“หลักฐานเหรอ.. แกยังกล้าถามหาหลักฐานอีกเหรอ เื่นั้นเราไม่จำเป็ต้องมีเลยด้วยซ้ำ แค่พยานแวดล้อมที่เป็ตัวบุคคลที่ให้การตรงกันว่าแกเป็คนที่ผลักท่านประธานชีหลงตกถนนก็เพียงพอแล้ว.. หมดคำถามแล้วหรือยัง..” ผู้กองมนัสกล่าวตอบพร้อมกับหันไปนั่งที่โซฟาตัวเดิม
‘พยานแวดล้อม บุคคล อย่างนั้นเหรอ?..’
พลถึงกับนิ่งเงียบไป ในหัวของเขาเริ่มประมวลผลคิดถึงเหตุการณ์ที่บิดเบี้ยวนี้ด้วยความประหลาดใจ พลใช้เวลาไตร่ตรองนึกคิดกับตัวเอง และเขาก็เข้าใจแล้วว่าตอนนี้ตัวเองกำลังถูกใส่ร้ายจากใครบางคนอยู่ เขาค่อนข้างมั่นใจกับความทรงจำของตัวเองเอามากๆ แต่ตอนนี้เขาจะต้องใจเย็นๆเอาไว้ เพราะเขาไม่รู้เลยว่าผู้กองที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นจะเป็หนึ่งในผู้ที่้าใส่ความ และพยายามทำให้เขาติดคุกอยู่หรือเปล่า
อีกอย่างที่มันเป็เื่น่าสงสัยก็คือพยานบุคคลที่ผู้กองกล่าวถึง เท่าที่ในความทรงจำของเขา บริเวณนั้นแทบจะไม่มีรถ ไม่ค่อยมีผู้คน จะมีก็แต่พี่ไรเดอร์รับ-ส่งอาหารคนนั้นที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด นอกจากนี้ทั้งที่บริเวณนั้นใกล้เคียงกับสี่แยกไฟแดง และห้างสรรพสินค้าแท้ๆ จะไม่มีกล้องสักตัวเลยหรือที่ถ่ายติดเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้ ยิ่งคิดมันก็ยังแปลก และน่าสงสัย..
“คุณผู้กองครับ.. ผมมีคำถามจะถามกับคุณครับ” ในที่สุดพลก็รวบรวมความกล้าเพื่อที่จะเอ่ยถามกับผู้กองมนัส และคำถามของเขานี่จะเป็ตัวตัดสินว่าผู้กองเป็หนึ่งในคนที่้าใส่ร้ายเขาหรือเปล่า
“หืออ ว่ามาเลยไอ้หนู.. แกอยากจะถามอะไร” ผู้กองมนัสกล่าวตอบรับ
“ผมอยากจะถามว่าพยานที่ให้การในที่เกิดเหตุนั้น มีพี่ไรเดอร์รับ-ส่งอาหารหรือเปล่าครับ” พลถาม
“อื้มม จริงๆแกไม่มีสิทธิ์ที่จะถามถึงพยานบุคคลได้หรอกนะ แต่ว่าถ้าจะให้บอกว่ามีหรือไม่มีก็คงได้อยู่.. อื้มม ไม่มีนะ คนที่แกกล่าวถึง..” ผู้กองมนัสกล่าวตอบ จริงๆแล้วการที่บอกถึงพยานบุคคลเป็เื่ที่อันตรายเป็อย่างยิ่ง มีกรณีศึกษาแล้วหลายกรณี การที่ผู้ต้องสงสัยนั้นทราบว่าพยานบุคคลเป็ใคร อาจจะก่อให้เกิดเหตุพยานบุคคลหายตัวไปอย่างลึกลับ หรือเอาง่ายๆก็คือการฆ่าปิดปากนั่นเอง
“แล้วนอกจากการให้การของพยานบุคคลแล้ว ยังมีหลักฐานอื่นอีกไหมครับ อย่างเช่นพวกกล้องวงจรปิดอะไรอย่างนั้น แถวนั้นทั้งใกล้ห้างสรรพสินค้า และใกล้กับสี่แยกไฟแดง มันน่าจะมีกล้องสักตัวไม่ใช่เหรอครับที่บันทึกเหตุการณ์ได้ทั้งหมด..” พลกล่าวถามอย่างอ้อมๆ และเขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้กองตำรวจจะตอบว่าอะไร
