ภายในกระท่อมเก่าครึมครึนอกจากแสงสว่างจากผลึกสีแดงเพลิงที่ส่องไสวสวยงามกลิ่นอายอบอุ่นที่ระเหยออกมาส่งผลให้บรรยากาศภายในกระท่อมอบอุ่นอย่างยิ่ง
บนเตียงนอนมีไว้ด้วยร่างงดงามอรชรนอนหมดสติอยู่เสื้อผ้าอาภรณ์สีแดงเพลิงที่สวมใส่ล้วนแ่า ถึงอย่างงั้นก็ไม่อาจปิดบังทรวดทรงองเอวอรชรของนางไว้ได้ทรวงอกของนางสะท้อนขึ้นลงอย่างเหนื่อยหอบไม่ว่าจะมองมุมใดล้วนทำให้สายตาผู้จับจ้องต้องพร่าเลือน
หลังจากไป๋หยุนเฟยนำกล่องเข็มภายในตู้ของตนออกมาชายหนุ่มจ้องมองร่างของหญิงสาวเนิ่นนานอย่างลืมตัว ไม่น่าจะมองมุมไหนชั่งงดงามเสียนี่กระไรส่งผลให้ภายในใจชายหนุ่มเต้นอึกทึก เห็นผ้าคุมหน้าสีแดงปกปิดในหน้าคิ้วเรียวของชายหนุ่มขมวดนิ่วอย่างขัดใจไป๋หยุนเฟยฝืนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะพร่ำเพ้อในใจ…ไม่ว่าจะมองมุมไหน ชั่งเป็สตรีที่งดงามยิ่งนักถ้าข้าได้สตรีรูปร่างงดงามเช่นนี้เป็ภรรยาละก็ อึก! จะอย่างไรตอนนี้นางยังคงหมดสติข้าขอดูใบหน้าภายใต้ผ้าคุมสักนิดนึงจะเป็ไรไป อยากรู้เสียจริงว่าจะงดงามหรือไม่?
ไป๋หยุนเฟยยื่นมือไปเบื้องหน้าหมายจะเปิดผ้าคุมหน้าของนาง
“อ่ะแฮ่ม!” เสียงกระแอมของไป๋เทียนอวิ๋นดังขึ้นพร้อมกับไป๋หยุนเฟยชักมือกลับอย่างใใบหน้าชายหนุ่มมีหยาดเหงื่อผุดขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันหน้ามายิ้มหน้าระรื่น
“เอ่อ ท่านปู่...ท่านอย่าพึ่งเข้าใจผิดดูจากอาการของนางล้วนย่ำแย่ยิ่ง การจะหายใจแต่ละทีล้วนยากลำบากข้าเลยคิดว่าควรนำผ้าคุมหน้าของนางออก นางจะได้หายใจอย่างปรอดโปร่ง” ไป๋หยุนเฟยกล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง
จ้องมองมายังหลานชายตัวดีไป๋เทียนอวิ๋นส่ายหน้า
“ลูกเฟยสำหรับสตรีแล้วการที่พวกนางปิดบังใบหน้าจุดประสงค์เพื่อมิเต็มใจที่จะให้ผู้อื่นจ้องมองผ้าที่บดบังใบหน้าของพวกนางก็ไม่ต่างอันใดกับเสื้อผ้าที่นางสวมใส่และนั่นคือศักดิ์ศรีของพวกนางถ้าเ้าฉกฉวยโอกาสยามที่นางหมดสติก็ไม่ต่างอันใดกับการที่เ้าเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนางโดยเฉพาะสำหรับสตรีบางคนแล้วเื่ราวเช่นนี้นับว่าร้ายแรงต่อจิตใจพวกนางอย่างแท้จริงถ้านางตื่นมาแล้วรู้ว่าเ้าได้ทำให้ศักดิ์ศรีของนางต้องหมองหม่นเข้าละก็ โทษสถานเบาอาจเพียงเจ็บตัวเล็กน้อยแต่ถ้าร้ายแรงกว่านั้นละก็...เฮ้อ ลูกเฟยเ้าจะรับผิดชอบเื่นี้ไหวหรือ?”
