“คุณพ่อขา...ไปกัดพี่เขาทำไมคะ?”
เสียงใสเอ่ยถามขึ้นเมื่อเปิดประตูห้องน้ำแล้วพบว่าพ่อของตนเอง กำลังทำบางอย่างกับสาวสวยที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
เสียงจากลูกสาวตัวน้อยทำให้ชายหนุ่มยอมปล่อยสาวร่างเล็กที่กำลังจัดการปิดปากไม่ให้มีโอกาสโวยวายได้
นรารินทร์หันมองเ้าของเสียงตัวน้อยสลับกับมองหน้าผู้ชายตัวใหญ่ที่เพิ่งจะขโมยจูบแรกของเธอไปเมื่อครู่ อย่างเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ที่เธอไม่เข้าใจคือ ทำไมผู้ชายตรงหน้าต้องฉวยโอกาสจูบเธอด้วยขนาดแฟนเก่าของเธอยังไม่มีโอกาสได้ทำอย่างนี้มาก่อน หญิงสาวตัดสินใจยกแขนส่งหมัดตรงเข้าใส่เบ้าตาของชายหนุ่มไปหนึ่งทีอย่างว่องไวและแม่นยำ
“โอ๊ย!” ธนาธิปถึงกับร้องโอดโอย
“อูยยยย....”เป็เสียงจากลูกสาวตัวน้อยที่ยกมือปิดตาตัวเองเอาไว้ ไม่กล้ามองสภาพพ่อตนเองก่อนจะค่อย ๆ แง้มมือเปิดดู จนได้เห็นว่าคู่กรณีของพ่อตนนั้น เดินกลับไปขึ้นรถแล้ว
“คุณพ่อขานี่กี่นิ้วคะ?” มดตะนอยตัวน้อย ชูนิ้วป้อม ๆ สองนิ้วสู้ตายให้พ่อโต้งดูเพื่อตรวจสอบอาการ
“สามนิ้วครับนี่ไง มันทับกันอยู่ตรงนี้สามนิ้ว” ธนาธิปหักห้ามความเจ็บแล้วก้มลงอุ้มตัวลูกสาวขึ้นมา ชี้ให้ดูสามนิ้วน้อย ๆ ที่ไม่ได้ชูขึ้น
“คุณพ่อโอเคใช่ไหมคะ” เด็กน้อยถามด้วยความเป็ห่วง
“โอเคสิครับคุณพ่อโอเคมาก” ทั้ง ๆ ที่ตาข้างที่โดนหมัดเข้าไปแทบจะลืมไม่ขึ้นแต่ก็พยายามส่งยิ้มให้ลูกสาวตัวน้อย
“เข้าห้องน้ำเสร็จแล้วก็ต้องล้างมือด้วยนะครับตะนอยไปล้างมือกันก่อนนะครับ”
“อุ๊ย!คุณพ่อขา ตอนนี้เวลาคุณพ่อทำงาน ไม่ต้องใส่แว่นแล้วก็ได้ค่ะ พี่คนสวยนั่นใส่แว่นสีชมพูให้คุณพ่อแล้ว”เสียงหนูน้อยดังขึ้นอีกครั้ง ชี้ไปที่ขอบตาของผู้เป็พ่อ เมื่อเห็นว่าเริ่มมีรอยแดงขึ้นมาเป็วงรอบดวงตาได้ชัดเจนเหมือนกับกรอบแว่น
“หึหึตลกละไอ้ตัวเล็ก ไปล้างมือเลย” ธนาธิปหัวเราะผ่านลำคอ ยกมือบีบจมูกน้อยเบา ๆ ก่อนจะอุ้มหนูน้อยไปที่อ่างล้างมือข้างห้องน้ำ
ระยะทางไม่ไกลมากใช้เวลาไม่เกินยี่สิบนาที สองพ่อลูกก็กลับมาถึงบ้าน มดตะนอยตัวน้อยยิ้มกว้างทันทีที่ได้เห็นรถคันคุ้นตาอยู่ในบ้านด้วย
