เหตุแห่งตำนานรักตำนานเืนี้
สิบปีก่อน
เเคว้นฉิน
ลู่อันซี.. หญิงสาววัยสิบสี่ปี นางเกิดตระกูลสูงศักดิ์งานพร้อมด้วยรูปทรัพย์และพร้อมด้วยคุณสมบัติที่เป็ที่สุดแล้วทั้งปวง ใบหน้าของนางนั้นงดงามเกินกว่าสตรีนางใด ด้วยลักษณะใบหน้าที่สวยประหลาดของนางนั้น พร้มพรั่งด้วยจิตใจนางงดงาม จนหมู่มวลดอกไม้เมื่อนางเข้าไปใกล้กลับออกดอกพลิบานได้อย่างน่าอัศจรรย์
นางเป็สตรีที่บุรุษในเมืองหลวงต่างหมายตา.. หากเเต่ว่าหัวใจของนางตกเป็ของเยียนสุน องค์รัชทายาทเเคว้นฉินไปนานเเล้ว ความรักบริสุทธิ์จริงแท้ของใจนางในปีนั้นเป็จุดเริ่มต้นแห่งความทุกข์ระทมความเจ็บช้ำน้ำใจทวีคูณ รักมากเพียงใด แค้นใจเสียพันเท่า!!
หากแต่ในปีนั้นนางเป็สตรีผู้หนึ่งที่มีใจรักต่อบุรุษผู้หนึ่ง..... ด้วยรักของนางอำนาจตระกูลนางเยียนสุนสามารถก้าวขึ้นนั่งยังราชบัลลังก์ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
นางรอวันที่จะได้เเต่งงานกับเขา เขารับปากนางชาตินี้ทั้งชาติจะมีเพียงนางเท่านั้น.. นางจะเป็สตรีเพียงคนเดียวที่เขารัก ทั้งหมดชีวิตเยียนสุดสาบานต่อนางว่าจะมิทำร้ายกายใจนางให้เจ็บช้ำเพียงนิด
แม้นตัวนางจะทราบดีว่าภายหน้าเมื่อใดที่เขาขึ้นครองบัลลังก์สิ่งที่มิอาจเลี่ยงคือการรับสนม.. หากเเต่ด้วยใจรักที่หนักเเน่น เชื่อมั่นในวาจาของเยียนสุน นางจึงยอมเป็หงษ์ในกรงทองวังบูรพา..
ด้วยอำนาจเเห่งสกุลลู่ได้ช่วยส่งเสริมให้เยียนสุนได้ครองราชย์อย่างราบรื่น สกุลลู่ เป็สกุลที่ร่วมก่อตั้งอาณาจักรฉินมาตั้งเเต่ครั้นโบราณกาล.. สกุลลู่จึงมีสายสัมพันธ์เเน่นเเฟ้นกับราชวงค์..
ด้วยในเวลานั้นต้นเชื้อสกุลลู่เป็สตรี.. จึงมิอาจครองบัลลังก์เเละมิมีใจต่อเยียนหลิง ฮองเต้เเคว้นเเต่เเรก จึงมิอาจจะเป็ฮองเต้เเละฮองเฮาได้
เเต่ก็ได้มีการทำพันธสัญญา.. สลักลงในเเท่นศิลา... ผู้ครองเเคว้นฉินในภายหน้ามีได้เพียงสองสกุล.. เยียน ลู่!!
สกุลเป็สกุลนักปราชญ์มานับเเต่ต้น.. บ้างก็ว่ากันว่าต้นสกุลลู่นันเป็จอมเวทย์บ้าง ด้วยนางคล้ายจะสามารถวางกลศึกกลรบชนะได้เสียทุกครา...
หลายร้อยปีพ้นผ่าน สกุลลู่เเผ่ขยายไปทั่วอาณาจักร.. หากเเต่ลู่อันซี คือสตรีที่เกิดจากเืเนื้อเชื้อสายหลักของสกุล
เเละในอีกสามปีต่อมา.. ยามที่เยียนสุนได้ขึ้นนั่งบรรลังก์ฮองเต้เเคว้นฉินก็ได้เเต่งตั้งนางให้เป็ฮองเฮาคู่บัลลังก์.. หากเื่ราวหยุดลงที่ตรงนี้คงเป็ตอนจบที่สวยงามของความรักชายหนุ่มหญิงสาว...
