"ทะ ท่านคือ..."
ไป๋เซียนพยายามควบคุมน้ำเสียงของนางไม่ให้สั่นเป็อย่างมาก แม้ร่างกายนางตอนนี้จะแทบยืนทรงตัวไม่ไหวก็ตาม
เหตุใดเราถึงหวาดกลัวชายผู้นี้ยิ่งนัก...
"ผัวของเ้า..."
ไป๋เซียนสะดุ้งเฮือกขึ้นทันทีที่เสียงทุ้มต่ำน่าเกรงขามนั้นเอ่ยออกมา ชายผู้นี้มีอำนาจแผ่กระจายออกมาทำผู้อื่นหวาดกลัวได้ด้วยแม้แต่คำพูด
"ข้า...ไม่เข้าใจท่านช่วย..."
"คนในเมืองหลวงดัดจริตเช่นนี้นี่เอง"
น้ำเสียงคล้ายเย้ยหยันที่เอ่ยออกมาทำให้ไป๋เซียนรู้สึกไม่พอใจ นางพยายามจ้องมองผ่านความมืดเข้าไปเพื่อจ้องมองใบหน้านั้นชัดๆ แต่ก็ไม่ได้เห็นอะไรมากไปจากเดิมนัก ได้แต่คิดว่าชายผู้นี้ปากร้ายยิ่งนัก
"ข้าไม่คุ้นชินกับคำเรียกพวกนั้นใช่ว่าข้าจะรับไม่ได้ คนในเมืองหลวงก็เป็คนขององค์ฮ่องเต้เช่นเดียวกับท่านไยต้องแบ่งแยก"
น้ำเสียงที่ไม่พอใจของนางแทนที่บุรุษผู้นั้นจะไม่พอใจ เขากลับยกยิ้มมุมปากคล้ายเจอสิ่งที่ถูกใจในเวลานี้
"ข้าปกครองกันเองไม่ขึ้นตรงและสามิภักดิ์ผู้ใด ที่นั่นบุรุษผู้นั้นอาจยิ่งใหญ่แต่ที่แห่งนี้ข้าใหญ่ที่สุดจำใส่หัวเล็กๆ ของเ้าเอาไว้"
ประโยคที่ยาวที่สุดของเขาเอ่ยออกมาน้ำเสียงหนักแน่นจนไป๋เซียนขนลุกอยู่หลายครั้งแต่นางก็ทำใจดีสู้ นางต้องทำให้ชายผู้นี้รักนางและทำตามที่นางสั่งทุกอย่าง!
"เ้าค่ะ ข้าไป๋เซียนจะจำใส่หัวเอาไว้ "
ไป๋เซียนเอ่ยคำเอาใจพร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดย้อยไปให้ทำให้บรรยากาศภายในห้องเงียบงันจนนางกลับมารู้สึกหนาวเหน็บอีกแล้ว
เงียบ ...
ความเงียบงันนี้สามารถฆ่านางได้จริงๆ ไป๋เซียนยืนหันซ้ายแลขวา และอัญเชิญตนเองนั่งในที่ว่างแถวๆ นั้น
นางไม่กลัวเขาหรอกและไม่กลัวความลำบาก หนักกว่านี้ไป๋เซียนผู้นี้ก็เคยเจอมาแล้ว
กับบุรุษที่นางได้ยินแต่เสียงไม่เห็นหน้าตาเป็เช่นไรนางจะต้องไม่กลัว ถึงเขาจะอัปลักษณ์นางก็จะต้องทำให้เขารักนางให้ได้
ซ่งิจ้องมองการกระทำของเชลยที่ถูกส่งตัวเข้ามาอย่างใช้ความคิด นางผู้นี้แปลกไปจากผู้อื่นยิ่งนัก
ไม่หวาดกลัว ต่อปากต่อคำและดูสดใสคล้ายไม่ใช่การถูกบังคับให้มาที่แห่งนี้ดังเช่นสตรีนางอื่น
