เมื่อยามเย็นแห่งการรอคอยมาถึง ลี่หยากับเสี่ยวลี่และหยางหนิงกำลังช่วยกันทำขนมในห้องครัวเล็ก ของจวนสกุลหวัง
ลี่หยามองดูแป้งที่นางกำลังนวดด้วยความตั้งใจ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความกังวลเกี่ยวกับการแต่งงานกับหวังหยาง
"คุณหนูเ้าคะ ข้าคิดว่าถ้าท่านลองทำท่าทางที่เคยเห็นในนิยายประโลมโลก อาจจะช่วยดึงดูดความสนใจของคุณชายหวังได้" เสี่ยวลี่กล่าวพลางยิ้มแย้ม ดวงตาของนางเป็ประกายด้วยความตื่นเต้น
เสี่ยวลี่และหยางหนิงมองหน้ากัน รู้ว่าลี่หยายังกังวลเื่หวังหยาง ทั้งสองจึงพยายามปลอบใจ
"คุณหนู อย่าลืมซิคะ ท่านเป็ศิษย์เอกของอาจารย์หลีชิงเหยาเชียวนะเ้าคะ" เสี่ยวลี่พูดพลางยิ้มกว้าง
หยางหนิงพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ ๆ ในปฐีนี้ ข้อมูลเื่เกี่ยวกับประโลมโลก ล้วนบรรจุอยู่ในหัวของเ้าทั้งหมด เ้าเหมือนบรรณารักษ์สื่อลามกของแผ่นดินนี้เชียวนะ การทำให้สามีติดใจ ไม่เกินความสามารถของเ้าหรอก"
ลี่หยาถึงกับหัวเราะออกมา "พวกเ้าพูดเกินไปแล้ว ใครผ่านมาได้ยินจะคิดว่าข้าเป็คนเช่นไร"
ทั้งสามนางหัวเราะเบา ๆ พลางปรายตามองกัน เสียงหัวเราะของพวกนางดังก้องไปทั่วห้องครัวเล็ก ๆ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความอบอุ่น
"ข้าว่าคุณหนูไม่ต้องกังวลหรอกเ้าค่ะ" เสี่ยวลี่พูดพลางยิ้ม "คุณหนูเ้าคะ ความเป็ตัวของตัวเองนั้นเปรียบดั่งแสงจันทร์ในคืนมืดมิด แม้ไม่เจิดจ้า แต่กลับงดงามและตราตรึงใจผู้คนนะเ้าคะ"
หยางหนิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หันไปมองเสี่ยวลี่ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะกล่าวชมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "คำพูดของเ้านั้นคมคายยิ่งนัก ดุจหยกงามที่ถูกเจียระไนอย่างประณีต แม้เป็เพียงคำเรียบง่าย แต่กลับลึกซึ้งและกินใจ"
จากนั้นนางหันไปหาลี่หยา พลางกล่าวเสริม "ใช่แล้วลี่หยา ข้าว่าคุณชายหวังอาจจะชอบท่านในแบบที่ท่านเป็ก็ได้นะ"
ลี่หยารู้สึกผ่อนคลายขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดของสหายสนิท
ขณะที่หยางหนิงพูด นางก็อดคิดถึงสิ่งที่ตนเคยเห็นไม่ได้ ภาพเหตุการณ์ที่หวางหลิน สหายสนิทของหวังหยาง จับบั้นท้ายของหวังหยางหน้าหอเสี้ยวเมฆาแวบเข้ามาในหัว ราวกับภาพนั้นถูกสลักไว้ในความทรงจำของนางอย่างลบไม่ออก
‘หรือว่า... ท่านหวังหยางชอบบุรุษด้วยกันเอง?’ ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของหยางหนิงอย่างไม่อาจห้ามได้ นางเกือบเผลอพูดออกมา แต่ก็ต้องรีบปิดปากตัวเองไว้ทันที ดวงตาของนางเบิกกว้างเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าลงเพื่อซ่อนความสับสนที่ฉายชัดในแววตา
‘ไม่ได้! ข้าจะคิดเช่นนี้ไม่ได้!’ หยางหนิงพยายามสลัดความคิดนั้นออกไป แต่ยิ่งนางพยายามลืม ภาพของหวางหลินกลับยิ่งชัดเจนขึ้นในหัวของนาง ใบหน้าหล่อเหลาของเขา ดวงตาคมกริบที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ และรอยยิ้มที่มุมปากซึ่งดูเหมือนจะซ่อนความลับบางอย่างไว้... ทุกอย่างลอยวนเวียนอยู่ในความคิดของนางไม่หยุด
‘หวางหลิน...’ หยางหนิงกัดริมฝีปากเบา ๆ พลางพยายามห้ามตัวเองไม่ให้คิดถึงเขา แต่ภาพของเขากลับยิ่งชัดเจนขึ้น ราวกับเขายืนอยู่ตรงหน้านาง หุ่นสง่าผ่าเผยของเขาในชุดทหารที่รัดรูปเผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง และท่าทางที่ดูมั่นใจในตัวเองจนเกินพอดี ทำให้นางรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
‘ไม่! ข้าจะคิดถึงเขาไม่ได้!’ หยางหนิงพยายามเบนความสนใจไปที่บทสนทนาของลี่หยาและเสี่ยวลี่ แต่เสียงหัวเราะของพวกนางกลับกลายเป็เสียงเบา ๆ ที่เลือนลางในหูของนาง ราวกับโลกทั้งใบของนางถูกครอบงำด้วยภาพของหวางหลิน
นางพยายามนึกถึงสิ่งอื่นเพื่อสลัดภาพนั้นออกไป แต่ยิ่งนางพยายามลืม ภาพมือขาวของหวางหลินจับบั้นท้ายของหวังหยางหน้าหอเสี้ยวเมฆาก็ยิ่งชัดเจนขึ้นในหัวของนางอีกครั้ง รอยยิ้มเ้าเล่ห์ของเขา และท่าทางที่ดูเหมือนจะหยอกล้อกันอย่างสนิทสนม ทำให้นางอดคิดไม่ได้ว่า... หรือว่าความสัมพันธ์ระหว่างหวังหยางและหวางหลินจะลึกซึ้งกว่าที่ใคร ๆ คิด?
