสามารถในการเข้าใจทุกภาษา’ ไม่ว่าจะเป็ภาษามนุษย์หรือภาษาของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ คุณจะสามารถเข้าใจและพูดคุยกับพวกเขาได้อย่างง่ายดาย!”
“น่าสนใจค่ะ” อายะตอบพร้อมพยักหน้า “แล้วอีกสองอย่างล่ะคะ?”
“อย่างที่สองคือ ‘พลังเวทมนตร์ที่ไม่จำกัด’!” เทวทูตประกาศอย่างภาคภูมิใจ “คุณจะสามารถใช้เวทมนตร์ได้ทุกชนิดโดยไม่ต้องกังวลเื่มานา และคุณยังสามารถเรียกใช้พลังเวทมนตร์ได้ตามใจชอบ!”
อายะเริ่มรู้สึกตื่นเต้น “ฟังดูดีมากเลยค่ะ แล้วสุดท้ายล่ะคะ?”
“และสุดท้าย… ‘ความโชคดีที่หาได้ยาก’!” เทวทูตพูดพร้อมกับยิ้มกว้างอีกครั้ง “คุณจะได้รับพรให้มีโชคดีในทุกสถานการณ์ แม้ว่าจะดูเหมือนไม่มีทางแก้ไข คุณก็จะสามารถผ่านพ้นมันไปได้เสมอ!”
อายะหัวเราะเบา ๆ “งั้นเหรอ… ฟังดูเหมือนจะไม่มีอะไรที่ผิดพลาดได้เลยสินะคะ”
“ใช่แล้วค่ะ!” เทวทูตตอบด้วยเสียงที่มั่นใจ “แต่… กรุณาใช้พรพิเศษเหล่านี้อย่างระมัดระวังนะคะ! พลังที่มากมายก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่มากมายด้วยเช่นกัน!”
อายะยกนิ้วขึ้นมา แล้วชี้ไปที่เทวทูต “คุณได้ยินมาจากไหนคะ? ประโยคนั้นฟังดูคุ้น ๆ นะ”
เทวทูตยิ้มแหย ๆ “อืม… อาจจะเคยได้ยินจากหนังสือสักเล่มน่ะค่ะ… แต่อย่างที่ฉันบอก! ขอให้คุณใช้พรเหล่านี้อย่างระมัดระวังนะคะ!”
“ก็ได้ค่ะ” อายะตอบด้วยเสียงที่เบา ๆ “แต่… ฉันยังไม่ค่อยแน่ใจว่าควรจะทำยังไงต่อไป”
เทวทูตยิ้มอย่างมั่นใจอีกครั้ง “ไม่ต้องห่วงค่ะ! ฉันจะแนะนำวิถีชีวิตใหม่ของคุณให้เอง!” จากนั้นเทวทูตก็เริ่มอธิบายเกี่ยวกับโลกใหม่ที่อายะจะถูกส่งไป “โลกใหม่นี้เป็โลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลากหลายแบบ ทั้งมนุษย์ เอลฟ์ คนแคระ และอื่น ๆ อีกมากมาย คุณจะพบกับเวทมนตร์ สัตว์ประหลาด และการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นมากมาย!” อายะหรี่ตามองเทวทูต “ฟังดูเหมือนการ์ตูนที่ฉันเคยดูตอนเด็ก ๆ เลยนะคะ”
“ใช่เลยค่ะ!” เทวทูตตอบด้วยความตื่นเต้น “แต่มันเป็เื่จริงในโลกนี้! คุณจะสามารถพบกับสิ่งที่คุณเคยฝันถึงในหนังสือและภาพยนตร์ได้ทั้งหมด!”
อายะพยักหน้าเล็กน้อย “แล้วฉันจะต้องทำอะไรในโลกใหม่นี้คะ?”
“ชีวิตใหม่ของคุณจะขึ้นอยู่กับคุณเองค่ะ” เทวทูตตอบ “คุณสามารถเลือกที่จะเป็นักรบ นักเวท นักสำรวจ หรือแม้กระทั่งชาวบ้านธรรมดา! คุณจะได้พบกับผู้คนมากมาย และมีโอกาสที่จะสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ กับพวกเขา”
อายะยิ้มเล็กน้อย “ฟังดูน่าสนใจค่ะ แต่ฉันไม่ค่อยแน่ใจว่าจะเป็นักรบหรือนักเวทได้ไหม…”
“ไม่ต้องกังวลค่ะ!” เทวทูตยิ้มกว้าง “พรพิเศษที่คุณได้รับจะช่วยให้คุณสามารถปรับตัวและเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว และถ้าคุณไม่ชอบการผจญภัย คุณก็สามารถใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในหมู่บ้านหรือเมืองก็ได้”
อายะพยักหน้าอีกครั้ง “เข้าใจแล้วค่ะ”
“และที่สำคัญค่ะ!” เทวทูตพูดอย่างกระตือรือร้น “อย่าลืมใช้ความโชคดีของคุณในการแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น! ไม่ว่าคุณจะเผชิญหน้ากับอะไร คุณก็จะสามารถผ่านพ้นมันไปได้อย่างแน่นอน!”
อายะหัวเราะเบา ๆ “ฟังดูเหมือนฉันจะไม่มีปัญหาอะไรเลยนะคะ”
“ใช่แล้วค่ะ!” เทวทูตตอบด้วยความมั่นใจ “แต่ว่าคุณก็ต้องระวังอย่าใช้พลังมากเกินไปนะคะ!”
อายะยิ้มและตอบกลับ “ฉันจะจำไว้นะคะ”
“เอาล่ะค่ะ!” เทวทูตพูดพร้อมกับโบกมือ “ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องไปยังโลกใหม่! ขอให้โชคดีนะคะ!”