“จริงๆเราก็อยากจะได้ภาพสำหรับการยืนยันเหมือนกัน แต่ว่ากล้องตามสี่แยกนั้นจู่ๆมันก็ใช้การไม่ได้ แถมกล้องทางเข้าห้างสรรพสินค้าตรงนั้นก็ดันมาปิดระบบอัพเดทกันวันนี้อีก..” ผู้กองมนัสกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว ถึงแม้ว่าเื่นี้มันจะแปลกๆ และมีอะไรให้ตรวจสอบอีกเยอะก็ตาม แต่ว่าเขาก็ไม่สามารถปล่อยผู้ต้องสงสัยตามการให้การของพยานบุคคลได้อยู่ดี เพราะตอนนี้เขาเป็ผู้ต้องสงสัยเดียวที่เขานั้นมี..
“คุณผู้กองครับ.. คุณไม่คิดว่ามันแปลกๆบ้างเหรอครับ มันจะบังเอิญที่กล้องวงจรปิดทุกตัวบริเวณนั้นใช้การพร้อมกันไม่ได้ บังเอิญที่จู่ๆก็มีพยานบุคคลที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นจริงๆออกมาให้การกันอย่างทั่วหน้า บังเอิญที่เด็กธรรมดาอย่างผมที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการตายของท่านประธานชีหลงคนนั้น อย่าว่าแต่มีความแค้นกันเลย แค่รู้จักกันผมก็ยังไม่เคยรู้จักท่านเลย แล้วผมจะต้องเอาชีวิตเขาเพื่ออะไร..” พลกล่าวตอบ
“มันก็จริงอย่างที่แกกล่าวมา แต่ถึงกล้องวงจรปิดจะใช้การไม่ได้ แต่พยานก็พูดกันเป็เสียงเดียวว่าแกเมายา และอาละวาด ก่อนจะจับตัวของประธานชีหลงเป็ตัวประกัน ตามที่พยานให้การกันมา คือพวกเขาร่วมกันช่วยเหลือท่านประธานชีหลงจนแกได้รับาเ็ตามไปด้วย ส่วนท่านประธานชีหลงก็หลุดออกจากการคุมตัวของแกจนตกไปที่บนถนน และถูกรถชนในที่สุด..” ผู้กองมนัสกล่าว
“เฮ้อ! พวกเขาช่างแต่งเื่เก่งจริงๆ ถ้าอย่างนั้นผมขอถามอีกคำถามหนึ่ง คือการตรวจสารเสพติดในร่างกายของผม พวกคุณตรวจสอบด้วยการใช่เืของผมอย่างนั้นสินะครับ..” พลกล่าวถาม
“ใช่!.. และฉันคิดว่าอีกเดี๋ยวผลการตรวจสอบก็คงจะออกมาแล้ว ถึงเวลานั้นถ้าแกไม่มีสารเสพติดในร่างกายจริงๆ ฉันจะยอมฟังสิ่งที่แกพูด..” ผู้กองกล่าว เขาสองจิตสองใจไม่น้อยว่าชายคนนี้มีส่วนในการจ้องเอาชีวิตของท่านประธานชีหลงหรือไม่ ทั้งพยานทั้งเหตุการณ์อะไรต่างๆมันก็ยังน่าสงสัยอยู่ ตอนนี้สิ่งที่ทำได้ก็เพียงแค่รอผลตรวจเท่านั้น
“อื้มม.. น่าสนุกจังเลยนะครับ ผมเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าผลตรวจมันจะออกมาเป็ยังไง.” พลกล่าวพร้อมกับยิ้มๆให้กับผู้กองพร้อมทำท่าทางมั่นใจในตัวเอง และผลตรวจเืนี้เองก็จะเป็ตัวบ่งบอกได้เป็อย่างดีว่าเขานั้นบริสุทธิ์ ถึงแม้ว่ามันจะตรวจพบสารเสพติดก็ตาม..
