ด้วยไม่อยากมีปัญหามากจึงไม่ได้โวยวายอาศัยเพียงว่าเมื่อใดขึ้นไปล่าสัตว์จะล่าเผื่อกลับมาที่บ้านของตนเองไว้ให้ลูกของเขาได้กินส่วนที่เอาไว้ขายก็จะแยกเอาไว้ต่างหาก
สัตว์ใหญ่พวกนั้นจะเอาไปรวมกับนายเพิ่มเพื่อนำไปขายในตัวอำเภอแล้วเอาเงินเข้ากองกลาง
เห็นบิดาถอนใจเบาๆ พลอยก็ได้แต่ทำทีเป็เปลี่ยนเื่ ไม่อยากให้ท่านต้องมากังวลกับเื่แบบนี้
" นั่นอะไรหรือจ้ะ "ชี้ไปที่กองขนปุกปุยที่วางไว้บนแคร่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
เื่นั้นเอาไว้จัดการทีหลังสิ่งสำคัญตอนนี้ก็คือเื่บ้าน และอาหาร เสื้อผ้าที่วางอยู่เป็กระต่ายสามตัวที่ไร้ลมหายใจ เนื้อของมันไม่ค่อยเป็ที่นิยมกินทำให้ราคาไม่ค่อยแพงมาก สาเหตุเพราะเนื้อมีกลิ่นสาบแรง การจัดการจึงยากเป็อันมากแตกต่างจากพวก เป็ด ไก่ หมู
" อาหารวันนี้เหรอจ๊ะพ่อ " ถามเพราะไม่แน่ใจ "เราเอาเนื้อมากินแบบนี้ แล้วบ้านนั้นเขายอมให้มาได้ยังไง? "
นายชิดสะดุดคำถามของบุตรสาวไปเสี้ยวลมหายใจแล้วเอ่ยตอบตามความจริง
" พ่อแอบเก็บไว้เองแหละ " นายชิดตอบลูกสาว "ถึงสู้เนื้อหมูเนื้อไก่ไม่ได้ แต่เราก็ยังมีเนื้อมาทำอาหารกินได้อยู่ "
ของที่ตัวเองหามาแท้ๆ ยังต้องคอยมองหน้าผู้อื่น ครอบครัวนี้มันยังไงกัน..
" ... "
เห็นบุตรสาวเงียบไปนายชิดก็ได้แต่สลดอยู่ภายในใจ
เห็นสายตาบิดาที่หม่นแสงลงท่าทางแบบนั้นทำให้เข้าใจโดยง่าย ไม่ต้องฟังอธิบายเพิ่มแต่อย่างใดเพียงแต่ว่าเนื้อกระต่ายมีกลิ่นสาบมาก วิธีดับกลิ่นสาบย่อมต้องใช้สมุนไพรหลายอย่าง
บางอย่างก็มีแล้วแต่อันที่ขาดก็อยากจะไปหาสักหน่อย คุ้น ๆ ว่ามีอยู่ที่หนึ่ง
" พ่อเอาขนออกให้หน่อยนะจ๊ะเดี๋ยวฉันจะไปเอาสมุนไพรตรงท้ายไร่เพื่อใช้ดับกลิ่นคาวเนื้อ เราจะได้กินอาหารอร่อยๆ กัน "
นายชิดฉุกใจกับคำว่าอร่อยเมื่อสบตากับแม่พลอยที่มองมาอย่างรอคอยคำอนุญาตแล้วจึงได้ปล่อยผ่านเพราะไม่ใช่ว่าบุตรสาวไม่เคยทำเนื้อกระต่ายให้กิน แต่ถ้าพูดไปเกรงจะเสียความตั้งใจของบุตรสาวจึงได้พยักหน้า " ได้สิ รีบไปรีบมาเล่า "
" จ้ะพ่อ " รับคำแล้วจึงเดินไปหยิบตะกร้าเปล่า
" ... "
ผู้เป็บิดามองตามด้านหลังบุตรสาวที่เดินห่างออกไปไกลนิ่ง ๆ ถอนหายใจเพื่อผ่อนคลายความหนักใจตนเองแล้วจึงหันมาคว้ากระต่ายทั้งสามตัวเพื่อจัดการเอาขนออก
พลอยไพลินไม่้าเดินตัดตรงๆ ผ่านหมู่บ้าน เพราะยังไม่อยากพูดคุยใครตอนนี้ ถ้าเกิดวางตัวไม่เนียนจะลำบากขนาดกับบิดา ยังมีแววตาสงสัยมองตามตลอดเวลาที่เปิดเผยว่าฟื้นจากอาการป่วย