ไป๋เทียนอวิ๋นถอนหายใจอย่างผิดหวัง ส่วนไป๋หยุนเฟยนั้นใบหน้าชายหนุ่มซีดขาวอย่างหวาดกลัวเมื่อนึกถึงความโเี้ของสตรีชุดแดงยามละเลงเืฆ่าผู้คนประดุจผักปลาที่ตีนเขาส่งผลให้เนื้อตัวชายหนุ่มเย็นเยือกก่อนจะฝืนกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“เฮ้อ...ั้แ่เ้ายังเล็กข้าสั่งสอนศาสตร์ความรู้มากมายให้แก่เ้าแต่ไม่เคยอบรมสอนสั่งด้านนิสัยเ้าแม้เพียงสักครั้งเดียว” ไป๋เทียนอวิ๋นส่ายหัวก่อนจะกล่าวอย่างจริงจัง “ลูกเฟยตอนนี้เ้าสมควรเริ่มรักษาอาการแม่นางน้อยผู้นี้ได้แล้วถ้าชักช้ากว่านี้พิษในร่างกายนางอาจรุกรามขึ้นมาอีกดูจากอาการที่นางเผชิญพิษในร่างกายนางสมควรร้ายแรงกว่านี้มากนักเ้าคงได้รักษานางมาบ้างแล้วเมื่อเ้าได้ทำการรักษานางแล้วก็สมควรกระทำการรักษาให้ลุล่วง”
ฟังคำชายชราั์ตาแดงของไป๋หยุนเฟยตาทอประกายก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
“ข้าทราบแล้วท่านปู่...ปล่อยเป็หน้าที่ข้าเองฮิ่ฮิ่” ด้วยน้ำเสียงแอบแฝงของชายหนุ่มส่งผลให้คิ้วชายชรากระตุกไปมา
กล่องเข็มที่วางไว้ถูกเปิดออกโดยชายหนุ่มส่งผลให้กลิ่นอายหอมฉุนภายในกล่องเข็มใบเล็กพุ่งกระจายเต็มห้องเข็มแต่ละเล่มถูกอาบย้อมไปด้วยสีเขียวมรกตประดุจหยกบริสุทธิ์
“ท่านปู่...เข็มหยกมรกต นี่! มันมีสรรพคุณสามารถสลายพิษขั้นกลางทุกชนิดอย่างที่ท่านเคยกล่าวไว้จริงหรือ?...ไม่ใช่ว่าท่านโกหกข้าหรอกนะ” ชายตาไป๋หยุนเฟยมองค้อนชายชราอย่างจับผิดก่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ ั้แ่เรียนรู้ศาสตร์ฝังเข็มชายหนุ่มเคยชินแต่เข็มเงินธรรมดาทั่วไปนี่จึงเป็ครั้งแรกที่มันทำการรักษาคนจริงๆด้วยของที่ไม่ธรรมดา
“หึ...ตราบใดที่ไม่ใช่พิษร้ายแรงจนเกินไปเข็มหยกมรกตในกล่องใบนี้สามารถสลายพิษขั้นกลางหรือต่ำกว่านั้นได้ทุกชนิด!” น้ำเสียงไป๋เทียนอวิ๋นตอบด้วยความมั่นใจ
สิ้นวาจาไป๋เทียนอวิ๋น ไม่รอช้าไป๋หยุนคีบเข็มหยกมรกตในกล่องออกมาก่อนจะปักลงบนแขนขาวระเอียดอย่างนุ่มนวลทันทีที่เข็มฝังลงบนจุดชีพจรเข็มหยกมรกตสีเขียวใสเริ่มหม่นแสงทึบม่วงคล้ำก่อนจะเริ่มระเหยเป็ไอหมอกออกมาทันทีที่เข็มมรกตเริ่มสลายพิษสีหน้างามซีดเซียวภายใต้ผ้าคุมสั่นสะท้านอย่างผ่อนคลายทรวงอกที่หายใจถี่กระชันเริ่มเข้าสู้สภาวะปกติาแที่ติดพิษดำค้ำเริ่มฝาดสีโลหิตทีละน้อย...ภายใต้สายตาชื่นชมของไป๋เทียนอวิ๋นไป๋หยุนเฟยบรรจงปักเข็มหยกมรกตลงบนจุดชีพจรของนางอย่างต่อเนื่องเล่มแล้วเล่มเล่า จากแขนซ้ายไปแขนขวาและข้อเท้าทั้งสองข้าง
“เฮ้อ...” ไป๋หยุนเฟยเหลือบมองไป๋เทียนอวิ๋นเล็กน้อยก่อนจะถอยหายใจอย่างขัดใจจากนั้นชายหนุ่มพยุงร่างอรชรไร้สติของสตรีชุดแดงขึ้นมานั่งอย่างเบามือสายตาไป๋หยุนเฟยส่องประกายมุ่งมั่นก่อนจะตัดสินใจเลิกคอเสื้อนางออกเล็กน้อยเผยให้เห็นต้นคอเรียวงามราวต้นหลิว
ใบหน้าไป๋เทียนอวิ๋นเริ่มดำมืดคิ้วตั้งชันขมวดเป็ปมทันทีก่อนจะตวาดอย่างไม่พอใจ “นั่น!...นั่นเ้าจะทำสิ่งใด?!”
ไป๋หยุนเฟยสะดุ้งใ ก่อนจะยิ้มแหยงๆ “โถ้วท่านปู่...ท่านก็น่าจะรู้ว่าบริเวณที่ยังไม่ได้ฝังเข็มเหลืออีกที่เดียวเท่านั้นและบริเวณนั้นก็คือจุดชีพจรบริเวณแผ่นหลังของนางซึ่งเสื้อผ้าของนางบดบังอยู่?และข้าไม่อาจมองเห็นสิ่งใด? และแน่นอนท่านต้องทราบอยู่แก่ใจว่ามันสำคัญมากเพียงใดข้าจะพลาดโอกาส...เอ้ย...ผิดพลาดเพียงเล็กน้อยไม่ได้?!” ไป๋หยุนเฟยฮัดฮัดไม่พอใจ ก่อนจะตีหน้าซื่อน่าสงสาร “ข้าเพียงจะเปิดชิ้นผ้าของนางเล็กน้อยเท่านั้นไม่ใช่เปิดออกหมดเปลือกเสียหน่อยและอีกอย่างนี่คือการรักษา...ข้าไม่ได้ฉกฉวยโอกาสหรือดูิ่ศักดิ์ศรีอันสูงส่งของนางแต่อย่างใด?!”
ได้ฟังวาจาของหลานชายตัวดีเนื้อตัวไป๋เทียนอวิ๋นสั่นเทิ้ม ก่อนจะชี้นิ้วมือที่สั่นระริก “เ้า...เ้า...ฮึ่ม” ชายชรากล้ำกลืนคำด่า ก่อนจะพูดด้วยเสียงตำหนิ “นั่นไม่จำเป็!...ั้แ่เ้าศึกษาศาสตร์แห่งการแพทย์และการปรุงยาบรรลุถึงขั้นสูง!จุดชีพจรต่างต่างทั่วร่างกายมนุษย์เ้าสมควรเข้าใจอย่างทะลุปุโปร่งไม่ว่าใครก็ตามที่บรรลุถึงขั้นนี้เพียงการฝังเข็มโดยมีชิ้นผ้าบดบังแค่เล็กน้อยสมควรไม่ใช่ปัญหา...แม้กระทั่งนำผ้ามาปิดตายังอาจกระทำได้อย่างสบาย...ฮึ่ม!”
“ถ้าคำพูดแสแสร้งหน้าด้านของเ้าไปบอกแก่บุคคลอื่นยังพอมีน้ำหนักอยู่บ้าง...แต่กับข้า! มันเป็ข้ออ้างของพวกฉกฉวยโอกาสเท่านั้น!” จบคำไป๋เทียนอวิ๋นส่ายหน้าอย่างผิดหวัง
“โถ่ว...ท่านปู่! วาจาของท่านมันชั่งทำร้ายจิตใจอันบริสุทธิ์ของเด็กน้อยไร้เดียงสาเช่นข้ายิ่ง” ไป๋หยุนเฟยไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี
“หึ...เริ่มการรักษาได้แล้วนี่คือบททดสอบของเ้าว่าฝีมือศาสตร์ฝังเข็มบรรลุถึงขั้นสูงจิงหรือไม่?...หรือจะมีดีแต่ลมปาก! โดยข้าจะจับตาดูอยู่ตรงนี้เพื่อป้องกันการผิดพลาด” คำกล่าวของไป๋เทียนอวิ๋นทำให้ไป๋หยุนเฟยน้ำตาตกในหัวใจดวงน้อยบีบคั้นอย่างเ็ป ก่อนจะฝืนกล่าวคำด้วยความพยายามสุดท้าย
“ท่านปู่การฝังเข็มโดยมีเสื้อผ้าบดบังมันช่างยากเย็นยิ่งการจะทำได้นั้นข้าต้องใช้สมาธิอย่างมากอีกอย่างท่านเอาแต่จ้องมองข้าราวกับจะกินเนื้อท่านทำเช่นนี้ข้าจะมาสมาธิได้อย่างไรเล่า?...ข้าว่าอากาศในนี้ช่างอบอู้เอาเช่นนี้ ข้าว่าท่านออกไปสูดอากาศด้านนอกจะดีกว่านะ”
“เ้า&%*&($” เส้นฟางเส้นสุดท้ายของชายชราขาดผึง สีหน้ายับยู่ยี่ก่อนจะตวาดลั่น “เริ่มได้แล้วว!!”
เนื้อตัวไป๋หยุนเฟยสะดุ้งอย่างใสีหน้าซึมเซาอย่างสำนึกกระนั้นในจิตใจชายหนุ่มกำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่งที่ได้ยั่วโมโหปู่ของตน
ครึ่งชั่วยามผ่านไปหลังจากทำการฝังเข็มอย่างต่อเนื่อง ภายใต้สายตาชื่มชมของชายชรา
“ฟู่ว...ข้าได้ทำการขับพิษจากจุดชีพจรทั้ง48จุด เสร็จสิ้นแล้วท่านปู่” ไป๋หยุนเฟยถอนหายใจอย่างเสียดายก่อนจะดึงเข็มที่ฝังตรึงออกด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์
หลังจากเสร็จสิ้นการักษาสตรีชุดแดงปลดปล่อยลมหายใจออกมาอย่างผ่อนคลายเส้นเืที่เคยดำคล้ำจางหายเผยให้เห็นผิวขาวใสเปล่งประกายดุจอัญมณีล้ำค่า
“ปล่อยให้นางนอนพักผ่อนไปก่อนคงอีกหลายชั่วยามจนกว่านางจะคืนสติ” สิ้นคำกล่าวสายตาไป๋เทียนอวิ๋นเลื่อนมองไป๋หยุนเฟยอย่างคาดโทษ” เ้าตัวดีได้เวลาที่เ้าต้องอธิบายแก่ข้าแล้วว่าเื่ราวก่อนหน้านี้เกิดสิ่งใดขึ้นอธิบายมาให้หมดอย่าได้ตกหล่น!!” ด้วยการจับจ้องที่แหลมคมประดุจเหยี่ยวหัวใจไป๋หยุนเฟยหล่นวูบเหงื่อกาฬเริ่มรินไหลผ่านใบหน้าเหลอหลาซูบเซียว...ชายหนุ่มกระแอมไอคราหนึ่งเพื่อเรียกกำลังใจให้ฟื้นคืนกลับมาก่อนจะอธิบายเื่ราวั้แ่ต้นจนกระทั่งพาสตรีชุดแดงมารักษา
ตอนนี้สีหน้าไป๋เทียนอวิ๋นยับย่นคิ้วชันขมวดเป็ปมยุ่งเหยิง ภายในใจเริ่มรับรู้ถึงลางสังหรอัปมงคล
“กองกำลังใส่ชุดเกราะกว่าสามร้อยคนและพวกใส่ชุดดำอำพลางใบหน้าอีกร้อยกว่าคน” น้ำเสียงเคร่งเครียดเอ่ยขึ้น “เ้าจำได้หรือไม่?กองกำลังที่สวมชุดเกราะมีสิ่งใดเป็เอกลักษณ์คล้ายกัน”
ไป๋หยุนเฟยขมวดคิ้วด้วยสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะกล่าว “อ่ะใช่แล้ว...ถ้าข้าจำไม่ผิดชุดเกราะที่พวกมันสวมใส่เป็สีทองทั้งหมดตรงกลางชุดเกราะคล้ายมีเศียรัโผล่ออกมา และธงของพวกมันถูกเขียนด้วยคำว่า ‘หยาง’ ส่วนพวกชุดดำที่อำพรางใบหน้าข้าไม่อาจสังเกตเห็นสิ่งใดเป็เอกลักษณ์เฉพาะของพวกมันแต่อย่างใด” ทันทีที่ไป๋หยุนเฟยพูดจบใบหน้าชายชราเคร่งเครียดยิ่งกว่าเดิมเหมือนจมปักในความคิด
“เฮ้อ...พวกมันเป็คนจากราชวงศ์หยาง” ไป๋เทียนอวิ๋นถอนหายใจ “ลูกเฟยสงสัยเื่ราวครานี้คงไม่ใช่เื่ราวเล็กน้อยเสียแล้วและตัวตนแม่นางน้อยผู้นี้ไม่สมควรเป็เพียงหญิงสาวชนชั้นสูงธรรมดาเท่านั้น! หญิงสาวที่หนีการไล่ล่าของราชวงศ์เื่ครานี้เราไม่อาจสันนิษฐานสุ่มสี่สุ่มห้าได้ คงต้องรอนางฟื้นเท่านั้น"
เห็นสีหน้าชายชราแปรเปลี่ยนไปมาคิ้วโก่งมนของไป๋หยุนเฟยขมวดโค้งอย่างไม่พอใจนัก เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้ากองกำลังราชวงศ์อันใดกัน? เพื่อหาผลประโยชน์ใส่ตนถึงกับใช้กำลังพวกมากข่มขู่และทำร้ายอิสตรีเพียงคนเดียว! ต่อให้เป็กองกำลังที่มีชื่อเสียงแต่การกระทำไร้ยางอายเช่นนี้ช่างน่าละอายใจยิ่งนัก
“เหอะ…กองกำลังอันใดกัน! ถึงกับใช้ผู้คนมากมายเพื่อจับกุมสตรีนางเดียว” ไป๋หยุนเฟยแค่นเสียงอย่างไม่พอใจ “ท่านปู่…ข้าว่าท่านกังวลจนเกินไปยามข้าเปิดค่ายกลอักขระข่ายแรก เ้าโคถึกทำได้เพียงสะกิดโล่มนตราสั่นสะเทียนเล็กน้อยเท่านั้นมันยิ่งเป็ไปไม่ได้เลยที่พวกมันจะทำลายได้ในเวลาอันสั้น อีกอย่างนอกจากค่ายกลอักขระที่ขวางกั้นไว้ชั้นแรกแล้วเรายังมีข่ายกลอักขระอีกสองชั้นที่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน!”
ร่างกายสูงใหญ่ของไป๋เทียวอวิ๋นสั่นเทาสายตาดุดันถลึงมองเด็กหนุ่มอย่างตำหนิ “ยัง…เ้าทำผิดยังไม่สำนึกอีก! ยังจะมาคุยโวปากดีด้วยความคิดเช่นนี้ของเ้า มันช่างอ่อนต่อโลกนัก?!”
