แม่ทัพหยางหรง เมื่อเดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมของแม่นางซือจี๋ ก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีเหมือนทุกครั้งที่แวะมา เขาได้เข้าพักที่ห้องเดิมทุกครั้ง สงสัยแม่นางซือจี๋จะเก็บห้องนี้ไว้ให้เขาแล้วกระมัง
เมื่อเข้ามาในห้องพักทุกอย่างดูเหมือนเดิมแต่กลิ่นกำยานนั้นเปลี่ยนไป กลิ่นนี้เมื่อสูดดมเข้าไปแล้วรู้สึกผ่อนคลายนัก กลิ่นหอมเย็นชวนให้สดชื่น ซึ่งถูกใจแม่ทัพหยางหรงอย่างยิ่ง
หยางหรงเมื่อรู้สึกผ่อนคลายก็รีบชำระล้างร่างกายเพราะตอนนี้รู้สึกเหนียวตัวอย่างมาก ร่างกายแข็งแกร่งกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้าม อย่างบุรุษที่ออกกำลังอยู่เสมอ ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแผลเป็ที่เกิดจากการออกทัพจับศึกั้แ่อายุสิบสามจนเข้าวัยหนุ่มฉกรรจ์ ตอนนี้เขาอายุเข้ายี่สิบหกหนาวแล้ว ตามร่างกายจึงมีรอยแผลเพิ่มขึ้นตามประสบการณ์ บางาแที่ได้รับเกือบพรากลมหายใจก็เคยมี
เมื่อบุรุษร่างกายสูงใหญ่กำยำในชุดสีดำแบบคุณชายสูงศักดิ์ ใบหน้านั้นแสนเรียบนิ่ง แผ่กลิ่นอายเ็าเดินลงมายังชั้นล่างของโรงเตี๊ยมก็กลายเป็ที่สนใจของสาวน้อยสาวใหญ่จนแทบอยากจะโยนผ้าเช็ดหน้าไปให้ หากไม่ติดกับใบหน้าที่แสนเ็านั้น
หยางหรงเมื่อเดินมาถึงชั้นล่างก็เข้าไปนั่งร่วมโต๊ะกับบรรดาสหายและทหารใต้บังคับบัญชาอย่างเป็กันเอง แม่ทัพหยางหรงนั้นไม่เคยถือตัว หรือถือยศถืออย่างจนเป็ที่เคารพนับถือของทหารในกองทัพ
โต๊ะที่เต็มไปด้วยบุรุษหนุ่มรูปงาม ร่างกายกำยำ เป็ที่สนอกสนใจของบรรดาหญิงงามที่ต่างส่งสายตาทอดสะพานให้ และเป็ที่สนอกสนใจของสตรีที่กำลังแอบมองอยู่ด้านหลังกำแพงไม้ขัดเงาที่มีช่องตาแมวที่นางเจาะเองกับมือ
"โอ้โห ซิ่วอิงเ้าคงไม่ต้องเป็ห่วงข้าแล้วล่ะ มีแต่บุรุษรูปงามทั้งนั้น ข้าคงเป็ผู้ร่วมทางที่มีความสุขที่สุดกระมัง หากเ้ายังกังวลข้าจับบุรุษสักคนในนั้นเป็สามีเสียเลยดีหรือไม่"
พูดหยอกเย้าเพื่อให้ซิ่วอิงคลายความกังวลใจเพราะเป็ห่วงนาง
"คุณหนูท่านล้อบ่าวเล่นอีกแล้วนะเ้าคะ แต่พวกนายท่านทั้งหลายรูปงามจริงๆ นะเ้าคะ"
ซิ่วอิงทำตาเคลิ้มฝัน สองนายบ่าวเลยส่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างเขินอายกันเอง สร้างความขบขันให้ซือจี๋ที่ยืนมองดรุณีน้อยทั้งสองนางที่ทะเล้นพอกัน
"คุณหนูเ้าคะ เ้าจิ้งจอกเฒ่ามาที่นี่เ้าค่ะ"
ซิ่วอิงที่กำลังลอบมองเหล่าบุรุษรูปงามเมื่อเห็นบุคคลที่ตนและคุณหนูเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามให้ก็รีบหันมาบอกนายตนอย่างลนลาน
"ไหนๆ"
ว่าพลางก็ส่องสายตาไปทางช่องตาแมว เห็นท่านท้าวซูเดินมาทำความเคารพนอบน้อมต่อบุรุษที่นั่งหันหลังมาทางนาง ส่งสายตาพินอบพิเทา จนนางลอบแบะปาก สงสัยเ้าของแผ่นหลังกว้างดูสง่างามแม้มองจากข้างหลังก็ดูสูงศักดิ์คงจะเป็ท่านแม่ทัพอะไรนั่น เ้าจิ้งจอกเฒ่านั่นถึงได้ทำท่ายังกับจะก้มลงไปเลียแข้งเลียขาซะอย่างนั้น
หึ ช่างประจบสอพลอเก่งนัก
หวังว่าแม่ทัพนั่นคงมีสมองไม่หลงคำเยินยอปอปั้นของตาเฒ่าเ้าเล่ห์นั่น
ท่านเ้าเมืองซูอี้จง เมื่อทราบข่าวว่า ท่านแม่ทัพอู๋หยางหรง มาพักยังโรงเตี๊ยมแห่งนี้จึงรีบมาทำความเคารพ เขาซึ่งเป็พระญาติของพระสนมของฝ่าาย่อมรู้ว่าใครเป็ใคร แต่ไม่ใช่คนเมืองหนานหยางที่ไม่รู้จักตื้นลึกหนาบางของคนจากเมืองหลวงนัก ในเมืองหลวงนั้นมีใครบ้างไม่รู้ว่าท่านแม่ทัพมีความสำคัญมากเพียงไร เมื่อมีโอกาสจึงรีบมาสานสัมพันธ์เสริมสร้างบารมีให้ตน
"ข้าน้อย ซูอี้จง เ้าเมืองหนานหยางคารวะท่านแม่ทัพ"
"ท่านเ้าเมืองอย่าได้มากพิธี ข้ามาที่นี่เพื่อพักผ่อนเป็การส่วนตัวเท่านั้น"
พูดดังจะบอกว่าข้าไม่้าเปิดเผยฐานะท่านอย่าได้ทำให้เอิกเกริก แล้วผายมือให้ท่านเ้าเมืองนั่งลง
"ท่านมีธุระอันใดกับข้าหรือไม่ถึงได้มาด้วยตัวเองเช่นนี้"
" หามิได้ ข้าน้อยหาได้มีธุระอันใด แค่อยากเชิญท่านไปร่วมดื่มน้ำชาที่จวนข้าน้อยเพื่อเป็การต้อนรับจากข้าน้อยซึ่งเป็เ้าเมืองแต่มิได้มีโอกาสต้อนรับขับสู้ท่านที่เดินทางมาไกล"
"ท่านเ้าเมืองอย่าได้ลำบาก ข้าแค่มาหยุดพักเท่านั้น"
" ไม่ลำบากเลยขอรับ เป็เกียรติแก่ตระกูลข้าน้อยมากกว่าที่ได้ต้อนรับท่าน"
" ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ข้าค่อยแวะไป แต่คงอยู่ได้ไม่นานนัก เพราะต้องเตรียมตัวออกเดินทางต่อ"
" มิเป็ไรขอนับ นับว่าเป็เกียรติอย่างสูงแล้วที่ท่านมาเยือน"
พูดคุยสองสามประโยคหยางหรงเลยขอตัวไปพักผ่อน