บทที่ 26 แพ้พนันแล้ว
เมื่อสองคนเดินมาถึงหน้าประตู คนขี่ม้าคนนั้นก็มาถึงพอดี
“คุณชายเถียน ท่านมาได้อย่างไร?”
จ้าวผิงจำได้ เป็คุณชายเถียนเจิ้นจากตระกูลเถียน ในใจอดกังวลขึ้นมาไม่ได้ “หรือว่าโรคคุณหนูมีอาการใหม่เกิดขึ้นอีกหรือ?”
“ท่านจ้าว ทำไมถึงไม่เชื่อมั่นในตัวเองเช่นนั้นเล่า?” เถียนเจิ้นลงจากม้า หัวเราะแล้วพูดต่อ “ฮึ ๆ น้องสาวข้าได้รับการรักษาจากท่านอาการดีขึ้นจนใกล้หายแล้ว แม้แต่ผื่นที่ตัวก็ค่อย ๆ จางหาย”
“จางหาย?” จ้าวผิงอึ้งไป “หายเร็วขนาดนี้เลยหรือ?”
“ที่บ้านเกิดเื่เล็กน้อย จำเป็ต้องให้พ่อข้ากลับไปจัดการ ล่าช้าไม่ได้” เถียนเจิ้นอธิบายอย่างง่าย ๆ “บ้านข้าอยู่ที่ถนนตะวันออกในตัวมณฑล ภายภาคหน้าถ้าท่านเจอเื่ที่จัดการไม่ได้ ก็สามารถไปที่มณฑลหรือไปหาพ่อข้าก็ได้ หากปลีกตัวไม่ได้จริง ๆ ก็ให้คนนำความไปบอกได้เช่นกัน”
“ท่านรักษาน้องสาวข้าจนหาย ถือว่าเป็ผู้มีพระคุณของพวกเราตระกูลเถียน ถ้าท่านมีเื่ยากลำบาก ตระกูลเถียนจะไม่นิ่งดูดายอย่างแน่นอน”
“ข้าลาละ” พูดจบ เถียนเจิ้นก็หันหลังกลับแล้วขึ้นม้าเตรียมจะจากไป
เขามาเพื่อการนี้โดยเฉพาะเลยหรือ?
จ้าวผิงซาบซึ้งใจมาก เห็นเขากำลังจะไป ก็รีบรั้งเอาไว้
“ช้าก่อน คุณชายเถียน รอสักครู่ ข้ามีของอยากจะมอบให้ท่าน”
เดิมทีจ้าวผิงคิดจะเข้าไปในตัวอำเภอส่งไปให้พวกเขา ในเมื่อเถียนเจิ้นมาแล้ว จะได้ประหยัดเวลาเดินทาง อีกอย่างเขาเดินทางมาตั้งไกลเพื่อมาพูดเื่พวกนี้ ถือว่าให้เกียรติเป็อย่างมาก จ้าวผิงควรจะตอบแทน
แม้เหล้าที่กลั่นออกมาจะได้เพียงหนึ่งชั่ง ทั้งยังมีเฉียนลิ่วและเหวินฮุ่ยดื่มไปก่อนอีกหน่อย เหลืออยู่ไม่ถึงแปดส่วนแล้ว แต่เท่านี้ก็ถือว่าเพียงพอ
ขอเพียงพวกเขาได้ลองชิม
ถ้าเหล้านี้ดีจริง พวกเขาต้องกลับมาอีกแน่ ทว่าหากไม่ดี เกรงว่าคงไม่มีวันหน้าอีกต่อไป
ให้ของข้างั้นหรือ? เถียนเจิ้นสงสัย
เขาเป็คนเสเพลมาจากหมู่บ้านยากจน คนบ้านนอกเช่นนี้จะเอาของอะไรที่ข้าพึงพอใจมาให้ได้กัน
เถียนเจิ้นไม่สนใจเลยสักนิด โดยเฉพาะเมื่อเห็นจ้าวผิงอุ้มเหล้าไหหนึ่งมา ยิ่งไม่สนใจใหญ่ เพียงแขวนไว้รอบคอม้าเท่านั้น ก่อนควบม้าออกไป
จ้าวผิงกลับเข้ามาในบ้าน พลันเห็นหลิ่วเมิ่งหรู่เดินออกมา
เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองจ้าวผิงด้วยซ้ำ เอาแต่สูดจมูกไม่หยุด สูดดมกลิ่นคล้ายกำลังหาอะไรบางอย่าง จากนั้นก็ตรงไปในโรงฟาง หยุดอยู่ตรงนั้นสักพัก แล้วสูดหายใจลึกอยู่หลายรอบ
หลิ่วเมิ่งหรูหลับตา ผ่านไปสักพัก เธอค่อยลืมตาขึ้นทันที แล้วะโเสียงดัง “เหล้าก้งจิ่ว*[1] นี่มันเหล้าก้งจิ่ว”
“โอ้ย! เจ็บ!” หลิ่วเมิ่งหรูได้แต่กุมศีรษะแล้วร้องอุทาน ใบหน้าบิดเบี้ยว
“เมิ่งหรู เ้าเป็อะไร?” จ้าวผิงรู้สึกเป็ห่วงนัก รีบตรงเข้าไปโอบหลิ่วเมิ่งหรูไว้ พลางช่วยนวดศีรษะ บรรเทาอารมณ์ให้ผ่อนคลาย
เหวินฮุ่ยและเฉียนลิ่วพลันสบตา ใบหน้าดูสับสน แต่ขณะเดียวกันก็เป็ห่วงอีกฝ่าย
ผ่านไปครู่หนึ่ง อาการหลิ่วเมิ่งหรูค่อยดีขึ้น เธอเงยหน้าขึ้นมองจ้าวผิง ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแอ “สามี เมื่อครู่ข้าเป็อะไรไป?”
“ไม่เป็ไร ๆ ” จ้าวผิงตอบ “เ้าอาจจะทนกลิ่นเหล้าแรง ๆ ไม่ไหว เลยเกิดอาการเมา”
ความจริงแล้วเขารู้ดี การกลั่นเหล้าได้ไปปลุกความทรงจำของหลิ่วเมิ่งหรูขึ้นมา ทำให้นางนึกบางอย่างขึ้นมาได้ แต่อาการสูญเสียความทรงจำนี้มีหลายรูปแบบ ถ้ายังหาสาเหตุไม่ได้ จ้าวผิงก็ไม่สามารถรักษาหลิ่วเมิ่งหรูให้หายได้เช่นกัน
อีกอย่าง ด้วยวิชาการแพทย์ที่จำกัดตอนนี้ ถึงแม้จะรู้สาเหตุก่อนหน้า ก็ยากจะรักษาให้หาย ดังนั้นเลยทำได้แค่ปล่อยให้เป็ไปตามธรรมชาติ
ความทรงจำฟื้นขึ้นมาได้นั้นย่อมเป็เื่ดี ถ้านึกไม่ออกก็ไม่เป็ไร
หลิ่วเมิ่งหรูสูดจมูก ถามด้วยความสงสัย “สามี นี่คือกลิ่นของเหล้าก้งจิ่วนี่ ไยบ้านเราถึงมีเหล้าก้งจิ่วได้?”
เหล้าก้งจิ่ว?
ในยุคโบราณ มันคือเหล้าที่ถวายเป็เครื่องก้งจิ่วให้ฮ่องเต้
ทว่าทำไมหลิ่วเมิ่งหรูถึงรู้จักเหล้าก้งจิ่ว?
เมื่อได้ยินคำพูดนางแล้ว ดูเหมือนว่านางจะยังเคยดื่มอีกด้วย อีกทั้งคงไม่ใช่เคยดื่มแค่เพียงครั้ง ไม่อย่างนั้นไม่มีทางดมเพียงกลิ่นเหล้าแล้วบอกได้เลย
จ้าวผิงลองถามชี้นำ “เมิ่งหรู ทำไมเ้ารู้จักเหล้าก้งจิ่ว?”
“ข้าต้องรู้สิ” หลิ่วเมิ่งหรูตอบ “แล้วยังเคยดื่มด้วย”
จากนั้นสีหน้าของหลิ่วเมิ่งหรูก็ดูผิดแปลกไป เต็มไปด้วยความสงสัย
“ข้าเคยดื่มเหล้าก้งจิ่ว ว่าแต่ดื่มที่ใดกัน?”
