บทที่ 44 : แดนเหมันต์นิรันดร์ กฎแห่งวังวังวนเหมันต์ และการปะทะท่ามกลางพายุหิมะ!
สายลมกรีดกรายประดุจคมมีดนับหมื่นเล่มพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ท้องฟ้าที่เคยกว้างใหญ่และสว่างไสวในมหาทวีปศูนย์กลาง บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยม่านพายุหิมะสีขาวโพลนที่บดบังทัศนียภาพจนสิ้น เกล็ดหิมะแต่ละเกล็ดแฝงไปด้วยปราณเหมันต์ที่หนักหน่วงและเย็นยะเยือกเสียจนสามารถแช่แข็งสายเลือดของผู้ฝึกยุทธ์ที่อ่อนแอให้กลายเป็นน้ำแข็งได้ในชั่วอึดใจ
ดินแดนที่ไร้ซึ่งแสงตะวันและถูกปกคลุมด้วยฤดูหนาวอันเป็นนิรันดร์... 'มหาทวีปอุดรเหมันต์'!
ท่ามกลางพายุหิมะที่โหดร้าย ร่างของสัตว์อสูรขนาดยักษ์ที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีทองคำกำลังพุ่งทะยานแหวกม่านอากาศที่หนาวเหน็บ เปลวเพลิงของมันละลายเกล็ดหิมะในรัศมีสิบจั้งให้กลายเป็นไอหมอก สร้างอาณาเขตอันอบอุ่นที่ตัดขาดจากความตายภายนอก
"มหาทวีปอุดรเหมันต์... สมคำร่ำลือ ปราณหยินและเหมันต์ที่นี่หนาแน่นยิ่งกว่าสถานที่ใดในโลกหล้า"
ซูหลงอวิ๋นนั่งขัดสมาธิอยู่บนแผ่นหลังของจินหลิน เขายื่นมือออกไปนอกม่านพลังเพลิงเพื่อสัมผัสเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่น ทันทีที่หิมะแตะลงบนฝ่ามือ มันก็พยายามจะแทรกซึมไอเย็นเข้าสู่เส้นชีพจรของเขาทันที ทว่าด้วย 'กายามังกรเทวะ' ที่ได้รับการผลัดเปลี่ยนจากโลหิตมังกรบรรพกาล ไอเย็นเหล่านั้นกลับถูกบดขยี้และสลายไปอย่างง่ายดาย
"ที่นี่คือสุดขอบโลกที่กฎเกณฑ์ของตาแก่เทียนจีแห่งดินแดนหมื่นเต๋ายื่นมือมาไม่ถึง..." หลิงอวี้ซีที่นั่งอยู่เบื้องหลังของเขา เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย ทว่ายังคงแฝงความระแวดระวัง
แม้สตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้จะมีกายาเหมันต์ และคุ้นเคยกับความหนาวเย็น ทว่าสภาพแวดล้อมของทวีปอุดรเหมันต์นั้นแตกต่างออกไป มันคือความหนาวเย็นที่แฝงด้วยสัจธรรมแห่งการทำลายล้าง หากประมาท แม้แต่ขอบเขตราชันย์ยุทธ์ก็อาจตกตายได้
ซูหลงอวิ๋นหันกลับมามองสตรีโฉมงาม "อวี้ซี เจ้าเคยกล่าวว่าที่นี่คืออาณาเขตของ 'วังวังวนเหมันต์'... ขุมกำลังนี้มีโครงสร้างและกฎเกณฑ์เช่นไร? ข้าต้องการหาซอกหลืบที่เงียบสงบที่สุดเพื่อปิดด่านหลอมรวมเพลิงอสนีบาตเก้าชั้นฟ้า คงไม่ดีแน่หากมีแมลงหวี่แมลงวันมารบกวนระหว่างที่ข้ากำลังทะลวงขอบเขต"
หลิงอวี้ซีพยักหน้า นางจัดแจงเสื้อคลุมให้กระชับขึ้นก่อนจะอธิบาย "วังวังวนเหมันต์ คือมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียวที่ปกครองทวีปนี้ พวกนางเป็นขุมกำลังที่รับเฉพาะ 'สตรี' เท่านั้น ผู้ฝึกยุทธ์หญิงของที่นี่ล้วนฝึกฝนวิชากระบี่เหมันต์ที่เด็ดขาดและไร้ความปรานี... และที่สำคัญที่สุด พวกนางเกลียดชังบุรุษเพศเข้ากระดูกดำ"
"เกลียดชังบุรุษงั้นรึ?" ซูหลงอวิ๋นเลิกคิ้ว รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนมุมปาก "ช่างเป็นกฎเกณฑ์ที่งี่เง่าและคับแคบนัก"
"อย่าได้ประมาทพวกนางเชียว ซูหลงอวิ๋น!" หลิงอวี้ซีเอ็ดเบาๆ "ประมุขแห่งวังวังวนเหมันต์ นามว่า 'ไป๋รั่วปิง' นางเป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตที่เจ็ด 'ราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด' (ขอบเขต 7) ซึ่งห่างจากขอบเขตจักรพรรดิยุทธเพียงครึ่งก้าวเท่านั้น! ซ้ำในอาณาเขตพายุหิมะแห่งนี้ พลังของนางยังทวีคูณขึ้นจนแม้แต่นักพรตเทียนจีก็ไม่อยากจะปะทะด้วย!"
