บทที่ 2 อาหารมื้อสุดท้าย (รีไรต์)
หย่า?
ถ้าหย่าแล้วเธอจะไปอยู่ที่ไหน?
ถ้ายังอยู่ในหมู่บ้าน คงโดนคนอื่นไล่ออกมาแน่ กลับไปเมืองก็ไม่ได้ เพราะกลับไปก็คงไม่มีที่อยู่
ครั้งก่อนที่หลอกให้เฉินเจียวเจียวแต่งงานกับฮั่วตงเซิง แม่เมิ่งก็แทบจะฉีกเืเนื้อของเธอออกเป็ชิ้น ๆ แล้ว
และยิ่งไม่มีทางเหยียบเท้าเข้าประตูบ้านครอบครัวเมิ่งได้อย่างแน่นอน
การแต่งงานครั้งนี้ เธอจะไม่ยอมหย่าเด็ดขาด!
เมิ่งว่านถังขมวดคิ้ว พูดอย่างรวดเร็วว่า “หย่าทำไม? ปลดประจำการแล้วก็อยู่บ้านทำงานสิ ออกไปทำงานทุกวันก็จะได้คะแนนแรงงาน หรือกลัวว่าจะไม่มีข้าวกิน? ด้วยเรี่ยงแรงขนาดนี้ รับรองว่าพวกเราแม่ลูกไม่มีทางอดตายแน่ อย่าคิดมากไปเลย พักฟื้นแขนให้หายก่อนเถอะ”
เมิ่งว่านถังนึกถึงขาหมูที่เ้าของร่างเดิมซ่อนไว้ในบ้าน จึงเข้าไปในห้องแล้วหยิบออกมา ฉีกแบ่งแล้วยัดใส่มือลู่ชิงเหยี่ย
“กินเข้าไปเยอะ ๆ จะได้บำรุงร่างกาย”
ลู่ชิงเหยี่ยถูกยัดขาหมูใส่มือโดยไม่ทันตั้งตัว ความตกตะลึงวาบผ่านดวงตาของเขาในชั่วพริบตา
เขาสงสัยว่าเมิ่งว่านถังตรงหน้านี้เปลี่ยนิญญาเป็คนอื่นไปแล้ว
นี่เป็คำพูดที่เมิ่งว่านถังจะพูดออกมาได้เหรอ?
เธอเคยรังเกียจเขามากที่สุด คิดว่าเขาเป็เพียงคนหยาบกระด้าง มีแต่เรี่ยวแรงเทียบกับยุวชนชนจากเมืองไม่ได้ พอจดทะเบียนสมรส เธอก็เผยธาตุแท้ออกมา ไม่ยอมให้เขาแตะต้องตัวเลยนับแต่นั้น
แต่งงานกันมาหลายปี คำพูดที่พวกเขาเคยคุนกัน แทบนับครั้งได้
วันนี้เธอยอมเปลี่ยนนิสัยแล้ว หรือว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกกันแน่
“ยืนเหม่ออะไร รีบกินสิ!” เมื่อเห็นเขาถือขาหมูอยู่เฉย ๆ เมิ่งว่านถังก็ขมวดคิ้วเร่งเร้า
“พ่อ อย่ากินนะ! มันมียาพิษ!”
โกวต้านะโวิ่งเข้ามาจากข้างนอก ปัดขาหมูในมือของลู่ชิงเหยี่ยทิ้งไป โกวเซิงวิ่งตามมาติด ๆ มือยังจูงน้องชายตัวเล็กหัวโตที่คล้ายกับเด็กทึ่มมาด้วย
เด็กทั้งสองคิดว่าลู่ชิงเหยี่ยกินขาหมูเข้าไปแล้ว ต่างก็ร้อนใจจนเกือบร้องไห้
“พ่อ! รีบคายออกมาเร็ว!” เสียงสั่นเครือของโกวต้านแฝงด้วยความตื่นตระหนก “ผมจะไปหาย่า ขอน้ำสบู่มาให้พ่อล้วงคออ้วก”
พูดไม่ทันขาดคำ เขาก็วิ่งออกไปข้างนอก
เมิ่งว่านถังตั้งสติได้ รีบยื่นมือจะไปคว้าตัวโกวต้าน ะโเสียงดัง “พูดจาเหลวไหลอะไร?”
