“สัญญาอะไรนะครับ”วายุ อายุ 24 ปี เพิ่งกลับมาทำงานที่ไทยเพียงแค่ 1 ปี สายฟ้าผู้เป็พ่อก็มาบอกว่าเขาต้องแต่งงานตามสัญญา
“ถ้าผิดสัญญาพ่อต้องจ่าย 100 ล้าน แกเลือกเอาเองละกัน” สายฟ้า ก้มลง ถอนหายใจ เขาก็ยังไม่รู้จะทำยังไงกับเื่นี้ดี
“แต่เด็กนั้นเป็ผู้ชายไม่ใช่เหรอครับ แม่จะให้ผมแต่งกับผู้ชายเหรอ” วายุ โวยวายผู้เป็พ่อ หันไปหาแนวร่วมผู้เป็แม่อย่างอรวรรณ
“พระพราย น่าสงสารนะ ถ้าป้ามะลิตายไปน้องก็เหลือตัวคนเดียว” อรวรรณ ถอนหายใจเหมือนกัน ไม่รู้จะแก้ปัญหาเื่นี้ยังไง
*ตัดภาพมาเมื่อตอนที่ มะลิ รู้ว่าตั้งท้องเดือนแรก*
เกรียงไกร ผู้ช่วยผู้พิพากษา ชายอายุ 41 ปี เดินออกมาตอนรับสายฟ้ากับเมียชื่ออรวรรณ และลูกชาย วายุ ที่มีอายุ 3 ขวบ ที่มายินดีกับ มะลิ เมียของเกรียงไกรที่ท้องลูกคนแรกตอนอายุ 41 ปี
“ยินดีด้วยนะครับพี่” สายฟ้าที่อายุน้อยกว่าเกรียงไกร 5 ปี
“เข้ามาก่อน” เกรียงไกรเชิญ สายฟ้านั่งที่ห้องรับแขก
สายฟ้าเคยได้รับการช่วยเหลือจากเกรียงไกรเมื่อ 8 ปีก่อน ตอนที่เขาเอาเงินทุนทั้งหมดของตัวเองสร้างโรงงานขนาดเล็กขึ้นมาผลิต เสื้อผ้าและนำเข้าผ้าจากต่างประเทศด้วย เขาโดนคู่แข่งเล่นงานกลั่นแกล้ง เสื้อผ้าไม่ตรงสเป็ก สั่งแล้วไม่รับ เป็จำนวนเงินหลายล้าน เกรียงไกรที่ตอนนั้น เป็อัยการอยู่ เขาได้ช่วยทำคดีของสายฟ้าจนสายฟ้าได้เงินค่าสินค้าครบทั้งหมด หลังจากนั้น สายฟ้ากับเกรียงไกรก็เพื่อนสนิทกัน เพราะสายฟ้าเห็นว่าเกรียงไกรช่วยเขาจากใจจริง และเกรียงไกรจริงใจกับเขา
ทั้ง 4 คุยกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่ง เกรียงไกรเอ่ยขึ้นมาอย่างเป็กังวลว่า
“ถ้าพี่ 60 ลูกก็ 18 ปี ไม่รู้พี่กับมะลิจะอยู่เป็เพื่อนลูกได้นานแค่ไหน ลูกคนเดียวพี่น้องก็ไม่มี” เกรียงไกรบ่นเพ้อ
“ลูกพี่ก็เหมือนลูกผม พี่ไม่ต้องห่วงเขามีพี่น้องตั้ง 3 คนเลยนะครับ จริงไหมวายุ” สายฟ้า อุ้มลูกชายวายุ อยู่บนตักถามลูกชายตัวเอง
“ครับ” วายุที่กำลังกินขนม เขาไม่เข้าใจ แต่เห็นพ่อถามก็พยักหน้า
“ยังไงก็คงรู้โดดเดี่ยวอยู่ดีนะค่ะ ไม่มีญาติพี่น้องเลย” มะลิ บ่นเพ้อเบาๆ หน้าตาเศร้าสร้อย เพราะเธอกับเกรียงไกรเป็เด็กกำพร้าทั้งคู่ แต่ด้วยความขยันและอดทนของทั้งคู่ เลยทำให้ มะลิได้เป็ครู ส่วน เกรียงไกรจบกฎหมาย จนตอนนี้ไต่เต่าได้เป็ผู้ช่วยผู้พิพากษา
สายฟ้าเห็นแบบนั้น จึงได้เอ่ยขึ้นปลอบใจทั้งคู่ว่า