“คุณพ่อขาคุณอาแจ้มาค่ะ” เด็กหญิงตัวน้อยที่จำรถของน้องชายพ่อโต้งได้เป็อย่างดีรีบบอกขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แสดงความตื่นเต้นดีใจ
เมื่อรถจอดสนิทหนูน้อยก็รีบลงจากรถวิ่งเข้าบ้านไปหาเ้าของรถทันที
“คุณอาขาตะนอยกลับมาแล้วค่ะ” เด็กน้อยวิ่งเข้ามาในบ้านพร้อมกับเสียงใส ๆ ที่ดังได้ยินกันทั้งบ้านจนคนที่ถูกเรียกต้องเดินออกจากครัวมาหา
“กลับมาแล้วเหรอครับไหนมาให้อาแจ้หอมหน่อย คิดถึงจังเลย” ธนาศิลป์น้องชายของธนาธิป นั่งลงอ้าแขนรอรับเด็กตัวน้อยวิ่งเข้าสู่อ้อมกอดโดยมีชิดตะวันที่เดินตามธนาศิลป์ออกมาจากห้องครัวยืนส่งยิ้มหวานให้ด้วย
หนูน้อยตะนอยนั้นกำลังจะวิ่งเข้าอ้อมกอดของคุณอาหนุ่มทว่ามองเห็นชิดตะวันเข้าเสียก่อน จึงได้วิ่งเลยไปกอดขาคุณอาสาว แฟนของธนาศิลป์แทน
“คุณอาตะวัน...”น้ำเสียงดีใจดังขึ้นกว่าเดิม เด็กน้อยแหงนเงยมองหน้าคุณอาคนสวยและใจดีในขณะที่ชิดตะวันก็ย่อตัวนั่งลงปรับความสูงให้เท่ากับเด็กน้อยด้วยเช่นกัน
“อ้าว...”ธนาศิลป์ถึงกับทำหน้าเศร้าห่อเหี่ยว เมื่อหลานสาววิ่งเลยเขาไป
“อาคิดถึงตะนอยตัวน้อยจังเลยหอมทีนะคะ” ว่าแล้วชิดตะวันก็ฝังจมูกลงที่พวงแก้มป่อง ๆ ของหนูน้อย หอมฟอดใหญ่
“อาแจ้น้อยใจเลยนะเนี่ยอุตส่าห์คิดถึง ซื้อของขวัญวันปิดเทอมมาให้ด้วยนะสงสัยต้องเอากลับไปคืนร้านแล้วมั้ง” คนไม่ได้กอดหลานนั่งลงก้นติดพื้นบ่นกระปอดกระแปด
แค่เพียงได้ยินประโยคของอาแจ้เด็กน้อยก็วิ่งเข้ามาคุกวงในกอดคอคนมีของขวัญทันที
“ตะนอยคิดถึงคุณอาแจ้ที่สุดเลยค่ะอย่าเอาของขวัญไปคืนร้านเลยนะคะ” เสียงใสส่งไปอ้อนผู้ใหญ่ใจดีพร้อมกับแววตาใสซื่อ
“ถ้าอย่างนั้นต้องมีอะไรมาแลกเปลี่ยนกันหน่อยแล้วมั้ง”อาแจ้พูดเสร็จ ก็ทำแก้มป่องหันให้เด็กน้อย โดยไม่ต้องพูดอะไรมากมดตะนอยตัวน้อยก็หอมเข้าที่แก้มป่อง ๆ นั้นไปฟอดใหญ่อย่างรู้งาน
“งั้นมาหอมอาแจ้แล้ว ทีนี้ตาอาแจ้หอมบ้างละนะ” ธนาศิลป์พูดจบก็จับตัวเด็กน้อยนั่งลงบนตักแล้วใช้จมูกโด่งไซ้ไปที่พวงแก้มใสทั้งสองข้างไปมามือก็จั๊กจี้ลำตัวเล็ก ๆ ไปด้วย จนทำให้ทั้งบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็กน้อย
“มากันนานแล้วเหรอสองคน”ธนาธิปเดินถือเป้นักเรียนของลูกสาวตัวน้อยเข้ามาในบ้าน เห็นน้องชายกับว่าที่น้องสะใภ้ จึงได้เอ่ย