‘ไม่จริง! เป็ไปไม่ได้!’ หยางหนิงส่ายหน้าเบา ๆ พลางพยายามห้ามตัวเองไม่ให้คิดไปไกลกว่านี้ แต่หัวใจของนางกลับเต้นแรงขึ้นทุกครั้งที่นึกถึงภาพนั้น นางรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างที่นางไม่อยากยอมรับกำลังค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจของนาง
‘หรือว่า... ข้ากำลังสนใจหวางหลิน?’ ความคิดนี้ทำให้หยางหนิงรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาด นางรีบส่ายหน้าแรงขึ้นเพื่อปฏิเสธความคิดนั้น ‘ไม่จริง! ข้าไม่ได้สนใจเขา! ข้าแค่... ข้าแค่สงสัยในความสัมพันธ์ของเขากับหวังหยางเท่านั้น!’
แต่ยิ่งนางพยายามปฏิเสธ ความรู้สึกบางอย่างในใจของนางก็ยิ่งชัดเจนขึ้น นางจำได้ถึงครั้งแรกที่ได้พบหวางหลินในงานเลี้ยงของจวนสกุลหวัง เขาเป็ชายหนุ่มที่โดดเด่นที่สุดในงาน ด้วยรูปร่างสูงใหญ่และท่าทางที่มั่นใจในตัวเองจนเกินพอดี แม้เขาจะไม่ได้พูดอะไรมาก แต่ทุกการเคลื่อนไหวของเขากลับดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้าง รวมถึงหยางหนิงเองด้วย
‘ไม่! ข้าจะคิดถึงเขาไม่ได้!’ หยางหนิงพยายามห้ามตัวเองอีกครั้ง แต่ภาพของหวางหลินกลับยิ่งชัดเจนขึ้นในหัวของนาง ราวกับเขากำลังยืนอยู่ตรงหน้านางจริง ๆ นางรู้สึกเหมือนหัวใจของนางกำลังเต้นแรงขึ้นทุกครั้งที่นึกถึงเขา
‘หรือว่า... ข้ากำลังหลงใหลในตัวเขา?’ ความคิดนี้ทำให้หยางหนิงรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าสู่ความสับสนที่นางไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นางพยายามห้ามตัวเองไม่ให้คิดไปไกลกว่านี้ แต่หัวใจของนางกลับไม่ยอมฟัง
‘ไม่จริง! ข้าไม่ได้หลงใหลในตัวเขา! ข้าแค่... ข้าแค่สงสัยในความสัมพันธ์ของเขากับหวังหยางเท่านั้น!’ นางพยายามโน้มน้าวตัวเองอีกครั้ง แต่ความรู้สึกบางอย่างในใจของนางกลับยิ่งชัดเจนขึ้น
หยางหนิงถอนหายใจเบา ๆ พลางพยายามดึงตัวเองกลับมาสู่ความเป็จริง นางมองไปที่ลี่หยาและเสี่ยวลี่ที่กำลังหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน และพยายามบอกตัวเองว่า นางไม่ควรปล่อยให้ความคิดฟุ้งซ่านนี้มารบกวนจิตใจของนาง
‘ข้าจะไม่คิดถึงเขาอีก!’ นางบอกตัวเองในใจ แต่ลึก ๆ แล้ว นางรู้ดีว่า นางไม่อาจลบภาพของหวางหลินออกจากหัวของนางได้ง่าย ๆ หยางหนิงรู้สึกว่ามันยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด และไม่อยากให้ลี่หยาต้องกังวลไปมากกว่านี้ นางสูดหายใจ เพื่อดึงสติกลับมาสนใจในสิ่งที่ลี่หยาและเสี่ยวลี่กำลังสนทนากัน
ทั้งสามนางยังคงหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะของพวกนางดังก้องไปทั่วห้องครัว ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่น ลี่หยารู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า
เสี่ยวลี่พูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น "คุณหนู ๆ ข้าจำได้แล้ว ในหนังสือนิยายเล่มหนึ่ง มีท่าแบบนี้!"
นางรีบวางแป้งในมือลง แล้วเริ่มทำท่ายั่วยวนตามแบบในรูปหนังสือที่เคยอ่าน นางยกมือขึ้นอย่างช้า ๆ และบิดตัวเล็กน้อย พยายามทำท่าทางที่คิดว่าเซ็กซี่ที่สุด แต่กลับดูเงอะงะและตลกมากกว่าจะเย้ายวน
ลี่หยาและหยางหนิงมองดูด้วยความสนใจ แต่ก็อดหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นท่าทางของเสี่ยวลี่ที่ดูเหมือนจะพยายามอย่างเต็มที่
"เสี่ยวลี่ ข้าว่าท่าที่เ้าทำดูเหมือนกำลังพยายามเต้นรำมากกว่าจะยั่วยวนนะ" หยางหนิงพูดพลางหัวเราะ
คำพูดนี้ทำให้ลี่หยาหัวเราะตามอีกครั้ว
เสี่ยวลี่หัวเราะเขิน ๆ "ข้าก็แค่พยายามช่วยคุณหนูเท่านั้นเองเ้าค่ะ"
บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่น ลี่หยารู้สึกผ่อนคลายและมีกำลังใจมากขึ้นที่