“โอ๊ย! ปวด… ปวดหัว”
ยังไม่ทันที่จะนึกออก นางกุมศีรษะร้องด้วยความเ็ปอีกครั้ง
เจ็บจนเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก
“เมิ่งหรู เ้าไม่ต้องคิดแล้ว” จ้าวผิงรีบนวดศีรษะให้นางอีกรอบ พลางพูดปลอบ “นี่ไม่ใช่เหล้าก้งจิ่ว นี่เป็เหล้าที่ข้าทำขึ้นมาเอง แต่มอบให้เถียนเจิ้นไปแล้ว ไว้เดี๋ยวกลับไปข้าจะทำขึ้นมาให้เ้าลองชิมดูก็รู้แล้ว”
หลิ่วเมิ่งหรูทรมานอยู่นานกว่าจะค่อย ๆ รู้สึกตัวกลับมา
จ้าวผิงไม่กล้ากระตุ้นอะไรอีก ได้แต่ให้เหวินฮุ่ยประคองนางกลับบ้านไปพักผ่อน รอจนพวกเขากลับไป ยามนี้จ้าวผิงย่อมไม่นิ่งนอนใจอยู่ได้แล้ว หลิ่วเมิ่งหรูถึงกับรู้จักเหล้าก้งจิ่ว แล้วยังเคยดื่มอีก
นี่เป็ข้อมูลสำคัญ
เหล้าก้งจิ่วเป็เหล้าที่พื้นที่ต่าง ๆ รวมไปถึงเมืองขึ้นส่งเข้ามาถวายองค์ฮ่องเต้
ใครบ้างที่จะได้ดื่มเหล้านั้น?
ย่อมมีเพียงคนที่ใกล้ชิดกับราชวงศ์ หรือว่าหลิ่วเมิ่งหรูมีอะไรเกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์
จ้าวผิงอดกลัวไม่ได้
ราชวงศ์ต้าเว่ยให้ความสำคัญกับอำนาจของฮ่องเต้ที่สุด ถ้าคนในราชวงศ์รู้ว่าหลิ่วเมิ่งหรูคือภรรยาที่เขาซื้อมา แล้วยังด่าทอทุบตี เกรงว่าเขาคงโดนปะาแยกเป็ส่วน ๆ
ซวยแล้ว!
เ้าของร่างเดิมช่างเป็คนเฮงซวยเสียจริง ซื้อภรรยาตามอำเภอใจ ถึงกับสามารถซื้อคนที่เกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์มาด้วย ตอนนี้เขาทะลุมิติข้ามเวลามาแล้ว นี่ไม่ใช่ว่าให้เขามารับความพิโรธจากเบื้องบนแทนหรอกหรือ?
เหมือนว่าเพียงจะใช้ขีวิตเช่นคนรวยทั่วไปยังไม่ได้เสียแล้ว เขาจำเป็ต้องรีบสร้างอำนาจให้ตัวเอง ถึงแม้จะไม่สามารถเทียบเท่าเชื้อพระวงศ์ได้ อย่างน้อยที่สุดถ้าคนตระกูลหลิ่วหาที่นี่เจอ เขาจะได้มีคุณสมบัติพอพูดได้ อย่างแย่ก็ยังมีเงินทุนพอจะหลบหนีเอาตัวรอด
ได้มาเกิดใหม่ช่างไม่ง่ายเลย จ้าวผิงไม่อยากโดนพ่อตาฆ่าในสถานการณ์ที่สับสนวุ่นวายเช่นนี้หรอกนะ
จ้าวผิงรู้สึกโดนปัญหารุมเร้าขึ้นมาทันที
การสร้างอำนาจเลยเป็เื่ที่จ้าวผิงให้ความสำคัญมากที่สุดตอนนี้ แล้วการจะทำเช่นนั้นได้ก็จำเป็ต้องมีสองเงื่อนไข
ข้อแรกคือเงิน
ข้อนี้ง่ายมาก เพียงแค่ทำของทั้งหมดที่อยู่ในความคิดเขาออกมา เขาจะกลายเป็คนรวยที่สุดนั้นไม่ใช่ปัญหาเลย
ข้อสองคืออาวุธ
ราชวงศ์ต้าเว่ยควบคุมเื่อาวุธอย่างเข้มงวด แค่จะซื้อมีดหั่นผักยังจำเป็ต้องรายงานเลย
ใครซื้อ หรือแม้แต่ซื้อที่ใด จะถูกบันทึกไว้ทั้งหมดอย่างละเอียด
คิดจะซื้ออาวุธพวกมีด หอก กระบองเป็จำนวนมาก นั่นเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้เลย และจ้าวผิงก็ไม่คิดจะซื้อของพวกนั้น แต่เขาจะผลิตอาวุธที่ล้ำหน้ากว่าแทน อย่างเช่น หน้าไม้ หรือพวกปืนพก เป็ต้น
แน่นอน ปืนพกยังไกลเกินเอื้อม ตอนนี้แค่ทำหน้าไม้ออกมาได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว ดังนั้นจ้าวผิงเลยคิดจะไปบ้านตระกูลหลู่ ดูความคืบหน้าของหลู่ซิว
บังเอิญเจอหลู่ต้าชานกำลังจะออกไปข้างนอกพอดี
เขายังไม่ทันได้ทักทาย ก็ได้ยินคำตำหนิของหลู่ต้าชาน “พ่อหนุ่มจ้าว รูปหน้าไม้ที่เ้าวาดให้อาซิวนั่น ตกลงทำออกมาได้จริงหรือไม่?”