กลุ่มแม่บ้านที่ชอบจับกลุ่มกันก็ดันหาแต่เื่ผู้อื่นมานินทาตอนนี้ก็คงเป็เธอนี่แหละ ที่กำลังเป็ประเด็นร้อนแรงเพราะงั้นหลบได้ก็หลบสักหน่อย เดี๋ยวหน้ากากหญิงสาวอ่อนแอจะหลุดเอาได้
อาศัยการอ้อมหมู่บ้านเล็กน้อยเพื่อมาไร่ของครอบครัวซึ่งมีเพิงเล็กแข็งแรงคล้ายกระท่อมอยู่หลังหนึ่ง มันทำด้วยไม้ทั้งหมดแต่หลังคามุงด้วยหญ้าสภาพใกล้พัง มีร่องรอยการซ่อมแซม แต่ก็เป็การทำเพื่อไม่ให้พังลงเท่านั้นโครงสร้างแบบง่าย ๆ
ด้วยว่าผ่านฤดูเก็บเกี่ยวมาแล้วกำลังจะเข้าหน้าหนาว ยังไม่ได้ปลูกพืชอะไรไว้ มีเพียงร่องรอยการเก็บเกี่ยวประปรายในส่วนของสมุนไพรที่เธอจะมาเอา มันก็ขึ้นอยู่รอบ ๆ บริเวณเพิงพักนี่แหละ
ทบทวนจากความทรงจำที่มีอยู่น่าจะมีตะไคร้ที่คนอื่นคิดว่ามันเป็เพียงหญ้าไล่แมลงและต้นมะกรูดที่ลำต้นสูงเกือบสามเมตร เติบโตห่างจากที่เพิงพักเล็กน้อย
สาเหตุที่ต้นนี้ไม่ได้ถูกตัดทิ้งน่าจะเป็เพราะว่าผลของมันมีรสเปรี้ยวสามารถนำมาสระผมได้ แต่ไม่มีใครนิยมกินเดินเลยจากตรงนั้นไปนิดหน่อย ก็จะมีพวกข่า ขิง กระชาย ขมิ้นที่เกิดขึ้นเองอยู่ก่อนแล้วต่อให้ขุดทิ้งเท่าไรก็จะเกิดขึ้นมาอยู่ดีนั่นเพราะจำนวนหัวในดินเยอะมากจนสามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้
เพราะพื้นที่ตรงนี้อยู่ติดกับชายป่าเล็กน้อยหลังจากเก็บสมุนไพรต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว จึงได้แอบเดินเลียบชายป่าเพื่อสำรวจว่ามีอะไรที่พอนำไปกินได้อีกหรือไม่ สอดส่ายสายตาไปมาก็เจอกับต้นกระเทียมป่าและต้นหอมป่า
ไม่ไกลในบริเวณนี้มีคลองน้ำเล็กๆ ไหลผ่าน พื้นดินจึงไม่ค่อยแห้งมากนัก พอเดินทางมาถึงในจุดหนึ่งกลับพบกับความผิดปกติบางอย่าง
รอยเื....
รอยเืสีแดงหยดเป็ทางเบื้องหน้าไม่แน่ใจว่าเป็ของคนหรือสัตว์ อยู่ชายป่าแบบนี้แน่ใจว่าไม่น่าจะเป็ร่องรอยของสัตว์ร้าย เพราะว่าสัตว์ร้ายจะอยู่บนูเาในป่าลึกดังนั้นความเป็ไปได้เดียวก็คือ
..น่าจะเป็มนุษย์
" อย่างน้อยก็เอาไว้ป้องกันตัวเอง "พลอยไพลินดึงมีดพร้าออกมาจากมิติ เปรียบเทียบกับอีกทางตอนขามาเส้นทางนี้มันจะทะลุด้านข้างหมู่บ้านเช่นกัน แต่เป็คนละฝั่งกลายเป็ว่ากว่าจะถึงบ้าน ตนเองสามารถเดินอ้อมหมู่บ้านได้ครบรอบพอดี
เธอน่าจะกลับทางเดิมไม่น่าเปลี่ยนใจเลยจริงๆ เพราะความอยากรู้เส้นทางในหมู่บ้านแท้ ๆ เชียว ดังนั้นขากลับนี้จึงพบเจอกับเหตุการณ์ที่น่าระทึกขวัญ แล้วคำตอบก็อยู่เบื้องหน้านี้แล้ว
คนผู้หนึ่งที่ร่างเต็มไปด้วยเืนอนฟุบแน่นิ่งกับพื้นดินโดยที่ไม่รู้ว่ายังอยู่หรือตายไปแล้ว
หญิงสาวถึงกับมือไม้สั่นมาเร็วเกินไปไหม?
