อาณาเขตบาเรียโปร่งแสงที่ถูกกางกั้นโดยGM ของระบบเกมส์ ถ้าดูจากสภาพที่เริ่มปริร้าวและเห็นร่องแสงทักษะจากมอนสเตอร์สาดส่องออกมา ผมก็พอจะทำนายได้ว่าอีกไม่นานมันก็จะหายไป และเหล่าฝูงปิศาจหลากชนิดก็จะพากันกรูวิ่งออกมาด้วยความบ้าคลั่ง
“อาณาเขตอยู่ได้ไม่นานสินะ” แทซอนเปรยขึ้นมาเบาๆ ตอนนี้เขาและเพื่อน ๆ ที่ เหลือในปาร์ตี้ ต่างจ้องมองฝูงมอนสเตอร์หลากหลายสายพันธุ์กำลังพากันเบียดเสียด ส่งเสียงคำรามกู่ก้องอย่างเอาเป็เอาตาย
“อาณาเขตอะไรเหรอครับ” เทลเลอร์ถามขึ้นมาอย่างสงสัย
ความจริงเขาสังเกตเห็นตั้งนานแล้ว แต่คิดว่ามันคงเป็เส้นแบ่งอะไรสักอย่าง ที่กันไม่ให้กองทัพมอนสเตอร์ออกมาก่อนเวลาเริ่มกิจกรรม และนั่นก็ทำให้ผมต้องออกปากอธิบายเอง เพราะทั้งปาร์ตี้มีเ้าลูกศิษย์จอมทึ่มเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ไม่รู้เื่อาณาเขตกักมอนสเตอร์ชั่วคราวของดร.เนวัน
“อ๋อ…นั่นเป็อาณาเขตที่กักมอนสเตอร์ไม่ให้เริ่มโจมตีเมืองก่อนที่จะเริ่มกิจกรรมน่ะ”
แม้จะเป็การอธิบายแบบโกหก แต่ผมก็ต้องทำ เพราะอย่างน้อยก็ไม่อยากให้เทลเลอร์ต้องลำบากใจในความจริงที่มันโหดร้าย ฝ่ายเทลเลอร์เองก็พยักหน้าเข้าใจ เพราะเ้าตัวก็คิดเอาไว้แบบนั้นอยู่แล้ว
“เดี๋ยวก่อนนะ มีใครเห็นศิลาแดงไหม” จู่ ๆ ไมร่าก็ถามแทรกขึ้น แต่คนในปาร์ตี้ทั้งหมดกลับส่ายหัวพร้อมกันเป็คำตอบเดียว
“เป็ไปได้ยังไง...มันต้องติดอยู่ที่ตัวมอนสเตอร์ตัวไหนสักตัวสิ” ไมร่าโพล่งขึ้นอีกด้วยความสงสัย
“อาจจะอยู่ที่แม่ทัพก็ได้” เอกอนเสนอความเห็น
“แต่แม่ทัพเผ่าพันธุ์เทวดาไม่มีแน่นอนเพราะผมเป็คนฆ่ามันกับมือ” ผมบอกด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“ถ้างั้นก็ต้องเป็แม่ทัพอีกสองตัวสินะที่มีน่ะ” ไมร่าสรุปความเอง ซึ่งคนอื่น ๆ ก็คิดเช่นนั้นไม่ต่างกัน
“เอาเถอะ...เื่นั้นเราพักไว้ก่อนก็ได้ ถ้าใครเจอก็หลบให้ดี ๆ หรือไม่งั้นก็ทำลายมันซะถ้าเป็ไปได้ ตกลงตามนี้นะ” ดราก้อนฟิชสรุปปิดท้ายเพื่อตัดบท ทำให้พวกเราทั้งหมดในปาร์ตี้รับรู้ตามนั้นและพยักหน้าเป็อันเข้าใจ
“ถ้างั้นผมจะเริ่มแบ่งงานให้กับทุกคนนะ...ตกลงไหม” คุณลุงปลาัเริ่มประเด็นใหม่ เขาหยุดพูดเพื่อถามความเห็น แต่เมื่อไม่มีใครคัดค้านเ้าตัวก็กล่าวต่อไป
“เราจะแบ่งออกเป็สี่ทีม ทีมแรกมี ไมร่าแล้วก็ผู้ติดตามสองคนของเควิน ให้รับหน้าที่ต้านมอนสเตอร์ทางปีกซ้าย ทีมที่สอง มีเด็กอาชีพนักดาบคนนี้...เธอชื่ออะไรนะ” ดราก้อนฟิชชี้มือไปที่ลูกศิษย์จอมทึ่มของผม
“เทลเลอร์ครับ”