“ลูกเฟยเ้าคิดตื้นเขินเกินไปแล้ว…นี่ก็ผ่านไปหลายชั่วยามแล้วที่พวกมันไม่จากไปนี่ย่อมแสดงว่าพวกมันมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าสามารถฝ่าค่ายกลเข้ามาได้และถ้าพวกมันเข้ามาได้เ้ามีความสามารถต่อสู้กับพวกมันหรือ? อย่าลืมจุดชีพจรข้านั้นพิการอย่างสมบูรณ์ ส่วนเ้าเส้นชีพจริญญาตีบตัน…เหอะ! ถ้ามันเข้ามาได้แม้คนที่มีพรมแดนรับรู้ิญญาขั้นแรกยังคงบดบี้เราสองคนง่ายดายดุจมดปลวก!” ไป๋เทียนอวิ๋นแค่นเสียงเ็าด้วยโทสะ ก่อนอธิบาย
“ข้าจะเล่าขุมอำนาจขนาดใหญ่ผู้ปกครองทวีป ‘ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์’ ให้เ้าฟังจงจำใส่หัวอันดื้อรั้นให้ดีดี! ภายในทวีปขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เราอาศัยอยู่ถูกแบ่งดินแดนออกเป็สี่ดินแดนสี่ทิศอันได้แก่ดินแดนทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก…ดินแดนทั้งสี่ทิศถูกปกครองโดยสี่มหาอำนาจใหญ่อันได้แก่ ‘ตำหนักเทพเทวาสถิต’ผู้ปกครองดินแดนทิศเหนือ…‘ราชวงศ์หยาง’ผู้ปกครองดินแดนทิศใต้…‘พระราชวังขุนเขาา’ ผู้ปกครองทิศตะวันออกและ ‘นิกายเทพขุนเขา’ผู้ปกครองดินแดนทิศตะวันตก…กระนั้น ถึงแม้สี่มหาอำนาจจะปกครองดินแดนทั้งสี่ทิศแต่ยังมีอีกหนึ่งสำนักผู้เป็ราชันของทั้งสี่ทิศผู้ยืนอยู่จุดสูงสุดของดินแดนทั้งสี่ราชันผู้ปกครองทั่วทั้งทวีปขุนเขาศักดิ์สิทธิ์…สำนักขุนเขาเทพราชัน?!!…”
เมื่อรับรู้ว่าราชวงศ์หยางคือหนึ่งในสี่มหาอำนาจท่าทางกระเหี้ยนกระหืออวดดีจางหายร่างกายไป๋หยุนเฟยแข็งกลายเป็ค้างอย่างตกตะลึงหยาดเหงื่อเริ่มผุดขึ้นตามรูขุนขนทั่วสรรพางค์กายชายหนุ่มแหล่มองใบหน้าดุดันของไป๋เทียนอวิ๋นก่อนจะยิ้มแหยะๆกล่าวเสียงแ่เบา “ท่านปู่…ครานี้ข้าผิดไปแล้วจริงๆ แต่พวกมันกลับรุมทำร้ายสตรีคนเดียวข้าไม่อาจทนได้”
ได้ฟังคำตอบของหลานชายใบหน้าชายชราเหยียดยิ้มอิ่มเอม กล่าว “อย่างที่เ้าเอ่ยออกมา การกระทำของพวกมันช่างเสื่อมเสียเกียรติและน่าอับอายยิ่งนักอีกอย่างที่ข้าตำหนิเ้าเพราะเ้าทำโดยไม่ยั้งคิด ถ้าเป็เหตุการณ์อื่นการทำตามอารมณ์อาจจะเกิดสิ่งเลวร้ายมากมายตามมาหรือแม้กระทั่งชีวิตของเ้า!...ลูกเฟยสิ่งที่เ้าได้กระทำไปแท้จริงนั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง!ในเมื่อเ้ากล้าจะเผชิญปัญหาเบื้องหน้าเพื่อช่วยชีวิตแม่นางน้อยมาเ้าก็ต้องช่วยเหลือนางอย่างถึงที่สุด!”
เห็นสายตาไป๋เทียนอวิ๋นมองมาด้วยความเป็ห่วงห้วงจิตใจไป๋หยุนเฟยพลันอบอุ่นสำหรับชายหนุ่มั้แ่ยังเด็กที่ถูกชายชราเลี้ยงดูอุ้มชูมาชายชราผู้เป็ทั้งบิดามารดาในเวลาเดียวกัน…สายใยทั้งสองล้วนแน่นแฟ้นเกินจะสรรหาคำใดมาบรรยายการโดนชายชราตำหนิด้วยความเป็ห่วงสำหรับไป๋หยุนเฟยนั้นเหมือนจิตใจอันว่างเปล่าได้รับความรักมาเติมเต็มอย่างท่วมท้น
“อ่ะแฮ่ม…เ้าจะเหม่อไปอีกนานไหม?เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันตามข้ามาเราจะไปเปิดค่ายกลอักขระทั้งหมดกัน”
ถูกไป๋หยุนเฟยจ้องมองด้วยรอยยิ้มค้างคาประดุจคนสติเฟื่องชายชรากระแอมไอก่อนจะก้าวเดินออกไป
“ฮี่ฮี่ ข้าทราบแล้วท่านปู่”