ตอนที่ 3 พบคนผู้นั้น
"นี่เมื่อครู่เ้าทายสิว่าข้าเจอผู้ใดที่มางานชมบุปผาด้วย" คุณชายจื่อหานเอ่ยถามกับสหายคนสนิทที่ถ้าไปอ้อนวอนยกเื่บุญคุณช่วยชีวิตเพื่อบังคับให้มาที่หอบุปผาด้วยอย่างยากลำบาก
จื่อหานเป็คุณชายรองของแม่ทัพใหญ่และเป็คุณชายผู้มองภายนอกนั้นรักความสนุกเสเพลไปวันๆ แต่แท้จริงแล้วเป็ถึงหมอหลวงที่มีอายุน้อยและเก่งกาจไม่ต่างจากสหายคนสนิทที่นั่งหน้านิ่งจิบน้ำชาอ่านตำราอยู่ไม่สนใจอาการตื่นเต้นของตนเลยสักนิด
"เ้าสนใจข้าบ้าง มาที่เจริญตาเช่นนี้ยังกล้าพกตำรามาด้วย เ้าจะยึดติดกับคู่หมั้นผู้นั้นเกินไปหรือเปล่า ที่ข้าพามาที่นี่ก็เพื่อให้เ้าดูว่าทั่วทั้งเมืองยังมีสตรีดีๆ ให้เ้าเลือกอีกมากมาย"
จื่อหานไม่ใช่ไม่ชอบเจียงซูหนิปฏิเสธผู้นั้นแต่ที่ไม่ชอบใจคือนางทำตัวเย่อหยิ่งไม่สนใจโหวน้อยที่เป็คู่หมั้นของนางั้แ่เด็กเลยสักนิด แถมสตรีนางนั้นยังชอบเล่นหูเล่นตากับบุรุษอื่นอยู่หลายคราจนเขาที่เป็สหายของเฟยหลงไม่ชอบใจ
สายตาเ็าตวัดขึ้นมองใบหน้าของผู้ที่เอ่ยถึงสตรีที่เขาไม่้าให้เอ่ยถึงอย่างเรียบนิ่งราวกับ้าแช่แข็งคนผู้นั้นจนจื่อหานขนลุกชัน
"นี่ไม่ต้องมองข้าเช่นนั้น ที่ข้ารีบวิ่งมาก็เพื่อมาบอกเ้าว่าคุณหนูใหญ่เจียงมาที่นี่ด้วย นางไปนั่งที่ศาลากลางสวนดอกไม้เ้าจะตามไปดูหน่อยหรือไม่"
ผู้ที่จื่อหานเอ่ยถึงทำให้บุรุษที่เงียบขรึมและองอาจชะงักไปทันที มือที่กำลังถือม้วนตำราอยู่ค้างนิ่งจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเพียงเพราะนางอยู่ไม่ไกลจากตนในเวลานี้
"เหตุใดข้าจะต้องไปพบนาง"
"ก็เ้าเอาแต่เก็บตัวเงียบไม่สนใจสตรีอื่น ข้าก็คิดว่าเ้าควรไปพบนางสักคราเพื่อดูหน้านาง บางทีเ้าอาจจะไม่ชอบนางแล้วก็ได้"
คนผู้อื่นต่างคิดว่าเขาไม่เคยเห็นหน้าเจียงซูหนิงมาก่อน แต่แท้จริงแล้วเขาพบนางอยู่หลายคราเพราะบิดาทั้งสองสนิทชิดเชื่อกัน สมัยก่อนเขาเองก็เข้าออกจวนนางอยู่บ่อยครั้ง แต่ั้แ่วันนั้นเขาก็ไม่เคยย่างกายเข้าไปที่จวนนางอีกเลยและไม่พบหน้านางอีก
ถึงจะเป็เช่นนั้นแต่ทุกคราที่ว่างเขาก็ชอบตามดูนางอยู่ห่างๆ ตลอดยิ่งดูนางเติบโตจากความชอบในวัยเยาว์ก็แปรเปลี่ยนเป็ความรัก แม้ว่านางจะไม่ปรารถนาที่จะให้เขาเข้าใกล้นางก็ตาม
"ไร้สาระ"