ผู้กองมนัสที่เห็นดังนั้นเขาก็ขมวดคิ้วสงสัยในความมั่นใจของผู้ต้องสงสัยคนนี้เล็กน้อย และเวลาที่รอคอยก็ไม่ได้ปล่อยให้พวกเขาทั้งสองรอนาน เพราะมันเป็เวลาเดียวกันที่ลูกน้องตำรวจของผู้กองมนัสเดินเข้ามายังภายในห้องพร้อมกับถือเอกสารผลตรวจเื
“ผลตรวจเืออกมาแล้วครับผู้กอง..:” ตำรวจในเครื่องแบบคนนั้นกล่าว พร้อมกับยื่นซองเอกสารให้กับหัวหน้าของเขา ซึ่งผู้กองมนัสก็ไม่รอช้า เขารีบเปิดผนึกเอกสารนั้นทันที..
“เป็ยังไงบ้างล่ะครับ.. ถ้าให้ผมเดานะ ในเอกสารนั้นคงจะบ่งบอกว่าในเืของผมมีสารเสพติดใช่ไหมครับ..” พลกล่าวพร้อมกับยิ้มๆอย่างมีเลศนัย จนผู้กองไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ต้องสงสัยคนนี้ถึงได้มีท่าทีอย่างนี้
“ใช่!.. มันระบุว่าแกมีสารเสพติดประเภทหนึ่งในกระแสเื.. แต่ทำไมแกถึงเดาถูกล่ะ ถ้าเป็คนปกติเขาคงจะพูดกันว่า ‘เืผมไม่มีสารเสพติดใช่ไหมครับ ต้องไม่มีแน่ๆ’ อะไรทำนองนี้ หรือว่าแก้าจะยอมรับว่าแกเสพยา แล้วเป็คนก่อเหตุทั้งหมด..” ผู้กองมนัสกล่าวถาม
“ป่าวเลยครับ.. ตรงกันข้ามกันต่างหากล่ะครับ เอกสารนั้นมันบ่งบอกแล้วว่าผมเป็ผู้บริสุทธิ์ และกำลังถูกใส่ร้ายจากใครบางคน..” พลหันมากล่าวตอบ พร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ
“หืออ ยังไง? ฉันไม่เห็นเข้าใจเลยว่าแกกำลังจะสื่ออะไร..” ผู้กองขมวดคิ้วสงสัย มองบนกระดาษผลตรวจอย่างไม่เข้าใจ
“คุณผู้กอง.. คุณเคยได้ยินไหมครับ ว่ามนุษย์เรานั้นมีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะมีความคล้ายคลึงกันบ้าง แต่สำหรับผมแล้ว ความคล้ายคลึงนั้นมันช่างเป็ไปได้น้อยแสนจะน้อยนิด.. คุณควรบอกกับผมให้มันชัดเจนว่าผลตรวจเืนั้นเป็เืของกรุ๊ปอะไร..” พลกล่าว
“อื้มม.. เจอละ ในเอกสารนี้มันบ่งบอกว่าแกมีกรุ๊ปเื O.. หรือว่าแก้าจะแย้งว่าแกไม่ได้มีกรุ๊ปเืนี้.. เป็ไปได้ไหมที่คนตรวจเขาอาจจะพิมพ์กรุ๊ปเืมาผิดพลาด..” ผู้กองมนัสไม่ได้โง่ เขาตงิดในใจแล้วว่าผู้ต้องสงสัยของเขาจะต้องมาไม้นี้ เขาเองก็กล่าวดักเอาไว้ก่อนเช่นกัน แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมั่นใจมากกว่าเดิม
