จูอวิ่นเหวินรู้สึกราวกับว่าชีวิตของตนกำลังจะดับสิ้นลงในพริบตา
เขาคิดว่าหลานอวี้คือไอ้คนบ้า และจูอวิ่นเถิงเองก็เป็ไอ้คนบ้าเสียสติพอ ๆ กัน
เื่ราวทั้งหมดนี้มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อย
หากอยากจะฆ่ากันนัก เหตุใดไม่สั่งให้ฆ่าหวงจื่อเฉิงเสียเล่า จะมาฆ่าเขาทำไมกัน?
เขายังไม่อยากตายนะโว้ยย!
แต่จูหยวนจางไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยจูอวิ่นเหวินเลย เขาเพียงแต่นั่งดูทุกอย่างด้วยสายตาที่เ็าและนิ่งสงบ
ในขณะที่ทุกคนยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว หลานอวี้ก็กวัดแกว่งกระบี่ขึ้นอย่างฉับไวเด็ดขาด เตรียมจะแทงเข้าที่คอของจูอวิ่นเหวินให้ทะลุในคราวเดียว
เป็การลงมือที่เฉียบขาดยิ่งนัก ไร้ซึ่งความลังเลหรือความอืดอาดชักช้า
ตอนนี้ในสายตาของหลานอวี้ จูอวิ่นเหวินได้กลายเป็คนตายไปแล้ว
ปลายกระบี่พุ่งเข้าหาลำคอของจูอวิ่นเหวินอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีทีท่าว่าจะยั้งมือ
สมองของจูอวิ่นเหวินพลันขาวโพลนไปหมด ร่างกายแข็งทื่อจนไม่อาจปัดป้องหรือแม้แต่จะหลบหลีกได้
ชั่วขณะถัดมา ขณะที่ลำคอของเขากำลังจะถูกแทงทะลุอยู่รอมร่อ เสียงของจูอวิ่นเถิงดังขึ้นได้จังหวะพอดิบพอดี
"พอได้แล้ว หยุดมือเถอะ!"
ถึงอย่างไรเขาก็คงไม่อาจสังหารจูอวิ่นเหวินกลางโถงไต่สวนเช่นนี้ได้จริง ๆ แม้ว่าในใจส่วนลึกของเขาจะอยากสังหารอีกฝ่ายมากเพียงใดก็ตาม
คมกระบี่ของหลานอวี้ได้บาดิับริเวณลำคอของจูอวิ่นเหวินจนเกิดรอยเืซิบ ๆ โชคดีที่ไม่ลึกมาก เป็เพียงแผลถลอก
หากจูอวิ่นเถิงไม่เอ่ยปากห้ามไว้ หลานอวี้คงได้แทงทะลุเข้าไปจริง ๆ นี่ไม่ใช่เื่ล้อเล่นเลยสักนิด
เคร้ง…
หลานอวี้ปล่อยกระบี่ร่วงลงบนพื้น แล้วเดินกลับไปยังตำแหน่งเดิมก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่า โขกศีรษะลงบนพื้นอย่างหนักแน่นสามครั้ง จากนั้นก็กลับไปนิ่งเงียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
บรรยากาศในโถงไถ่สวนเงียบสงัดราวกับป่าช้า ทุกคนที่อยู่ที่นั่นต่างตกตะลึงกับการกระทำของหลานอวี้จนคำพูดติดอยู่ที่คอ
ตาแก่จอมโอหังผู้นี้ ใจกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ถึงขั้นบังอาจชักกระบี่ลงมือสังหารคนต่อหน้าจูหยวนจาง เพียงเพราะคำสั่งแค่ประโยคเดียวของจูอวิ่นเถิง
และคนที่จะสังหารนั้นยังเป็ถึงพระนัดดาอีกด้วย!
ช่างไร้กฎระเบียบ ก่อกรรมทำชั่ว ลบหลู่เบื้องสูง!
"ข้า... ข้ายังไม่ตาย..."