"ข้าเข้าใจแล้ว" ซูหลงอวิ๋นพยักหน้ารับรู้ แม้เขาจะเย่อหยิ่ง ทว่าก็ไม่โง่เขลาพอที่จะเอาศีรษะไปกระแทกกับกำแพงน้ำแข็งที่แข็งแกร่งกว่าตนเองถึงสี่ขอบเขตใหญ่ "เช่นนั้น ข้าในฐานะบุรุษ หากถูกพบตัวเข้า ย่อมถูกมองว่าเป็นผู้บุกรุกและต้องถูกกำจัดสินะ"
"ถูกต้อง กฎของมหาทวีปนี้คือ บุรุษใดที่ล่วงล้ำเข้ามา หากไม่มีระดับพลังระดับบรรพชนศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครอง จะถูกจับไปเป็นทาสขุดเหมืองหินปราณเหมันต์ไปจนตาย หรือไม่ก็ถูกสังหารทิ้งคาที่"
หลิงอวี้ซีชี้มือฝ่าม่านพายุไปยังเทือกเขาน้ำแข็งที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า "แต่เจ้าไม่ต้องกังวล หากพวกเรามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะมี 'หุบเหวรอยแยกน้ำแข็งทะลวงสวรรค์' อยู่ สถานที่นั้นเป็นเขตอันตรายที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรเหมันต์ระดับสูง แม้แต่ศิษย์ของวังวังวนเหมันต์ก็ไม่ค่อยเฉียดกรายเข้าไป ปราณหยินที่นั่นหนาแน่นและบริสุทธิ์ที่สุด เหมาะแก่การให้เจ้าใช้กดข่มและหลอมรวมเพลิงสายฟ้าอย่างยิ่ง"
"ยอดเยี่ยม เป็นสตรีที่รู้ใจข้าเสียจริง" ซูหลงอวิ๋นยกยิ้มพอใจ "จินหลิน เปลี่ยนทิศทาง มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ!"
"รับคำสั่งนายท่าน!" ราชสีห์เพลิงหันหัวมุ่งหน้าฝ่าพายุไปตามทิศทางที่กำหนด
ทว่า การเดินทางในมหาทวีปอุดรเหมันต์นั้น มิได้ง่ายดายและราบรื่นเยี่ยงที่คิด เมื่อพวกเขาบินรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตได้ราวสองชั่วยาม สัมผัสวิญญาณอันแหลมคมของซูหลงอวิ๋นก็พลันจับคลื่นพลังปราณที่เยือกเย็นและดุดันได้จากเบื้องล่าง!
"มีคนกำลังดักซุ่มอยู่... จินหลิน ระวัง!"
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
สิ้นคำเตือนของมังกรหนุ่ม หอกน้ำแข็งขนาดยักษ์นับสิบเล่มที่อัดแน่นไปด้วยปราณยุทธ์ระดับ 'วิญญาณก่อกำเนิด' พุ่งทะยานแหวกพายุหิมะขึ้นมาจากพื้นดินเบื้องล่าง! หอกเหล่านั้นพุ่งเป้ามาที่ร่างของจินหลินด้วยความเร็วและความแม่นยำประดุจสายฟ้า!
"บังอาจนัก!" จินหลินแผดเสียงคำราม มันพ่นลูกไฟสีทองคำออกไปปะทะกับหอกน้ำแข็งเหล่านั้นจนเกิดเสียงระเบิดกัมปนาทกลางอากาศ ไอน้ำพวยพุ่งกระจายไปทั่วบริเวณ
ทว่าการโจมตีนั้นเป็นเพียงแค่การหยั่งเชิง!