“ไม่หรอกครับ.. ถึงแม้ว่ามันจะผิดพลาด แต่สำหรับผมแล้ว ผมสามารถที่จะตอบได้อย่างง่ายดายถ้ามันเป็เืของผมจริงๆ คุณผู้กอง คุณรู้ไหมว่าประชากรของประเทศเรามีเท่าไร.. 70 ล้านคนไงล่ะครับ และใน 70 ล้านคนนี้จะถูกแบ่งเป็ตามกรุ๊ปเืต่างๆ ซึ่งกรุ๊ปเืของผมคือ AB ที่มันคิดเป็ 7-8 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด..” พลกล่าวพร้อมกับเว้น่เล็กน้อย
“.. และ 7-8 เปอร์เซ็นต์นั้นเองคิดเป็จำนวนผู้คนอยู่ที่ 5 ล้านใน 70 ล้านคน ซึ่งแน่นอนว่ามันก็นับว่าน้อยมากแล้วถ้าเทียบตามอัตราส่วนของทั้งหมด นอกจากนี้คนเรานั้นจะถูกแบ่งระบบแยกเเอนติเจนที่มากกว่า 46 ชนิด หรือที่คนส่วนใหญ่จะเรียกว่า ระบบกรุ๊ปเื Rh ซึ่งของผมนั้นเป็ประเภท Rh- หรือก็คือ Rh Negative และมันถือว่าเป็กลุ่มพิเศษที่หาได้เพียง 0.3 เปอร์เซ็นต์ของแต่ละกรุ๊ปเืเท่านั้น..” พลกล่าว
“แล้วคุณรู้อีกหรือไม่ครับว่าคนที่มีกรุ๊ปเื AB ที่มี Rh Negative นั้นหายากแค่ไหน.. มันคิดเป็ 0.1 เปอร์เซ็นต์ของกรุ๊ปเื AB หรือก็คือราวๆ 5,000 ใน 70 ล้านคน ถ้าพูดถึงเป็เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมดก็ราวๆ 0.007 เปอร์เซ็นต์ .. เห็นไหมครับว่าผมนั้นเป็คนพิเศษยังไง” พลกล่าวองค์ความรู้ที่เขาได้ศึกษามากับคุณตำรวจ ก่อนจะยิ้มอย่างผู้มีชัยชนะ
“แล้วนอกจากมันจะหาได้ยากแล้ว ถ้าประกอบกับข้อมูล DNA เข้าไปอีก.. ผมคิดว่าผมนั้นบริสุทธิ์แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์จากเอกสารฉบับเดียวนี้ และมันเป็เครื่องยืนยันได้ว่าผมนั้นกำลังถูกใส่ร้ายจากใครบางคน ใครที่ร้อนรนกับการมาโรงพยาบาลนี้เป็คนแรก ใครสักคนที่โมโหร้ายและพยายามจะให้ลงโทษผมสถานหนัก.. ใครคนนั้นจะต้องมีผลประโยชน์เมื่อท่านประธานชีหลงตาย.. และใครคนนั้นก็อาจจะกำลังว่าจ้างพวกคุณอยู่ก็เป็ไปได้..” พลกล่าวพร้อมกับจ้องมองไปที่ผู้กอง และตำรวจคนนั้นด้วยสีหน้าจริงจัง..
