กวินทร์ค่อยๆ ขยับตัวตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลที่ลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความอ่อนล้าอย่างแสนสาหัส ร่างสูงใหญ่พยายามยันกายขึ้นนั่งบนเตียงกว้างอย่างช้าๆ อาการหน้ามืดและวิงเวียนศีรษะลดน้อยลงไปกว่าเมื่อเช้าเล็กน้อยด้วยพละกำลังเวทมนตร์มืดในร่างที่เริ่มโคจรฟื้นฟูขึ้นมาตามสัญชาตญาณ ทว่าเขากลับต้องชะงักงันเมื่อลืมตาขึ้นแล้วสบสายตาคู่สวยของลินินที่ยืนกอดอกรออยู่ปลายเตียงด้วยใบหน้าเรียบนิ่งจริงจังและเด็ดเดี่ยว
กวินทร์รู้สึกถึงความว่างเปล่าแปลกประหลาดในอก แก่นพลังงานคำสาปเงามืดที่เคยหนักอึ้งและคอยกัดกินิญญาของเขาจนร้อนระอุและอึดอัด บัดนี้กลับบางเบาลงจนเกือบครึ่ง ร่างกายของเขารู้สึกเบาหวิวเหมือนลูกโป่งที่ไม่มีลม ทว่าในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกอ่อนแอ ไร้เรี่ยวแรงอย่างที่ไม่เคยเป็มาในชีวิต ั้แ่เกิดมาคำสาปมืดนี้คอยประคองพลังชีวิตเขาให้สูงส่งอยู่เสมอ แต่ตอนนี้มันหายไปแล้ว หายไปไหน?
"ตื่นแล้วเหรอคะคุณกวินทร์" ลินินเอ่ยเสียงนุ่มทว่าเด็ดขาด น้ำเสียงของเธอไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความเคารพยำเกรงในฐานะท่านประธานแสนล้านหลงเหลืออยู่เลย
"เธอ... ยังไม่กลับไปอพาร์ตเมนต์อีกงั้นเหรอ?" กวินทร์ถามเสียงทุ้มแหบแห้ง พยายามเค้นเสียงให้ดูทรงอำนาจเหมือนปกติ แต่เสียงของเขากลับสั่นและแหบเครือจนจับได้ง่าย
ลินินไม่ตอบคำถามนั้น แต่เธอหันไปหยิบกล่องไม้โบราณสีดำสนิทที่เธอหยิบออกมาจากช่องลับตู้เสื้อผ้ามาวางลงบนโต๊ะข้างเตียงตรงหน้าเขาอย่างเงียบเชียบ เสียงวางกล่องกระทบโต๊ะเบาๆ ทว่าสะท้อนก้องในหัวของกวินทร์ราวกับเสียงกลองศึก
ดวงตาสีดำสนิทของกวินทร์เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและใสุดขีด ใบหน้าคมคายซีดเผือดลงทันควันราวกับเห็นผีร้าย ร่างสูงใหญ่เกร็งตัวขึ้นมาทันที มือแกร่งขยับดึงผ้าห่มสีดำขึ้นมาคลุมอกโดยอัตโนมัติ "เธอ... เธอค้นตู้เสื้อผ้าของฉัน! เธอเปิดกล่องไม้นี้ออกดูแล้วงั้นเหรอ! ใครอนุญาตให้เธอทำแบบนี้!"
