ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 5 บทที่ 138 คิดจะให้เลี้ยงดูทั้งครอบครัว

            ครั้งสุดท้ายที่หลิวชุนฮวาได้กินเนื้อ คือตอนที่จิ่งเยี่ยนกุยหมั้นกับฟางเสียนจือ ตอนนั้นเธอได้ส่วนแบ่งเนื้อมายี่สิบกว่าจิน ทั้งคนในครอบครัวต่างก็อยากกินเนื้อ ไม่กี่วันก็พากันกินจนหมด

            ทันทีที่เดินไปถึงหน้าบ้านเก่า เธอก็มองไปที่โต๊ะทันที แล้วก็เห็นชามไก่ตุ๋นกระเพาะหมูวางอยู่เต็มโต๊ะ นึกอยากจะเข้าไปคว้าขาไก่มากินเสียเดี๋ยวนั้น แต่ก็ต้องแสดงละครให้จบเสียก่อน

            เธอจึงร้องไห้หนักกว่าเดิม “ไอ้เถ้าแก่ใจดำทางใต้! เจี้ยนกั๋วไปทำงานที่โรงงานของมันจนมือขาด แต่มันไม่ชดเชยอะไรให้เลย ไล่เขาออกมาเฉยๆ พวกเราทั้งครอบครัวต้องพึ่งเจี้ยนกั๋วเลี้ยงดู ตอนนี้เขามือขาดแล้วจะทำยังไง? ยังมีลูกอีกสามคนต้องไปโรงเรียน พ่อ แม่ พวกท่านจะทิ้งพวกเราไม่ได้นะ!”

            พูดจบเธอก็จะก้าวข้ามธรณีประตูบ้านเก่า เสี่ยวจ๋ายจ๋ายก็วิ่งออกมาจากด้านข้าง และเห่าใส่เธอเสียงดัง

            เสี่ยวจ๋ายจ๋ายโตเร็วมาก ตอนนี้สูงถึงเข่าของจิ่งเยี่ยนกุยแล้ว มันเผยกลิ่นอายน่ากลัว พอกระโจนเข้ามาก็ทำให้หลิวชุนฮวาต้องถอยหลัง ไม่กล้าเข้าไป

            จิ่งเยี่ยนกุยได้ยินที่หลิวชุนฮวาพูดก็เพิ่งนึกได้ว่า ชาติที่แล้วมือของจิ่งเจี้ยนกั๋วก็ขาด แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เพราะเป็นปีหน้า แสดงว่าการเกิดใหม่ของเธอทำให้หลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไปจริงๆ

            เธอมองไปที่จิ่งเจี้ยนกั๋ว ก็เห็นว่ามือขวาของเขาพันด้วยผ้าพันแผล นิ้วและฝ่ามือไม่มีแล้ว ถูกตัดตรงข้อมือ

            สีหน้าของจิ่งเจี้ยนกั๋วดูไม่ดีเลยดูซีดเซียว ร่างกายที่สูงใหญ่บึกบึนของเขาตอนนี้กลับโค้งงอเล็กน้อย ไม่มีท่าทีดุดันเหมือนตอนที่ด่าจิ่งเยี่ยนกุยเมื่อช่วงปิดเทอม

            ถึงแม้หยางหว่านซิ่วจะไม่พอใจจิ่งเจี้ยนกั๋ว แต่ก็เป็นลูกชายของเธอ เมื่อเห็นจิ่งเจี้ยนกั๋วเป็นแบบนี้ก็รู้สึกสงสาร จึงรีบถามว่าเกิดอะไรขึ้น

            หลิวชุนฮวาปาดน้ำตา “แม่ ให้เจี้ยนกั๋วเข้าไปนั่งข้างในก่อนเถอะค่ะ”

            หยางหว่านซิ่วคิดเล็กน้อย ลูกชายบาดเจ็บขนาดนี้ เธอจะทิ้งเขาไปไม่ได้ จึงให้จิ่งเจี้ยนกั๋วกับหลิวชุนฮวาเข้ามา

            เสี่ยวจ๋ายจ๋ายเห็นพวกเขาเข้ามาก็วิ่งเข้าไปจะกัด แต่ถูกจิ่งเยี่ยนกุยเรียกมันกลับมา มันทำท่าทางเหมือนน้อยใจ เอาแต่ส่งเสียงร้องใส่จิ่งเยี่ยนกุย ด้วยสติปัญญาของมัน คงไม่เข้าใจความรู้สึกที่ซับซ้อนของมนุษย์