รอบทิศทางของพวกเขา บัดนี้ปรากฏเงาร่างในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่กลมกลืนไปกับหิมะนับสิบสายนุ่งทะยานขึ้นมาตีวงล้อม! พวกนางขับขี่ 'เสือดาวหิมะ' สัตว์อสูรระดับสี่ที่มีความว่องไวเป็นเลิศ ทุกคนล้วนเป็นสตรีที่มีใบหน้างดงามทว่าแววตาเย็นชาประดุจน้ำแข็ง อาวุธในมือคือกระบี่ที่สกัดจากน้ำแข็งหมื่นปี
"หยุดอยู่ตรงนั้น! ผู้ใดบังอาจล่วงล้ำอาณาเขตของวังวังวนเหมันต์!"
สตรีผู้นำกลุ่มตวาดเสียงกร้าว นางมีใบหน้าคมคายและงดงามเย่อหยิ่ง สวมมงกุฎผลึกน้ำแข็งขนาดเล็ก กลิ่นอายพลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของนาง อยู่ในขอบเขต 'วิญญาณก่อกำเนิดขั้นสูงสุด' (ขอบเขตที่ 4 ขั้นสูงสุด)!
ขอบเขตที่สี่ขั้นสูงสุด... ซูหลงอวิ๋นหรี่ตาประเมินคู่ต่อสู้ นางมีระดับพลังสูงกว่าข้าที่อยู่จุดสูงสุดของขอบเขตที่สาม (แก่นแท้ทองคำ) เพียง 'หนึ่งขอบเขตใหญ่' พอดี... ยอดเยี่ยม นี่คือหนูทดลองชั้นเลิศที่จะให้ข้าได้ทดสอบรากฐานหลังจากที่ทะลวงระดับมาสดๆ ร้อนๆ!
ซูหลงอวิ๋นลุกขึ้นยืนบนหลังของจินหลิน เขามิได้แสดงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มโอหังที่ทำให้ศัตรูต้องขบเขี้ยวเคี้ยวฟันปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"ข้าเพียงแค่เดินทางผ่านเพื่อหาสถานที่พักผ่อน มิได้มีเจตนามารบกวนรังมดของพวกเจ้า... พวกเจ้าต่างหากที่เสียมารยาท โจมตีสัตว์พาหนะของข้าโดยไม่ถามไถ่" ซูหลงอวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"บุรุษโสโครก! ในมหาทวีปอุดรเหมันต์แห่งนี้ ไม่มีที่ยืนสำหรับสวะเยี่ยงเจ้า!"
สตรีผู้นำกลุ่ม นามว่า 'เซวียหรู' ถ่มน้ำลายลงบนหิมะด้วยความรังเกียจ นางกวาดสายตามองไปเห็นหลิงอวี้ซีที่นั่งอยู่เบื้องหลัง ความงดงามและกลิ่นอายที่สูงส่งของหลิงอวี้ซีทำให้นางต้องชะงักไปเล็กน้อย ทว่าเมื่อเห็นว่าหลิงอวี้ซีเดินทางมากับบุรุษ เซวียหรูก็ตีความไปเองในทันที
"แม่นางท่านนั้น! ท่านถูกไอ้โจรเดรัจฉานผู้นี้ลักพาตัวมาใช่หรือไม่! ไม่ต้องกลัว ข้า เซวียหรู ศิษย์สายในแห่งวังวังวนเหมันต์ จะสังหารมันและปลดปล่อยท่านเอง!"
หลิงอวี้ซีมุมปากกระตุก นางรู้สึกปวดหัวกับความดื้อรั้นและอคติของศิษย์สำนักนี้ นางพยายามจะเอ่ยปากอธิบาย "แม่นางเซวีย ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าและเขาเพียงแค่..."
"ไม่ต้องพูดอันใดให้มากความอวี้ซี..." ซูหลงอวิ๋นยกมือขึ้นห้าม เขาก้าวเดินออกมาเบื้องหน้า แผ่กลิ่นอายความกดดันที่ทำให้พายุหิมะรอบกายต้องหยุดชะงัก "กับคนโง่เขลาที่มีแต่ตา ทว่าไร้แวว การเจรจาด้วยวาจาย่อมไร้ผล ภาษาเดียวที่พวกมันเข้าใจ คือภาษาของกำปั้นและคมกระบี่เท่านั้น"
"โอหังนัก! แค่แก่นแท้ทองคำขั้นสูงสุด กล้ากำเริบเสิบสานต่อหน้าข้าที่อยู่วิญญาณก่อกำเนิดขั้นสูงสุดเชียวรึ! รนหาที่ตาย!"