"ค่ะ ฉันเปิดมันแล้ว และฉันก็แตะััสร้อยคอเพชรชิ้นนั้นแล้วด้วย" ลินินจ้องมองเขานิ่งด้วยสายตาที่ไม่มีแววหวาดกลัวหรือลนลาน "ฉันมองเห็นภาพนิมิตเห็นผู้หญิงคนก่อนๆ ของคุณ... มองเห็นกระแสพลังงานเงามืดสีม่วงดำรูนคำสาปสะกดิญญาที่สูบพลังชีวิตของพวกเธอจนร่างกายเสื่อมโทรมและต้องย้ายตัวหนีไปรักษาตัวต่างประเทศเพื่อปิดข่าวลือการหายสาบสูญ คลาร่า เมลิสซา และวาเนสซา... ฉันเห็นความทรมานของพวกเธอทั้งหมดผ่านพลังจิตของฉัน"
ลินินก้าวเดินเข้ามาชิดขอบเตียง จ้องมองกวินทร์ตรงๆ อย่างไม่กะพริบตา "บอกความจริงทั้งหมดมาเถอะค่ะ กวินทร์... คุณเป็ตัวอะไรกันแน่? และคำสาปพวกนี้มันคืออะไร? ถ้าคุณไม่เล่าความจริงในตอนนี้ ฉันจะเดินออกไปจากตึกนี้และคุณจะไม่มีวันได้เจอฉันอีกเลย"
กวินทร์ก้มหน้าลงซบฝ่ามือใหญ่ของตนเองด้วยความหมดหนทางและสิ้นหวัง เสียงหัวใจของเขาเต้นรัวระคนเ็ปลึกซึ้งอยู่ภายในอก ลินินรู้ความลับดำมืดที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว และเขาคิดว่าเธอต้องหวาดกลัวและวิ่งหนีออกไปจากคฤหาสน์นี้อย่างแน่นอนเหมือนผู้หญิงทุกคนในอดีตที่รู้เื่นี้หรือทนรับอาการป่วยไม่ไหว
"เธอก็เห็นแล้วนี่..." กวินทร์เอ่ยเสียงแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยพลางเงยหน้าสบตาเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเ็ปเปราะบางและหมดทางสู้ "ฉันมันปีศาจ... ตระกูลกวินทร์กรุ๊ปของฉันสืบทอดคำสาปเงามืดโบราณ (Shadow Devourer Curse) มาหลายชั่วอายุคน ร่างกายของฉัน้าพลังงานชีวิตของมนุษย์ในการประคองชีวิตและรักษาคำสาปมืดไม่ให้กัดกินดวงิญญาตัวเองจนบ้าคลั่งและกลายเป็อสูรกายไร้สติ"
เขาถอนหายใจยาว แววตาดูย้อนอดีตอันเ็ป "พ่อของฉัน... ปู่ของฉัน... และผู้นำตระกูลกวินทร์กรุ๊ปทุกคนล้วนต้องเผชิญชะตากรรมนี้ ฉันจำได้ดีในวัยเด็ก พ่อของฉันิัแห้งเหี่ยวและมีเส้นสีดำคล้ำขึ้นตามตัวจนกระทั่งสติพังทลายและจากไปในที่สุด ส่วนแม่ของฉัน... เธอเป็เพียงมนุษย์ธรรมดาที่รักพ่อมาก เธอพยายามอยู่เคียงข้างเขา แต่สุดท้ายเธอก็ถูกพลังเงาปีศาจสูบพลังชีวิตไปจนหมดสิ้นและเสียชีวิตลงั้แ่ฉันยังจำความไม่ได้ นั่นคือแผลเป็ในใจที่ทำให้ฉันสาบานว่าจะไม่มีวันรักใครจริงจัง และจะใช้ชีวิตอยู่ภายใต้สัญญาและความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวยเพื่อประทังชีวิตโดยใช้เงินแสนล้านเพื่อเยียวยาเหยื่อเ่าั้ภายหลัง"
