“ั้แ่เล็กจนเติบใหญ่ ข้าไม่เคยได้ััชุดหรูหรา แต่ท่านกลับได้สวมผ้าไหมผ้าแพรห่มร่าง ผ้าดิบซอมซ่อที่ข้ากับแม่นมสวมใส่เทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ดูชุดของข้ากับแม่นมสิ ท่านมองไม่เห็นสีของเสื้อผ้าแล้วใช่ไหม? เราต้องซ่อมแซมมันซ้ำแล้วซ้ำอีก หากเราสามารถมีชุดที่เหมาะสม ข้ากับแม่นมคงไม่สวมใส่ชุดเช่นนี้มาอยู่ต่อหน้าธารกำนัลให้อับอายผู้คน เราเองก็้าหน้าตาและศักดิ์ศรีเช่นกัน!” มู่อวิ๋นฮวาดึงชุดบาง ๆ บนตัวของนางพร้อมกับดวงตาแดงก่ำ!
แม่นมที่อยู่ข้างกายนางก้มหัวลงพร้อมกับสะอื้นไห้เงียบ ๆ
ใครเล่าจะเข้าใจความเ็ปของพวกนาง
“นางเสียสติไปแล้ว เสียสติไปแล้วจริง ๆ ...” อนุว่านใ นางคาดไม่ถึงว่าจะถูกมู่อวิ๋นฮวาฉีกหน้าอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ จึงไม่ทันได้คิดหาลู่ทางแก้ตัว ทำให้ตัวเองถูกเปิดโปงต่อหน้าฝูงชน
ทว่าเื่ที่ถูกเปิดโปงนี้ไม่เพียงเผยให้เห็นถึงความดีงามของมู่อวิ๋นฮวาที่ถูกปิดบังเอาไว้ แต่มันรวมถึงชื่อเสียงของอนุว่าน!!
“คุณหนูรองบ้าไปแล้ว โรคประสาทหลอนของนางกำเริบ รีบเข้ามาจับตัวนางเข้าไป! ไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้!” อนุว่านไม่สนใจเื่มารยาทแล้ว ความสง่างามในยามปกติ การสงวนท่าที และความสงบนิ่งของนางล้วนถูกทำลาย!
ตอนนี้นางแค่อยากลากนังเด็กไร้ราคาที่พล่ามเื่ไร้สาระนี้กลับมาปิดปาก แล้วนอนลงบนเตียงของตัวเองเพื่อสงบสติอารมณ์!!!
แม้ว่ามู่อวิ๋นฮวาจะเพิ่งทำให้อนุว่านตกตะลึงจนพูดไม่ออก ทำให้อนุว่านโมโหเต็มแก่ ทว่าเื่ที่มู่อวิ๋นฮวาไม่มีที่ยืนในคฤหาสน์ตระกูลมู่ก็ยังเป็จริงอยู่วันยังค่ำ นานหลายปีแล้วที่ไม่มีใครยำเกรงนาง ไม่มีใครสนใจนาง เกียรติยศของอนุว่านสามารถถูกเหยียบย่ำด้วยคำไม่กี่คำ
บ่าวรับใช้รีบปฏิบัติตามคำสั่งของอนุว่าน มู่อวิ๋นฮวาไม่ทันได้ทำอะไร แม่นมก็เข้ามาขวาง ชี้หน้าบ่าวรับใช้ที่เข้ามาพร้ะโกนเสียงดังว่า “ช่างเหิมเกริม!! หากเ้ากล้าเข้ามาอีกก้าวเดียว ข้าจะไปร้องเรียนสำนักตรวจการว่านายท่านหลงใหลนางอนุจนละเลยบุตรสาวโดยชอบธรรม!! เมื่อถึงเวลานั้น นายท่านจะต้องสูญเสียตำแหน่งราชการ ไหนเลยบ่าวอย่างพวกเ้าที่ทำตามคำสั่งโเี้ของอนุว่านจะมีจุดจบที่ดี!”
สิ้นคำอีกฝ่ายจึงไม่กล้าลงมือต่อ พวกเขาต่างหน้าซีดไปตามกัน
เหตุผลนั้นไม่ใช่อื่นใด เพียงเพราะสี่คำนั้น ‘หลงใหลนางสนม ละเลยบุตรสาว!!’
ความแตกต่างระหว่างทายาทโดยชอบธรรมและบุตรสาวนอกสมรสนับว่าต่างกันราวฟ้ากับดิน เมื่อเทียบนางอนุกับทายาทโดยชอบธรรมแล้วจึงยิ่งห่างชั้น มันไม่ต่างจากความสัมพันธ์ระหว่างบ่าวกับลูกเ้านายที่ไม่อาจก้าวข้าม!
