รอยเท้า…ที่แทบไม่มีอยู่
ภาพนั้นยังติดอยู่ในหัวของภูผาไม่จาง
“คนเดิน…แต่ไม่ทิ้งน้ำหนัก”
เขานั่งนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในเรือน
สายตาเหม่อมองพื้นดิน
“หรือไม่ใช่แค่ ‘เบา’…”
“…แต่มัน ‘กระจาย’ ออกไป”
ความคิดนั้น…ทำให้เขานิ่งไป
เหมือนบางอย่างกำลัง “เชื่อมต่อ”
วันถัดมา
ภูผาขึ้นเขาไปหาท่านอาจารย์อรชุน
ลมบนเขาพัดแรง
กลิ่นธูปจางๆ ลอยอยู่ในอากาศ
อรชุนนั่งอยู่หน้ากระท่อม
ดวงตาปิดนิ่ง
“เ้ามีคำถาม”
ยังไม่ทันเอ่ย—อาจารย์ก็รู้
ภูผาคุกเข่าลง
“ขอรับ…”
เขาเล่าเื่รอยเท้า
เล่าความรู้สึก…และสิ่งที่เขาคิด
อรชุนเงียบฟัง
ก่อนจะยิ้มบางๆ
“ดี…”
“สิ่งที่เ้าตระหนักถึงนั้น สำคัญมาก”
ภูผาเงยหน้า
“สิ่งที่เ้าเห็น…ไม่ใช่แค่ ‘ฝีเท้า หรือฝีมือ’”
“แต่มันคือการใช้ ‘เคล็ดลับ คลื่นพลัง’”
อรชุนยกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว
“โลกนี้…ทุกอย่างเคลื่อนไหวเป็ ‘คลื่น’”
“ลม…น้ำ…แม้แต่ร่างกายของเ้า”
เขาเคาะพื้นเบาๆ
ตึก
“เมื่อคนทั่วไปเดิน…แรงจะตกลง ‘จุดเดียว’”
“แต่ถ้าควบคุมได้…”
เขามองภูผา
“…แรงนั้นจะ ‘กระจาย’ เป็คลื่น”
“ไม่มีจุด…ไม่มีร่องรอย”
ภูผาใจเต้นแรง
“แล้ว…ข้าพเ้าจะสามารถฝึกได้ไหม ขอรับ”
อรชุนหรี่ตาเล็กน้อย
“ระดับของเ้าในตอนนี้อยู่ในขั้นกลางของระดับลมปราน ถือว่าใกล้ถึงขั้นแล้ว…”
“…พลังปราณของเ้า ต้องััถึงจะส่งพลังออกไปได้ แต่หากว่ามิได้ััห่างออกไปยังสามารถส่งพลังไปถึง”
ลมเงียบลงชั่วขณะ
“เมื่อถึงระดับนั้น…”
“เ้าไม่ใช่แค่ควบคุมแรง”
“…แต่ควบคุม ‘สิ่งที่เล็กกว่านั้น’”
“ร่างกาย…จะหายไปจากการรับรู้ของคนทั่วไปหลอมกลืนไปกับธรรมชาติข้างกาย”
ภูผานิ่งงัน
คำพูดนั้น…ไกลเกินไป
แต่—
มันมีอยู่จริง และเขาเห็นมากับตาเขารู้ว่าค้างคาวบินในตอนกลางคืนได้อย่างไร แต่เขาไม่เคยคิดว่าคนเราจะสามารถเลียนแบบค้างคาวได้ แต่ในโลกแห่งนี้ เขาเชื่อแล้ว
“ข้าจะสอนเ้า…แค่ ‘ประตูบานแรก’”
อรชุนกล่าว
“พลังแห่งคลื่น”
สามวันต่อมา
ประตูห้องถูกปิดตาย
ไม่มีใครเข้า
ไม่มีใครออก
ภายใน—
เงียบ
ภูผานั่งขัดสมาธิ
เหงื่อไหลทั้งที่ไม่ได้ขยับ
เขาฟัง…
ไม่ใช่เสียงภายนอก
แต่เป็ “ภายใน”
ตุบ…ตุบ…
เสียงหัวใจ
ไหล…ไหล…
เสียงเื
ลมปราณ…เคลื่อนไหว
“ไม่ใช่จุดเดียว…”
เขาพึมพำ
“…กระจายออกไป…”
เขาค่อยๆ ขยับมือ
ช้า…จนแทบไม่เห็น
และ—
วูบ
ความรู้สึกบางอย่างเปลี่ยนไป
เหมือนร่างกาย “เบา” ลง
ไม่ใช่เพราะแรงหายไป
แต่เพราะ…มัน “แผ่”
ภูผาลืมตา
ดวงตาคมขึ้น
“นี่สินะ…”
“คงเป็แค่ระดับแรก ข้าสามารถรับรู้ได้แล้ว”
เขาเกิดความเชื่อมั่น อย่างมากมายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขายังฝึกต่อไป จนเริ่มควบคุมได้บ้าง หากยังไม่นิ่งนัก
คืนนั้น
เงาร่างสายหนึ่งเคลื่อนไหวอยู่เหนือกำแพงวัง
ภูผา
เขาไม่รีบ
ไม่ใช้แรง
ทุกก้าว…เบา
ไม่มีเสียง
ไม่มีรอย
เหมือนร่างเขา…ลอยอยู่บนอากาศ
“ต่างจริงๆ…”
เขาพึมพำ
เรือนตะวันตก
บ้านของวังหลัง
สถานที่ที่เงียบ…แต่เต็มไปด้วยอำนาจ