ทักทาย
“สวัสดีค่ะพี่โต้งมาได้สักพักแล้วค่ะ” ชิดตะวันละสายตาจากอาหลาน หันมามองเ้าของเสียงแล้วยกมือไหว้ทักทายพี่ชายของแฟนหนุ่ม
“เป็ไงบ้างพี่ สบายดีนะครับ” ธนาศิลป์หยุดจั๊กจี้หลานสาว แล้วเงยหน้าขึ้นมาทักทายพี่ชายที่กำลังเดินถือเป้นักเรียนของหลานสาวไปวางไว้บนโซฟาแต่ไม่ทันจะรอฟังคำตอบ เพราะสิ่งที่เขาเห็นนั้น ทำให้ใจนต้องส่งตามไปอีกหนึ่งคำถาม
“เห้ย!พี่โต้ง พี่เอาตาไปรับหมัดใครมานั่น”
ธนาธิปยังไม่ทันได้ตอบคำถามของน้องชายคุณช่อผกา หรือคุณย่าช่อของเด็กหญิงตะนอยก็เดินถือถาดที่มีถ้วยขนมออกมา
“มาแล้วจ้ะ กล้วยเชื่อมอร่อย ๆ ของย่า”
กล้วยไข่เชื่อมสีเหลืองอร่ามคาดด้วยสีขาวสะอาดของน้ำกะทิที่ราดอยู่้าในถ้วยแก้วใบเล็กๆ ถูกยกออกจากถาดลงมาวางเรียงไว้ที่โต๊ะกลางของโซฟา สี่ถ้วยตามจำนวนลูกหลานที่มีอยู่ในบ้าน
“ฮู้ววว...น่ากินจังเลยค่ะคุณย่า”
“น่ากินก็กินเลยค่ะลูกพวกแกด้วยนะ มากินพร้อมกับตะนอยเลย แม่ยกมาให้แล้ว ไม่พอก็ไปเติ...”คุณช่อผกาจะบอกว่าให้ไปเติมเอาในครัว แต่พูดไม่ทันจบก็ต้องอุทานเสียงดังเรียกชื่อลูกชายคนโตเมื่อหันมาเห็นหน้าของธนาธิปเข้าเสียก่อน
“ตาโต้ง!นั่นหน้าแกไปโดนอะไรมา”
“เอ่อ.....” ธนาธิปอ้ำอึ้งอย่างไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี เขาไม่ได้คิดคำตอบดีๆ เอาไว้ ตั้งใจเพียงว่าจะหลบ ๆ ไม่ให้ใครเห็นแต่ตอนนี้ก็กลับเห็นกันทุกคนเสียแล้ว
“โดนพี่คนสวยต่อยมาค่ะคุณย่า”เป็เสียงตอบจากคนตัวเล็กที่สุดในบ้าน
“ฮ้า!...” เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกัน ทั้งคุณย่าช่อ คุณอาแจ้ และคุณอาตะวันอย่างไม่ต้องนัดหมายกันมาก่อน
“พี่คนสวยที่ไหนกันแล้วทำไมต้องต่อยกันจนตาแกเป็ขนาดนี้” คุณช่อผกาหันมาถามลูกชายตัวเอง
“เข้าใจผิดกันนิดหน่อยน่ะครับแม่ไม่มีอะไรหรอก”
“แต่คุณพ่อไปกัดพี่คนสวยนะคะ”
“ฮ้า!...” เสียงที่ดังขึ้นโดยไม่ได้นัดหมายเกิดขึ้นอีกครั้ง ส่วน ธนาธิปนั้นรีบยกมือจุ๊ปากส่งสัญญาณบอกลูกสาวตัวน้อยไม่ให้พูดอะไรอีก
“ตาโต้ง..แกเนี่ยนะกัดผู้หญิง?”คุณช่อผกาหันมาคาดคั้นเอากับลูกชาย
“เปล่าครับแม่ผมจะไปกัดผู้หญิงทำไมล่ะครับ ผมไม่ใช่หมานะแม่”
“ก็แล้วมันเป็ยังไงล่ะเล่ามาสิ”
