พอกลับบ้านมาก็มืดพอสมควร แต่เขาก็สามารถมองเห็นสิ่งที่ลุงแดงสร้างได้อย่างชัดเจน ถือว่าคืบหน้ามากเพราะวันเดียวก็ลงเสาไปตั้งหกต้นแล้ว เกินคาดทีเดียว
ตามแบบที่เอกวาดไว้มีเสาทั้งหมดสิบต้นสร้างบ่อได้ห้าบ่อ เอกตั้งใจว่าสองบ่จะเลี้ยงจิ้งหรีดส่วนอีกสามบ่อพ่อจะเลี้ยงปลา
สองบ่นี้เอกไม่ได้มาฟรีๆ เขาแค่ยืมเงินพ่อก่อนเดี๋ยวค่อยจ่ายคืนเมื่อตอนเขามี แน่นอนว่าเอกก็ไม่คิดจะเลี้ยงจิ้งหรีดตลอดไปหรอกเพราะมันค่อนข้างเสียงดังรบกวนตอนกลางคืน
แต่ตอนนี้จำเป็ต้องเลี้ยงเพราะเขายังไม่มีต้นทุนทำอะไรเลย อย่างน้อยเลี้ยงจิ้งหรีดขายก็ได้เงินเยอะอยู่ อีกอย่างเดี๋ยวคนในหมู่บ้านก็เลี้ยงจิ้งหรีดตามเขา เมื่อถึงเวลาที่ราคาจิ้งหรีดตกเยอะๆ เดี๋ยวเขาค่อยเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น
แต่ก็มีสิ่งที่เอกไม่คาดคิดเกินขึ้น นั่นก็คือพ่อของเขาตั้งใจจะเพิ่มสิ่งก่อสร้างจากเดิมที่คุยกับเอกไว้ นั่นก็คือสร้างคอกหมู พ่อเขาพูดว่าก่อสร้างทั้งทีก็เอาให้มันเสร็จทั้งสองอย่างเลยแล้วกัน ซึ่งค่าก่อสร้างก็เพิ่มอีกตั้งสองหมื่น
“พ่อ ถ้างั้นเรามีเงินพอใช้เหรอ? ตอนนี้เรามีเงินอยู่เท่าไหร่!?” เอกถามพ่อด้วยความเป็ห่วงเพราะเขารู้สึกว่าตอนนี้ในครอบครัวของเขามีเงินน้อยจริงๆ เงินส่วนมากก็เอาไปทำนู่นทำนี่หมด
แม่ที่อยู่ตรงนั้นด้วยก็ตอบขึ้น “ตอนนี้มีอยู่15000บาท ถ้าใช้อย่างประหยัดก็น่าจะอยู่ได้สามเดือน” แม่พยายามอธิบาย ก็จริงของเธอถ้าเราประหยัดเราก็อยู่ได้เพราะข้าวก็ไม่ได้ซื้อ ไหนจะผักปลาที่อยู่บ่อน้ำที่ทุ่งนาอีก..
แต่เอกคิดต่างออกไป “แม่ครับทุกอย่างไม่เป็ไปตามที่เราคิดหรอกครับ ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน เราต้องหาเงินเพิ่ม! หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในอนาคต!” เอกพูดปลุกใจพ่อกับแม่ เพราะเขาเชื่อว่าเงินแค่นี้ไม่ทำให้รอดไปถึงสามเดือนแน่นอนถ้าหากไม่มีรายได้เข้ามาเพิ่ม
จริงอยู่ว่าปลานั้นใช้เวลาสามถึงสี่เดือนในการเจริญเติบโต แต่ถ้าหากมันไม่เป็อย่างนั้นล่ะ?! ต้องไม่ลืมนะว่าสร้างบ่อก็ยังไม่เสร็จอาจจะมีการเสริมปรุงแต่งก็เป็ได้ ปลาก็ยังไม่ได้ไปซื้อมาเลย อีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้าโรงเรียนก็จะเปิดอีก มีแต่เื่ให้ใช้เงินทั้งนั้น
“ถ้างั้นพ่อเราสูบน้ำเอาปลาในสระไปขายดีไหม เราปล่อยปลานิลไว้ได้ห้าปีแล้วนี่!หวังว่ามันจะโตพอที่จะเอาไปขายได้นะ” แม่พยายามหาทางออกเพราะเธอลองไตร่ตรองดูเมื่อได้ฟังคำอธิบายของเอก
“เอาตามที่แม่ว่าก็ได้แต่ว่านะเ้าลูกเวร! งานนี้เอ็งต้องช่วย น้ำก็ด้วยนะลูก” พอพูดกับพี่น้ำเสียงอ่อนลงเชียว น้อยใจนะ
“ค่ะ” น้ำตอบรับส่วนเอกแค่พยักหน้า
“แม่ครับผมนวดให้ไหมครับ” เื่สูบน้ำเอาไว้พรุ่งนี้ ตอนนี้เอกขอนวดให้แม่ก่อนแล้วกัน
“จ๊ะ ย้ำตรงท้ายทอยนิดหน่อยนะ แม่เริ่มปวดตรงนั้น...” แม่ชี้ไปตรงที่รู้สึกปวดๆ
“แบบนี้เหรอครับ?” เอกค่อยๆ นวดตรงที่แม่ชี้เมื่อสักครู่ จากนั้นก็ค่อยๆ กดไล่หลังลงไป ดูจากสีหน้าของแม่แล้วคงจะสบายน่าดู
“นวดให้แม่เอ็งเสร็จก็นวดให้ข้าบ้างสิวะ!” จู่ๆ ก็มีคนอิจฉา
“นานหน่อยนะ รอไปก่อน” เอกยังคงตอบห้วนๆ เหมือนเดิม
“หึ!ข้ารอได้” เทียนนั่งดูทีวีต่อ ส่วนเอกเริ่มนวดตรงต้นแขนให้แม่แล้ว เขาทำเบาๆ ไม่แรงจนเกินไปค่อยๆ นวดไล่ลงไปจนถึงนิ้วมือ จากนั้นก็เป็ขา.. เอกนวดอย่างนี้วนไปเรื่อยๆ จนครบชั่วโมง พอนวดเสร็จเขาก็ขึ้นไปนอนทันทีเพราะเขาง่วงมาก วันนี้เป็อีกวันที่เขาใช้พลังงานมหาศาล
จะว่าไปเอกก็รู้สึกว่าลืมบางอย่าง แต่เมื่อทิ้งตัวลงเตียงปุ๊บเขาก็คิดออกทันทีว่าลืมนวดให้พ่อ.. ‘เอาไว้พรุ่งนี้แล้วกัน ตอนนี้ง่วงมากแล้วขอหลับก่อนแล้วกัน’ จากนั้นเอกก็สลบไสลไป
...
