บทที่ 7 ตระกูลเสิ้งที่รุ่งเรืองดั่งอาทิตย์เที่ยงวัน
ถังโย่วโย่วพูดเสียงอ่อนหวานว่า "ลุงคะ ป้าคะ บางทีเ้าอาวาสคนนั้นอาจจะพูดเหลวไหลก็ได้"
หลิวชิงจิ้มจมูกเล็ก ๆ ของถังโย่วโย่วพลางพูดว่า "เป็ไปไม่ได้หรอก เด็กน้อย เธอคงไม่รู้สินะว่าเ้าอาวาสจิ้งส้านจากวัดจิ้นอวิ๋นศักดิ์สิทธิ์มากแค่ไหน"
ชางโหยวพูดว่า "ใช่แล้ว เ้าอาวาสจิ้งส้านที่โย่วโย่วพูดถึงนั้นเป็คนที่มีญาณวิเศษจริง ๆ สิ่งที่ท่านพูดออกมาแทบจะเป็เื่จริง"
ทั้งสองคนยืนยันเป็เสียงเดียวกันว่าเื่นี้เป็เื่จริง
เมื่อไม่สามารถปลุกคนที่แกล้งหลับให้ตื่นได้ ถังโย่วโย่วจึงเลือกจะปิดปาก กินอมยิ้มไปเงียบ ๆ ดีกว่า
อมยิ้มลูกกลม ๆ อยู่ในปากของถังโย่วโย่ว ทำให้แก้มเธอป่อง ๆ เหมือนหนูแฮมสเตอร์ตัวน้อย น่ารักมาก ๆ
รถโรลส์รอยส์มุ่งหน้าไปยังโรงแรมหรู หลังจากผ่านไปสิบนาที รถก็จอดลงใต้รูปปั้นคนทองคำขนาดเล็ก
เวลานี้เมฆสีแดงยามเย็นตรงขอบฟ้าค่อย ๆ จางหายไป ม่านราตรีกำลังทอดตัวลงมา
ประตูรถถูกเปิดออก หลิวชิงอุ้มถังโย่วโย่วตามสองพ่อลูกมาจากรถ ทั้งสี่คนเพิ่งก้าวลงมาก็ดึงดูดสายตาของคนที่เดินผ่านไปมา และมีเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจดังมาเป็ระยะ
"โอ้โห ครอบครัวนี้ช่างโดดเด่นเหลือเกิน!"
"ทั้งครอบครัวหล่อสวยกันหมด สามีภรรยาคู่นี้มียีนส์ที่ดีจริง ๆ ถึงได้มีลูกหน้าตาดีถึงสองคนแบบนี้"
"ลูกชายหนึ่งคน ลูกสาวหนึ่งคน ชีวิตสมบูรณ์แบบสุด ๆ ไปเลย!"
"ดู ดูรถของพวกเขาสิ โอ้โห โรลส์รอยซ์เลยนะ!"
"ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะรวยขนาดนี้ พระเ้า ฉันอิจฉาจังเลย"
ได้ยินเสียงพูดอยู่ข้างหู ดวงตากลมโตของถังโย่วโย่วก็กลอกไปมา ดูเหมือนนางฟ้าตัวน้อยที่หลงมาอยู่ท่ามกลางโลกมนุษย์
หลิวชิงที่อุ้มเธอได้ยินคำพูดของคนที่เดินผ่านก็ดีใจจนแทบบ้า แม้ว่าก่อนหน้านี้เวลาเธอออกไปทานข้าวกับสองพ่อลูกจะถูกคนมอง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน คราวนี้มีเด็กน้อยตัวกลม ๆ ที่สำคัญในอ้อมกอดของหลิวชิงเพิ่มขึ้นมา นี่มันความสุขสองเท่าชัด ๆ
ทั้งสี่คนเดินตรงไปยังโรงแรมหรูราวกับไม่เห็นสิ่งใดอยู่ในสายตา
พวกเขาเป็แขกประจำของโรงแรมหรูแห่งนี้อยู่แล้ว ยามรักษาความปลอดภัยที่หน้าประตูจำชางโหยวที่เดินนำหน้าได้ทันที รีบวิ่งเข้ามาโค้งคำนับพลางทักทาย "ประธานชาง! สวัสดีครับ"
จากนั้นก็รีบเปิดประตูให้พวกเขา พร้อมมองตามด้วยสีหน้าประจบประแจง
ชางโหยวไม่แม้แต่จะสนใจยามคนนั้นสักนิด พาคนอื่น ๆ เดินเข้าไปในโรงแรมหรูหรา
โรงแรมนี้เป็โรงแรมระดับห้าดาวที่ดีที่สุดในเมืองหลวง ราคาเข้าใช้บริการสูงลิ่ว พูดได้ว่าเปิดมาเพื่อคนรวยโดยเฉพาะ คนที่มากินที่นี่ล้วนเป็คนมั่งมีทั้งนั้น อย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีทรัพย์สินระดับร้อยล้าน
ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่งานสังสรรค์ของคนตระกูลดังในเมืองหลวงจะจัดขึ้นที่นี่ และวงสังคมคนชั้นสูงก็มีแค่เท่านี้ พวกเขาทั้งสี่เพิ่งเดินเข้าไปจึงเจอกับคนที่คุ้นเคยเข้าพอดี
ถังโย่วโย่วกับคนอื่น ๆ กำลังจะเดินเข้าไปด้านใน ขณะที่คนกลุ่มนั้นเดินออกมาข้างนอก
ทั้งสองฝ่ายจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอกัน
"ประธานเสิ้ง"
"ประธานชาง"
ถังโย่วโย่วหันหน้าไปตามเสียง
เธอเห็นชายคนหนึ่งสวมชุดสูทผ้าซาตินสีดำยืนอยู่ตรงหน้าชางโหยว ดูอายุพอ ๆ กับชางโหยว ท่าทางยิ้มแย้มคึกคัก ด้านหลังมีหญิงสาวคนหนึ่งตามมา และในมือของหญิงสาวยังจูงเด็กชายตัวน้อยที่อายุพอ ๆ กับชางจื่อ
ถังโย่วโย่วสนใจเด็กชายคนนั้นจนไม่ทันสังเกตการทักทายระหว่างชางโหยวกับชายคนนั้น
เด็กชายหน้าตาดี ดวงหน้าเล็กแสดงท่าทีสงบนิ่ง ดวงตาสวยเฉียงขึ้นเล็กน้อย จมูกโด่ง ริมฝีปากบาง รูปลักษณ์ของเขางดงามมาก จริง ๆ แล้วมีเพียงคำว่างดงามเท่านั้นที่จะใช้บรรยายได้ เมื่อเทียบกับชางจื่อ โครงหน้าและผิวพรรณของเขานุ่มละมุนกว่า นี่เป็ใบหน้าที่ควรจะเป็ของเด็กผู้หญิง แต่กลับมาอยู่บนใบหน้าของเด็กชาย ทว่ามันกลับไม่ขัดกับบุคลิกของเขาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ยิ่งเสริมให้ดูดียิ่งขึ้น
หางตาที่เฉียงขึ้นแฝงไว้ด้วยความเ็าอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเด็กชายรู้สึกถึงสายตาของถังโย่วโย่ว เขาจึงเงยหน้ามองเธอ
เสี้ยวนาทีที่ดวงตาสดใสและคมกริบจ้องมอง ถังโย่วโย่วถึงกับชะงัก แต่ในวินาทีถัดมาเธอก็ยิ้มหวานให้เขา ดวงตาโค้งเป็รูปจันทร์เสี้ยว เผยให้เห็นเขี้ยวน้อย ๆ สองซี่
แล้วเธอก็ได้ยินเสียงของชางโหยวดังมาว่า "หลายปีแล้วที่ไม่ได้เจอกัน ลูกชายของคุณโตขนาดนี้มาก ดูเหมือนจะอายุพอ ๆ กับลูกชายของผมเลย ไม่ทราบว่าเรียนอยู่โรงเรียนไหนครับ?"
เสิ้งหง "ฮ่า ๆ ประธานชางพูดเกินไปแล้ว ลูกชายผม เสิ้งซื่อ เรียนอยู่ที่โรงเรียนประถมมู่อิง ครอบครัวผมเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ตอนอยู่เมืองหลวงคงต้องรบกวนประธานชางช่วยดูแลด้วยนะครับ"
ชางโหยว "แหม ประธานเสิ้งพูดอะไรอย่างนั้น โรงเรียนประถมมู่อิงใช่ไหม? ลูกชายผมชางจื่อก็เรียนที่โรงเรียนนั้นเหมือนกัน ต่อไปเด็กทั้งสองคนคงได้เล่นด้วยกันบ่อย ๆ"
เสิ้งซื่อ?
ถังโย่วโย่วคิดถึงชื่อนี้
ช่างเป็ชื่อที่ไพเราะ แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกถึงความสูงส่งแล้ว
เสิ้งหง "ไม่เป็ไร ๆ ฮ่า ๆ ๆ การได้พบกันที่นี่ก็ถือเป็วาสนาแล้ว เอ๊ะ แล้วคนที่น้องสะใภ้อุ้มอยู่นี่คือลูกของพวกคุณ..."
"...?"
