บทที่ 8 เดิมทีมีผู้อยู่เื้ั
ขณะที่เสิ่นเมิ่งกำลังเตรียมเก็บโทรศัพท์ เมิ่งเจียงอวี่ที่อยู่ในพักห้องผู้ป่วยก็พูดขึ้นอีกครั้ง
“แต่เจียเจีย ถ้าคุณลุงรู้เื่นี้ ท่านจะรังเกียจฉันมั้ย จะยอมให้เราคบกันต่อเหรอ”
“พ่อฉันไม่มีทางทำแบบนั้นหรอก! คุณเอาลูกอัณฑะออกไปแค่ข้างเดียว ไม่ได้เอาออกหมดซะหน่อย ไม่ใช่เื่ใหญ่” เสิ่นเจียจ้องตาเมิ่งเจียงอวี่แล้วพูดอย่างจริงจัง
“อีกอย่าง ท่านเป็คนส่งนายไปหาเสิ่นเมิ่ง และท่านก็ตอบตกลงว่าตราบใดที่ฮุบเสิ่นกรุ๊ปมาได้ ก็จะให้เราแต่งงานกัน ถ้าท่านกล้าผิดคำ ฉันจะเป็คนแรกที่ออกมาอาละวาด”
“งั้นก็ดี เจียเจีย เธอยังรักฉันที่สุด ฉันรักเธอนะ”
เมิ่งเจียงอวี่ยกมือขึ้นโอบกอดเสิ่นเจียแล้วจูบปากสีแดงของเธออย่างลืมตัว
ทั้งสองกำลังจูบอย่างเร่าร้อนอยู่ในห้อง ส่วนเสิ่นเมิ่งที่อยู่ข้างนอกกลับรู้สึกราวกับตกอยู่ในธารน้ำแข็ง ร่างกายเย็นเฉียบ
ั้แ่ที่ฟื้นคืนชีพกลับมา เธอคิดเสมอว่าจะแก้แค้นเมิ่งเจียงอวี่และเสิ่นเจียคนเลวสองคนนี้ได้อย่างไร
ในตอนแรก เธอหลงคารมพวกเขาจนทะเลาะกับพ่อแม่ ถูกทำร้ายต่าง ๆ นานา ถูกบังคับให้เสพยา และถูกขายไปเป็ตัวตลกในเซียนจิ้ง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็ฝีมือของคนเลวทั้งสองคนนี้ รวมถึงคฤหาสน์เสิ่นและบริษัทที่ถูกทั้งคู่ยึดครองและควบคุม
แต่เธอกลับละเลยไปว่าเื้ัคนสองคนนี้ยังมีผู้อยู่เื้ั
ผู้อยู่เื้ัผู้นั้นกลับกลายเป็ลุงของเสิ่นเมิ่ง พ่อของเสิ่นเจีย พี่ชายแท้ ๆ ของพ่อเธอ
เสิ่นจงเฉิน!
แท้จริงแล้ว คนที่คิดจะวางแผนยึดทรัพย์สินของตระกูลเสิ่นคือเขา!
อย่างนี้ก็ไม่ยากที่จะอธิบายว่าทำไมเสิ่นกรุ๊ปถึงถูกขุดให้หมดตัวได้ง่ายดายรวดเร็วขนาดนั้น เพราะในปัจจุบันเสิ่นจงเฉินดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของเสิ่นกรุ๊ป พ่อของเธอไว้วางใจเขามากขนาดนี้ แต่ไม่นึกเลยว่าคนที่เลี้ยงไว้กลับเป็หมาป่าตัวหนึ่ง!
เสิ่นเมิ่งหลังชาวาบไปหมด เหงื่อไหลโซมตัว ดูเหมือนการแฉเื่ชู้สาวของชายหญิงคู่นี้ อาจไม่สามารถขัดขวางการวางแผนทรัพย์สินของตระกูลเสิ่นได้ เธอต้องขุดคุ้ยความจริงทั้งหมดออกมา แล้วร่วมมือกับพ่อแม่ฝ่าฟันวิกฤตินี้ไปด้วยกัน!