            เมื่อก่อนจิ่งเยี่ยนกุยใช้มีดขวางไม่ให้หลิวชุนฮวาเข้ามาในบ้านได้ แต่วันนี้เธอทำแบบนั้นไม่ได้ เธอจึงรั้งเสี่ยวจ๋ายจ๋ายไว้ ก่อนจะยกชามไก่ตุ๋นหมูสามชั้นชามใหญ่ในห้องโถงเข้าไปในครัว

            หลิวชุนฮวาที่กำลังร้องไห้และเตรียมจะเอื้อมมือไปคว้าขาไก่ก็ "... "

            จิ่งเยี่ยนกุยไม่สนใจหลิวชุนฮวาแม้แต่น้อย ใช้ข้ออ้างว่าเสี่ยวจ๋ายจ๋ายกำลังซนจึงพามันเข้าไปในครัวแล้วก็ปิดประตู เธอวิ่งเต้นมาทั้งวันจนรู้สึกหิว ตอนนี้ก็ไม่รอหยางหว่านซิ่ว จึงหยิบชามมาตักไก่ตุ๋นหมูสามชั้นใส่ชามอีกใบไปสองในสาม แล้วหาชามมาครอบไว้และเก็บไว้ในตู้

            จิ่งเยี่ยนกุยตักข้าวมากินพร้อมกับเสี่ยวจ๋ายจ๋าย พลางฟังเสียงที่พูดคุยกันข้างนอก

            มือของจิ่งเจี้ยนกั๋วขาด เพราะเขาดื่มเหล้าขณะที่ใช้เครื่องจักร เขาทำผิดกฎ ทางโรงงานจึงจ่ายแค่ค่ารักษาเล็กน้อยแล้วก็ไล่เขาออกจากโรงงาน

            หลิวชุนฮวาเอาแต่ร้องห่มร้องไห้โวยวาย บอกว่าคงไร้หนทางใช้ชีวิตต่อไปแล้ว

            เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ อารองจิ่งและอาสามจิ่งก็มาด้วย ทั้งสองคนโกรธมาก บอกว่าจะไปหาเถ้าแก่ที่ทางใต้เพื่อเอาเรื่อง

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้ว่าพวกเขาแค่พูดไปอย่างนั้น ไม่ได้มีความกล้าที่จะไปจริงๆ

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกรำคาญเรื่องที่จิ่งเจี้ยนกั๋วได้รับบาดเจ็บ เมื่อมือเขาขาด หยางหว่านซิ่วและจิ่งจงอี้ก็คงจะไม่ทอดทิ้งเขา และเมื่อทิ้งไม่ได้ จิ่งเจี้ยนกั๋วก็จะต้องกลับมาเป็นภาระให้พ่อแม่เลี้ยงดูอีก

            แล้วหยางหว่านซิ่วและจิ่งจงอี้จะมีเงินอะไร? สุดท้ายก็ต้องมาขอเธอ

            จิ่งเยี่ยนกุยคิดเรื่องนี้ในใจอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคิดแผนการออกมาอย่างรวดเร็ว

            หลังจากที่หลิวชุนฮวาร้องไห้โวยวายอยู่นานก็พูดว่า “แม่ วันนี้มันดึกแล้ว หนูใจไม่ดี เลยไม่อยากทำกับข้าว ที่บ้านแม่ก็ทำอาหารไว้แล้ว ขอหนูกินที่บ้านแม่หน่อยได้ไหม?”

            หยางหว่านซิ่วรู้ว่าหลิวชุนฮวาคิดอะไรอยู่ จึงหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า “มือของเจี้ยนกั๋วขาด ไม่ใช่มือของแก แต่ละปีแกเอาข้าวเปลือกมาให้คนละสามร้อยจิน มันไม่พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของพวกแกหรอก ไม่มีข้าวให้แกกิน กลับไปทำกินที่บ้านตัวเองซะ!”

            พูดจบ อาสามจิ่งที่คิดจะกินข้าวฟรีก็รีบกลับไป เพราะเขาเคยพูดจาไม่ดีไว้ต่อหน้าคนแก่ทั้งสอง

            อารองจิ่งเห็นอาสามจิ่งกลับไป ก็เลยกลับไปด้วย

            ถึงแม้ทั้งสองจะสงสารจิ่งเจี้ยนกั๋ว แต่พอได้ยินว่าจิ่งเจี้ยนกั๋วตั้งใจจะให้หยางหว่านซิ่วกับจิ่งจงอี้เลี้ยงดู พวกเขาก็ไม่ค่อยพอใจเพราะเงินของพ่อแม่ ต่อให้ต้องแบ่งก็ต้องแบ่งให้พี่น้องทั้งสามคน

            แต่จิ่งเจี้ยนกั๋วเพิ่งมือขาด พวกเขาจึงไม่กล้าพูดอะไร คิดจะกลับไปดูสถานการณ์ก่อน

            สีหน้าของหลิวชุนฮวาไม่สู้ดี แล้วก็เริ่มร้องไห้อีกครั้ง “แม่ เจี้ยนกั๋วได้รับบาดเจ็บ ร่างกายก็อ่อนแอ ต้องบำรุงเยอะๆ แต่ที่บ้านไม่มีเงินเลยค่ะ!”