เมื่อเขาพูดเช่นนั้น สายตาของทุกคนจึงมองมาที่ถังโย่วโย่ว
ส่วนคนที่ถูกมองนั้น ใบหน้ากลมป้อมของเธอฉาบไปด้วยรอยยิ้มหวาน ๆ เมื่อประกอบกับผมเปียเล็ก ๆ ที่ถักไว้บนหัว ก็ดูน่ารักและอ่อนโยนจนแทบจะทำให้คนหัวใจวาย
"ไม่ ๆ ๆ ประธานเสิ้งเข้าใจผิดแล้ว นี่คือหลานสาวของผมต่างหากครับ"
"ฮ่า ๆ ๆ แบบนี้เอง ผมนึกว่าเป็ลูกคนที่สองของน้องสะใภ้เสียอีกฮ่า ๆ ๆ"
เมื่อได้ยินคำพูดนั้นหลิวชิงก็หัวเราะพรืดออกมา "ใช่ที่ไหนกันคะ ฉันก็อยากมีลูกสาวสักคนเหมือนกัน แต่นี่ไงคะ ์ส่งเด็กคนนี้มาให้ฉันแล้ว"
"ดี ๆ ๆ เด็กคนนี้ดูแล้วน่ารักมาก คงเป็คนที่มีโชคลาภแน่ เอาเถอะ ประธานชาง วันนี้ผมยังมีธุระ วันหลังพวกเราค่อยมาพบกันใหม่"
"ได้"
ชางโหยวพยักหน้า
ทั้งสองฝ่ายต่างแยกย้ายกันไป ส่วนถังโย่วโย่วที่ซบอยู่ในอ้อมกอดของหลิวชิง สายตาจับจ้องเสิ้งซื่อที่จากไป เมื่อเสิ้งซื่อเดินออกจากประตูโรงแรมหรูตี้ห่าว เขาก็หันกลับมามองอีกครั้งและสบกับสายตาของถังโย่วโย่วพอดี
เมื่อเห็นพี่ชายคนนี้หันกลับมามอง เธอก็รีบยิ้มหวานให้
เมื่อเห็นรอยยิ้มนั้นหางตาของเสิ้งซื่อสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ชางโหยวเดินไปที่เคาน์เตอร์ด้านหน้าพร้อมกับหลิวชิง ทันใดนั้นชายที่แต่งตัวคล้ายผู้จัดการก็รีบเดินเข้ามาหา โค้งคำนับให้กับชางโหยวหลายครั้ง แล้วพาพวกเขาเข้าไปยังห้องส่วนตัว
ขณะรอเมนูอาหารในห้องส่วนตัว
หลิวชิงวางถังโย่วโย่วลงบนเก้าอี้สำหรับเด็กที่อยู่ข้าง ๆ จากนั้นเธอก็เอ่ยถามชางโหยวว่า "เสิ้งหงกลับมาจากอิตาลีั้แ่เมื่อไหร่กัน?"
"เดือนที่แล้ว" ชางโหยวตอบ
"ตระกูลเสิ้งไม่ได้พัฒนาธุรกิจในต่างประเทศดีอยู่หรอกหรือ กลับมาทำไมกันล่ะ"
เมื่อสิบปีก่อน ตระกูลเสิ้งแห่งเมืองหลวงถือว่ารุ่งเรืองถึงขีดสุด อิทธิพลมากมายในตลาดปัจจุบันก็เป็ผลมาจากการที่ตระกูลเสิ้งถอยร่นไปอยู่ต่างประเทศ
"ใบไม้ร่วงย่อมกลับคืนสู่ราก คงเป็ความ้าของนายท่านเสิ้ง ตระกูลเสิ้งเป็คู่แข่งที่น่ากลัวทีเดียว ได้ยินว่าเพิ่งกลับมาได้เดือนเดียวก็เข้าซื้อกิจการบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไปห้าบริษัทแล้ว ไม่อาจดูแคลนได้เลย"
"กลัวอะไรกัน ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของเรากับตระกูลเสิ้งก็ไม่ได้เลวร้ายนักหรอก"
ยิ่งไปกว่านั้น ชางจื่อกับเสิ้งซื่อก็อายุไล่เลี่ยกัน
การสร้างความสัมพันธ์อันดีก็เป็เื่ง่ายมาก หลิวชิงไม่ได้พูดเื่นี้มากนัก เธอไม่สนใจเื่พวกนี้ด้วยซ้ำ ปอกองุ่นลูกหนึ่งแล้วเอาเมล็ดออก ก่อนป้อนให้ถังโย่วโย่วกินอย่างมีความสุข พลางพูดว่า "เด็กน้อยของเราคงมีวาสนาต่อกันจริง ๆ ถึงขนาดมีคนเข้าใจว่าพวกเราเป็แม่ลูกกันด้วย ฮ่า ๆ ๆ"