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างยากลำบาก ลูบไล้รอยจารึกคำสาปจางๆ ที่อกแกร่ง "ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์... ตัวตนคำสาปมืดในร่างของฉันจะดึงดูดและสูบพลังชีวิตของเหยื่อคู่นอนโดยอัตโนมัติยามสุขสมลึกซึ้ง มันเป็กฎเกณฑ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายคลาร่า เมลิสซา หรือวาเนสซาเลยแม้แต่น้อย แต่ตัวฉันในตอนนั้นควบคุมพลังเงามืดนี้ไม่ได้เลยยามที่อารมณ์ใคร่ถึงจุดสุดยอด หลังจากที่พวกเธอร่วมเตียงกับฉัน ร่างกายของพวกเธอจะเริ่มล้มป่วย อวัยวะล้มเหลว และไข้ขึ้นสูงเฉียบพลัน ฉันจึงต้องมอบเงินก้อนโตและจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดเพื่อส่งพวกเธอไปรักษาตัวในสถานพยาบาลลับระดับสูงในสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนี เพื่อยื้อชีวิตพวกเธอไว้และห้ามไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอกเพื่อป้องกันข่าวลือแพร่สะพัด"
กวินทร์จ้องมองลินิน แววตาของเขาประกายลุ่มหลงปนหวาดกลัวเธอจะหายไป "นั่นคือเหตุผลที่ฉันพยายามแสดงความแข็งกร้าว ครอบงำ และใช้สัญญาบ้าๆ นั่นเพื่อบีบให้เธอสยบยอม... ฉัน้าควบคุมทุกอย่างเพื่อแน่ใจว่าเธอจะปลอดภัย หรือหากเกิดอะไรขึ้นฉันจะได้เป็ผู้ควบคุมสถานการณ์ แต่สุดท้าย... ฉันก็กลัวว่าเธอจะเป็รายต่อไปที่ต้องแตกสลายล้มป่วยและสูญสลายตัวตนไปเหมือนคู่ขาเก่าๆ เ่าั้ ลินิน... ฉันไม่อยากเห็นเธอต้องกลายเป็เหยื่อคำสาปของฉันเลยจริงๆ นั่นคือความจริง"
คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาด้วยความเ็ปและเป็ห่วงของกวินทร์ ส่งผลให้บรรยากาศอึดอัดเ็าในห้องลับสีแดง ค่อยๆ ละลายหายไปเหลือไว้เพียงความจริงใจที่เปลือยเปล่าของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้น่าสงสาร
ลินินมองดูน้ำตาจางๆ ที่เอ่อคลอดวงตาคู่คมของเขา ความเย่อหยิ่งและอำนาจบาตรใหญ่ที่เขาเคยใช้ครอบงำเธอสลายไปหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังแตกสลายเพราะปมโบราณที่เขาไม่ได้ก่อ เธอขยับเข้าไปใกล้เตียงมากขึ้น นั่งลงข้างกายเขาและเอื้อมมืออุ่นร้อนของเธอไปวางทับบนหลังมือแกร่งของเขา
"แต่ฉันไม่เป็ไรเลย เห็นไหมคะ กวินทร์" ลินินพูดเสียงนุ่มนวล ทันทีที่มือของเธอััหลังมือของเขา ประกายแสงสีทองอ่อนโยนก็สว่างวาบขึ้นมาล้อมรอบมือของทั้งคู่ ทรงพลังและสง่างามดุจรัศมีดวงตะวัน
กวินทร์สะดุ้งตัวโยนจ้องมองมือที่เรืองแสงสีทองนั้นด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อสายตา "นี่มัน... แสงเวทมนตร์งั้นเหรอ? ทำไมร่างกายของเธอถึงไม่แสดงอาการเพลียหรือล้มป่วยเลยล่ะ? ยามเมื่อคืนนี้ฉันสูบพลังของเธอเข้าไป แต่ทำไมตอนนี้ตัวฉันกลับหมดสติและสูญเสียพลังงานชีวิตไปแทน?"