“แกกำลังจะบอกว่าแกบริสุทธิ์ และโดนใส่ร้ายอยู่อย่างนั้นสินะ.. ถึงผลเืมันจะออกมาเป็อย่างนี้ และแกก็มีสิ่งที่พิสูจน์ตัวเองได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าแกจะไม่ได้เป็หนึ่งในกระบวนการที่หมายจะเอาชีวิตของท่านประธานชีหลงหรอกนะ แกอาจจะเป็นกต่อที่สับขาหลอกพวกเราอีกทางหนึ่งก็เป็ไปได้ แล้วอีกอย่างหนึ่ง.. ฉันจะบอกแกไว้ตรงนี้ด้วยเกียรติทั้งหมดที่ฉันมี.. ว่าฉันไม่มีทางทำเื่ชั่วๆอย่างการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสืบสวนนั้นหรอก จำเอาไว้..” ผู้กองมนัสกล่าว
“ก็ดี! ถ้าคุณไม่ใช่หนึ่งในคนที่จะพยายามใส่ร้ายผมล่ะก็ คุณก็แค่ต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการจับตัวไอ้พวกเวรนั่นมาลงโทษ.. แล้วถ้าคุณยังไม่รู้ว่าจะเริ่มสืบจากตรงไหน ผมขอแนะนำให้คุณตามหารถเก๋ง สีบลอนด์เงิน ยี่ห้อ HONDA รุ่น CITY ป้ายทะเบียน 1กด 2089 เชียงใหม่.. รถนี้เป็รถที่เฉี่ยวชนคุณตาชีหลง หรือถ้าคุณ้าพยานบุคคลเพิ่มเติมจากที่ผมกล่าว คุณแค่ต้องหาไรเดอร์รับ-ส่งอาหารยี่ห้อเรย์แมน เป็คนผิวเข้ม ตัวสูง ขับยามาฮา สีแดงดำ.. ผมคิดว่าคงหาตัวได้ไม่ยาก ถ้าตามจากต้นสังกัดของเขา..” พลกล่าว
“อื้มม เราจะลองเชื่อตามที่แกบอก.. จ่า! ขอหมายศาลให้เร็วที่สุด บอกทางศาลไปว่าเรามีพยานที่น่าเชื่อถือได้ และเรา้าที่จะตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลแห่งนี้.. อีกอย่าง! ให้เฉพาะคนในหน่วยของเราเท่านั้น และต้องดำเนินการอย่างเงียบๆ ถ้ามันเป็อย่างที่เ้าหนูนี่บอกจริงๆ จะต้องมีผู้ที่น่าสงสัยเข้ามาเปลี่ยนแปลงผลเืของเ้าหนูนี่แน่นอน..” ผู้กองกล่าว
“ทราบแล้วครับ..” จ่าตำรวจคนนั้นกล่าว ก่อนจะเร่งเดินไปยังประตู แต่ทันใดที่เขาเปิดประตูเท่านั้น เขาก็ต้องใ เพราะว่าเขาพบกับคนที่เขาไม่คิดว่าจะมายืนอยู่ตรงนี้..
“ท่านผู้การ.. ท่านเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเองเลยเหรอครับ” จ่าตำรวจคนเดิมกล่าวอย่างใ
“ไม่ต้องพูดมาก หลีบทางไป!.... เชิญท่านประธานชีหลงครับ” ผู้การไม่้าจะสนทนาอะไรกับลูกน้องตำรวจมากนัก เพราะตอนนี้เขาเดินมาพร้อมกับท่านประธานชีหลง ผู้ประสบเหตุที่ดูเหมือนว่าจะสบายดีทุกส่วน ผู้กองมนัสกับพลเองก็ประหลาดใจที่พบเห็น พวกเขาไม่คิดเลยว่าท่านประธานชีหลงจะเดินทางมาที่นี่ ทั้งๆที่ยังาเ็อยู่..
“ทำตัวตามสบายกันเถอะนะ!.. จริงสิ ก่อนอื่นเลย ฉันต้องขอบคุณเธอก่อนเลยเ้าหนู.. ขอบคุณที่ช่วยเหลือชีวิตตาแก่คนนี้เอาไว้..”