ทว่าหลายปีที่ผ่านมาพวกเขาลืมสิ่งหนึ่งไป นั่นคือมู่อวิ๋นฮวาที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา แท้จริงแล้วนางคือเ้านายของคฤหาสน์ตระกูลมู่ นางควรมีอำนาจและอิทธิพลมากที่สุดแต่เพียงผู้เดียวในฐานะทายาทโดยชอบธรรม!
จบเห่แล้ว!
คำเหล่านี้ไม่เพียงแวบเข้ามาในใจบรรดาบ่าวรับใช้ แต่มันยังดังก้องขึ้นในใจของอนุว่านด้วย
สิ่งที่นางกลัวและกังวลมากที่สุดก็คือเื่ที่ถูกเปิดเผยนี้!
ก่อนหน้านี้มู่อวิ๋นฮวานอบน้อมต่อนางเหมือนหนูเจอแมว ไม่กล้าแม้แต่จะโต้เถียงสักคำ นางจึงไม่เคยคิดเกรงกลัวแม้จะกระทำการเลยเถิดไปมากเพียงใด ทว่าในวันนี้...
อนุว่านมองแม่นมอย่างเกลียดชัง ‘ยายแก่ ยายแก่น่ารังเกียจ!’ หากไม่ใช่เพราะหญิงชราผู้นี้ มู่อวิ๋นฮวาคงได้ลาจากโลกนี้ไปนานแล้ว!
มู่อวิ๋นฮวา! มู่อวิ๋นฮวา! อนุว่านไม่เคยคาดคิดว่าตนจะถูกมู่อวิ๋นฮวาเหยียบย่ำจมดินในสักวันหนึ่ง! เมื่อมองดูมู่อวิ๋นฮวาที่ยืนอย่างองอาจโดยไม่เผยประกายโทสะ อนุว่านก็รู้สึกราวกับไม่เคยรู้จักสตรีผู้นี้มาก่อน
นางประหลาดใจ ประหลาดใจยิ่งนัก!
ย่อมไม่ใช่มู่อวิ๋นฮวาอย่างแน่นอน นางย่อมไม่ใช่มู่อวิ๋นฮวาผู้ต่ำช้าแน่นอน!
เหตุการณ์ในวันนี้ล้วนผิดวิสัยโดยสิ้นเชิง มีบางสิ่งผิดแปลก ผิดแปลกไปยิ่งนัก!
มู่อวิ๋นฮวาไม่คาดคิดว่าคนที่ล่วงรู้ถึงความผิดปกติของตนจะเป็ศัตรูคู่อาฆาตอย่างอนุว่าน คำกล่าวที่ว่าศัตรูย่อมรู้จักตัวตนของเราดีที่สุดนั้นจริงแท้
ทว่าถึงแม้มู่อวิ๋นฮว่าจะรู้ว่าอนุว่านล่วงรู้ถึงความผิดปกติของนางแล้วก็ตาม แต่อย่างไรเล่า
หากอนุว่านมีหลักฐานก็ให้นางเปิดโปงไปเลย หลักฐานที่พิสูจน์ว่านางมิใช่มู่อวิ๋นฮวาตัวจริง!
ไม่ว่าอนุว่านจะคิดอย่างไร แม่นมที่คอยปกป้องนางก็ได้รับความนับถือจากมู่อวิ๋นฮวาอยู่ไม่น้อย นางนึกไม่ถึงว่าแม่นมจะสามารถโจมตีได้ตรงเป้าในยามคับขันเช่นนี้!
คำว่า ‘หลงใหลนางอนุ ละเลยบุตรสาว’ ช่างกล่าวได้เหมาะเจาะนัก!
มู่อวิ๋นฮวายิ่งได้ใจ กล่าวถ้อยคำคมกริบ “อนุว่าน ท่านพยายามปกปิดความผิดของตัวเองด้วยการใส่ร้ายว่าข้าเสียสติหึ... ข้ามิต้องกล่าวอะไรมาก บ่าวรับใช้ทั้งหลายในคฤหาสน์นี้ต่างก็รู้ดีว่าท่านปฏิบัติต่อข้าอย่างไรใน่สิบหกปีที่ผ่านมา... ทุกคนล้วนมีตามองเห็นความจริงได้ด้วยตนเอง”
“อนุว่าน ข้าขอแนะนำท่านให้คิดรอบคอบสักหน่อย เมื่อท่านพ่อกลับมา ท่านจะต้องอธิบายการกระทำของท่านและเื่ที่เขาหลงใหลนางอนุจนละเลยบุตรสาวโดยชอบธรรม”
เมื่อเห็นอนุว่านแทบทรุดลงพร้อมกับกอดความพ่ายแพ้ มู่อวิ๋นฮวาก็โล่งใจ ถึงกระนั้นอารมณ์ดีของนางก็อยู่ได้ไม่นาน เสียงแฝงแววจาบจ้วงก็ดังขึ้นจากด้านหลังของนาง
“ยกเื่ 'หลงใหลนางอนุ ละเลยบุตรสาว' ให้ยิ่งใหญ่เสียจริง! ทายาทสายตรงของคฤหาสน์ตระกูลมู่แสดงละครได้ดีมาก ในสายตาของข้า การมีบุตรสาวเช่นเ้าช่างเป็ความโชคร้ายของตระกูลมู่!”