“นั่นสิพี่ เื่มันเป็ยังไงกันแน่ ผมก็อยากรู้เหมือนกัน”ธนาศิลป์ส่งเสียงสนับสนุนคุณช่อผกา พร้อมกับส่งสายตาจ้องมองไปยังพี่ชายเขม็ง พอ ๆกับสายตาจากคุณช่อผกาและชิดตะวันด้วยเช่นกัน
สุดท้ายธนาธิปจึงต้องยอมเล่าเื่ทั้งหมดให้ทุกคนฟัง
“สมน้ำหน้า” เป็คำแรกจากคุณช่อผกาที่เอ่ยขึ้นหลังจากที่รับรู้เื่ราวที่ลูกชายเล่าให้ฟังแล้วธนาศิลป์เองก็ยังนั่งขำด้วยอีกคนส่วนชิดตะวันนั้นยังมีความเกรงใจพี่ชายแฟนอยู่บ้าง จึงได้แต่นั่งกลั้นหัวเราะอมยิ้มไป
“โหไม่มีใครเห็นใจผมเลยหรือไงครับ นี่ผมไม่ได้เป็โรคจิตแต่ต้องโดนต่อยมาตาเขียวขนาดนี้เลยนะ”
“แล้วใครใช้ให้แกไปจูบเขาก่อนล่ะโดนแค่นี้ยังน้อยไป ถ้าเป็แม่นะ จะหาไม้ตีให้หัวแตกเลย”
“โหดอ่ะแม่”
“กินกล้วยไปเลยไม่ต้องพูดมาก เดี๋ยวแม่ไปหายามาทาให้ แล้วจำไว้เลยนะ ปากผู้หญิงไม่ใช่หอยจุ๊บถึงคิดจะจูบเมื่อไหร่ก็ทำได้น่ะ”
“คร้าบบบบ”เป็เสียงอ่อย ๆ ตอบรับจากลูกชายคนโต
หลังจากเสร็จสิ้นกับการรับประทานกล้วยเชื่อมของคุณย่าคุณอาคุณหลานก็ช่วยกันแกะกล่องของที่ธนาศิลป์ตั้งใจซื้อมาให้หลานสาวใช้เล่น่ปิดเทอมซึ่งก็คือเครื่องเล่นคาราโอเกะพร้อมไมโครโฟนครบชุด คุณอาหนุ่มจัดการติดตั้งจนสามารถใช้งานได้เป็ที่ถูกใจของเด็กหญิงตะนอยเป็อย่างมาก
การร้องคาราโอเกะกลายเป็กิจกรรมสนุก ๆ ให้ทุกคนในบ้านได้มาทำร่วมกัน และความสามารถที่ฉายชัดออกมาของไอ้ตัวเล็กของบ้านก็เป็ที่ประจักษ์กับชิดตะวันด้วยเช่นกัน
“พี่โต้งตะนอยร้องเพลงเก่งนะคะ พี่น่าจะทำเดโมเพลงที่น้องร้องไปค่ายเพลงบ้างนะคะเผื่อน้องจะได้เป็นักร้องบ้างไง” ชิดตะวันเอ่ยบอกธนาธิปในสิ่งที่ตนเองคิดและอีกคนที่ได้ยินก็หันมาสนใจคำพูดของหญิงสาวด้วยทันที
“จริงเหรอคะคุณอาตะวันตะนอยจะเป็นักร้องได้จริง ๆ เหรอคะ?” เสียงใสดังขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาหาคุณอาสาว ดีใจที่รู้ว่าตัวเองก็มีสิทธิ์เป็นักร้องได้ด้วยเช่นกัน
“ได้สิคะตะนอยออกจะร้องเพลงเพราะขนาดนี้เนาะ” ประโยคของคุณอาสาว ทำเอาสาวน้อยยิ้มร่า
“ตะวันรู้จักพี่อยู่คนหนึ่งค่ะเป็รุ่นพี่ของตะวันเอง ตอนนี้เขาเปิดค่ายเพลงด้วย พี่โต้งน่าจะลองติดต่อดูนะคะตะนอยก็ปิดเทอมแล้วด้วย เผื่อจะได้มีกิจกรรมทำไง” ชิดตะวันแนะนำธนาธิป