ตอนนี้จูอวิ่นเหวินหมดสิ้นมาดของชายหนุ่มผู้สง่างามและเปี่ยมด้วยคุณธรรมไปแล้ว
เขาถูกทำให้ใกลัวจนล้มทรุดลงไปกองกับพื้น
เส้นผมบริเวณขมับเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ แผ่นหลังก็เย็นวาบไปหมดทั้งแถบ
เขาไม่เคยเฉียดเข้าใกล้ความตายถึงเพียงนี้มาก่อน เมื่อครู่นี้ เขารู้สึกเหมือนกำลังจะตายจริง ๆ
มันน่ากลัว... น่ากลัวเกินไปแล้ว
หลานอวี้กล้าทำถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
เมื่อคิดถึงร่างกำยำสูงใหญ่นั้นที่พุ่งตรงเข้ามาเพื่อจะฆ่าตน จูอวิ่นเหวินก็แทบจะกลั้นปัสสาวะเอาไว้ไม่อยู่
“เสด็จปู่... เสด็จปู่ต้องให้ความเป็ธรรมแก่หลานนะพ่ะย่ะค่ะ!”
จูอวิ่นเหวินเพิ่งจะพยุงตัวลุกขึ้นยืนได้ น้ำเสียงของเขาสั่นเทา แฝงความน้อยเนื้อต่ำใจ สองมือก็ยังคงสั่นระริก
“ฝ่าา พระนัดดาสามบังอาจกระทำการอุกอาจ กล้าสั่งให้หลานอวี้สังหารพระนัดดารอง ขอฝ่าาโปรดลงโทษสถานหนักด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
“พระนัดดาสามคิดสังหารพี่ชายตนเอง ผิดหลักจริยธรรม ์ไม่อาจยอมรับ!”
“กระหม่อมขอให้ลงโทษพระนัดดาสามสถานหนัก และปะาชีวิตหลานอวี้พ่ะย่ะค่ะ”
…
บรรดาขุนนางบุ๋นเมื่อได้สติกลับมา ก็พากันโวยวายขึ้นมาทันที
พวกเขาเคยเห็นผู้ใดกำเริบเสิบสานถึงขั้นกล้าสังหารคนต่อหน้าจูหยวนจางที่ไหนกัน?
จูอวิ่นเถิงและหลานอวี้ไม่เพียงแต่กล้า ซ้ำคนที่คิดจะฆ่าคือจูอวิ่นเหวิน
เมื่อครู่นี้ พวกเขาทุกคนต่างคิดว่าจูอวิ่นเหวินกำลังจะต้องตายจริง ๆ เสียแล้ว
ไม่ว่าพวกเขาจะสนับสนุนจูอวิ่นเหวินหรือไม่ก็ตาม แต่การกระทำเช่นนี้ในสายตาของพวกเขา ถือเป็ความผิดฐานฏอย่างแท้จริง
“อวิ่นเหวิน เ้ากลัวหรือไม่?” จูหยวนจางไม่ได้กล่าวถึงเื่การลงโทษ ทำเพียงแค่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
อันที่จริง ั้แ่เริ่มแรกเขาสามารถเอ่ยปากห้ามได้ แต่กลับเลือกที่จะไม่ทำ
ประการแรก เขา้าดูว่าความจงรักภักดีที่หลานอวี้มีต่อจูอวิ่นเถิงนั้นลึกล้ำเพียงใด
ประการที่สอง จูอวิ่นเหวินขี้ขลาดตาขาวเกินไป เขาจึงอยากจะฝึกความกล้าหาญให้อีกฝ่ายเสียหน่อย และเขาก็เชื่อมั่นว่าจูอวิ่นเถิงคงไม่ปล่อยให้หลานอวี้สังหารจูอวิ่นเหวินจริง ๆ
แต่ใครจะคิดเล่าว่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลานอวี้ จูอวิ่นเหวินกลับทำได้เพียงยืนเป็เป้านิ่ง ถูกทำให้หวาดกลัวจนก้าวขาไม่ออก ทำได้เพียงรอรับความตาย ทำเอาจูหยวนจางรู้สึกผิดหวังยิ่งนัก
หลานชายคนนี้ ช่างไม่ได้ความเอาเสียเลย!