“ได้แน่นอนสิ” จ้าวผิงตอบ “ถ้าไม่ได้ ข้าจะให้เขาทำไม?”
“ถ้าอย่างนั้นเ้าต้องรีบไปช่วยอาซิวแล้วล่ะ เขาอยู่ในห้องทำงานติดต่อกันมาหลายวันแล้ว ถ้ายังเป็เช่นนี้ต่อไปคงต้องมีคนเสียชีวิตเป็แน่” หลู่ต้าชานพูดด้วยความร้อนรน แล้วจากจ้าวผิงไปยังห้องที่ทำงาน
หลู่ซิวยังคงยุ่งอยู่กับการทำงาน ก้มหน้าก้มตาจมอยู่กับงานตัวเอง ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นดูว่าใครเข้ามาในห้อง
แต่จ้าวผิงรู้สึกได้ว่าสภาพเขาดูไม่ดีเอาเสียเลย ใบหน้ายังซีดเซียว ถ้าเป็เช่นนี้ต่อไป เกรงว่าเขาคงได้ตายตกไปจริง ๆ แน่
จ้าวผิงเตะหลู่ซิวพลางพูดด้วยความโมโห “หลู่ซิว เ้าอยากตายหรือไร ข้าเพียงแค่ให้ทำหน้าไม้ขึ้นมา แต่ไม่ได้อยากได้ชีวิตเ้า”
“จ้าวผิง!” หลู่ซิวได้สติกลับมา เห็นจ้าวผิงก็พลันโมโห
เขาโยนสมุดล้ำค่าของเขาไปที่จ้าวผิงอย่างไม่หวงแหนอีกต่อไป กัดฟันกรอดพลางพูด “รูปหน้าไม้ที่ท่านวาดให้ข้านี่ มันทำออกมาไม่ได้ ทำได้แค่หน้าไม้เดี่ยว”
“หน้าไม้เดี่ยว?” จ้าวผิงอึ้ง “เ้าทำได้แล้วหรือ ให้ข้าดูหน่อยได้รึไม่?”
หลู่ซิวหยิบหน้าไม้อันหนึ่งออกมาจากกองวัสดุ แล้วยื่นให้จ้าวผิง
จ้าวผิงมองดูครู่หนึ่ง เป็หน้าไม้เดี่ยวจริงดังว่า ้าเป็คันโก่ง ด้านล่างเป็ร่องสอดลูกศร เพียงดึงสายมาไว้ด้านหลังร่องที่สอดลูกศร แล้วเหนี่ยวไก ลูกศรที่เสียบอยู่จะพุ่งออก แต่ถ้าอยากจะยิงลูกที่สอง ก็จำเป็ต้องร้อยสายใหม่ แล้วใส่ลูกศรอีกครั้ง
ดูใกล้เคียงกับหน้าไม้ทั่วไป สิ่งที่สะดวกเพียงอย่างเดียวคือสามารถใส่ศรหลายดอกได้ แต่ก็ยิงได้แค่ดอกเดียวเท่านั้น นี่ยังไม่ใช่สิ่งที่จ้าวผิง้า
แต่เขาไม่อยากลำบากหลู่ซิวต่อ เลยได้แต่พูดปลอบว่า “ข้าแพ้พนันแล้ว เ้าพาตัวอวิ๋นหม่านไปเถอะ”
*[1] เหล้าก้งจิ่ว หรือ เหล้าจักรพรรดิ ผลิตจากน้ำในบ่อน้ำโบราณที่ใสสะอาด มีรสชาติหวานปานน้ำผึ้ง กลิ่นหอม ให้ความรู้สึกซาบซ่านอยู่ในปากเป็เวลานาน