" ... "
ตรงหน้าคือชายหนุ่มผู้หนึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้ามีราคามากสำหรับยุคสมัยนี้แต่เป็เพราะเ้าตัวอาจจะหนีอะไรบางอย่างมา สภาพเลยดูไม่จืดสักเท่าใดทั้งร่างเปรอะเปื้อนโคลน บางจุดมีร่องรอยของมีคมตัดขาด เห็นคนนอนหายใจรวยรินพลอยไพลินถึงกับปาดเหงื่อ
รอบๆ นี้เป็เขตป่าทั้งหมด แม้จะเป็ชายป่าด้านนอก แต่ก็ไม่ค่อยมีคนชอบเดินเป็โชคดีของหมอนี่แต่เป็โชคร้ายของเธอไง
จึงกลายเป็พบกับคนนี้โดยบังเอิญ(?)
ใช่ไหม..นะ?
คิดมากไปก็เท่านั้นพลอยไพลินจึงย่อกายเพื่อสังเกตบนตัวของเขา ซึ่งมันปรากฏคราบเืที่เริ่มแห้งกรังบ้างแล้วความรู้สึกด้านดี และร้ายกำลังตีกันวุ่นวาย ทางหนึ่งจะช่วยเขา หรือสอง..
จะทำเป็มองไม่เห็นแล้วเดินผ่านไป
อยากเลือกอย่างหลังจนน้ำตาแทบไหลแล้ว
เพียงก้าวขาออกไปเบื้องหน้าเพื่อส่องดูรูปลักษณ์ของคนผู้นี้ ถ้าไม่รู้จัก..ไม่ต้องช่วย! แต่ก็ไม่ได้ดวงดีปานนั้น..
กลับกลายเป็ว่าคนผู้นี้เธอรู้จัก
" ... " คิ้วกระตุกยิก ๆ
..เอาแล้วนี่สกิลนางเอกหรือตัวประกอบทำงานไม่ทราบ ไหงถึงได้มาเจอรวดเร็วอะไรปานนี้
What?ฉันยังไม่พร้อม! เหมือนได้ยินเสียงตาเฒ่าพยากรณ์นั่นกำลังพูดอยู่ข้างหู จงทำงานให้ข้าเสียดี ๆ โอ้..ม่ายนะ !
พลอยไพลินสามารถจดจำได้เป็อย่างดีคนผู้นี้คือหนึ่งในตัวเอกในนิยายฝันร้ายเื่นั้น ที่ต่างก็ห้ำหั่นกันแทบตายสุดท้ายก็ หึ..
เท้าสะเอวแล้วมองฟ้า" ... "
เทพพยากรณ์บน์ทำงานหนักเพื่ออะไรในเมื่อสุดท้ายก็สู้เทพชะตาไม่ได้ ตาเฒ่านั่นเอาเื่ราวทั้งหมดให้ดูก่อนที่จะมาที่นี่
ดวงหน้าหล่อเหลาคมคายแม้จะมีรอยเืเปื้อนตามใบหน้าแต่ตัวอย่างภาพเหมือนนั้น ก็ยังอยู่ในมิติของเธอตอนนี้อยู่เลย ไม่ได้หายไปไหนจึงมั่นใจเต็มร้อยว่าผู้ชายคนนี้คือ
พิภพ...
ท่านผู้รักษาการแทนพระองค์
เจอของหายากั้แ่เริ่มเลย
มีอะไรง่ายๆ บ้างไหม? ..ต้องลำบากคิดหาสิ่งช่วยทำงานอีกแล้วสิเนี่ยลำบากใจจริง ๆ ที่ต้องร้องขอของวิเศษจาก์ั้แ่แรก "ท่านตาเทพพยากรณ์เ้าคะ! "
+++++++++++++++++++++++++++++++
เทพชะตา: มันเรียกอีกแล้วเอะอะเบิกก่อนตลอด
ลูกศิษย์: ท่านอาจารย์เทพพยากรณ์เกิดเื่แล้วขอรับ
เทพพยากรณ์: ข้าลาป่วยหนึ่งพันปี
าา์: ยึดเงินเดือน =_=
เทพพยากรณ์: " ... "