ขี้ขลาดถึงเพียงนี้ อย่าว่าแต่จะสยบเหล่าขุนนางบู๊ไม่ได้เลย แม้กระทั่งขุนนางบุ๋นที่อยู่ในที่นี้ หากคิดจะบงการเขาอย่างไรก็ย่อมทำได้ ฮ่องเต้เช่นนี้ คงจะไม่ไหวเป็แน่
ในทางกลับกัน จูอวิ่นเถิงช่างขวัญกล้าเทียมฟ้า ให้เขาลองทดสอบหลานอวี้ดู เขากลับกล้าสั่งให้หลานอวี้สังหารจูอวิ่นเหวินจริง ๆ
“กลัว... ไม่... หลานไม่กลัวพ่ะย่ะค่ะ” จูอวิ่นเหวินพูดจาวกไปวนมาจนแทบไม่รู้เื่ แม้กระทั่งคำพูดก็ยังตะกุกตะกัก
“เสด็จปู่ คดีนี้พระองค์จะทรงจัดการอย่างไรต่อพ่ะย่ะค่ะ?” จูอวิ่นเถิงเอ่ยถาม
“ฝ่าา!” ฟางเซี่ยวหรูก้าวออกมา “เมื่อครู่นี้พระนัดดาสามและหลานอวี้คิดจะปองร้ายพระนัดดารอง ขอฝ่าาโปรดลงโทษสถานหนักด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
จูหยวนจางกล่าวเพียงว่า “อวิ่นเหวินขี้ขลาดเกินไปแล้ว”
เขาไม่คิดที่จะลงโทษพวกจูอวิ่นเถิงด้วยเื่นี้ อย่างไรเสียมันก็เป็เพียงแค่การทดสอบเท่านั้น
“หลานอวี้ เ้าช่างกล้าหาญนักนะ!” จูหยวนจางตวัดสายตากลับไปมองหลานอวี้อีกครั้ง ก่อนกล่าวว่า “อวิ่นเถิงสั่งให้เ้าทำสิ่งใด เ้าก็กล้าทำตามอย่างนั้นเลยรึ?!”
หลานอวี้ตอบกลับเสียงดังฟังชัด “กระหม่อมจงรักภักดีต่อองค์รัชทายาทเสมอมา แม้บัดนี้องค์รัชทายาทจะจากไปแล้ว กระหม่อมก็ปรารถนาเพียงจะภักดีต่อพระนัดดาสาม หากฝ่าาทรงเห็นว่าไม่เหมาะสม ก็โปรดปะากระหม่อมเสียเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
จานฮุยได้ยินดังนั้น ก็รีบคว้าจุดสำคัญเอาไว้ทันที เขาเอ่ยถามว่า “เ้าบอกว่าจงรักภักดีต่ออดีตองค์รัชทายาทเสมอมา และตอนนี้ก็ขอภักดีเพียงพระนัดดาสามอย่างนั้นหรือ?”
“ถูกต้อง!”
หลานอวี้ยอมรับอย่างเปิดเผยและกล่าวเสียงดังฟังชัด “ข้าหลานอวี้ มีเพียงความเคารพยำเกรงต่อฝ่าา แต่สำหรับอดีตองค์รัชทายาท ข้ามีความจงรักภักดีอย่างสุดหัวใจ อดีตองค์รัชทายาทสั่งให้กระหม่อมทำสิ่งใด กระหม่อมก็ยินดีทำตาม ดั่งเช่นเมื่อครู่นี้ ต่อให้สั่งให้กระหม่อมไปตาย กระหม่อมก็จะไม่ลังเลแม้แต่น้อย”
เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ “ส่วนเื่ที่พวกท่านหลายคนเอาแต่พูดว่า ข้ารับบุตรบุญธรรมไว้มากมายนับไม่ถ้วน แถมบุตรบุญธรรมและผู้ใต้บังคับบัญชาเ่าั้ยังแอบซ่องสุมกองกำลังส่วนตัวเอาไว้ไม่น้อย นั่นก็เป็สิ่งที่ข้าตระเตรียมไว้เพื่ออดีตองค์รัชทายาททั้งสิ้น ในภายภาคหน้า เมื่ออดีตองค์รัชทายาทเสด็จขึ้นครองราชย์ บรรดาบุตรบุญธรรมและกองกำลังส่วนตัวของกระหม่อม ก็คือกองทหารรักษาพระองค์ของอดีตองค์รัชทายาท เพื่อที่จะได้กวาดล้างอุปสรรคทั้งมวลให้แก่อดีตฮ.๕ืรัชทายาท แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ไม่เสียดาย”
เขาเงยหน้าขึ้นมองจูหยวนจาง โดยปราศจากความเกรงกลัวใด ๆ พลางเอ่ยต่อว่า “ต่อให้ในตอนนั้นอดีตองค์รัชทายาทคิดจะยกทัพก่อฏ กระหม่อมก็จะนำกองกำลังบุตรบุญธรรมและทหารส่วนตัวไปช่วยอดีตองค์รัชทายาทก่อฏโดยไม่ลังเล นี่คือความจงรักภักดีของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ!”
