ตอนที่ 1
“คุณเข็มทิศใช่ไหมครับ”พนักงานเสิร์ฟอาหารเดินเข้ามาทักทายลูกค้าชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามาในโซนอาหารชั้นดาดฟ้าของโรงแรมแห่งหนึ่งที่ตนคิดว่าน่าจะใช่คนที่วิทย์ ลูกค้าที่โทรมาจองโต๊ะไว้ั้แ่่บ่ายได้แจ้งไว้
“ครับ” เข็มทิศตอบพนักงานตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มที่เป็มิตรก่อนที่พนักงานจะพาเขามานั่งที่โต๊ะที่วิทย์แฟนหนุ่มของเขาได้จองไว้ไม่นานก็มีพนักงานอีกคนเดินเข้ามาพร้อมรายการอาหารแต่เข็มทิศยังไม่สั่งเพราะเขาอยากรอให้วิทย์มาถึงก่อนนั่งไปได้สักพักเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เวลาบนหน้าจอบอกว่าตอนนี้ 20:15 น. แล้ว เมื่อเห็นว่าเลยมา 15นาทีแล้วแต่แฟนหนุ่มยังไม่มาเขาจึงตั้งใจจะส่งข้อความเข้าไปในไลน์แต่ยังไม่ทันได้พิมพ์วิทย์ก็เดินเข้ามาก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเข็มทิศ
“มาแล้วหรอครับ เข็มกำลังจะทักหาวิทย์อยู่พอดีเลย” เข็มทิศพูดเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นแฟนหนุ่มนั่งลงตรงหน้า
“ครับ ขอโทษนะครับที่ผมมาช้า เข็มหิวหรือยังครับ”
“นิดหน่อยหน่ะครับ แต่เข็มอยากรอทานพร้อมวิทย์” วิทย์ยิ้มเบาๆเมื่อเข็มทิศพูดจบก่อนจะยกมือส่งสัญญาณให้พนักงานในร้านรู้ว่าเขา้าจะสั่งอาหารวิทย์ยื่นเมนูให้เข็มทิศเลือกเมื่อพนักงานมาถึงที่โต๊ะ เข็มถามวิทย์เกือบจะทุกเมนูแต่วิทย์ก็ตอบมาเพียงตามใจเข็มทิศและเออออตามเข็มทิศไปจนเข็มทิศรู้สึกถึงความผิดปกติ เขาจึงรีบสั่งอาหารให้เสร็จๆไป
“วิทย์เป็อะไรหรือเปล่าครับ” เข็มทิศถามคนตรงหน้าหลังจากที่พนักงานเดินออกไป
“เปล่าครับ”
ถึงจะปฏิเสธแต่แต่ด้วยสีหน้าและท่าทางของวิทย์ทำให้เข็มทิศดูออกว่าเขาไม่ปกติเพราะตลอด 5 ปีที่คบกันมาวิทย์ไม่เคยเป็แบบนี้
“วิทย์มีอะไรที่ไม่สบายใจวิทย์พูดออกมาเถอะ” วิทย์ยังคงนั่งก้มหน้าพร้อมกับบีบมือตัวเองไม่กล้าสบตากับคนตรงหน้าจนเข็มทิศต้องเรียกชื่อของเขาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่แข็งและดังขึ้น “วิทย์”
วิทย์ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองเข็มทิศก่อนจะตัดสินใจพูดประโยคนึงออกมาซึ่งเป็ประโยคที่จะทำลายความรู้สึกและจิตใจของเข็มทิศและตัวเข็มทิศเองก็ไม่ได้เตรียมใจที่จะได้ยินมัน
“เข็มทิศ เรา.. เราเลิกกันเถอะนะ”
“ห๊ะ วิทย์ วิทย์พูดอะไรหน่ะ” เข็มทิศไม่เชื่อกำสิ่งที่ได้ยินและหัวเราะออกมาแห้งๆราวกับว่ามันคือมุขตลกแต่เขาไม่ตลกเลยสักนิด
“วิทย์ขอโทษ แต่วิทย์พลาดไปแล้ว..วิทย์ต้องรับผิดชอบ”
“รับผิดชอบอะไร”เข็มทิศพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความที่ลุ้นและกลัวกับคำตอบของอีกฝ่าย
“วิทย์ทำผู้หญิงท้อง” หลังจากได้ยินคำตอบของวิทย์เข็มทิศก็รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบ้างอย่างจุกอยู่ที่อกก่อนที่มันจะค่อยๆเริ่มเอ่อล้นออกมาที่ดวงตา วิทย์พยายสมจะเอื้อมมือของตัวเองไปกุมที่มือของเข็มทิศแต่ยังไม่ทันได้ถึงมือของอีกฝ่ายเข็มทิศก็ชักมือออกมาเสียก่อนเข็มทิศมองไปที่ชายตรงหน้าด้วยหัวใจที่แตกสลายและผิดหวังอย่างที่สุด
“ทำไมหล่ะวิทย์ ทำไมวิทย์ถึงทำอย่างนี้”เข็มทิศพูดพร้อมกับหลั่งน้ำตาออกมา
“ฟังวิทย์ก่อนนะเข็ม วันนั้นหลังจากที่กลับมาจากไฟลท์บินที่อังกฤษพวกผมก็ไปปาร์ตี้กันแล้วผมดันเมาแล้ว..”