“ผมจะรับเป็สะใภ้หรือไม่ก็เป็ลูกเขยเองครับ ดีไหมคุณ” สายฟ้า รับปากหนักแน่นและจริงจัง หันไปถามเมีย
อรวรรณ เห็นว่า เกรียงไกรกับมะลิ เป็คนดีทั้งคู่ คงจะเลี้ยงลูกให้เป็คนดีแน่นอน จึงพยักหน้า เห็นด้วยกับสามี
“ผมมีลูกตั้ง 3 คน ผมจะให้คนหนึ่งแต่งกับลูกพี่ครับ” สายฟ้ายังทำท่าจริงจังอีก
“เด็กๆนะ เวลาโตแล้ว ก็บังคับเขาไม่ได้หรอก เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน” เกรียงไกร อธิบายให้สายฟ้าเข้าใจ
“พี่มะลิ ผมขอกระดาษหน่อยครับ” สายฟ้ายังไม่ยอม เพราะเกรียงไกร เคยช่วยกู้กิจการโรงงานเขาถึง 2 ครั้ง ไม่ใช่แค่ตอนเปิดโรงงานใหม่ๆ รวมถึงตอนที่คนงานประท้วงด้วย เกรียงไกรก็ใช้ข้อกฏหมายมาช่วยไกล่เกลี่ยกับคนงานที่โรงงานให้เขาจนทุกอย่างผ่านไปด้วยดี โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ
สายฟ้าอยากแสดงความจริงใจ เลยเขียนสัญญาให้กับเกรียงไกรขึ้นมาว่า ลูกของเขา 1 ใน 3 คน จะต้องมีหนึ่งคนที่แต่งงานกับลูกของเกรียงไกร ถ้าสายฟ้าผิดคำสัญญาเขายินดีจ่ายค่าผิดสัญญา เป็เงิน 100 ล้านบาท
“ทำไมเขียนแบบนี้ละ” เกรียงไกรรับกระดาษที่สายฟ้าส่งให้เขา
“ครับ ผมอยากให้พี่สบายใจครับ ว่าลูกผมจะแต่งกับลูกพี่แน่นอนและถ้าหย่าก็จ่าย 100 ล้านเหมือนกัน พี่เก็บสัญญานี้ไว้นะครับ” สายฟ้า พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอยากให้เกรียงไกรสบายใจ
“ได้ๆๆ ขอบคุณมากนะ ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้” เกรียงไกรหัวเราะชอบใจที่สายฟ้าจริงจังเื่นี้ เกรียงไกรไม่ได้คิดอะไรกับสัญญาที่สายฟ้าเขียนขึ้นมา
จนถึงวันที่มะลิ คลอดลูกชายตัวน้อย หน้าตาน่าเอ็นดู จนลูกได้ 2 ขวบ ยังไม่ยอมพูดและไม่ค่อยสบตากับใคร หมอลงความเห็นว่า เป็ออทิสติกเทียม ถ้าได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกวิธีก็สามารถดีขึ้นได้
“น้องจะมีพัฒนาการจะช้ากว่าคนอื่นนะครับ” หมอบอกมะลิ
เกรียงไกรกับมะลิ เป็กังวลทั้งคู่ แต่ก็พยายามเลี้ยง พระพราย มาอย่างดี สอนแต่เื่ดี จนกระทั่งวัยเข้าเรียน มะลิต้องพาพระพายไปที่โรงเรียนด้วย โชคดีที่เธอสอนอยู่ที่โรงเรียนประถมพอดี จึงสามารถดูแลพระพรายได้ 24 ชม. แต่ถึงกระนั้น พอเธอยุ่งๆกับการสอนนักเรียน พระพรายก็มักจะถูกนักเรียนแกล้งบ่อยๆ เพราะ พระพรายซื่อและยังไม่เข้าใจหลายเื่ในโลกนี้ เพื่อนบอกว่าให้ไปอาบน้ำเพราะสกปรกแล้ว พระพรายก็เชื่อฟัง เพื่อนๆพากัน เทน้ำรดพระพรายจนตัวเปียกโชก