หากเเต่เมื่ออำนาจบังตา กิเลสบังใจ... บุรุษผู้อ่อนโยนกลับกลายเป็บุรุษที่มิสนใจใยดีในตัวนาง... นับวันตำหนักในวังหลังมีเเต่จะเพิ่มไม่มีลด..
ในบางคราเขาก็ดูรักใส่ใจนางเสียเหลือเกิน.. หากเเต่ว่าเขาก็มิหยุดที่จะรับสตรีเขามาในวังหลัง..
บัลลังก์หงษ์ของนางเป็สิ่งเดียว.. เป็คำสัญญาเดียวที่เขายังคงรักษาไว้ให้นาง.. หากเเต่ณ.. เวลานี้มันมันก็หาได้มันคงดั่งเช่นเมื่อสามปีก่อน
ด้วยนางยังขาดโอรสหรือธิดาช่วยคำจุ้นสถานะภาพของนาง... ณเวลานี้ นางช่างโดดเดี่ยว.. มีสามี สามีก็หมางเมิน ซ้ำยังขาดบุตรคอยอยู่เป็เพื่อน
ยามค่ำคืนนั้นช่างเหน็บหนาวเเละโดดเดี่ยวเกินจะทน ทุกราตรีที่นางต้องรับรู้ว่าเยียนสุนเข้าหอกับสตรีมากหน้า ไม่ซ้ำคืน... เป็มารดาเเผ่นดินสิ่งที่ต้องมีคือหัวใจที่หนักเเน่นเเละกว้างขวาง
พื้นที่ในหัวใจของลู่อันซีในเวลานี้มิต่างจากท้องนาที่ถูกเหยีบย่ำยามฤดูฝน ทุกคนวันที่พ้นผ่านไปมิมีคืนใดที่นางหลับโดยปราศจากน้ำตา..
ใบหน้าที่เคยงดงามปานดอกไม้เเรกเเย้มบัดนี้กลับกายเป็ซีดเซียวไร้สีสันยังผลให้ หัวใจของเยียนสุนยิ่งออกห่างนางไปทุกที.. ทุกที
เเต่สิ่งเ่าั้ก็มิอาจทำลายใจที่รักมั่นคง ของลู่เสวี่ยเฉิง.. เสนาบดีหนุ่มในวัยยี่สิบเก้าปี ฃได้เลย เเม้นเเต่น้อย ลู่อันซีเเละลู่เสวี่ยเฉิง เป็ญาติเชื้อสายที่ห่างกันมาก... เเต่ด้วยที่ขึ้นชื่อว่าสกุลลู่เเละลู่อันซี ถือเป็บุคคลที่เขามิควรมีใจให้มากที่สุดในบรรดาสตรีทั่วเเผ่นดิน เสวี่ยเฉิงเขารักนางมาแต่วัยเยาว์แต่ด้วยล้วนคิดว่าไม่คู่ควร เขาจึงทำได้เพียงรักนาง แต่แสดงออกได้เพียงเคารพ รักนี้มิใช่หวังเพียงได้รัก!! เพียงเท่านั้น
เขาเฝ้ามองนางนับเเต่ในวัยเยาว์จนนางเติบใหญ่ได้ดำรงตำเเหน่งไท่จื่อเฟย จนนางก้าวขึ้นสู่สตรีที่อยู่สูงที่สุดในแผ่นดินต้าฉิน นางก้าวขึ้นสู่ฮองเฮาในปัจจุบันอย่างภาคภูมิสมบูรณ์พร้อมในทุกด้าน
สิ่งที่เขารับรู้ได้คือ ในเวลานี้ ลู่อันซีผู้เป็ดั่งดวงใจของเขาเเละสมาชิกสกุลลู่!! ทั่วแผ่นดิน
หากเป็เขาที่หัวใจนาง เขามิมีวันที่จะกระทำเช่นนี้เเน่... หากเเต่ด้วยตัวนั้นเป็ข้าเเผ่นดินจึงมิอาจกระทำการใดๆ อันไม่สมควรได้...
จนกระทั่ง!!
ลู่อันซี นางถูกส่งตัวเข้าวังเย็น!!