แต่สตรีในเมืองพวกนี้ไว้ใจไม่ได้เขาเคยให้ใจนางผู้หนึ่งไป เพียงคำหวานและท่าทางสดใสไร้เดียงสาของนางจนในที่สุดเกือบเสียชนเผ่าที่บิดาส่งต่อมาให้เพียงเพราะสตรีนางเดียว
นับแต่นั้นมาเขาก็ไม่เคยมอบหัวใจให้สตรีนางใดอีก หากจับได้ว่าเชลยหรือเครื่องบรรณาการที่ส่งมาจากเมืองใดเข้ามาในชนเผ่าแล้วทำตนเป็ไส้ศึกเขาก็ไม่มีเหตุจำเป็ต้องเก็บพวกนางเอาไว้
การตัดหัวประจานและส่งกลับบ้านเมืองนางเพียงร่างไร้หัวคือการลงทัณฑ์ที่สาสมแล้วสำหรับสตรีเช่นพวกนาง
สตรีนางนี้ก็คงจะไม่ต่างกันนัก นับแต่นั้นมาเขาจึงไม่ให้พวกนางเข้าไปในฝ่ายทหารเด็ดขาด จำกัดพวกนางเอาไว้เพียงในหมู่บ้านที่เป็ด่านหน้าเท่านั้น
กองกำลังนับแสนของเขาจะฝึกฝนกันอยู่ในค่ายห่างออกไปอีกหลายลี้เพื่อกันผู้คนเข้าไปเพ่นพ่าน
หรือหากมันผู้ใดฝ่าฝืนอยากก้าวเข้าไปในเขตต้องห้ามมันผู้นั้นต้องได้รับโทษคือความตายเท่านั้น
"ง่วงจัง ข้าเดินทางใกล้นอนหลับๆ ตื่นๆ ขอเสียมารยาทท่านนอนพักก่อนนะเ้าคะ ข้าตื่นเราค่อยมาสนทนากันอีกรอบ"
ไม่มีเสียงตอบรับเช่นเดิม มีเพียงความเงียบงันปกคลุมไม่นานไป๋เซียนก็หลับไปจริงๆ มีเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของนางทำให้บุรุษที่จ้องมองนางอยู่ั้แ่เริ่มต้นเกิดความแปลกใจในตัวนางอีกครั้ง
นอกจากนางจะไม่เกรงกลัวเขาแล้วนางยังสามารถนอนหลับในที่ของศัตรูที่ขึ้นชื่อความโเี้เช่นเขาได้อีก
หรือนางไม่รู้...
และหากจำไม่ผิดผู้ที่จะมาเป็เครื่องบรรณาการคือจางถินมิใช่หรือ เหตุใดเป็นางที่เป็เพียงบุตรสาวของอนุภรรยาผู้ที่ไม่มีสิ่งใดควรแก่การเป็ตัวประกันหรือแม้แต่ตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นถึงมาแทน
"กล้าดีนักนะจางหลง! กล้าส่งลูกที่จะตายก็หาได้ใส่ใจมาเป็เชลยแกข้ากล้ามาก! "
เสียงพูดลอดไรฟันดังชัดเจนในหัวของไป๋เซียน นางใช่ว่าจะหลับสนิทเพียงแต่ไม่รู้ว่าต้องทำตัวเช่นไร
ไม่คิดว่าชายผู้นี้จะสืบรู้ั้แ่ก่อนนางมาถึงว่านางเป็ผู้ใด แล้วแบบนี้เขาจะไม่ตัดหัวนางใช่ไหม...
พอตะวันเริ่มคล้อยลงสาวชาวเผ่าสองคนก็เข้ามาปลุกไป๋เซียนที่ผล็อยหลับไปจริงๆ ั้แ่ตอนไหนไม่รู้ให้ตื่นขึ้น
นางถูกพาตัวไปที่อีกกระโจมอีกหลังก่อนออกไปนางหันไปมองที่ที่ชายผู้นั้นเคยนั่งอยู่แต่ก็ไร้เงานั่นแล้ว
"พาข้ามาที่แห่งนี้ทำไม ไม่นะ! ข้าถอดเองได้ ปล่อยข้า! "
เสียงร้องห้ามของไป๋เซียนไม่มีความหมายเมื่อพวกนางพากันถอดชุดที่ไป๋เซียนใส่อยู่ออกก่อนจะพานางไปที่อ่างน้ำที่ถูกต้มจนควันลอยโขมงจนสลัวไปทั่วทั้งกระโจมแทบมองสิ่งใดไม่เห็น
ไป๋เซียนข่มความอายที่ต้องเปลือยกายแก่ผู้อื่นค่อยก้าวลงไปในถังไม้ใบใหญ่นั้น ทันทีที่ร่างนางััน้ำอุ่นๆ คลายความเมื่อยล้าจากการเดินทางใกล้และตลอดเส้นทางนางไม่อาบน้ำเลยเพราะไม่ไว้ใจผู้ใด
ความสบายกายและผ่อนคลายทำให้ไป๋เซียนลืมความอับอายเมื่อครู่ไป นางคิดว่าคนที่ชนเผ่านี้ไม่อาบน้ำกันเสียอีก
และคิดไปว่าพื้นที่ห่างใกล้เช่นนี้ต้องอยู่อย่างอดอยากเป็แน่ แต่เท่าที่นางเห็นระหว่างทางผู้คนกลับแข็งแรงและดูจะมีอาหารของใช้มากมายไม่น้อยไปจากเมืองที่นางอยู่เลย
เพียงแต่ที่แห่งนี้มีกระโจมเป็ที่พำนักเท่านั้น แถมคนที่ชนเผ่าเท่าที่นางััและพบเจอแม้จะไม่มากแต่สตรีที่นี่ต่างงดงาม
บุรุษร่างสูงใหญ่กำยำแข็งแรงกันเกือบทุกคน ทุกอย่างไม่ได้เลวร้ายไปมากอย่างที่นางคิด
จ๋อมแจ๋ม... จ๋อมแจ๋ม...
ไป๋เซียนใช้เท้าตีน้ำเล่นอย่างสบายใจ อย่างน้อยนางก็ไม่ต้องคอยอยู่ที่นั่นให้สองแม่ลูกโขกสับ
ห่วงก็แต่มารดาผู้เดียวที่อยู่ที่นั่นต้องทนฟังคำดูถูกเหยียบหยามอยู่ทุกเมื่อ แต่ไป๋เซียนก็รู้ว่าจางหลงบิดาที่ไม่้านางผู้นั้นจะรักษาคำสัญญา
'ไปเถิดนะถือว่าพ่อขอ '
'เหตุใดเป็ข้า เหตุใดจึงไม่เป็จางถินเล่าท่านพ่อ'
'เ้าไม่รู้อะไร ตระกูลของฮูหยินใหญ่ของเ้าเป็ตระกูลใหญ่ หากทำให้ไม่พอใจพ่อจะทำเช่นไร'
'ท่านก็เป็เช่นนี้ ไม่เคยรักข้าและไม่เคยสงสารข้าเลยสักนิด ท่านคิดหรือไม่ว่าที่แห่งนั้นจะเป็เช่นไร ข้าจะตายก่อนถึงไหมท่านคิดเป็ห่วงข้าเื่นี้บ้างหรือไม่ '
'โถ่...พ่อขอโทษ พ่อ...ไม่มีทางเลือกจริงๆ พ่อรับปากหากเ้าตกลงพ่อจะดูแลแม่เ้าอย่างดี และถ้าถึงเวลาพ่อจะปล่อยให้เจียงเฟยไปอยู่ที่อื่นตามที่ลูกเคยขอตกลงไหม '
'ท่านรับปากข้าแล้วนะ หากผิดคำข้าจะกลับมาทวงคำสัญญาแม้ตัวข้าสิ้นใจไปแล้วก็ตาม'
'แน่นอนๆ พ่อตกลง เ้าก็ไปเตรียมตัวเสียเถิดเดี๋ยวคนของชนเผ่าจะมารับ'
คิดถึงเื่ราวต่างๆ มากมายที่แปรผันไป๋เซียนก็อดที่จะคิดถึงเื่ที่ตกลงกันไว้กับบิดาไม่ได้ จนไม่ทันเห็นว่ามีอยู่อื่นอยู่ในที่แห่งนี้กับนางด้วยและจ้องมองนางมาตลอดั้แ่แรก