มู่อวิ๋นฮวาหันไปก็เห็นม้าลากรถคันหรูหรามาจอดอยู่ที่รอบนอกฝูงชน
ชายหนุ่มผู้พูดประโยคดังกล่าวนั่งอยู่ในรถม้า เขาสวมเครื่องแต่งกายของราชวงศ์พร้อมมงกุฎทองคำบนศีรษะ คิ้วของเขาเผยแววหยิ่งทะนงแรงกล้า ทว่ามันไม่ได้ทำให้เครื่องหน้าโดดเด่นของเขาดูหมองลงแต่อย่างใด เขามีรูปร่างสูงสง่า ในมือถือสายบังเหียน ยืนตระหง่านอยู่บนรถม้าพร้อมกับเชิดคางขึ้นสูง ท่วงท่าดูสูงส่งเข้าถึงได้ยาก
มู่อวิ๋นฮวาจ้องมองเขา พยายามค้นหาในความทรงจำของตัวเอง ทันใดนั้นผู้คนรอบข้างนางก็คุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียงพร้อมกล่าว “ถวายบังคมองค์รัชทายาท”
แม้แต่อนุว่านที่จวนจะหมดสติก็ยังถูกสาวใช้ประคองให้คุกเข่าลงบนพื้น
“คุณหนู คุกเข่าลงเ้าค่ะ” แม่นมเอ่ยเร่งและดึงแขนของมู่อวิ๋นฮวาที่ยังคงยืนเฉย ครั้นเห็นมู่อวิ๋นฮวาไม่คิดจะคุกเข่านางก็รู้สึกใ “พระองค์คือองค์รัชทายาท คุณหนู โปรดคุกเข่าถวายความเคารพด้วยเ้าค่ะ”
แม้จะได้พบองค์รัชทายาทเป็ครั้งแรก ทว่าแม่นมก็รู้มารยาทที่เหมาะสมอย่างถ่องแท้
แต่คุณหนูกลับยืนนิ่งราวกับถูกทำให้บื้อใบ้ ไม่ไหวติงแต่อย่างใด ทั้งยังต่อต้านแรงที่คอยดึงร่างของนางให้ลงมา
สายตาเฉียบคมขององค์รัชทายาทสังเกตเห็นนางแล้ว “มู่อวิ๋นฮวา เหตุใดเ้าจึงไม่คุกเข่าเมื่อเห็นองค์รัชทายาท”
มู่อวิ๋นฮวาดึงแขนเสื้อของนางที่ถูกแม่นมจับไว้แล้วจงใจสวนกลับไปว่า “เหตุใดข้าสมควรคุกเข่าต่อหน้าท่าน”
ความขวัญกล้าในถ้อยคำของนางทำให้ทุกคนที่ไม่ได้หูหนวกหายใจไม่ทั่วท้อง
ความเหิมเกริมต่อองค์รัชทายาทเช่นนี้เป็สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด!
ในขณะที่องค์รัชทายาทกำลังกริ้วจัด น้ำเสียงใสสดชื่นราวลำธารบนขุนเขาก็ดังแทรกเข้ามา “ฝ่าา ทรงระงับโทสะก่อนเพคะ น้องสาวของข้าเป็คนซื่อมาั้แ่เด็ก นางไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกิน”
“ข้าขอพระราชทานอภัยต่อองค์รัชทายาทแทนนางด้วยเพคะ”
องค์รัชทายาทขยับกายเล็กน้อยก็เผยให้เห็นผู้โดยสารอีกคนที่อยู่บนรถม้าคันหรู นั่นหาใช่ใครอื่น แต่เป็บุตรสาวคนโตของคฤหาสน์ตระกูลมู่ ผู้เปี่ยมพร์ที่สุดในอาณาจักรต้าซี มู่อวี่ซี!