ตอนที่ 4 เริ่มต้นใช้ชีวิตที่ 2
7 ปีผ่านไป ตอนนี้พวกเขาทุกคนได้จำเื่ราวทุกอย่างก่อนที่พวกเขาจะมาเกิดในโลกแห่งนี้ได้แล้วและหลังจากที่พวกเขาจำเื่ราวทุกอย่างของโลกที่ผ่านมาได้ทั้งหมด พวกเขาก็ได้ยอมรับในการเกิดใหม่ครั้งนี้และได้เริ่มต้นชีวิตที่2 กันใหม่ที่โลกแห่งนี้
ณหมู่บ้านเทล่า เป็หมู่บ้านที่อยู่ในป่าใหญ่และก็เป็บ้านเกิดของนีโอภายในบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านในตอนนี้ ไรเมรุกับนีโอได้กำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ที่โต๊ะ ส่วนลินลี่ก็กำลังล้างจานอยู่ในห้องครัว ขนาดที่ไรเมรุกำลังนั่งกินข้าวอยู่กับนีโออยู่นั้นนีโอก็ได้พูดถามากับเขาขึ้นมา
“ท่านพ่อ หลังกินข้าวเสร็จแล้วข้าขอเข้าไปเล่นในป่าได้ไหมครับ?”
“ลูกจะเข้าไปเล่นในป่าอีกแล้วงั้นหรอ? เมื่อวานลูกก็เข้าไปเล่นั้แ่เช้ากลับมาอีกทีก็ตะวันตกดินเลยนะ ในป่ามันมีอะไรน่าเล่นขนาดนั้นงั้นหรอ?”
“ไม่มีอะไรหรอกท่านพ่อ ข้าแค่ไปออกกำลังกายเล่นในป่าเท่านั้นเอง ด้านในป่ามันกว้างดี”
“ออกกำลังกายเนี่ยนะ” ไรเมรุก็ทำหน้าใ
“ใช่ครับ”
“โอเคๆ งั้นวันนี้ลูกอย่ากลับมาดึกอีกล่ะ เดี๋ยวก็โดนแม่เขาบ่นอีกหรอก”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ครับๆ ผมเข้าใจแล้ว”
แล้วหลังจากที่นีโอกินข้าวเสร็จเขาก็ได้ลุกออกจากโต๊ะเพื่อเอาจานไปเก็บที่ห้องครัวพอเข้ามาในห้องครัวนีโอก็เห็นแม่ของเขากำลังล้างจานอยู่แม่ของเขาที่เห็นนีโอเดินเอาจานมาเก็บก็ได้ถามนีโอออกไป
“กินเสร็จแล้วหรอจ๊ะลูก”
นีโอตอบกลับแม่ของเขาและขอแม่ของเขาออกไปเล่นในป่า
“ใช่ครับ แม่ครับผมขอไปเล่นในป่าได้ไหมครับ?”
“โอเคจ้ะ แต่อย่ากลับบ้านมาดึกอีกละในป่ามันอันตรายเข้าใจไหม”
“เข้าใจแล้วครับ”
เมื่อนีโอคุยกับแม่เสร็จแล้วเขาก็ได้เดินออกจากบ้านไปและวิ่งเข้าไปในป่าทันที พอนีโอวิ่งออกจากหมู่บ้านมาได้สักพักก็ถึงที่ที่เขาจะมาแล้วในที่ที่นีโอมานั้นก็เป็ที่กว้างๆขนาดใหญ่ภายในป่าลึกเป็ที่ที่นีโอเอาไว้มาฝึกซ้อมเป็ประจำทุกวัน
'ถึงสักทีวันนี้เราจะฝึกอะไรก่อนดีล่ะ ฝึกต่อจากเมื่อวานไปก่อนก็แล้วกันวันนี้'
นีโอก็ได้เริ่มฝึกกับตัวเองนีโอเริ่มจากการฝึกพละกำลังของร่างกายก่อนด้วยการวิดพื้น 50 ครั้งทุกวันเมื่อฝึกจนทำได้ทุกวันแบบสบายๆ แล้วเขาจึงจะค่อยๆ เพิ่มไปทีละ 10 ครั้งหลังจากที่นีโอวิดพื้นเสร็จแล้วเขาก็ได้พักสักหน่อยก่อนที่จะเริ่มลุกนั่งต่ออีก 50 ครั้งเพิ่มที่ละ 10ครั้งเหมือนกันเมื่อทำได้แบบสบายๆ นีโอเข้ามาในป่าเพื่อมาออกกำลังกายแบบนี้ทุกวัน นีโอมาออกกำลังกายแบบนี้ติดต่อกันมาแล้ว 4 ปีเขาเริ่มออกกำลังกายั้แ่อายุ3 ปี ในตอนอายุ 3 ปีนั้นเขาก็ได้รับรู้เื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนที่เขาจะได้มาเกิดใหม่ที่โลกแห่งนี้