“อืมก็น่าสนใจนะ”
“ตะวันมีคอนแทร็คของพี่เขาอยู่ค่ะเดี๋ยวตะวันส่งต่อให้ทางไลน์นะคะ พี่เขาชื่อเทพ ค่ายเพลงของเขาชื่อ ลิตเติ้ล บิท มิวสิคเรคคอร์ดค่ะ”
“ขอบใจจ้ะเดี๋ยวนี้พี่เห็นคนมาดังทางการทำคลิปลงยูทูปกันเยอะนะ”
“เยอะค่ะพี่แต่ว่าเราเขียนเพลงไม่เป็ ก็ไปสังกัดตามค่ายก็สะดวกดีนะคะ เพราะเขาจะจัดการให้หมดทุกอย่างั้แ่เพลง ภาพลักษณ์ การโปรโมต การขายงานไปโน่นเลยค่ะ ไม่แน่นะคะไอ้ตัวเล็กของเราอาจจะได้เป็นักร้อง มีซิงเกิ้ลเพลงเป็ของตัวเองจริง ๆ ก็ได้นะ” ชิดตะวันพูดไปพร้อมกับลูบศีรษะมนุษย์เด็กในบ้านด้วยความเอ็นดู
“เย้ๆ” น้องตะนอยะโโลดเต้นด้วยความดีใจอย่างมีความหวังเมื่อเห็นแสงสว่างส่องช่องทางก้าวสู่ความฝัน ก่อนจะหันไปพูดกับพ่อของตน “คุณพ่อขาติดต่อไปเลยนะคะ ตะนอยอยากเป็นักร้องค่ะ”
ธนาธิปหันมองลูกสาวตัวน้อยแววตาใสซื่อที่กำลังทอประกายจ้องมองมาที่เขาเช่นกัน
“เอาจริงเหรอครับ?พ่อว่าถ้าตะนอยไปร้องจริงจังมันจะไม่สนุกอย่างร้องคาราโอเกะเล่นอย่างนี้นะแล้วตะนอยก็จะเบื่อเอาน่ะสิครับ”
“ไม่ค่ะตะนอยไม่เบื่อ ตะนอยชอบร้องเพลง คุณพ่อต้องพาตะนอยไปเป็นักร้องนะคะ”
“เอาครับถ้าอย่างนั้นก็ลองดู ก่อนอื่นเราลองถ่ายคลิปที่หนูร้องเพลงแล้วส่งไปให้เขาดูก่อนแล้วกันดีไหมครับ”
“ดีค่ะ...ดีค่ะ”เด็กหญิงตะนอยยิ้มกว้างรีบเห็นด้วยทันที
ดังนั้นการถ่ายคลิปนักร้องตัวน้อยของบ้านร้องเพลงเพื่อส่งให้ค่ายเพลงจึงเกิดขึ้น
รถราที่คลาคล่ำอยู่บนท้องถนนใน่เวลาเลิกงานยังคงเป็ปัญหาของชาวเมืองหลวง นรารินทร์เป็อีกหนึ่งคนที่ต้องอยู่ในรถนอกจากจะหงุดหงิดที่รถติดแล้ว ยังมีเื่ที่เพิ่งเจอมาเพิ่มความหงุดหงิดให้หญิงสาวได้มากขึ้นไปอีก
“อี๋....อีตาบ้าเอ๊ย”มือบางถือกระดาษทิชชูถูปากตัวเอง ราวกับ้าเช็ดคราบริมฝีปากของผู้ชายฉวยโอกาสที่เธอเองก็ไม่เคยรู้จักมาก่อนออกให้หมด “เ้าประคู้ณ...ชาตินี้ขออย่าให้ต้องเจอะเจอไอ้พวกผู้ชายทุเรศอย่างนี้อีกเลย”
หญิงสาวพนมมือยกท่วมหัวขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของเธอจะดังขึ้น
(ฟ้าอยู่ไหนแล้วตอนนี้ทุกคนอยู่ที่ร้านกันหมดแล้วนะ เหลือแกคนเดียวเนี่ย) เสียงจากพี่ชายของนรารินทร์ส่งออกมาทันทีที่รับสาย