“อืม...เทลเลอร์....เธอกับแทซอนรับหน้าที่ต้านมอนสเตอร์ปีกขวา ส่วนทีมที่สาม มีเอกอนกับผู้ติดตามของแทซอนให้รับหน้าที่กำจัดมอนสเตอร์ที่บินได้ ส่วนทีมสุดท้ายผมกับเควินจะรับหน้าเป็ลูกมือให้กับแม่ทัพมอนสเตอร์เอง มีใครคัดค้านอะไรไหม” ทุกคนนิ่งเงียบเมื่อดราก้อนฟิชแจกแจงงานจบซึ่งรวมถึงผมด้วย
“ไม่ตอบผมจะถือว่าทุกคนตกลง” พวกเราพยักหน้าแทนคำตอบอีกครั้ง เป็การยืนยันว่าแผนที่ดราก้อนฟิชเป็คนคิดทุกคนยอมรับกันหมด
“โอเค...งั้นเริ่มได้เลย” สิ้นเสียงของผู้ที่ได้รับฉายาว่าเทพแห่งดาบ ทุกคนให้ปาร์ตี้ก็แยกย้ายกันไปตามจุดที่คิดว่าจะรับมือกับกองทัพของมอนสเตอร์ได้
กลุ่มของไมร่า ไคน์และเวียร่านั้นแยกไปทางซ้ายของปากทางเข้าช่องเขาวันเดล ส่วนเทลเลอร์และแทซอนวิ่งไปตั้งหลักที่ด้านขวาของทางเข้าช่องเขา คงมีแต่เอกอนที่เรียกใช้การ์ดปีกเทวดาอีกครั้ง แล้วกระพือปีกบินขึ้นสู่ฟากฟ้าพร้อมกับเซฟผู้ติดตามของแทซอน สุดท้ายก็เหลือเพียงผมกับอดีตอันดับที่ 1
“ไม่อยากคิดเลยว่าผมกับคุณลุงจะมาร่วมมือกันได้” ผมเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ พอให้ได้ยินกันแค่สองคน
“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ”
“ก็เมื่อก่อนผมเป็คนท้าคุณลุงสู้แล้วแพ้แท้ๆ ”
“แต่ตอนนี้เธอดูเหมือนไม่ยึดติดกับเื่นั้นนี่”
“นั่นก็เพราะผมคิดว่า ผมเจอคนที่ต้องก้าวผ่านไปให้ได้มากกว่าคุณลุงแล้วไงครับ”
คำตอบที่ออกมาจากปากผมทำให้ผู้ที่ได้รับฉายาว่าเทพแห่งดาบถึงกับอึ้ง ดราก้อนฟิชพบว่าเด็กที่โอหังอวดดีและชอบฟันดะทุกอย่างคนนั้น จะใช่คน ๆเดียวที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้
“ลุงชักอยากรู้ซะแล้วสิ ว่าคนนั้นเป็ใคร” ผมหันมามองหน้าดราก้อนฟิชแล้วยิ้มพราย
“ก็ตัวผมเองไง”
แทซอนตีสีหน้าเครียดทันทีเมื่อเขาพบว่า มอนสเตอร์นับพันกำลังพังอาณาเขตออกมาทีละนิด ตอนนี้มันเริ่มจะส่งเสียงคำรามดังก้องไปทั่ว ราวกับทหาราที่โห่ร้องเวลาได้รับชัยชนะ มีมอนสเตอร์กลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามาทางเขาและเทลเลอร์ ทั้งสองตั้งท่าคอยอยู่แล้ว จึงพร้อมสำหรับการต่อสู้ทุกเมื่อ
“เยอะจริง ๆ” เทลเลอร์สบถออกมาอย่างช่วยไม่ได้ พร้อมกับเปิดใช้ทักษะัคลั่งอย่างรวดเร็ว
“เอาล่ะ...เธอเข้าไปชนนะ พี่จะคอยสนับสนุน” แทซอนบอกเทลเลอร์ ซึ่งผู้ที่ได้รับฉายาว่านักดาบัคลั่งก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ พร้อมกับกระโจนเข้าหามอนสเตอร์ครึ่งคนครึ่งเสือที่กำลังจู่โจมตัวเองทันที
ทักษะเพลงดาบระบำหงส์ ถลากลางดง