เซวียหรูเดือดดาลจนขาดสติ นางตวัดกระบี่น้ำแข็งในมือ พุ่งทะยานร่างลงมาจากหลังเสือดาวหิมะ หมายจะบดขยี้เด็กหนุ่มปากดีให้กลายเป็นลิ่มเลือดในกระบวนท่าเดียว!
"เคล็ดวิชาพายุเหมันต์กลืนกิน! กระบวนท่าที่สาม... เกล็ดหิมะสังหารไร้เงา!"
เซวียหรูปลดปล่อยเจตจำนงแห่งความหนาวเหน็บ รังสีกระบี่นับร้อยสายที่โปร่งใสและคมกริบประดุจเพชร พุ่งแหวกอากาศเข้าหาซูหลงอวิ๋นจากทุกทิศทาง! พลังของขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดขั้นสูงสุดนั้นรุนแรงพอจะป่นภูเขาให้เป็นฝุ่นผง หากเป็นผู้ฝึกยุทธ์แก่นแท้ทองคำทั่วไป ย่อมถูกสับเป็นชิ้นๆ โดยไม่อาจแม้แต่จะมองเห็นรังสีกระบี่!
ทว่า เผชิญหน้ากับการโจมตีที่เหนือกว่าตนเองหนึ่งขอบเขตใหญ่ ซูหลงอวิ๋นกลับมิได้ถอยหนีหรือเรียกใช้ค่ายกลใดๆ เขาเพียงแค่สูดลมหายใจลึก ย่อเข่าลงเล็กน้อย!
ตึงงงงง!
เสียงหัวใจของเด็กหนุ่มเต้นดังกังวานประดุจกลองรบ! โลหิตมังกรบรรพกาลที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นชีพจรเดือดพล่าน กล้ามเนื้อทุกมัดอัดแน่นไปด้วยพละกำลังมหาศาลที่แทบจะระเบิดออก! เกล็ดมังกรสีทองคำจางๆ ปรากฏขึ้นปกคลุมท่อนแขนขวาของเขา!
"พละกำลังของกายามังกรเทวะ... จงแสดงให้โลกเห็น!"
ซูหลงอวิ๋นคำรามก้อง เขากำหมัดขวาแน่น แล้วชกสวนกลับเข้าไปดงรังสีกระบี่หิมะอย่างตรงไปตรงมา ปราศจากกระบวนท่าที่ซับซ้อน มีเพียงความดิบเถื่อนและทรงอำนาจอย่างถึงที่สุด!
เปรี้ยงงงงงงงงง!!!!!
หมัดเนื้อของมนุษย์ ปะทะกับรังสีกระบี่ของวิญญาณก่อกำเนิด!
ผลลัพธ์กลับทำให้ศิษย์วังวังวนเหมันต์ทั้งหมดต้องอ้าปากค้างจนแทบหยุดหายใจ!
รังสีกระบี่หิมะนับร้อยสายที่พวกนางภาคภูมิใจ เมื่อปะทะเข้ากับหมัดที่หุ้มด้วยเกล็ดมังกรของซูหลงอวิ๋น กลับแตกร้าวและระเบิดออกประดุจเศษแก้วที่กระทบกับก้อนหินเหล็กกล้า! คลื่นกระแทกจากการชกหมัด กวาดล้างพายุหิมะในรัศมีร้อยจั้งจนเหือดแห้ง!
"เป็นไปไม่ได้! ร่างกายของมัน... แข็งแกร่งยิ่งกว่าศัสตราวิญญาณระดับปฐพีเสียอีก!" เซวียหรูเบิกตากว้าง ความตกตะลึงพุ่งพล่านจับขั้วหัวใจ กระบี่ในมือของนางสั่นสะท้านจากแรงสะท้อนกลับ
"ปราณเหมันต์ของเจ้า ช่างเปราะบางและไร้รสชาติสิ้นดี... บัดนี้ จงรับชม 'เหมันต์ที่แท้จริง' เสียบ้าง!"
ซูหลงอวิ๋นไม่ปล่อยให้ศัตรูได้พักหายใจ เขากระทืบเท้าลงบนอากาศธาตุ อาศัยแรงส่งจาก 'ย่างก้าวเงามายา' พุ่งทะลวงเข้าประชิดตัวของเซวียหรูในชั่วพริบตา!