‘นี่ก็ผ่านมาแล้ว 4 ปีสินะ ที่เราจำเื่ราวทั้งหมดได้ ในเมื่อเราได้เกิดใหม่มาแล้วเราต้องมีชีวิตอยู่ในโลกแห่งนี้ให้ได้เพื่อจะได้ใช้ชีวิตได้แบบไม่มีปัญหาเพราะว่าท่านพ่อเคยบอกเราไว้ว่า เผ่าพันธ์ุมนุษย์ของพวกเรานั้นเป็เผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอที่สุดในโลกนี้ ถ้าเรายังทำตัวอ่อนแอแบบนี้เราต้องโดนรังแกจากเผ่าพันธ์ุอื่นๆ ทุกวันเป็แน่ เราจะต้องทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมาให้ได้’
นีโอที่คิดแบบนั้นเสร็จแล้วเขาก็ได้ไปฝึกต่อ ที่นีโอคิดแบบนั้นก็เป็เพราะว่าเขายังไม่รู้ว่าตัวเองนั้นมีพละกำลังที่มากกว่ามนุษย์ปกติอยู่แล้วเพราะว่าพ่อของเขายังไม่ได้บอกเื่เกี่ยวกับหมู่บ้านเทล่าให้เขาไว้เลย ที่พ่อของนีโอไม่ได้บอกนีโอถึงเื่นี้ก็เป็เพราะว่าพ่อของเขาเป็กังวนเกี่ยวกับเื่ของคำทำนาย พ่อของเขาเลยคิดที่จะไม่บอกกับนีโอเพื่อจะไม่ให้นีโอได้อออกจากป่าไป
หลังจากนีโอฝึกแบบนี้วนไปเรื่อยๆจนตะวันตกดินนีโอที่รู้ว่าเริ่มมืดแล้วเขาก็ได้รีบวิ่งกลับบ้านทันทีเมื่อมาถึงบ้านแล้วแม่ของเขาก็ได้เปิดประตูมารอเขาที่หน้าบ้านอยู่แล้ว เมื่อนีโอมาถึงแม่ของเขาก็ได้บ่นเขาทันที
“ลูกกลับมาสายอีกแล้วนะ ดีที่ยังไม่มืดเท่าไหร่ ถ้าลูกกลับมาช้ากว่านี้อีกหน่อยลูกโดนแม่กักบริเวณแน่ลูกเข้าใจไหม”
“เฮะๆ เข้าใจแล้วครับ ครั้งหน้าจะไม่กลับมาดีกอีกแล้วครับผมสัญญา”
“สัญญากับแม่ไว้แล้วนะอย่าผิดสัญญาที่ให้ไว้ละ”
“ครับผม”
“ไปอาบน้ำได้แล้ว จะได้มากินข้าวกัน”
“โอเคครับ”
นีโอก็ได้เดินเข้าบ้านไปเพื่ออาบน้ำพอนีโออาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วเขาก็ได้เดินลงมาจากห้องของเขาและเดินไปที่โต๊ะ อาหารในโต๊ะนั้นก็ได้ถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วทั้ง 3คนก็ได้มานั่งกินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนทุกๆ วัน หลังจากที่กินข้าวกันเสร็จแล้วนีโอก็ได้ถามพ่อกับแม่ของเขาขึ้นมาเกี่ยวกับเื่ของเวทย์มนต์ ไรเมรุที่ได้ยินคำถามของนีโอก็ได้ทำหน้ากังวนขึ้นมา
“พ่อครับ แม่ครับ โลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่าเวทย์มนต์ไหมครับ?"
ลินลี่ที่ได้ยินคำถามของนีโอก็ได้ตอบกลับเขาออกไป
“มีสิจ๊ะ พ่อเขายังไม่ได้บอกลูกอย่างงั้นหรอ?”
นีโอตอบกลับแม่ของเขาแบบงง
“ไม่นะครับ!! ท่านพ่อไม่เห็นบอกอะไรผมเลย?”