“ใกล้ถึงแล้วค่ะอีกไม่เกินห้านาทีก็น่าจะถึง ถ้ารถบนถนนไม่เป็อัมพาตไปซะก่อนนะคะ”
(ถ้าอย่างนั้นพี่จะได้สั่งอาหารไว้รอเลย)
“ได้เลยค่ะพี่เทพสั่งรอไปได้เลย ฟ้าหิวแล้วเหมือนกัน ไปถึงจะได้กินเลย”
(โอเคเดี๋ยวพี่จัดให้) นครินทร์ตอบรับน้องสาวก่อนจะวางสายจากกันแล้วหันมาสั่งอาหารรอตามที่บอก
ส่วนนรารินทร์นั้นใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีก็สามารถมาถึงร้านอาหารอันเป็ที่นัดหมาย สำหรับการมาดินเนอร์กับครอบครัวแบบครบองค์ประชุมได้วันนี้พี่ชายเธอนัดรวมตัวดินเนอร์ เพราะั้แ่นครินทร์แต่งงานแยกครอบครัวออกไปก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันบ่อยนัก วันนี้จึงเป็อีกวันดี ๆของครอบครัวทองธีมากุลที่จะได้มารวมตัวกัน
หญิงสาวจอดรถเสร็จก็เดินตรงเข้าร้านแต่ก็มีอันต้องชะงักเท้าเข้าเสียก่อน เพราะได้ยินเสียงคนเรียกชื่อเธอ
“ฟ้า...ฟ้าจริงๆ ด้วย ดีใจจังเลยครับ ที่ได้เจอฟ้าที่นี่” เป็เสียงจากอภิสิทธิ์แฟนเก่าของนรารินทร์นั่นเองที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาเธอ
“สิทธิ์!...” นรารินทร์เอ่ยเรียกชื่อชายหนุ่มด้วยความแปลกใจ ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเขาที่นี่อันที่จริงเธอไม่เคยคิดว่าจะต้องเจอเขาอีกเลยด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็ที่ไหนก็ตาม
“ดีใจจังฟ้ายังจำสิทธิ์ได้ด้วย ฟ้ามาทานข้าวคนเดียวเหรอ?” อภิสิทธิ์ยิ้มหวานแสดงท่าทางดีใจออกมาอย่างเปิดเผยที่ได้เจอแฟนเก่าต่างกับอีกคนที่กำลังทำหน้าบอกไม่ถูก
“เปล่าวันนี้วันครอบครัวน่ะ ฉันขอตัวก่อนนะ” หญิงสาวเลือกที่จะใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า ‘ฉัน’ ซึ่งต่างไปจากตอนที่คบกันที่แทนตัวเองว่าฟ้า
จบประโยคนรารินทร์ก็จะเดินเลี่ยงเข้าร้านทว่าอภิสิทธิ์ยังคงเดินไปดักหน้าไว้ ชวนพูดคุยต่อ
“เดี๋ยวสิครับฟ้า สิทธิ์คิดถึงฟ้านะครับ ตอนนี้สิทธิ์ไม่มีใครแล้วเราจะกลับมาเป็เหมือนเดิมได้ไหมครับ สิทธิ์รู้นะว่าฟ้าก็ยังไม่มีใครเหมือนกัน”
“ขอโทษนะสิทธิ์ ฟ้าไม่สะดวก ฟ้ารีบขอตัวก่อนนะ” หญิงสาวตอบปัดก่อนจะเดินหลบผู้ชายตรงหน้าเข้าร้านไป