"เพราะฉันไม่ใช่เหยื่อของคุณค่ะ กวินทร์" ลินินยิ้มมุมปากเบาๆ ดวงตามีประกายเด็ดเดี่ยว "ฉันสืบสายเื Harmonizer โบราณที่สาบสูญไป... ร่างกายของฉันคือเตาปฏิกรณ์ที่พร้อมจะกลืนกินและฟอกพลังงานมืดของคุณให้เป็พลังงานบริสุทธิ์ ยิ่งคุณใช้กำลังและความรุนแรงพยายามจะสูบพลังฉัน ร่างกายของฉันก็จะสะท้อนกลับและสูบพลังงานมืดของคุณมาซักฟอกใหม่ในร่างของฉันทันที นั่นคือเหตุผลที่คุณหมดสติ และฉัน... กลับแข็งแกร่งขึ้น"
ลินินอธิบายต่อด้วยดวงตาที่เป็ประกายลึกซึ้ง "ยายของฉันเคยบอกว่า ในยุคโบราณ ตระกูลผู้กลืนกินเงา (Devourers) และตระกูลผู้ประสานพลัง (Harmonizers) เคยทำงานร่วมกันในฐานะผู้นำความสมดุลมาสู่โลก เราไม่ใช่ผู้ล่าและผู้ถูกล่า แต่เราคือคู่สอดประสานพลังงานเพื่อสลายด้านมืดและสร้างความรุ่งโรจน์ร่วมกัน ทว่าเมื่อกาลเวลาผ่านไป ตระกูลของฉันค่อยๆ ล้มหายสาบสูญและซ่อนตัวตน ทำให้สายเืของคุณสูญเสียคู่รักที่สามารถฟอกพลังได้ คำสาปในตัวคุณจึงกลายเป็พิษร้ายกัดกินตัวคุณเองและคู่ขาธรรมดาอย่างไม่มีทางเลี่ยง"
กวินทร์อ้าปากค้าง สมองของเขาพยายามประมวลผลข้อมูลใหม่ที่พลิกความจริงทั้งหมดในชีวิตของเขามาตลอดยี่สิบแปดปี ชายหนุ่มที่คิดว่าตัวเองเป็อสูรร้ายที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว บัดนี้ได้พบกับหญิงสาวที่เป็ขั้วตรงข้ามที่สมบูรณ์แบบ หญิงสาวที่ไม่เพียงแต่จะไม่ล้มป่วยเพราะเขา แต่ยังเป็ผู้เดียวในโลกที่สามารถกำราบและชำระล้างคำสาปมืดในร่างของเขาให้บริสุทธิ์ได้
"เธอ... เธอคือเตาประสานพลังงั้นเหรอ..." กวินทร์พึมพำเสียงพร่า แววตาของเขาที่เคยมืดมนบัดนี้ประกายความหวังจางๆ ขึ้นมาในที่สุด
ลินินพยักหน้ารับช้าๆ "ใช่ค่ะ... และสัญญาคู่ขาที่คุณสร้างขึ้นมาเพื่อครอบงำฉัน บัดนี้มันหมดความหมายแล้ว กวินทร์... ต่อจากนี้ไป เราสองคนไม่ได้อยู่ในฐานะผู้เหนือกว่าและผู้ต่ำกว่าอีกแล้ว แต่เราคือหุ้นส่วนชีวิตที่เท่าเทียมกันที่จะต้องช่วยกันสลัดคำสาปบ้าๆ นี้ออกไปจากร่างของคุณร่วมกัน... ตกลงไหมคะ?"
กวินทร์มองใบหน้าหวานและรอยยิ้มแสนมั่นใจของเธอ หัวใจที่เคยเหน็บหนาวและเต็มไปด้วยหนามพิษของคำสาปโบราณได้รับการเยียวยาด้วยไออุ่นสีทองจากมือของเธอ เขากระชับมือเรียวของเธอไว้แน่น ดึงร่างบางเข้ามากอดไว้ในอ้อมอกกว้างด้วยความโล่งใจและเปี่ยมล้นไปด้วยอารมณ์รักอย่างสุดซึ้งในเช้าตรู่วันนั้น สัญญาผูกมัดทางกายภาพที่เคยตึงเครียดบัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็สายใยผูกพันทางใจและความสมดุลที่สมบูรณ์แบบที่กำลังรอการร่วมสร้างขึ้นมาร่วมกันในอนาคตอันใกล้