            “ตามหลักแล้ว พวกเราที่เป็นชนรุ่นหลังไม่ควรคิดจะเอาเปรียบผู้อาวุโส แต่ถ้าพวกท่านไม่ดูแลพวกเรา พวกเราห้าคนในครอบครัวคงไม่มีทางรอดแล้วค่ะ!”

            เธอยังคงเล็งไก่ตุ๋นกระเพาะหมูชามนั้น แล้วจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างต่อไป

            แต่เดิมหยางหว่านซิ่วก็สงสารลูกชายอยู่แล้ว พอได้ยินหลิวชุนฮวาพูดเหมือนจะให้พวกเขาสองคนเลี้ยงดูครอบครัวจิ่งเจี้ยนกั๋ว ก็โมโหขึ้นมาทันที

            เธอพยายามระงับอารมณ์ ถามจิ่งเจี้ยนกั๋วว่า “แกก็คิดจะให้พวกเราสองคนเลี้ยงพวกแกทั้งครอบครัวอย่างนั้นเหรอ?”

            จิ่งเจี้ยนกั๋วฟังคำพูดของหลิวชุนฮวามาตลอด แต่หลังจากที่เขากลับมาหลิวชุนฮวาก็เอาแต่ด่าเขา แล้วก็พูดเรื่องที่ตอนนี้จิ่งเยี่ยนกุยหาเงินได้มากมายแค่ไหน หยางหว่านซิ่วยังไปซื้อเนื้อจากร้านขายเนื้อในหมู่บ้านอยู่บ่อยๆ ระหว่างที่เขามาก็คิดถึงแผนการนี้อยู่เหมือนกัน

            เขาจึงพูดเบาๆ “แม่ หลังจากที่ผมมือขาดก็กลายเป็นคนพิการแล้ว ไม่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้อีก หลิวหยางยังเล็ก ส่วนเสี่ยวเยวี่ยกับชิวหงก็เรียนเก่ง ยังไงก็ต้องไปเรียนต่อมหาลัย เรื่องนี้พ่อกับแม่ต้องช่วยเราด้วยนะ”

            หยางหว่านซิ่วพลันรู้สึกเศร้าใจจากในอก “แกหมายความว่าให้คนแก่เจ็ดสิบกว่าอย่างพวกเรามาเลี้ยงเมียอายุสี่สิบกว่าของแก แล้วก็ลูกๆ วัยรุ่นของแกงั้นเหรอ?”

            จิ่งเจี้ยนกั๋วพยักหน้า หยางหว่านซิ่วก็ด่าทันที “แกเอาความกล้าจากไหนมาพูดแบบนี้! อย่าว่าแต่พวกเราแยกบ้านกันแล้วเลย ต่อให้ไม่แยกบ้านก็ไม่มีเหตุผลแบบนี้! เมื่อก่อนแกเลี้ยงเมียของแก เมียแกไม่ทำงานเราก็ไม่ว่าอะไร ตอนนี้แกไม่มีปัญญาเลี้ยงแล้ว ก็ให้หล่อนเลี้ยงแกสิ!”

            “สรุปว่าเมียแกเป็นคนดีมีบุญต้องอยู่บ้านสบายๆ ส่วนฉันกับพ่อของแกคือทาสที่ต้องคอยรับใช้พวกแกอย่างนั้นเหรอ?”

            “จิ่งเจี้ยนกั๋ว ฉันบอกแกไว้เลยนะ อย่าคิดจะมาเกาะฉันแค่เพราะฉันสงสารที่แกมือขาด เรื่องซวยๆ ของพวกแก ฉันจะไม่เข้าไปยุ่ง!”

            หลิวชุนฮวาเริ่มร้องไห้ดังลั่นอยู่ในบ้านทันที “ตอนที่เจี้ยนกั๋วแต่งงานกับฉัน เขาสัญญาว่าฉันไม่ต้องทำงาน! พวกตระกูลจิ่งผิดคำพูด รังแกกันเกินไปแล้ว!”

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530