ภูผาแฝงตัวอยู่บนต้นไม้ใหญ่ แผ่การรับรู้ออกไปทุกทิศทางด้วยพลังแห่งคลื่น
กิ่งไม้หนาทึบปกคลุม ปิดบังร่องรอยได้ดีเยี่ยม
ด้านล่าง—ห้องประชุมลับ
แสงไฟส่องลอดช่องไม้
เสียงสนทนาดังขึ้นเบาๆ
“เื่เมื่อคืน…เริ่มมีคนสืบแล้ว”
“ปล่อยให้มันสืบ”
“หรือจะกำจัด”
“ยังไม่ถึงเวลา”
ภูผาหรี่ตา
“มีคนในวังจริง…”
เขาฟังต่อ
ชื่อบางชื่อ…ถูกเอ่ย
ตำแหน่ง…ที่ไม่ควรเกี่ยวข้อง
หัวใจเขาเต้นช้าลง
กำลังจดจำทุกอย่าง
แต่ทันใดนั้น—
กร๊อบ
เสียงเบาๆ ดังจาก้า
ภูผาชะงัก
สายตาเหลือบขึ้น
บนหลังคา…
มี “ใครบางคนที่หลบลอดจากการตรวจสอบด้วยคลื่นพลังของเขาได้”
เด็กสาวคนหนึ่ง
นั่งห้อยขาอย่างสบาย
ในมือ…ถือน่องไก่ย่าง
กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย
“…อะไรนะ”
ภูผาขมวดคิ้ว
เธอไม่สนใจอะไรเลย
นั่งฟังบทสนทนาไป…กินไป
เหมือนมันเป็เื่ปกติ
จนกระทั่ง การสนทนาในห้องจบลง—
เธอโยนกระดูก
กึก
เสียงกระทบพื้นดินแข็ง ข้างหน้าต่าง
เงียบ
ในห้องด้านล่าง—เสียงหยุดทันที
“ใคร!”
ตึง!
บานประตูถูกเปิด
ทหารพุ่งออกมา
ภูผาเกิดความคิดแว้บหนึ่งขึ้นมาได้ เขาไม่รอช้า
ะโลงจากต้นไม้
ตั้งใจให้ “เกิดเสียง”
ตึก!
เสียงนั้น…ดังพอ
“ทางนั้น!”
เสียงะโ
แต่ไม่ใช่แค่ทหาร—
เขารู้
“มัน” ได้ยิน
ฟึ่บ!
เงาหนึ่งพุ่งตามมา
เร็ว…เงียบ…อันตราย
มือสังหารคนนั้น
ภูผาวิ่งนำ
ล่อออกจากพื้นที่วัง
เข้าสู่ป่ามืด เขาแสร้งเป็ช้า เป็เร็วบ้างเขามองหาพื้นที่สำคัญ เขาเพิ่มความเร็ว
แล้ว—
หยุด
“ปึ้ง…”
หมัดที่ไม่มีร่องรอยใดๆถูกปล่อยออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อสังหาร
เงาดำที่ปรากฏตัวอย่างรวดเร็วนั้นไม่สามารถหลบรอดหมัดนั้นได้ทำได้เพียงเบี่ยงกายเอาแขนแนบลำตัวรับแรงของหมัดนั้น
หน้ากากเดิม
สายตาเย็น
“เ้า…”
เสียงแหบต่ำ
“กล้าล่อข้า? เ้าจะได้เห็นดีกัน”
กล่าวแล้วก็ขว้างะเิควันลงพื้น หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ภายใต้ความมืดยามค่ำคืน ภูผาเพียงยิ้มเล็กน้อย
“ยามหลบหนี ช่างรวดเร็วยิ่งนัก”
วูบ…
ภูผาขยับเลียนแบบท่าร่างนั้น
ทันที
หายไปอย่างไร้ร่องรอย!
….….
ใกล้รุ่ง
วัดเงียบสงบ
เสียงระฆังเบาๆ ดังในอากาศ
ภูผานั่งอยู่หน้าหลวงปู่บุญมา
เล่าทุกอย่าง
ั้แ่รอยเท้า…จนถึงมือสังหาร
หลวงปู่นั่งฟัง
ดวงตาปิด
“เ้ากำลังเดินเข้าไป…ในที่ที่ลึกมาก”
ท่านเอ่ยช้าๆ
“ยิ่งลึก…ยิ่งมืด”
ภูผาก้มหน้า
“ขอคำชี้แนะขอรับ”
หลวงปู่ลืมตา
มองเขา
“อย่าเชื่อทั้งหมด ในสิ่งที่ตาเห็นแต่ทั้งหมดจงเชื่อมั่นในตัวเอง”
“และ…”
ท่านหยุด
“…อย่าคิดว่าเ้าเป็ผู้ล่าเสมอไปจงรักษาสติให้รับรู้สิ่งรอบตัวอยู่ตลอด เ้าต้องพยายาม”
ลมพัดผ่าน
คำพูดเ่าั้…เื่เล่าพระธุดงค์ ปาฏิหาริย์ต่างๆมากมาย ยิ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นของเขาลงไปอีก
ฟ้าเริ่มสาง
ภูผาเดินกลับเรือน
ร่างกายเหนื่อยล้า
แต่จิตใจ…ตื่นเต็มที่
เขากลับไม่รู้เลยว่า—
บนยอดไม้ไกลออกไป
เด็กสาวคนนั้น…ยังนั่งอยู่
เอาไม้จิ้มขนมลูกชุบกิน
แล้วยิ้ม
“เป็ดหมัดที่ดีนัก…”
เธอพึมพำ
ก่อนจะหายไป
ไร้ร่องรอย.