ชั่วขณะที่เทลเลอร์อยู่กลางวงล้อมศัตรู เขาตัดสินใจตวัดดาบหมุนวนรอบตัว เกิดเป็ปราณดาบนับ 10 เล่มแผ่กระจายพุ่งไปรอบด้านจนสร้างาแให้กับมอนสเตอร์ที่เข้ามารุม แม้มันจะเสริมด้วยทักษะัคลั่ง แต่ดูเหมือนจะยังไม่สามารถฆ่าพวกมันได้ในทันที ดังนั้นเขาจึงซัดทักษะโจมตีเข้าไปอย่างต่อเนื่อง
ทักษะเพลงดาบระบำหงส์ ร่ายรำกลางฝน
เทลเลอร์บิดดาบในมือเข้าหาตัวเองอัตโนมัติ แล้วแทงออกทะลุหัวใจของมอนสเตอร์ครึ่งคนครึ่งเสือตัวหนึ่ง ส่งให้มันเป็แสงหายไป ก่อนจะพลิกตัวเองวาดดาบไปมาราวกับกำลังร่ายรำ จนเกิดประกายดาบ 10 กว่าเล่มสะท้อนแสงวิบวับ พร้อมกับตวัดเฉือนร่างของมอนสเตอร์เผ่าพันธุ์มานู(ครึ่งคนครึ่งหนู) ที่แอบลอบมาข้างหลังเขาให้แดดิ้นแล้วกลายเป็แสงหายตามไปเช่นกัน
“เทลเลอร์ก้มหลบ” เสียงะโบอกจากแทซอนดังบอกมาจากเบื้องบน เมื่อเทลเลอร์เงยหน้ามองก็พบร่างของผู้ที่ได้รับฉายาว่าเงามืดสังหารกำลังโดดลอยคว้างเหนือเขาไป พร้อมกับตั้งท่ายกเคียวเตรียมฟาดลงมา
ทักษะกระบวนท่าเคียวคร่ำครวญ คลื่นจันทราฆาต
ตูม!
แทซอนวาดเคียวลงมาในแนวตรงจนเกิดคลื่นพลังที่ฟาดลงมาเป็แนวยาว มันปะทะกลางฝูงมอนสเตอร์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ระดับของพวกมันคงจะอยู่ไม่เกิน 10 ซึ่งส่งผลให้พวกมันสลายกลายเป็แสงสีขาวไปหลายตัว
“จะโจมตีทำไมมาบอกเอาจวนตัวล่ะครับ” เทลเลอร์บ่นอย่างเสียไม่ได้ แต่เขาก็หลบได้ทันพร้อมกับะโลอยตัวอยู่เหนือพื้นประมาณ3 เมตร พลางโจมตีศัตรูเข้าไปอีก
ทักษะเพลงดาบระบำหงส์ ปักษาสะบัดปีก
คลื่นพลังที่คมกริบถูกเทลเลอร์วาดออกมาสองสายติดๆ กัน ก่อนจะพุ่งเข้าปะทะกับมอนสเตอร์ครึ่งคนครึ่งเสือ ที่อยู่ข้างล่างจนเป็แสงหายไป 3-4 ตัว จากนั้นร่างของนักดาบัคลั่งก็ร่อนลงมาอยู่ที่เดิมอย่างสวยงาม เขาพลิกดาบในมือวาดทักษะโจมตีต่อเนื่องทันที
ทักษะเพลงดาบระบำหงส์ วิหคกลับถิ่น
เทลเลอร์ถอยหลังไป2-3 ก้าวแล้วดีดตัวพุ่งไปข้างหน้าเพื่อโจมตีใส่มอนสเตอร์ที่เคราะห์ร้าย 2 ตัว จนร่างกายขาดสะบั้นเป็สองท่อนก่อนจะเป็แสงหายไป ในขณะที่แทซอนซึ่งอยู่ห่างจากเทลเลอร์ไปไม่มากก็เริ่มตวัดเคียว ส่งทักษะเฉือนร่างของมอนสเตอร์ครึ่งคนครึ่งเสือเช่นกัน
ทักษะกระบวนท่าเคียวคร่ำครวญ เกี่ยวจันทรา
ร่างของมอนสเตอร์ที่เคราะห์ร้ายไม่ได้ส่งเสียงสักนิด กลับถูกเฉือนคอแล้วกลายเป็แสงหายไปในชั่วอึดใจ ตอนนี้สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนแปลง จากเดิมที่แทซอนจงใจจะให้เทลเลอร์เป็คนชนแล้วตัวเองจะเป็ฝ่ายเสริม กลายเป็เป็ว่าต่างคนต่างสู้ด้วยทักษะของตัวเองเสียแล้ว