มือซ้ายของเขายกขึ้น ปลายนิ้วรวบชิด ปลดปล่อยเปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ที่แผ่กลิ่นอายความตายและความหนาวเหน็บอันเป็นนิรันดร์ออกมา!
'เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก'! เพลิงวิญญาณธาตุสวรรค์ที่เป็นสุดยอดแห่งสายหยิน!
"เพลิงอันใดกัน... ความหนาวเย็นนี้ มันเหนือกว่าวิชาของวังวังวนเหมันต์เสียอีก!" เซวียหรูหวาดผวา นางรีบเค้นปราณวิญญาณก่อกำเนิดทั้งหมด สร้างโล่น้ำแข็งหนานับสิบชั้นขึ้นมาป้องกันการโจมตี
"แตกซะ!"
ซูหลงอวิ๋นตวัดฝ่ามือที่ห่อหุ้มด้วยเพลิงสีขาว ฟาดลงบนโล่น้ำแข็งของศัตรู!
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!
ความต่างชั้นของ 'สัจธรรม' ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน! แม้เซวียหรูจะมีระดับพลังปราณสูงกว่าหนึ่งขอบเขตใหญ่ ทว่า 'ปราณเหมันต์ธรรมดา' ของนาง ย่อมไม่อาจเทียบเคียงกับ 'เพลิงวิญญาณสวรรค์' ได้! โล่น้ำแข็งสิบชั้นถูกเพลิงสีขาวแผดเผาและแช่แข็งซ้ำจนเปราะบาง ก่อนจะแตกกระจายไปอย่างง่ายดายดุจเศษกระดาษ!
ฝ่ามือของซูหลงอวิ๋นทะลวงผ่านการป้องกัน เข้ากระแทกที่หัวไหล่ซ้ายของเซวียหรูอย่างจัง!
"อ๊ากกก!"
เซวียหรูกรีดร้องโหยหวน ร่างของนางกระเด็นลอยละลิ่วปลิวไปไกลนับร้อยจั้ง! ไอเย็นจากเพลิงปรโลกลุกลามเข้าแช่แข็งเส้นเอ็นและปราณยุทธ์ในจุดตันเถียนของนางจนชะงักงัน แขนซ้ายของนางถูกห่อหุ้มด้วยน้ำแข็งสีขาวทมิฬ ไร้ความรู้สึกไปโดยสิ้นเชิง!
เพียงแค่สองกระบวนท่า! ยอดฝีมือแก่นแท้ทองคำขั้นสูงสุด สามารถสยบวิญญาณก่อกำเนิดขั้นสูงสุดที่แสนเย่อหยิ่ง ให้ลงไปนอนกองกับพื้นหิมะได้อย่างราบคาบ! โดยที่เขายังไม่ต้องชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ!
ศิษย์หญิงนับสิบคนที่เหลืออยู่บนหลังเสือดาวหิมะ ต่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว อาวุธในมือแทบจะร่วงหล่น พวกนางไม่เคยพบเห็นบุรุษที่แข็งแกร่งและอำมหิตถึงเพียงนี้มาก่อน!
ซูหลงอวิ๋นก้าวเดินกลางอากาศอย่างเชื่องช้า เข้าไปหยุดอยู่เหนือร่างที่นอนกระอักเลือดของเซวียหรู นัยน์ตาสีดำของเขามองลงมาประดุจเทพเจ้าที่มองดูมดปลวก
"ข้าเคยเตือนแล้ว ว่าข้าเพียงแค่เดินทางผ่าน... ทว่าความจองหองของพวกเจ้า ทำให้ข้าต้องเสียเวลา" ซูหลงอวิ๋นกล่าวเสียงเย็นเยียบ "จงตอบข้ามา หุบเหวรอยแยกน้ำแข็งทะลวงสวรรค์ ไปทางทิศใด และมีอันตรายอันใดซุกซ่อนอยู่บ้าง? หากเจ้าตอบได้ถูกใจ ข้าอาจจะเมตตาไว้ชีวิตสุนัขของพวกเจ้า"
"เจ้า... ไอ้ปีศาจ..." เซวียหรูกัดฟันแน่น แม้จะหวาดกลัว ทว่าความจงรักภักดีต่อนิกายก็ทำให้นางไม่ยอมปริปาก "ข้าจะไม่ตอบคำถามของบุรุษโสโครก... ประมุขไป๋ จะต้อง... สับเจ้าเป็นหมื่นชิ้น!"