“บังอาจ!”
“หลานอวี้ เ้า... เ้ากล้าคิดก่อฏเชียวรึ?!”
“ขอฝ่าาโปรดปะาหลานอวี้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“จะเก็บหลานอวี้ไว้ไม่ได้ เขามีเจตนาก่อฏชัดเจน กระหม่อมขอให้ฝ่าาปะาหลานอวี้พ่ะย่ะค่ะ”
“ปะาหลานอวี้!”
...
ในหมู่ขุนนางบุ๋นเกิดความโกลาหลขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าพวกเขากล้าพูดเพียงว่าหลานอวี้คิดฏ แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงจูเปียวแม้แต่คนเดียว
พวกฉางเซิงเมื่อได้ยินคำพูดของหลานอวี้ ก็ใจนอ้าปากค้าง คำพูดที่โอหังถึงเพียงนี้ เป็สิ่งที่พวกเขาสามารถพูดออกมาได้จริงหรือ?
มีเพียงเฝิงเซิ่งที่แสดงสีหน้าครุ่นคิด ราวกับจะเดาออกแล้วว่าหลานอวี้คิดจะทำอะไรกันแน่
‘ภักดีต่อองค์รัชทายาท’ จูอวิ่นเถิงพึมพำในใจ ‘ภักดีต่อองค์รัชทายาท จะต้องไม่เป็อะไรแน่ แม้ว่าคำพูดของหลานอวี้จะแฝงเจตนาปกป้องตนเอง แต่ก็ดูออกว่ามาจากใจจริง หากจูเปียวคิดจะก่อฏ ข้าเชื่อเลยว่าหลานอวี้จะเป็คนแรกที่กล้ายกทัพบุกเข้ามาในวังหลวง’
หลานอวี้มีความจงรักภักดีต่อองค์รัชทายาทอย่างแท้จริง
“หุบปาก!” จูหยวนจางตวาดลั่น
เหล่าขุนนางบุ๋นที่กำลังส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวต่างเงียบกริบลงทันที
“เ้า พูดต่อไป” จูหยวนจางกล่าว
“น่าเสียดาย... ที่อดีตองค์รัชทายาทด่วนจากไปก่อนวัยอันควร ์ช่างริษยาคนเก่งเสียจริง! แน่นอนว่าเขาไม่มีทางคิดก่อฏ ในอดีตองค์รัชทายาทเคยกล่าวกับกระหม่อมว่า หากฝ่าาทรงเห็นว่าเขามีความสามารถมากพอที่จะก่อฏได้ ฝ่าาคงจะดีพระทัยจนเนื้อเต้นด้วยซ้ำ
ถึงตอนนี้อดีตองค์รัชทายาทไม่อยู่แล้ว แต่โอรสสายตรงของเขายังอยู่ กระหม่อมย่อมมีใจภักดีต่อพระนัดดาสามเพียงผู้เดียว นี่คือการสานต่อความจงรักภักดีที่กระหม่อมมีต่ออดีตองค์รัชทายาท
ในบรรดาโอรสทั้งหมดของอดีตองค์รัชทายาท มีเพียงพระนัดดาสามที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมที่สุด ทั้งยังเป็โอรสสายตรง ใครหน้าไหนก็เทียบไม่ติด! สิ่งที่กระหม่อม้าจะทูลก็มีเพียงเท่านี้ หากกระหม่อมพูดผิดไป ขอฝ่าาโปรดประทานความตายให้กระหม่อมด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อพูดประโยคสุดท้าย น้ำเสียงของหลานอวี้ก็เจือไปด้วยเสียงสะอื้นไห้
พอจูหยวนจางมองไปที่หลานอวี้ ก็พบว่าดวงตาทั้งสองข้างของหลานอวี้แดงก่ำ บ่งบอกว่าอีกฝ่ายหวังดีต่อ 'เปียวเอ๋อร์' ของเขาด้วยความจริงใจ
ในใจของฮ่องเต้เฒ่าก็พลันรู้สึกโศกเศร้าจนต้องร่ำร้องออกมาเบา ๆ ว่า "เปียวเอ๋อร์... เปียวเอ๋อร์…"