ทักษะคืนชีพเจ็ดิญญานรก ิญญาตัวที่ 6 นางซินดี้
“เทลเลอร์ปิดหู”
เมื่อแทซอนเปิดใช้ทักษะเสร็จสิ้นเขารีบะโบอกเทลเลอร์ทันที พลันร่าง ๆ หนึ่งก็ค่อย ๆ ผุดออกมาจากวงแหวนเวทย์สีแดงเข้ม มันลอยคว้างกลางอากาศเหนือศีรษะของแทซอนไป ร่างของเธอที่โผล่พ้นออกมานั้นผุดผ่องไปด้วยผิวสีเหลืองนวล ทว่ามันคงจะเปล่งประกายยิ่งกว่านี้ ถ้าหากเธอไม่มีรอยแผลที่ถูกเฆี่ยนตีจนเกิดเป็เืซึมเต็มตัว และสิ่งที่ไม่คาดคิดหลังจากนั้นก็บังเกิดขึ้น
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!!!!”
เธอกรีดร้องจนสุดกำลังกลายเป็คลื่นเสียงแหลมสูง ส่งผลให้มอนสเตอร์ที่อยู่โดยรอบถึงกับชะงักฝีเท้าแล้วยกมือปิดหูกันไปทั่ว นั่นรวมถึงเทลเลอร์ที่อยู่ใกล้ ๆ กันด้วย เขาแทบหูจะะเิเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องสุดทรมานนั่น
“โอ๊ย!...ทักษะบ้าอะไรเนี่ย” เทลเลอร์โอดครวญในขณะที่มืออุดส่งหูจนแน่น แต่เขาก็มองเห็นว่ามันได้ผลซะส่วนใหญ่ เพราะดูเหมือนมอนสเตอร์ที่ทนกับเสียงไม่ได้ พวกมันค่อย ๆ ทยอยกลายเป็แสงหายไปทีละตัว ทีละตัว...
“แทซอนเอานางซินดี้ออกมาอีกแน่นอนเลย”
ไมร่าบ่นอุบ แม้ว่าเธอจะอยู่ห่างจากกลุ่มของแทซอนอยู่มาก แต่ก็ได้ยินเสียงที่ดังแบบไม่เกรงใจคนข้างบ้านนั้นอย่างชัดเจน
ทักษะคัมภีร์หมื่นกุศล กงจักรกรรม
ไมร่าละความสนใจจากเสียงอันน่าหนวกหูนั่น พร้อมกับร่างของเธอก็ค่อย ๆ เปล่งแสงสีทองจ้า พลันปรากฏกงจักร 8 แฉกสีเงินครอบตัวเธอเอาไว้ ก่อนจะขยายกว้างจนเริ่มเฉือนร่างมอนสเตอร์เผ่าพันธุ์ราโมกอน (ครึ่งคนครึ่งสิงโตสองหัว) ให้ขาดเป็สองท่อนไป 4-5 ตัว แต่ระหว่างนั้นกลับมีมอนสเตอร์เผ่าราโมกอนอีกตัว กระโจนขึ้นกลางอากาศหมายจะโจมตีเธอจาก้า
ทักษะเผ่าพันธุ์ กระชากเหยื่อ
อะไรบางอย่างปะทะเข้าที่กลางหลังของมอนสเตอร์ที่ปองร้ายไมร่า ก่อนร่างนั้นจะถูกแยกออกเป็สองส่วนแล้วกลายเป็แสงหายไป เมื่อเธอเงยหน้ามองผู้มาช่วยก็พบว่าเป็ไคน์กำลังถลาตัวเข้ามากลางวงล้อมศัตรู
“ขอบใจ” เธอบอกกับเ้าหมาป่าตัวนั้น เมื่อเห็นว่าไคน์ร่อนตัวลงมายืนอยู่ข้าง ๆ เธอ ทว่าไคน์กลับไม่ได้โต้ตอบอะไรในคำพูดขอบคุณนั้น มันแค่มองหน้าเธอนิ่ง ๆ ก่อนจะกระโจนหายไปทางฝูงมอนสเตอร์โครงกระดูกที่กำลังเคลื่อนเข้ามาอีกฝูง
“เ็าจัง เควินทนได้ไงนะ” เธอกล่าวเพียงแค่นั้น ก่อนจะพุ่งไปอีกทางซึ่งเป็ทางเดียวกับที่เวียร่ากำลังโดนมอนสเตอร์เผ่าราโมกอนรุมอยู่พอดี
“ข้าแต่เสียงกระซิบของิญญาแห่งนักรบอัคคีผู้กล้าแกร่ง ข้ามิอาจต่อสู้ได้หากปราศจากพลังอัคคีแผดเผา จงมอบพลังให้แก่ข้า...”
“...”
“นักรบอัคคี”
ทักษะมนตราเทพอัคคีบทที่ 3 อาราเซโพเทนีอามัส (ลูกไฟถล่มิญญา)
สิ้นคำร่ายบทสวดของนักบวชหญิง พลันบังเกิดเป็ลูกไฟนับสิบลูก ลอยคว้างกลางอากาศเหนือร่างของเวียร่าขึ้นไป ยังผลให้พวกมอนสเตอร์ใกันเป็แถว แล้วพริบตานั้นลูกไฟทั้งหมดก็พุ่งลงมาอย่างถาโถม เวียร่าสบโอกาสที่พวกมันตะลึงค้างหลบออกมาได้ทันท้วงที
“ไม่เป็ไรนะเวียร่า” ไมร่าถามแล้วส่งร่างตัวเองให้มายืนข้างๆ แม่สาวน้อยเผ่าพันธุ์น้ำแข็ง
“ค่ะ...ขอบคุณนะคะที่ช่วย” เธอกล่าวอย่างแ่เบาแล้วเริ่มแผ่พลังออร่าไปรอบๆ
ทักษะเผ่าพันธุ์ อาณาเขตศูนย์องศา
ร่างของเวียร่าเรืองแสงสีฟ้าอ่อนๆ พลันบังเกิดวงแหวนเวทสีฟ้าขยายเป็วงกว้างจากใต้ฝ่าเท้าของเธอ มันครอบคลุมมอนสเตอร์เผ่าราโมกอนในรัศมี200 เมตร และชั่วพริบตานั้นเองมอนสเตอร์ที่อยู่ในอาณาเขตของเธอ ก็เริ่มจับตัวแข็งกลายเป็ก้อนน้ำแข็งทันที
“รีบจัดการเถอะค่ะ...ข้าคงอาณาเขตไว้ได้ไม่นาน” เวียร่าบอกกับไมร่าซึ่งเธอก็พยักหน้าตอบรับ ก่อนจะเริ่มร่ายบทสวดเพื่อจัดการให้สิ้นในคราเดียว
“ข้าแต่เสียงกระซิบของิญญาแห่งเทพผู้ปกครองสายลม ข้ามิอาจหายใจอยู่ได้ หากปราศจากพลังแห่งสายลมรำพัน จงมอบลมหายใจให้แก่ข้า...”
“...”