ซูหลงอวิ๋นส่ายหน้าเบาๆ "ช่างดื้อด้านเสียจริง ในเมื่อเจ้าไม่พูด เช่นนั้นก็หลับไปเสียเถิด"
เขาชูสองนิ้วขึ้นมา วาด 'อาคมจารึกปิดผนึกวิญญาณ' เป็นอักขระสีทองคำ พุ่งเข้าประทับที่หน้าผากของเซวียหรู! สติสัมปชัญญะของนางดับวูบลงในทันที นางสลบไสลไปโดยไม่อาจส่งข้อความหรือคลายผนึกได้ด้วยตนเอง
ซูหลงอวิ๋นตวัดสายตาไปมองศิษย์หญิงที่เหลือ "พวกเจ้า... ผู้ใดอยากจะรับอาคมของข้าเป็นคนต่อไป?"
เหล่าศิษย์หญิงสะดุ้งสุดตัว พวกนางรีบทิ้งอาวุธ คุกเข่าลงบนหลังเสือดาวหิมะ สตรีผู้หนึ่งที่ดูอายุน้อยที่สุดรีบละล่ำละลักตอบ
"ขะ... ข้าจะบอกท่านเอง! หุบเหวรอยแยกน้ำแข็งทะลวงสวรรค์ อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือราวห้าพันลี้... ที่นั่นเป็นเขตหวงห้าม เพราะมี 'อสรพิษเหมันต์กลืนวิญญาณ' สัตว์อสูรระดับที่ห้า (เทียบเท่าตัดวิญญาณ) อาศัยอยู่ ซ้ำยังมีพายุมิติที่รุนแรง... ได้โปรด อย่าฆ่าพวกเราเลยเจ้าค่ะ!"
"อสรพิษเหมันต์กลืนวิญญาณระดับที่ห้า... น่าสนุกดีนี่"
ซูหลงอวิ๋นยกยิ้มพึงพอใจ ข้อมูลแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เขาไม่คิดจะสังหารสตรีระดับล่างเหล่านี้ให้แปดเปื้อนมือ ซ้ำการสังหารคนของวังวังวนเหมันต์ ย่อมดึงดูดความสนใจของผู้อาวุโสระดับบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ให้มาตรวจสอบเร็วขึ้น ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการในยามที่ต้องใช้สมาธิปิดด่าน
เขาสะบัดแขนเสื้อ ปลดปล่อยอาคมปิดผนึกวิญญาณแบบหมู่ พุ่งเข้าประทับหน้าผากของศิษย์หญิงที่เหลือทั้งหมด ทำให้พวกนางสลบเหมือดไปบนกองหิมะ อาคมนี้จะสลายไปเองในอีกสามวัน ซึ่งมากพอให้เขาเดินทางไปถึงหุบเหวและตั้งค่ายกลป้องกันได้อย่างปลอดภัย
"จินหลิน ไปกันต่อ"
ซูหลงอวิ๋นหมุนตัวกลับไปกระโดดขึ้นหลังราชสีห์เพลิง หลิงอวี้ซีมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความทึ่ง นางตระหนักได้อีกครั้งว่า บุรุษผู้นี้เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่ห่างกันเพียง 'หนึ่งขอบเขตใหญ่' เขาสามารถบดขยี้พวกมันได้ง่ายดายประดุจพลิกฝ่ามือ
ราชสีห์เพลิงแผดเสียงคำราม ก่อนจะพุ่งทะยานฝ่าพายุหิมะ มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
เป้าหมายคือหุบเหวรอยแยกน้ำแข็งทะลวงสวรรค์! สถานที่ที่อุณหภูมิต่ำที่สุดในมหาทวีป และเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการจุดเตาหลอมเก้ามังกร เพื่อซึมซับ 'เพลิงอสนีบาตเก้าชั้นฟ้า' ให้หลอมรวมเข้ากับ 'แก่นแท้ทองคำหยินหยางเทวะ'!
การเตรียมพร้อมเพื่อทะลวงด่านสู่ขอบเขตที่สี่ 'วิญญาณก่อกำเนิด' ซึ่งเป็นการก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในวิถีแห่งการฝึกตน กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ ดินแดนที่ห่างไกลและหนาวเหน็บที่สุดแห่งนี้!
(จบบทที่ 44)