เช้าวันถัดมาเทียนยังคงเคืองเอกหน่อยๆ ที่ลืมนวดให้เขา แต่เขาก็ปล่อยไว้ตรงนั้นและเขาก็เริ่มทำงานทันที
วันนี้เขางดรับสีข้าวเพราะต้องไปสูบน้ำออกจากสระเพื่อเอาปลาไปขาย พอฟ้าสว่างเขาก็ไปเรียกลุงช่วยที่อยู่ข้างบ้านมาช่วยยกที่สูบน้ำขึ้นรถไถนา เมื่อมัดจนแน่นแล้วเขาก็ขับไปที่นาโดยทันที
ทางด้านเอกหลังจากให้อาหารจิ้งหรีดเสร็จเขาก็ขี่มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างไปที่ทุ่งนาพร้อมกับแม่และพี่น้ำ ถามว่าเขาขับเป็เหรอ? แน่นอนว่าขับเป็เพราะเขาเคยขับมาแล้วในชีวิตก่อน แต่ตอนนี้จะให้ขับเป็เลยเดี๋ยวทุกคนสงสัยเอา จึงให้พ่อสอนขับให้เมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน ตอนนี้ไปไหนมาไหนไกลก็ค่อนข้างสบาย ไม่ต้องไปนั่งเบียดกับคนอื่นบนสามล้ออีก
แม่ทำกับข้าวไปเยอะพอสมควรพอไปถึงก็ชวนพ่อที่ล่วงหน้ามาก่อนกินข้าวเช้ากันที่นี่เลย แต่เอกก็ต้องแปลกใจเมื่อไปถึงเครื่องสูบน้ำก็ทำงานแล้ว พ่อนี่ทำงานไวจริงๆ
สระน้ำของเขาค่อนข้างลึกใช้เวลาข้ามคืนน้ำน่าจะลดหมดโดยใช้เวลาอ้างอิงจากที่สูบน้ำครั้งก่อนเมื่อห้าปีที่แล้ว ดังนั้นตอนนี้ทำได้แต่รอ
ด้วยเหตุนี้เอกก็ว่างอีกตามเคยเขารีบกลับบ้านไปนอนในทันที ไม่รู้ว่าแม่จะรีบไปไหน ถึงจะดูนิ่งๆ แต่ทำอะไรหรือไปไหนแต่ละทีก็ดูวกวนกระสับกระส่าย ทำอะไรก็ผิดพลาดไปหมด บางครั้งเกิดอุบัติเหตุเจ็บตัวด้วย อันนี้เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
พอกลับมาถึงบ้านก็เห็นทางลุงแดงทำงานกับลูกมือของแกอย่างขยันขันแข็ง ดูท่าแล้วใช้เวลาอีกสี่ถึงห้าวันก็น่าจะเสร็จเพราะแค่ว่างเสากับก่อปูนมุงหลังคาเอง ถึงงานจะดูเยอะก็เถอะแต่มันง่ายมาก
เอกถามไถ่ลุงแดงเสร็จเขาก็ขึ้นห้องไปเขียนนิยายของเขาต่อ อ่านทบทวนเนื้อหาเก่าสักพักแล้วก็ลงมือเขียน แต่เอ๊ะ! มาดูเงินเก็บดีกว่าว่ามีเท่าไหร่แล้ว
ณ ตอนนี้ เอกมีเงินในบัญชีทั้งหมด 3000 บาทเงินสดอีก750 บาท ถ้าหากว่าครอบครัวขาดเหลืออะไรเขาก็พอช่วยได้นิดหน่อย แต่เงินแค่นี้สำหรับเขามันช่างน้อยนิด มันไม่สามารถเติมเต็มความฝันให้เขาได้เลย ยังไงก็ต้องหากันต่อไป
ถามว่าทำไมหาเงินมาได้แล้วไม่ให้แม่เก็บไว้ล่ะ? งั้นคุณทำงานหาเงินมาได้แล้วคุณให้ครอบครัวหมดเลยหรือเปล่า? เอกก็เหมือนคุณนั่นแหละ เขามีความ้าอยากจะได้นู่นนี่นั่นเหมือนคุณ!
ผิดเหรอที่เขาจะเก็บไว้กับตัวเองที่จะซื้อของที่้าหรือเอาไปลงทุน.. แน่นอนว่าถ้าหากว่าครอบครัวเขาเดือดร้อนหรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเขาก็พร้อมจะช่วยเต็มที่! ดังนั้นไม่เห็นจำเป็ต้องให้หมดเลยในเมื่อพวกท่านก็มีใช้อยู่ ไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไรสักอย่าง