“ทวยเทพแห่งวายุ”
ทักษะมนตราเทพวายุบทที่ 3 มานูเมทัลโดริว (พายุพิโรธ)
สิ้นคำร่ายพลันบังเกิดลมหอบหนึ่ง พัดผ่านร่างของมอนสเตอร์เคราะห์ร้ายที่กลายเป็ก้อนน้ำแข็ง ก่อนลมนั้นจะพัดเร็วขึ้นจนกลายเป็พายุหมุนขนาดใหญ่ มันหมุนหอบเอาร่างมอนสเตอร์ที่เป็ก้อนน้ำแข็งทั้งหลาย ขึ้นไปวนรอบอย่างรวดเร็ว จนกระทบกันแตกละเอียดแล้วกลายเป็แสงหายไป ตัวแล้วตัวเล่า
“มาดูกัน ว่าใครจะฆ่าได้เยอะกว่ากันแทซอน” ไมร่ามองผลงานตัวเองอย่างมาดมั่น แม้ว่าเสียงระบบจะดังอื้ออึงถึงค่าประสบการณ์ที่ได้รับกับเงินที่ได้มา ทว่าไมร่าตอนนี้เธอไม่สนใจอะไรแล้ว
“ไมร่าแผลงฤทธิ์แล้วไง”
เอกอนพูดเปรยขึ้นเมื่อเห็นพายุที่หมุนราวกับทอร์นาโดขนาดย่อม อยู่ไม่ไกลจากที่เขาลอยอยู่ ก่อนจะหันกลับมาที่มอนสเตอร์เผ่าปักษาตัวหนึ่งที่พุ่งเข้ามาจะโจมตีเขา แต่เอกอนก็แค่ซัดพลังเวทย์เพียว ๆ ปะทะกับหน้ามันอย่างจัง ก็สามารถส่งให้มันกลายเป็ส่วนหนึ่งในค่าประสบการณ์ของเขาได้แล้ว และข้าง ๆ ของเอกอนห่างไปไม่มาก เซฟผู้ติดตามของแทซอน ก็กำลังปะทะอยู่กับทีเร็กซ์ตัวหนึ่งอย่างยากเย็น
ทักษะเผ่าพันธุ์ เขี้ยวเล็บค้างคาว
เล็บของเซฟงอกยาวออกมาหนึ่งนิ้ว ก่อนจะข่วนลงตรงหน้าอกของทีเร็กซ์ตัวนั้นเต็มแรง แต่ดูเหมือนพลังโจมตีมันจะยังไม่พอ เลยไม่สามารถทำให้คู่ต่อสู้กลายเป็แสงหายไปได้ แถมยังตอบกลับโดยการพุ่งชนร่างของเซฟอีกต่างหาก
ทักษะเวทย์แห่งแสง ดวงแก้วเทวา
เอกอนซัดลูกบอลแสงสีขาวลูกหนึ่ง พุ่งเข้าใส่ร่างของทีเร็กซ์ที่โจมตีเซฟอยู่อย่างจัง ส่งให้มันกลายเป็แสงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะร่อนไปดึงคอเสื้อของเซฟขึ้นมา แล้วปล่อยออกเมื่อเ้าตัวทรงตัวบินได้แล้ว
“ข้าพึ่งระดับ 4 เองสู้พวกมันคงไม่ไหวแน่ ๆ ะดับต่างกันเกินไปถ้าเป็ข้าเมื่อก่อนนี้ละก็นะ….” เซฟกล่าวด้วยสีหน้าสลด ซึ่งเอกอนก็ได้แต่ตบหลังเบา ๆ
“เอาเถอะนะ...จบศึกนี้แล้วค่าประสบการณ์อื้อซ่าแน่ๆ นายคงเลื่อนไปหลายระดับแหละ ตอนนี้พยายามอยู่ใกล้ผมเข้าไว้” เอกอนพยายามปลอบ แต่ดูเหมือนเซฟจะไม่ค่อยใจชื่นมากขึ้นเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็พอให้มันได้มีแรงฮึดสู้ขึ้นมาบ้าง
“ข้าจะพยายาม”
ทักษะมหาเวทย์ดูดดาว ลมสุริยะ
เอกอนพลิกตัวเองให้เอาหลังชนกับหลังของเซฟ แล้ววนไม้เท้าดวงจิตัในมือ พร้อมกับะเิคลื่นลมร้อนหลายองศาให้พัดกระจายออกรอบด้าน แม้พลังโจมตีจะลดลงไปบ้างเพราะเขาไม่ร่ายเวทย์ แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้มอนสเตอร์ที่บินได้บนฟ้านี้ลดจำนวนลงไปได้บ้าง
ทักษะมหาเวทย์ดูดดาว อุกกาบาตเยือนถิ่น
เ้าของฉายาจอมเวทย์ดวงดาวไม่ปล่อยช่องว่าง เขาซัดต่อด้วยทักษะที่สร้างลูกอุกกาบาตนับร้อยลูก ให้พุ่งชนทุกสิ่งที่อยู่ในระนาบการโจมตีทั้งหมด ไม่ใช้แค่บนฟ้าแต่รวมถึงข้างล่างด้วย จนพวกมอนสเตอร์ที่ไม่สามารถรับแรงการโจมตีนี้ได้ กลายเป็แสงไปหลายสิบตัว
‘ผู้เล่นเอกอนได้สังหารมอนสเตอร์เผ่าพันธุ์....ฯลฯ...’