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้!!” เข็มทิศพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนอย่างแรงจนเก้าอี้หงายหลังล้มลงไปจนคนในร้านต่างเริ่มหันมามองที่โต๊ะของทั้งคู่“หยุดพูด! เข็มไม่อยากฟัง!” พูดจบเข็มทิศก็หันหลังให้วิทย์และทำท่าจะเดินออกไปแต่ประวิทย์รีบเข้ามาคว้าที่ข้อมือของเขาไว้เสียก่อน
“แต่วิทย์รักเข็มนะ”สิ้นประโยคจากวิทย์ เข็มทิศก็สะบัดข้อมืออกจากวิทย์ทันที
“ถ้าวิทย์รักเข็มจริงๆ วิทย์ไม่ทำแบบนี้หรอก”เข็มทิศพูดกับวิทย์โดยที่ไม่หันกลับไปมองหน้าเขาก่อนจะเดินออกมาวิทย์เองที่ยืนมองดูคนรักที่ค่อยๆเดินจากไปจนลับตาก่อนที่เขาจะทิ้งร่างตัวเองลงไปนั่งที่เก้าอี้
เข็มทิศเดินออกมาจนถึงป้ายรถเมล์โดยที่สองแก้มเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาเมื่อเห็นว่ามีป้ายรถเมล์ที่จะไปที่อพาร์ทเม้นท์ของเขาเข้ามาจอดที่ป้ายเข็มทิศจึงรีบปาดน้ำตาบนหน้าและรีบขึ้นรถเมล์ไปเมื่อขึ้นมาบนรถเขาได้เลือกที่นั่งที่เบาะหลังสุดติดกระจกเข็มทิศนั่งโดยเอาหัวไปพิงที่กระจกและมองออกไปนอกหน้าต่างเขามองออกไปตามทางถนนที่รถกำลังเคลื่อนที่ไปพร้อมกับนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นและเื่ราวความรักของเขากับวิทย์ตลอด5ปีที่ผ่านมาสักพักเขาก็รู้สึกหนักๆที่หัวไหล่ก่อนจะหันไปเห็นว่ามีเด็กผู้ชายในชุดนักเรียนที่นั่งหลับและเผลอเอาหัวมาพิงที่ไหล่ของเขาอย่างไม่รู้ตัวเข็มทิศค่อยๆใช้นิ้วชี้ดันเด็กคนนั้นออกไปก่อนที่เขาจะหันไปทางกระจกอีกครั้งแต่เพียงชั่วครู่เขาก็ต้องรู้สึกหนักที่หัวไหล่ของตนเองอีกครั้งเขาจึงหันมาใช้นิ้วชี้ดันหัวเด็กคนนี้ออกไปเหมือนครั้งแรกที่ทำและเขาก็กำลังจะหันกลับไปทางกระจกเหมือนเดิมแต่ยังไม่ทันจะได้หันกลับไปเด็กคนนี้ก็เอาหัวมาพิงที่ไหล่ของเขาอีกครั้งด้วยที่ว่าวันนี้เขาเพิ่งเจอเหตุการณ์ที่ไม่ดีมาจึงทำให้อารมร์ของเขาตอนนี้ไม่ดีไปด้วยด้วยความหงุดหงิดเขาจึงใช้ฝ่ามือผลักหัวเด็กคนนี้ออกไปอย่างแรงเด็กนักเรียนชายที่ถูกผลักดูเหมือนจะรู้สึกตัวนิดๆและหันมามองเข็มทิศก่อนจะยิ้มให้เขาราวกับว่าไม่รู้ตัวว่าตัวเองได้ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจก่อนจะค่อยๆหลับลงไปอีกครั้ง เข็มทิศส่ายหัวเบาๆให้กับเขาก่อนจะเห็นว่าป้ายหน้าคือป้ายที่เขาจะต้องลงเขาจึงลุกขึ้นและเดินไปที่ทางออกก่อนจะกดกริ่งเป็สัญญาณให้กับคนขับรถจังหวะนั้นเองที่นักเรียนชายคนนั้นค่อยเอนหัวไปทางที่นั่งของเข็มทิศก่อนจะล้มลงไปจนทำให้เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาและเห็นว่าที่นั่งข้างๆนั้นขณะนี้ได้ว่างเปล่าไปเสียแล้วก่อนที่เขาจะมองไปทางเข็มทิศที่ยืนอยู่ที่ประตูทางออกและยิ้มแบบเขินอายให้กับเข็มทิศแต่เข็มทิศกับแสดงสีหน้าที่ไม่ค่อยจะพอใจกลับมาให้เขาก่อนที่รถจะจอดและเข็มทิศก็เดินลงไป
เมื่อรถจอดเด็กชายในชุดนักเรียนก็เดินลงมาจากรถและเดินตามทางมาเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูเหล็กทางเข้าบ้านหลังใหญ่ที่บ่งบอกถึงฐานะของเ้าของบ้านได้ดีเขาเดินเข้ามาจนถึงในตัวบ้านก่อนจะมีป้าสายแม่บ้านอายุประมาณ50ต้นๆคนนึงเดินเข้ามาหาเขา
“วันนี้กลับดึกจังนะคะคุณหนู” แม่บ้านทักทายเด็กนักเรียนชายตรงหน้า
“ก็มัวแต่ไปทำเื่ไม่เป็เื่ เื่ไร้สาระไปวันๆหน่ะสิ” ไม่ทันที่เด็กชายจะได้ตอบคำถามของหญิงตรงหน้าก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมคำพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งแต่แสดงถึงความไม่พอใจและชายคนนี้ก็คือเ้าของบ้านและเป็พ่อของเด็กในชุดนักเรียนคนนี้
เด็กชายหันไปมองผู้เป็พ่อด้วยความไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมามามากเพราะเขาชินแล้วก่อนจะหันมาคุยกับป้าแม่บ้านนิดหน่อยก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปโดยไม่สนใจผู้เป็พ่อ
“เื่สอบเขามหา’ลัยไปถึงไหนแล้ว” ผู้เป็พ่อพูดไล่หลังลูกชายแต่ดูลูกชายจะทำเป็ไม่ได้ยินและเดินต่อไม่หยุด “สายฟ้า! ฉันถามแกไม่ได้ยินรึไง!”
เสียงะโทำให้ลูกชายหยุดเดินและหันมามองผู้เป็พ่อที่อยู่ข้างล่าง
“พ่อจะถามกี่ครั้งพ่อก็ได้ยินแต่คำตอบเดิมๆ แล้วผมจะตอบพ่อทำไม” พูดจบเขาก็เดินขึ้นไปทันที
“ไอ้สายฟ้..” ไม่ทันที่จะได้ะโด่าลูกชายจบประโยคเขาก็ถูกแม่บ้านห้ามไว้ก่อน
“พอก่อนเถอะค่ะคุณผู้ชายดิฉันเชื่อว่าคุณหนูจะต้องได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่ดีแน่ๆ”
“ยังไงฉันก็ขอให้แม่สายช่วยพูดกับมันหน่อยนะ มีแค่แม่สายคนเดียวที่มันยอมฟัง”พูดจบเขาก็มองขึ้นไปบนชั้น2ของบ้านด้วยสายตาที่เหนื่อยใจและเป็ห่วงลูกชายตนเอง
สายฟ้าเข้ามาให้ห้องของตนเองก่อนจะโยนกระเป๋าไปที่เตียงและทิ้งร่างของตนนอนตามลงไปและมองไปที่เพดานห้องและนึกถึงหน้าชายหนุ่มที่เขาเจอบนรถเมล์ก่อนจะยิ้มออกมาแบบไม่รู้ตัว