“ผมไม่ได้พูดเหลวไหลนะ ผมกับน้องได้ยินหมดแล้ว แม่บอกผู้ชายอื่นว่าจะเอาขาหมูวางยาพิษพวกเราสามคน หลังจากนั้นก็จะหย่ากับพ่อแล้วก็ไปอยู่กับเขา”
ดวงตาสีดำขลับของโกวต้านเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
เมิ่งว่านถังโมโหจนแทบคลั่ง
เ้าของร่างเดิมไม่ใช่คนแล้ว!
จะบอกว่าเป็สัตว์เดรัจฉาน ก็จะเป็การดูถูกสัตว์พวกนั้นเกินไป
เมิ่งว่านถังกอดลูกชายไว้แน่น เงยหน้าขึ้นสบตากับสายตาอาฆาตของลู่ชิงเหยี่ย ในที่สุดเธอก็รู้ซึ้งแล้วว่า ต่อให้ะโลงแม่น้ำหวงเหอก็ยากจะล้างมลทิน*[1]เป็ยังไง
“ขาหมูไม่มีพิษ”
เธอไม่สามารถปฏิเสธว่าไม่เคยพูดคำเ่าั้ออกไป จึงได้แต่แก้ต่างสถานการณ์ตรงหน้า
“ถ้าพวกลูกไม่เชื่อ แม่จะกินให้ดูเอง” เธอหยิบขาหมูขึ้นมากัดคำหนึ่ง จากนั้นก็มองหน้าพ่อลูกทั้งสี่คนอย่างสงบ “แม่รู้ว่าตอนนี้ต่อให้ตัวเองพูดอะไรออกไป พวกลูกก็คงไม่ยอมเชื่อ แต่แม่ไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นนั้น อีกอย่างลูก ๆ ทั้งสามคนก็เป็เืเนื้อเชื้อไขของแม่ ถ้าแม่ยังเป็คน ก็ไม่มีทางทำเื่แบบนั้นแน่”
“งั้นทำไมแม่ถึงบอกว่าจะวางยาพิษพวกเรา!” โกวต้านะโดังลั่น
เมิ่งว่านถังโมโหจนไส้แทบขาด ทว่าใบหน้ายังคงแสร้งไร้ความตื่นตระหนก “ตอนนั้นแม่รู้ว่าพวกลูกกำลังแอบฟังอยู่นอกหน้าต่าง ก็เลยแกล้งขู่ไปก็เท่านั้น แม่กลัวว่าพวกลูกจะแอบมาขโมยกินขาหมู”
คำอธิบายแบบนี้ดูเหมือนเป็สิ่งที่เ้าของร่างเดิมจะทำได้
สายตาของใครบางคนอ่อนลงเล็กน้อย
ทว่า เด็กน้อยยังคงเคลือบแคลงใจ
เมิ่งว่านถังยัดขาหมูเข้าปากโกวต้าน “ลองชิมดูสิว่าอร่อยหรือเปล่า?”
โกวต้านถูกยัดหมูเข้าเต็มปาก จึงเผลอเคี้ยวโดยไม่รู้ตัว
พอเคี้ยวเสร็จก็ใอย่างมาก
หมูชิ้นนี้อร่อยมาก!
โกวต้านไม่กล้ากินทั้งหมด เคี้ยวอยู่นานกว่าจะกลืนลงไปได้ จากนั้นก็จ้องเขม็งไปที่เมิ่งว่านถัง “ผมไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมแม่ถึงต้องใช้คำพูดโหดร้ายแบบนั้น ที่แท้ก็แค่อยากเก็บของอร่อยไว้กินเองคนเดียว”
“...”
คุณพระคุณเ้า หยุดพูดเสียที!
ต่อไปนี้ เวลามีของอร่อย ๆ จะขาดเธอไปได้ยังไง
เมิ่งว่านถังปล่อยมือจากเด็กน้อย แล้วยัดขาหมูใส่มือเขา “ยังจะไปขอน้ำสบู่จากย่าอีกไหม?”