เสียงระบบแจ้งเตือนถึงผลการสังหารบวกค่าประสบการณ์อย่างถี่ยิบ แต่เอกอนไม่ได้สนใจเขายังคงตั้งหน้าตั้งตาควงไม้เท้าในมือแล้วซัดทักษะโจมตีต่อเนื่องไปเรื่อยๆ โดยมีเซฟบินดูอยู่ข้าง ๆ อย่างอึ้ง ๆ เพราะตัวเขาเองแทบไม่ได้ทำอะไรเลย แต่กลายเป็ว่ามอนสเตอร์เผ่าพันธุ์บินได้ในตอนนี้ กำลังถูกนักเวทย์คนหนึ่ง ซัดทักษะโจมตีจนร่วงหายกลายเป็แสงไปทีละตัวทีละตัว และแม้มันจะดูช้าแต่ต่อเนื่องไม่มีหยุด...
“โชคดีหน่อยที่พวกบินได้พวกนี้มันแค่ระดับ10-11” เอกอนบอกอย่างไม่หยี่ระ ราวกับว่าพวกมอนสเตอร์ที่ยัวะเยี๊ยะกลางอากาศเหล่านี้ไม่ใช่คู่มือเลยซักนิด แต่เป็อะไรที่ให้สอยเล่นอย่างสนุกซะมากกว่า
“เก่งเกินไปแล้ว” เซฟอุทานอย่างลืมตัว และในชั่วชีวิตนี้เขาสัญญากับตัวเองว่าจะไม่เป็ศัตรูกับคนๆ นี้เป็อันขาด
ทักษะเผ่าพันธุ์ คมหอกวายุ
ชั่วพริบตานั้นเองมีอะไรบางอย่างพุ่งแหวกเป็ทางยาว มุ่งเข้าหาเอกอนอย่างรวดเร็วแต่เซฟดูเหมือนจะเร็วกว่าเขารีบคว้าร่างของนักเวทย์ผู้ที่ได้ชื่อว่าเคยเป็ถึงอันดับที่3 ไว้ แล้วกระชากออกให้พ้นวิถีโจมตีของสิ่งนั้น ซึ่งมันก็พุ่งผ่านไปอย่างฉิวเฉียดทะลุหน้าอกของเผ่าปักษาตัวหนึ่ง ส่งร่างนั้นให้กลายเป็แสงหายไปทันที
“พลาดหรือเนี้ย” เ้าของการโจมตีเมื่อครู่เอ่ยอย่างนึกเสียดาย และเมื่อเอกอนหันไปมองที่มาของเสียงเขาก็พบว่า เป็แม่ทัพเผ่าโกลุน (ครึ่งคนครึ่งหงส์)นั่นเองที่โจมตีเขาเมื่อครู่ ซึ่งนั่นทำให้เอกอนถึงกับตีหน้าเครียดในทันที...
“คราวนี้ไม่พลาดแน่ ไอ้ผู้เล่นเฮงซวย”
ทักษะเผ่าพันธุ์ คลื่นดาบวายุพัด
ร่างของแม่ทัพเผ่าโกลุนลอยนิ่ง ๆ อยู่ไม่ได้ขยับเคลื่อนไปไหน แต่กลับปรากฏลมดาบที่คมกริบนับร้อยแหวกอากาศมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง เป้าหมายคือร่างของเอกอนและเซฟ
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ขั้นที่ 2 สรรพมรรคา (หมื่นมรรค)
วินาทีที่ลมดาบที่คมกริบกำลังจะเข้าถึงตัวเอกอนนั้น ก็บังเกิดปราณดาบที่เรียงร้อยกันเป็โซ่นับร้อยเส้น พุ่งขึ้นจากพื้นดินแล้วตวัดฉวัดเฉวียนไปทั่ว แม้ดูเหมือนปราณดาบที่เป็โซ่จะกวัดแกว่งอย่างไร้ทิศทาง แต่มันกลับทำให้ลมดาบพวกนั้นสลายหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ ยังผลให้แม่ทัพเผ่าโกลุนถึงกับหันขวับไปหาผู้ที่มาขัดขวางการโจมตีของตัวเอง
“คู่ต่อสู้แกอยู่นี่ ไอ้มอนสเตอร์วิปริต”