มะลิก็ไม่ได้ทำโทษเด็กๆมาก เพราะว่าเป็เพียงความซนของเด็ก พระพรายก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองโดนแกล้ง เพราะคิดว่าเพื่อนอยากล้างตัวให้ มะลิปลอบลูกแบบนั้นไม่อยากให้พระพรายเกลียดเพื่อนๆ
จนกระทั่ง พระพรายจบประถม 6 เหมือนคนอื่น มะลิไม่กล้าส่งลูกไปเรียนโรงเรียนมัธยม เพราะว่ากลัวว่าจะโดนแกล้งมากกว่าเดิม จึงให้พระพรายเรียนที่บ้าน เธอขอเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด เพราะมะลิอายุ 53 ปีแล้วได้รับำาญเช่นกัน เกรียงไกรก็เห็นด้วยที่มะลิจะอยู่บ้านดูแลพระพรายอยู่บ้าน
เกรียงไกรได้เป็ผู้พิพากษาแล้ว มะลิ กับ พระพราย ต้องย้ายไปอยู่กับเขาต่างจังหวัดบ้าง แต่บางครั้งมะลิเห็นว่าไปไม่กี่เดือนก็เลยไม่ย้ายตามไป
เกรียงไกร ในวัย 58 ปี ขับรถจากต่างจังหวัดเพื่อมาหาลูกเมียที่บ้าน เพราะเขาไม่ได้กลับบ้านหลายสัปดาห์แล้ว ด้วยความเหนื่อยล้า ทำให้เกรียงไกรเกิดอุบัติเหตุ
ถึงแม้ว่าจะได้เงินจากประกันชีวิต และเงินจากการเสียชีวิตของเกรียงไกรมาหลายล้านบาท แต่มะลิ ก็ไม่ได้นิ่งดูดายเมื่อขาดสามีที่เป็เสาหลักแล้ว เธอจึง เปิดร้านข้าวแกงหน้าบ้าน เพราะว่าบ้านที่ซื้อไว้ ตอนนี้ มีถนนตัดผ่านไปถนนใหญ่ได้ ทำให้ย่านแถวบ้านนภาเปลี่ยนเป็ตึกแถวและเป็ร้านขายของขนาดใหญ่แล้ว
พระพราย ไม่เคยออกจากบ้านไปไหน เพราะเขาเคยออกไปเล่นนอกบ้านแล้ว ก็โดนคนรังแกตลอด พระพรายจึงไม่เคยออกจากบ้านอยู่แต่กับแม่ตลอด
พระพรายช่วยมะลิ ทำกับข้าว เตรียมของ ไปจ่ายตลาด ด้วยกันทุกวัน ด้วยความขยันขันแข็งไม่เคยบ่นเหนื่อยเลยสักคำ
“เก่งจริงๆเลยลูกแม่ หนักไหม” มะลิถามลูกชายที่ถือของตามหลังขณะที่เดินตลาดสด เพราะพระพรายไม่ยอมให้แม่ถือเลยสักชิ้น พระพรายยิ้มสดใสเหมือนเด็กๆ ส่ายหน้า
“มะ มะไม่หนัก” พระพรายยิ้มสดใสให้มะลิ รอยยิ้มที่มะลิเห็นทุกวัน ทำให้เธอมีกำลังใจทำงานหนักทุกวัน
มะลิยิ้มให้ลูกชายอายุ 20 ปีของเธอ ถึงแม้พระพรายที่หมอบอกว่า ตอนนี้พระพรายยังเหมือนเด็ก 10 ขวบ แต่พระพรายก็เป็คนใจดีมีใจกตัญญูไม่เคยสร้างปัญหาอะไรให้กับพ่อแม่เลยั้แ่เกิดมา****ขอบคุณที่แวะมาอ่านเื่นี้จ้า *****ฝากกดสติกเกอร์คอมเม้นให้ป้าด้วยจ้าที่รัก****