โกวต้านแสร้งทำเป็ไม่ได้ยิน ยัดขาหมูให้โกวเซิงกับเสี่ยวพ่าง จากนั้นก็หยิบขาหมูที่ตัวเองปัดไปเมื่อครู่นำไปล้างให้สะอาด แล้วยื่นให้พ่อ
ลูกชายที่ว่านอนสอนง่ายขนาดนี้ เ้าของร่างเดิมสมองคงโดนลาเตะแน่ ๆ ถึงได้ปฏิบัติกับพวกเขาแบบนี้
ถ้าเป็คนปกติคงไม่มีทางทำกับเด็ก ๆ ที่น่ารักขนาดนี้หรอก
เธอหันกลับไป หยิบขาหมูชิ้นใหญ่ให้โกวต้านอีกชิ้น
“กินสิ ต่อไปก็จะมีอีก”
เมิ่งว่านถังยัดขาหมูให้เด็กน้อย จากนั้นก็หยิบมีดทำครัว เก็บปลาที่โกวต้านกับโกวเซิงโยนทิ้งลงพื้น นั่งยอง ๆ ขอดเกล็ดปลาข้างบ่อน้ำ
ที่หน้าประตูบ้าน โกวต้านกับโกวเซิงชะโงกหน้ามองท่าทางขอดเกล็ดปลาอย่างคล่องแคล่วของเมิ่งว่านถัง ทำให้พวกเขาใจนต้องหดคอกลับไป
โกวเซิงวิ่งไปหาลู่ชิงเหยี่ยย่างตื่นตระหนก “พ่อ แย่แล้ว! แม่ขอดเกล็ดปลาเป็ด้วย!”
ลู่ชิงเหยี่ยขมวดคิ้ว “แค่ขอดเกล็ดปลา มันผิดแปลกตรงไหน?”
“คนอื่นทำเป็ก็ปกติ แต่แม่ทำเป็เนี่ยสิที่ไม่ปกติ! พ่อดูแม่วันนี้สิ ไม่ใช่แค่เอาขาหมูให้พวกเรากิน แต่ยังลงมือฆ่าปลาเองอีก พ่อ! แม่เป็ผู้หญิงที่ี้เีและดุร้ายที่สุดในหมู่บ้าน ไม่ใช่คนดีอะไรเลย อย่าไปโดนแม่หลอกนะ”
โกวเซิงเห็นพ่อไม่แสดงท่าทีอะไรออกมา ก็ร้อนใจขึ้นมาทันที
“พ่อ คุณคิดว่าแม่จะฆ่าพวกเราตอนกลางคืนแล้วเอาเนื้อไปกินหรือเปล่า?” โกวเซิงพูดพลาง ขนลุกซู่ไปพลาง จากนั้นก็หันหลังวิ่งเข้าไปในบ้าน ออกมาอีกทีก็ลากโกวต้านมาด้วย “พี่ พวกเรารีบเก็บข้าวของแล้วพาเสี่ยวพ่างไปซ่อนกันเถอะ”
ลู่ชิงเหยี่ยที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังนวดขมับ พูดกับลูกชายด้วยเสียงต่ำ “แม่ของพวกลูกแค่ี้เี แต่ไม่ได้หมายความว่าฆ่าปลาไม่เป็”
อารมณ์ในดวงตาของลู่ชิงเหยี่ยปั่นป่วน เขารู้ดีว่าเมิ่งว่านถังเป็คนแบบไหน
แม้จะมีความสงสัยในใจ แต่ก็ไม่อาจแสดงออกต่อหน้าเด็ก ๆ ได้
โกวเซิงไม่เชื่อ “พ่อ! พ่อแท้ ๆ จะมาหลอกลูกแท้ ๆ ได้ยังไง!”
ลู่ชิงเหยี่ยได้ยินเสียงปั๊มน้ำดังมาจากข้างนอก จึงพูดกับลูก ๆ ด้วยเสียงหนักแน่น “นั่นก็แม่แท้ ๆ ของพวกลูกนะ!”