"เ้ามันก็ชอบปากแข็งเช่นนี้ ข้าเกลียดใบหน้านิ่งๆ ของเ้าเสียจริง"
เฟยหลงหาได้สนใจเสียงของปฏิเสธหานไม่ เขายังคงนิ่งเงียบและไม่สนใจสตรีที่ส่งสายตามาให้ เหล่าคุณหนูสตรีสูงศักดิ์ทั่วทั้งเมืองคงมารวมตัวที่นี่หมดแล้วกระมังเพียงแค่รู้ว่าโหวน้อยเฟยหลงมาที่หอบุปผานี่
แม้เฟยหลงจะเป็คุณชายที่อายุยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับขุนนางในราชสำนักแต่ก็ขึ้นเป็โหวได้ด้วยการแต่งตั้งของฮ่องเต้จงโจว เนื่องจากเฟยหลงเป็บุตรชายของพระอนุชาฮ่องเต้ที่เร้นตัวออกไปเป็สามัญชนไม่ยุ่งเกี่ยวราชสำนักแต่ก็ยอมเข้าร่วมกองทัพสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพระองค์พร้อมบุตรชาย ยอมพลีกายรับคมกระบี่แทนพระองค์ในศึกที่เมืองซ่ง
ไม่แปลกที่พระองค์ยอมเชื่อฟังคนมากความสามารถเช่นบิดาของเขาและรักใคร่ดังบุตรในอุทร แม้เฟยหลงจะไม่้าและไม่อาจเปิดเผยเื่นี้ได้แต่ก็ไม่มีผู้ใดในราชสำนักไม่รู้สถานะที่แท้จริงของเฟยหลง แต่การที่ได้รับความโปรดปรานมากเกินก็ทำให้เป็ที่ไม่พอใจกับเหล่าขุนนางยิ่งนัก ถึงจะเป็เช่นนั้นแต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยเื่นี้ขึ้นเพราะยังอยากรักษาหัวบนบ่าให้คงอยู่เช่นเดิม
เื่เจียงซูหนิงเองก็เพิ่งรู้หลังจากที่เข้าไปอยู่เมืองหลวงเพราะชาติก่อนนางไม่เคยสนใจเขามากนัก และเพิ่งได้รู้ว่าเหตุใดนางถึงกำจัดเขาออกไปให้ไกลจากวังหลวงยากเย็นยิ่งนักในตอนที่ฮ่องเต้ยังมีพระชนม์ชีพอยู่
ั้แ่ย้อนอดีตมาสิ่งที่นางครุ่นคิดหนักพอๆ เอาการหลีกหนีจากความตายเหมือนในอดีตก็มีเื่ของเฟยหลงที่นางคิดว่าจะทำสิ่งใดเพื่อชดเชยความผิดที่นางกระทำต่อเขาไม่ว่าจะเป็อดีตที่ผ่านมารังเกียจเขาสารพัดราวกับกิ้งกือไส้เดือนเพราะมองว่าเขาเป็บุตรของชาวบ้านธรรมดา
แม้จะทำคุณงามความดีได้ขึ้นเป็โหวั้แ่อายุไม่มากแต่ก็ไม่ใช่ตระกูลที่ยิ่งใหญ่มากก่อนนั่นจึงทำให้นางทำกับเขาสารพัดแม้เขาจะทำดีกับนางตลอดมาก็ตาม
ที่เฟยหลงหายหน้าไปจากนางเกือบห้าปีเป็เพราะนางขับไล่ไสส่งเขาออกไปเอง นางทำเื่ที่ผิดต่อเขาอย่างไม่น่าให้อภัยทั้งชาตินี้และชาติที่แล้ว
ชาติที่แล้วหลังรู้ว่าเขาเคยมีชาติกำเนิดใดมาก่อนนางก็ใช้ความรักที่เขามีให้ใช้เขาเป็คมดาบให้นางสังหารคนไปมาก สุดท้ายนางก็ยังทรยศเขาเช่นเดิม
"เฮ้ออ" คิดแล้วก็คิดไม่ตกว่าจะเริ่มเข้าหาเขาอย่างไรดี
"คุณหนูงานวันนี้ไม่สนุกหรือเ้าคะ"
"ใช่ น่าเบื่อมาก ข้าว่าจะไปเดินเล่นเสียหน่อย นั่งอยู่ตรงนี้ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามานั่งหรอก" คนพวกนั้นนอกจากจะเกรงกลัวอำนาจของพ่อนางก็กลัวนางด้วยเพราะนางเคยเป็คุณหนูผู้เอาแต่ใจและปากร้ายที่สุด
"งั้นข้าไปเป็เพื่อนคุณหนูนะเ้าคะ"
เจียงซูหนิงพยักหน้ารับ นางอยากเดินคิดอะไรไปเรื่อย ชาติที่แล้วไม่เคยให้ความสนใจสิ่งเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ทำให้พลาดหลายสิ่งที่สำคัญไป
"คุณชายเฟยไม่คิดว่าวันนี้ซูเม่ยจะได้มีวาสนาได้พบหน้าท่าน "
"ข้าก็คิดว่าเป็เื่ดียิ่งนักที่วันนี้พบหน้าคุณชาย "
เดินมาได้สักพักลึกเข้ามาในสวนดอกไม้ที่จัดแสดงดอกไม้ขึ้นชื่อมีศาลาหลังหนึ่งตั้งอยู่ เสียงที่คุ้นหูของแม่นางทั้งสองทำให้เจียงซูหนิงสนใจ นางทำสัญญาณให้ถิงถิงเบาฝีเท้าลงแล้วเข้าไปใกล้เพื่อแอบดูเหตุการณ์ตรงหน้า
เฟยหลง...สายตาของเจียงซูหนิงเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าคุณชายเฟยที่สองสาวนั้นกำลังส่งยิ้มหวานไปให้คือผู้ใด นางจำเขาได้ในทันทีแม้จะไม่เจอกันเป็สิบปี
จะไม่ให้นางจำไม่ได้เช่นไร ในเมื่อชาติที่แล้วนางถูกเขาบั่นคอด้วยมือของเขาเอง แล้วเหตุการณ์นี้เป็คืออะไร เหตุใดชาติที่แล้วนางถึงได้ไม่รู้เื่พวกนี้
อ๋อ...จำได้ว่าชาติที่แล้วเวลานี้นางเอาแต่คิดแผนการเข้าใกล้องค์ชายซีห่าวอยู่สินะ
"คุณชายเฟยไม่รู้ว่าคืนนี้ข้าขอบรรเลงเพลงให้ท่านชมได้หรือไม่ ข้าฝึกฝนมานานเพื่อสักวันเจอท่านเช่นนี้จะได้บรรเลงให้ท่านฟังหวังว่าคุณชายจะไม่รังเกียจ"ซูเม่ยบอกด้วยท่าทางเอียงอายจนผู้ลอบมองเริ่มกรุ่นโกรธ
เพราะนอกจากเฟยหลงจะไม่ปฏิเสธอย่างที่ควรเป็แล้วเขากลับส่งยิ้มให้นางแล้วยังตอบรับน้ำใจของซูเม่ยอย่างหน้าตาเฉย หรือพวกเขาแอบรักกันั้แ่ตอนนี้ ชาติที่แล้วนางพระราชทานสมรสให้เขาถึงได้ไม่ปฏิเสธนางเลยสินะ
"ตามใจเ้า"
คำตอบตกลงของบุรุษที่แอบมีใจให้มานานทำให้ซูเม่ยยิ้มพอใจ นางรีบให้บ่าวรับใช้ยกพิณมาให้สายตาเอาแต่จ้องมองเฟยหลงไม่ว่างตาจนจื่อห่าวยิ้มออกมาด้วยความพอใจเมื่อบุรุษรูปงามดึงดูดสตรีเข้าหาไม่ขาดสาย