ฉากนี้ เธอยังต้องเดินตามเกมของเสิ่นเจียต่อไป เพียงแต่เธอต้องเปลี่ยนวิธีรับมือใหม่
เสิ่นเมิ่งหยุดการบันทึกวิดีโอแล้วรีบเปิดประตูเข้าไปที่บันไดหนีไฟซึ่งไร้ผู้คน จากนั้นโทรออกหาเบอร์หนึ่ง
“ฉันมีธุระให้คุณทำ”
[นั่นใคร?]
ในห้องส่วนตัวที่หรูหราของเซียนจิ้ง บุหรี่ที่หนีบอยู่บนริมฝีปากชายหนุ่มส่องแสงสีแดง เขาใช้แขนข้างหนึ่งโอบรอบเอวสาวน้อยที่นั่งทางซ้าย ส่วนอีกข้างก็ลูบคลำหน้าอกอวบอิ่มของหญิงสาวที่นั่งทางขวาอย่างไม่เกรงใจ ท่าทีของเขาดูเ้าชู้แต่ในดวงตาสีดำนั้นกลับซ่อนความเงียบเหงาที่หาที่สิ้นสุดไม่ได้เอาไว้
ลูกน้องที่เพิ่งวางสายรีบลุกขึ้น ยืนตัวตรง แล้วตอบอย่างเคารพ
“บอสครับ เป็คุณหนูใหญ่ตระกูลเสิ่น เธอบอกให้เราช่วยลักพาตัวคนคนหนึ่ง”
“ใครนะ?”
ชายหนุ่มหรี่ตาลง หยุดเคลื่อนไหว
ลูกน้องลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ลดเสียงลง
“ลูกสาวของนายท่านรองตระกูลเสิ่น เสิ่นเมิ่ง”
‘เสิ่นเมิ่ง?’
ห้องส่วนตัวที่เมื่อครู่ยังครึกครื้น กลับเงียบสนิทในทันที ทุกคนในห้องมีสีหน้าจริงจัง และสายตาที่หนักแน่น รวมถึงบอสที่ลูกน้องเพิ่งกล่าวถึง นั่นคืออวิ๋นโม่เทียน
ลู่ิที่นั่งอยู่ข้างอวิ๋นโม่เทียนลุกขึ้นตะคอกใส่ลูกน้องที่สับสนมึนงงอย่างเ็า
“ไอ้โง่แกไม่รู้กฎหรือไง! ห้ามรับงานผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด! รีบออกไปตอบกลับเดี๋ยวนี้เลย!”
“ขอโทษครับพี่ใหญ่ ผมเพิ่งมาใหม่ ไม่รู้กฎ เดี๋ยวไปปฏิเสธให้ครับ”
ลูกน้องรีบรับคำ หันหลังจะออกไป
แต่เสียงทุ้มต่ำกลับดังขึ้นก่อน
“ช้าก่อน!”
“ลูกพี่”
ลู่ิมองอวิ๋นโม่เทียนที่ดับบุหรี่ลงบนขาอ่อนหญิงสาวอย่างประหม่า พูดเบา ๆ ว่า “ผู้หญิงคนนั้นกวนประสาทลูกพี่ งั้นให้ผมจัดการให้ไหม?”
“ทำไมต้องจัดการเธอด้วย”
มุมปากอวิ๋นโม่เทียนกระตุก ยิ้มบางที่มุมปาก
“รับงานนี้ซะ เดี๋ยวเราไปสนุกกับคุณหนูเสิ่นคนนี้กัน!”
“เอ่อคือ… ครับ!”
ลู่ิชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับทันที ในใจอดสงสารคุณหนูเสิ่นคนนั้นไม่ได้ ลูกพี่ของเขาเวลาเล่นสนุกนั้นน่ากลัวมาก
‘แต่ก็โทษลูกพี่ไม่ได้ ใครใช้ให้คุณหนูเสิ่นที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ไปล่วงเกินลูกพี่ฉัน’