“แม่แท้ ๆ แล้วยังไง? แม่ซื้อเนื้อมาแล้วเอาไปให้ไอ้หน้าขาวนั่นนะ! ผมกับพี่ไม่เคยได้กินเนื้อสักคำ” โกวเซิงพูดพลางแทะกระดูกอย่างเสียดายเพราะไม่อยากทิ้ง
เขาลอบสังเกตพ่อตัวเอง อยากรู้ว่าพ่อจะเป็ผู้นำครอบครัว และปกป้องพี่น้องของพวกเขาได้หรือไม่
ถ้าพ่อไม่น่าเชื่อถือ เขาก็ต้องคิดหาวิธีอื่น
โกวเซิงยังกังวลว่าแม่จะวางยาพิษเพื่อฆ่าพวกเขา
“พ่อครับ ในกระเป๋าพ่อมีเงินไหม?” โกวเซิงถามขึ้นอย่างฉับพลัน
ลู่ชิงเหยี่ยมองลูกชายคนรองที่ดื้อรั้น แล้วตอบว่า “ไม่มี”
“งั้นก็ดีแล้ว” โกวเซิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทันใดนั้นก็ะโเสียงดังลั่น “อะไรนะ? พ่อ พ่อไม่มีเงินเลยเหรอ? แล้วต่อไปครอบครัวเราจะกินอะไร ดื่มอะไร?”
โกวต้านกับโกวเซิงสมกับเป็พี่น้องกัน จงใจมองไปที่ประตูแล้วะโลั่นว่า “อะไรนะ พ่อไม่มีเงิน?”
“ไม่มีเงินแล้วยังไง? จะปล่อยให้อดตายหรือไง?”
เมิ่งว่านถังเดินเข้ามา มือหนึ่งถือมีดทำครัว อีกมือหิ้วปลา โกวต้านวิ่งออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว เมิ่งว่านถังยังไม่ทันตั้งตัว โกวเซิงก็วิ่งออกไปด้วย
พี่น้องทั้งสองยืนอยู่หน้าประตู จ้องเมิ่งว่านถังอย่างระแวดระวัง
เมิ่งว่านถังก้มมองมีดทำครัวในมือ เดินเข้าไปอย่างใจเย็น จากนั้นก็หั่นปลา เปิดตู้กับข้าว หยิบเต้าหู้ที่เ้าของร่างเดิมแลกมาเมื่อเช้า หั่นเป็ชิ้น ๆ แล้วค่อยวางมีดลง
เธอเหลือบมองเด็กทั้งสองที่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ในใจด่าทอเ้าของร่างเดิมไม่หยุดปาก
ในบ้านไม่ค่อยมีอะไรมากนัก เหลือเพียงข้าวฟ่างนิดหน่อย พอหุงทำเป็ข้าวต้มได้ ส่วนปลากับเต้าหู้ก็นำไปทำซุปเต้าหู้ปลาได้ แบบนี้อย่างน้อยทุกคนในบ้านก็จะมีอะไรตกถึงท้อง
เธอนั่งยอง ๆ ก่อไฟ ลู่ชิงเหยี่ยก็เข้ามาช่วยก่อไฟ
เมิ่งว่านถังจึงล้างมือ ตักน้ำมันหมูหนึ่งช้อนใส่ในกระทะ จากนั้นก็ทอดไข่ดาวสี่ฟองพักไว้ ถัดไปก็นำปลาลงไปทอดในกะทะจนเหลืองกรอบทั้งสองด้าน ใส่ขิงลงไปสองแว่น ทันใดนั้นกลิ่นหอมก็ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
โกวเซิงเข้าไปกระซิบข้างหูพ่ออย่างตื่นเต้น “พ่อ แม่แปลก ๆ ไปนะ พวกเรารีบหนีกันเถอะ! นี่ต้องเป็อาหารมื้อสุดท้ายแน่ ๆ!”
“อาหารมื้อสุดท้าย?” เสียงเย็นะเืดังมาจากด้านหลัง
“ใช่สิ! แม่ไม่มีทางใจดีขนาดนั้นหรอก”
โกวเซิงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ หันกลับไปมอง ก็เห็นเมิ่งว่านถังยืนอยู่ด้านหลัง ในมือถือมีดทำครัวเอาไว้
[1] ะโลงแม่น้ำหวงเหอก็ยากจะล้างมลทิน หมายถึง แม่น้ำที่มีสีเหลืองขุ่น ใช้อุปมาว่าการลงไปล้างตัวในนั้นอย่างไรก็ไม่สะอาด ใช้แทนสิ่งที่ยากจะยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองได้