หน่อย หญิงสาวในวัยสามสิบต้นๆ ที่เริ่มมีน้ำมีนวลตามประสาวัยทำงาน ทอดสายตาเหม่อมองปุยเมฆที่ลอยคว้างอยู่ริมหน้าต่างเครื่องบิน ขณะที่เครื่องกำลังลดระดับลงสู่จังหวัดทางภาคเหนือ ลมหนาวที่โหยหาดูเหมือนจะรอต้อนรับเธออยู่เบื้องล่าง
เธออุตส่าห์ยอมตรากตรำทำงานหนักใน่สงกรานต์ที่จะถึง เพื่อแลกกับวันหยุดมายันบรรยากาศสงบๆ ที่บ้านเกิดใน่ที่อากาศเริ่มเย็นลงแบบนี้ แน่นอนว่าเธอไม่ลืมที่จะต่อสายหา 'แวว' เพื่อนสนิทเพียงคนเดียว เพื่อนัดแนะให้มารับ และเตรียมเบียร์เย็นๆ ไว้ฉลองการกลับมาในคืนนี้
“เฮ้อ... คิดถึงความเงียบสงบแบบนี้จัง” เธอกระซิบกับตัวเองพลางถอนหายใจทิ้งความเหนื่อยล้าจากเมืองหลวงไว้เื้ั
ทันทีที่ก้าวพ้นสถานีปลายทาง หน่อยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักที่ยืนรออยู่พร้อมรอยยิ้มทะเล้น “ไงแก! แล้วสามีตัวติดกันล่ะ วันนี้ไม่วิ่งตามตูดมาด้วยหรือไง?”
คำทักทายนั้นทำให้ใบหน้าของแววสลดลงถนัดตา “เลิกกันไปแล้ว...”
บรรยากาศรอบตัวอึดอัดขึ้นมาทันที หน่อยนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเก็บกระเป๋าขึ้นรถ เมื่อที่นั่งข้างคนขับกลายเป็พื้นที่ส่วนตัวของพวกเธอ หน่อยจึงเอ่ยถามด้วยเสียงที่อ่อนลง “แก... ไหวรึเปล่า?”
แววบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์ สายตามองตรงไปยังถนนที่ทอดยาวกลับสู่ชนบท “ไหวไหมเหรอ? มันก็ต้องไหวนั่นแหละ เื่มันก็เดิมๆ เหมือนกับรายสามีเก่าแกนั่นแหละ... ลักกินขโมยกินไม่เลิก”
“คนเดิมเหรอ?” หน่อยถามด้วยน้ำเสียงปลงตก
“ก็แล้วจะมีใครอีกล่ะ ก็แม่คนสวยคนเดิมนั่นแหละ” แววถอนหายใจทิ้งความขมขื่นออกมาเฮือกใหญ่
หน่อยเอื้อมมือไปตบไหล่เพื่อนเบาๆ เป็เชิงให้กำลังใจ “งั้นคืนนี้อย่าลืมแวะซื้อเบียร์ไปย้อมใจด้วยละกัน เดี๋ยวฉันเ้ามือเอง!”
ทั้งสองจอดรถที่ห้างสรรพสินค้าประจำจังหวัด ช่วยกันพยุงลังเบียร์ขึ้นท้ายรถอย่างทุลักทุเล “หน่อย... ซื้อมาทำไมตั้งสามสี่ลังวะแก จะเปิดร้านโชห่วยหรือไง” แววถามพลางปาดเหงื่อ หายใจหอบเหนื่อยจากการยกของหนัก
“ก็ไอ้พี่เบนต์น่ะสิ โอนตังค์มาฝากซื้อด้วยสองลัง ของเราอีกสองลัง รวมเป็สี่พอดี” หน่อยทำหน้าเซ็งพลางปัดมือ “ตอนกลับอย่าลืมแวะไปที่บ้านนั้นก่อนละกัน”
‘บ้านนั้น’ ที่หน่อยหมายถึง คือบ้านของพี่เบนต์... และยังเป็บ้านของ 'บีม' อดีตสามีของเธอที่เป็น้องชายแท้ๆ ของเบนต์ด้วย ทั้งคู่จึงออกเดินทางต่อมุ่งหน้าสู่จุดหมายทันที
“แกแน่ใจนะว่าไอ้บีมมันไม่ได้พยายามจะเข้าหาแกอีกน่ะ?” แววถามขึ้นมาลอยๆ แต่น้ำเสียงจริงจัง ภาพเหตุการณ์สงกรานต์ปีก่อนที่บีมพยายามจะลากหน่อยเข้าห้องนอนยังคงติดตาเธออยู่
“ไม่รู้ว่ะ...” หน่อยหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทอย่างชั่งใจ “แต่พี่เบนต์จะยอมช่วยมันทำเื่พรรค์นั้นเหรอ? เป็ไปไม่ได้หรอก พี่เบนต์ไม่ใช่คนแบบนั้น”
“จะว่าไปก็น่าสงสารพี่เบนต์เหมือนกันนะ” จู่ๆ แววก็โพล่งออกมา
“อะไรอีกละ?” หน่อยถามอย่างงงๆ
“ก็หนีไปอีกคนแล้วน่ะสิ” แววถอนหายใจปลงตก “คนสวยๆ คนนั้นน่ะ พี่เบนต์ก็นิสัยออกจะดี ทำไมอาภัพรักจังวะ”
“เฮ้อ... เราไม่ได้ไปนอนร่วมเตียงกับเขา เราตัดสินใจแทนไม่ได้หรอก” หน่อยเปรยออกมาเบาๆ
เธอนึกถึงตอนที่ยังอาศัยอยู่ร่วมบ้านกับเบนต์ เขาเป็ผู้ชายประเภทที่ทุกอย่างต้องอยู่ในความควบคุม อะไรที่เริ่มคุมไม่ได้เขาก็พร้อมจะตัดทิ้งทันที เหมือนเมียคนแรกที่พอพูดไม่ฟัง หรือทำตัวนอกกรอบนิดเดียว พี่แกก็ตัดความสัมพันธ์ฉับแบบไม่ต้องรอคิดทบทวนให้เสียเวลา ความเด็ดขาดระดับนั้น... บางทีมันก็น่าขนลุกพอๆ กับความใจดีของเขา
เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบ้านไม้สักหลังใหญ่ทรงภูมิฐาน แววอาสาลงไปจัดการเื่เบียร์แทนเพราะไม่อยากให้หน่อยต้องปะทะกับบีมให้เสียสุขภาพจิต
“พี่เบนต์... ซื้อไปย้อมใจเหรอคะตั้งสองลัง” แววเอ่ยทักทีเล่นทีจริงเพื่อทำลายความเงียบ
เบนต์หันขวับมามองทันที สายตาคมปลาบนั้นทำเอาแววชะงักไปครู่หนึ่ง “บอกหน่อยด้วยว่าให้ระวังไอ้บีมไว้ให้ดี มันยังคาดหวังจะกลับไปคบกันอีก” น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยแต่แฝงคำเตือนที่หนักแน่น พูดจบเขาก็คว้าลังเบียร์ทั้งสองลังอุ้ม เดินหายลับเข้าไปในความสลัวของตัวบ้านหลังใหญ่โดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
แววยืนขนลุกซู่โดยไม่รู้ตัว “เหี้ยเถอะ... ไอ้บีมนะไอ้บีม แล้วยัยหน่อยตัวคนเดียวแบบนั้น จะให้ระวังยังไงไหวล่ะ”
เธอรีบก้าวกลับขึ้นรถด้วยท่าทีลนลาน มือที่จับพวงมาลัยสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นแทนเพื่อน ภาพในอดีตที่หน่อยเคยให้โอกาสไอ้ผู้ชายคนนั้นถึงสองครั้งสองคาย้อนกลับมา แต่สุดท้ายหมามันเคยกินขี้ยังไงก็ตัดนิสัยเดิมไม่ได้ จนเพื่อนเธอต้องหนีไปพักใจไกลถึงกรุงเทพฯ
“เป็อะไรแก ทำไมหน้าเสียแบบนั้น” หน่อยถามด้วยความเป็ห่วงเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเพื่อนรัก
แววถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น “พี่เบนต์บอกให้ระวังไอ้บีมไว้... มันอยากจะกลับมาหาแก” เธอหันไปสบตาหน่อยอย่างจริงจัง “แกไปนอนบ้านฉันไหมคืนนี้? ไปดื่มกันที่นั่นแหละ อย่างน้อยที่บ้านก็มีทั้งพี่ชาย พี่สะใภ้ พ่อกับแม่ฉันอยู่กันครบ ไอ้บีมมันคงไม่กล้าซ่าเท่าไหร่”
“เฮ้อ... หลบวันนี้แล้ววันพรุ่งนี้ล่ะแวว?” หน่อยยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ความตั้งใจที่จะกลับมาพักผ่อนรับลมหนาวเงียบๆ กลับถูกพังทลายลงด้วยชื่อของผู้ชายที่เธออยากลืมที่สุด
เมื่อรถกระบะคันสวยเลี้ยวมาจอดหน้าบ้านหลังย่อมของหน่อย เธอรีบะโลงไปเปิดประตูรั้วเพื่อให้แววถอยรถเข้าบ้านได้สะดวก แต่แล้วอารมณ์ที่พยายามรักษาให้สงบก็ขาดผึง เมื่อร่างที่คุ้นตาของ 'บีม' พุ่งตรงเข้ามาหาเธอทันที
“หน่อย...” บีมเรียกชื่อเธอด้วยเสียงละห้อย
เพี๊ยะ!!!
“ไปให้พ้นเลยนะไอ้บีม! ไม่งั้นกูจะเรียกคนทั้งบ้านมายำมึง!” เสียงฝ่ามือกระทบแผ่นหลังดังสนั่น แววที่ะโลงจากรถมาติดๆ ซัดเข้ากลางหลังบีมเต็มแรงจนเ้าตัวหน้าคะมำ
“โอ๊ย!! เหี้ยอะไรของมึงเนี่ยอีแวว! หลังกูหักหมดแล้วมั้งอีห่า!” บีมร้องลั่นพร้อมอาการะโโหย่ง เอามือลูบหลังปอยๆ ด้วยความแสบ
“ไปเลยนะมึง! ขืนยังมาป้วนเปี้ยนไม่เลิก กูจะโทรบอกพี่เบนต์ให้มากระทืบมึงซ้ำด้วย!” แววยืนเท้าสะเอว ชี้หน้าด่าฉอดๆ อย่างไม่กลัวเกรง
หน่อยยืนมองภาพเพื่อนรักที่ออกโรงปกป้องเธอสุดตัวแล้วก็ได้แต่ลอบยิ้มในใจ 'มีเพื่อนดีมันเป็แบบนี้นี่เอง'
“อีแวว... มึงให้กูคุยกับหน่อยแค่ห้านาทีเหอะเดี๋ยวรอบนี้กูให้ส่วนลดค่าหวยมึงห้าร้อยเลยเอ้า!” บีมพยายามเจรจาพลางลูบหลังตัวเองไปด้วย
“เหอะ! มึงเห็นกูเป็คนยังไงไอ้บีม?” แววถามเสียงสูง แต่อาการชะงักไปนิดนึงเริ่มออกอาการ
“คนบ้าหวยไง!” บีมสวนกลับสั้นๆ ทันควัน
หน่อยต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากกลั้นขำ เมื่อเห็นเพื่อนรักยืนเกาหัวแกร๊กๆ ท่าทางลังเลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเจอดีลที่ถูกใจเข้าอย่างจัง “แวว... ให้ฉันคุยกับเขาเถอะ”
แววหันขวับมามองเพื่อนอย่างชั่งใจ “หน่อย... แกแน่ใจนะ?”
“อื้ม... แค่ยืนคุยกันตรงหน้าบ้านนี่แหละ” หน่อยพยักหน้ายืนยัน
แววหันกลับไปถลึงตาใส่บีมทันที “มึงอย่าลืมนะไอ้บีม ส่วนลดห้าร้อย! ขาดไปสลึงเดียวมึงตาย!”
พูดจบยัยเพื่อนตัวดีก็สะบัดตูดเดินเข้าบ้านไป ทิ้งให้คนสองคนยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางลมหนาวที่เริ่มพัดผ่านมาเบาๆ
“มีอะไรก็พูดมา” หน่อยเอ่ยเสียงเรียบพลางยืนเว้นระยะห่าง
บีมขยับเท้าเข้าไปใกล้ชิดขึ้น สายตาอ้อนวอนอย่างที่เคยใช้ได้ผลเสมอ “หน่อย... เรากลับมาเป็เหมือนเดิมได้ไหม?”
“ยังไงบีม? หน่อยให้โอกาสบีมไปตั้งสองครั้งแล้วนะ” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย
“คนเรามันก็ต้องมีผิดพลาดบ้างสิหน่อย ขนาดผัวอีแววมันยังพลาดเลย” บีมพยายามหาข้ออ้างพลางเอื้อมมือไปบีบไหล่หน่อยไว้แน่นราวกับกลัวเธอจะหนีหาย
หน่อยพยายามเบี่ยงตัวออก แรงบีบนั้นทำให้เธอเริ่มนิ่วหน้า “บีม... หยุดนะ หน่อยเจ็บ!”
“หน่อย... ยกโทษให้ฉันอีกครั้งเถอะนะ” ชายหนุ่มไม่ฟังเสียง เขายิ่งคุกคามเข้าหาเธอ
หญิงสาวต้องถอยร่นไปจนชิดขอบประตู “มันเป็ไปไม่ได้แล้วบีม หน่อยไม่กล้ากลับไปหาความเ็ปแบบนั้นอีกแล้วจริงๆ”
“แต่คนเรามันพลาดกันได้!” เขาตะคอกขัดคอเพื่อกลบเกลื่อนความผิด
“แล้วทุกวันนี้... บีมยังนอนกับผู้หญิงคนอื่นอยู่ไหมล่ะ?” คำถามจี้จุดตาย
ชายหนุ่มชะงักไปครู่ใหญ่ ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบ “หน่อย... บีมก็เหงาเป็นะ”
“หน่อยก็เหงาเป็ แต่หน่อยไม่เคยทำแบบที่บีมทำ! เพราะฉะนั้นปล่อย!” เธอรวบรวมแรงสะบัดตัวเพื่อให้หลุดจากพันธนาการ
“ไอ้บีม! ครบห้านาทีแล้วมึง!” แววพุ่งพรวดออกมาจากบ้านทันทีเมื่อเห็นท่าไม่ดี
“อีแวว! มึงอย่ามายุ่งเื่ผัวเมียได้ไหมวะ!” บีมหันไปแยกเขี้ยวใส่
“เราไม่ได้เป็อะไรกันแล้วบีม ปล่อย!” หน่อยยังคงดิ้นรน
“ไอ้บีม ปล่อยมือ” เสียงเข้มดุดันของ เบนต์ แทรกเข้ามาดั่งสายฟ้าฟาด
บีมสะดุ้งสุดตัวและยอมคลายมือออกทันที “แต่พี่...”
“เธอให้โอกาสมึงไปแล้ว แต่มึงย่ำยีมันเอง” เบนต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าทรงพลัง เขาหันมามองหน่อยด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “ไปพักที่บ้าน ถ้ามันกล้าเข้าใกล้ พี่จะเหยียบคอมันให้เอง”
“มะ...มันจะดีเหรอคะพี่เบนต์ หน่อยเป็ผู้หญิง แล้วบ้านพี่ก็มีแต่...” หน่อยอึกอัก
“แม่พี่ก็เป็ผู้หญิง” เบนต์ตัดบทสั้นๆ อย่างคนที่ไม่ชอบพูดซ้ำสอง
“ไปนอนบ้านแววก็ได้ค่ะพี่เบนต์ แววดูแลเอง!” แววรีบแทรกตัวขึ้นมาช่วยเพื่อน
เบนต์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ตามใจ ถ้าคิดว่าอยู่ที่นั่นแล้วโอเค” เขาหันไปถลึงตาใส่น้องชายตัวแสบ “ส่วนมึง ตามกูมา พ่อเรียกไปที่นาข้าว!”
บีมถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งจัด เดินคอตกตามพี่ชายไปอย่างเสียไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าถ้าขืนคำสั่งเบนต์ มีหวังได้โดนกระทืบจมดินเหมือนตอนเด็กๆ แน่
“เข้าบ้านเถอะแวว” หน่อยเรียกเพื่อนเสียงแ่ พลางลูบไหล่ตัวเองที่ยังรู้สึกแสบๆ จากแรงบีบ
“โอเคๆ ไปดื่มกันเถอะ อ้อ... แล้วกระติกน้ำแข็งแกอยู่ไหนเนี่ย!” แววรีบเปลี่ยนบรรยากาศ วิ่งตามเพื่อนเข้าบ้านไปเพื่อเตรียมเปิดวงย้อมใจอย่างที่ตั้งใจไว้