ลินลี่ที่ได้ยินแบบนั้นก็หันไปถาามไรเมรุ
“นี่คุณ!! ทำไมคุณถึงไม่บอกเื่เกี่ยวกับเวทย์มนต์ให้ลูกเรารู้ล่ะคะ”
ไรเมรุที่โดนลินลี่ถามเขาแบบนั้นก็พูดไม่ออกได้แต่เงียบเอาไว้จนลินลี่เดินเข้ามาถามใกล้ๆ
“นี่!! คุณคะไม่ได้ยินที่ฉันถามงั้นหรอ?”
“อะ....ได้ยินแล้วครับ” ไรเมรุก็ทำหน้าเลิ่กลั่ก
“ได้ยินแล้วก็บอกลูกไปสิคะ”
“อะ.....โอเคจ้ะ”
ไรเมรุก็มีเหงื่อไหลบนใบหน้า
แล้วไรเมรุก็ต้องยอมบอกเื่เกี่ยวกับเวทย์มนต์ให้นีโอฟัง ทั้งๆ ที่เขาไม่อยากบอกแต่ก็ต้องบอกเพราะไม่สามารถขัดคำสั่งเมียได้ แล้วไรเมรุก็เริ่มบอกเื่เกี่ยวกับเวทย์มนต์ทั้งหมดที่เขารู้ให้กับนีโอได้ฟัง
“เวทย์มนต์นั้นเป็สิ่งที่ทุกเผ่าพันธุ์บนโลกนี้มีติดตัวกันทั้งหมดแม้แต่มนุษย์อย่างพวกเราที่ว่าอ่อนแอที่สุดก็ตาม ส่วนพลังเวทย์มนต์ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลนั้นด้วยว่า จะมีพลังเวทย์ที่มากหรือน้อยภายในร่างกาย ส่วนเผ่าพันธุ์ที่มีพลังเวทย์เยอะติดตัวมาั้แ่เกิด ก็อย่างเช่นเผ่าปีศาจ,เผ่ามาร,เผ่าอสูร,เผ่าภูต,เผ่าแวมไพร์และเผ่าอีกอื่นอีกมากมาย”
เมื่อไรเมรุพูดถึงเผ่าพันธุ์แวมไพร์ขึ้นมานีโอที่ได้ยินก็ถามขึ้นมาทันที
“มีเผ่าแวมไพร์ด้วยหรอครับ?”
“มีสิ”
นีโอที่รู้ว่ามีเผ่าพันธ์ุแวมไพร์ เขาก็ได้นึกในใจ
‘มีเผ่าพันธ์ุแวมไพร์ด้วย ฉันล่ะอยากเจอตัวเป็ๆ จริงๆ จะน่ารักเหมือนกับในอนิเมะที่ดูต่างๆไหมนะ’
แล้วนีโอก็ยิ้มดีใจออกมา ไรเมรุที่เห็นนีโอยิ้มออกมาเขาก็ได้ถามนีโอออกไป
“นี่!! ลูกยิ้มอะไรกัน?"
นีโอก็ได้รู้สึกตัวและเลิกยิ้ม
“อะ!! เปล่าครับท่านพ่อพูดต่อได้เลย”
ไรเมรุได้งงกับเื่ที่ลูกของเขายิ้มออกมาแต่ก็ปล่อยไปแล้วก็เล่าต่อ
“ส่วนเผ่าพันธ์ุมนุษย์อย่างเรานั้นมีพลังเวทย์ในตัวที่น้อยมาก พวกเราถึงถูกเรียกว่าเป็เผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอที่สุดแต่ก็มีพวกที่มีพลังเวทย์ในตัวที่สูงในหมู่มนุษย์อยู่เช่นกันก็คือพวกราชวงศ์และพวกขุนนางต่างๆ ที่อยู่ในอาณาจักรใหญ่ของมนุษย์”
“งั้นหรอครับ แล้วคนในหมู่บ้านเราใช้เวทย์มนต์กันได้ไหมครับ?”
นีโอได้ถามพ่อของเขากลับไปแต่แม่ของเขาเป็คนตอบกลับนีโอไปแทน
“ได้สิจ๊ะ คนในหมู่บ้านทุกคนก็ต่างก็ใช้พลังเวทย์เพื่อดำเนินชีวิตกันทั้งนั้นแหละจ้ะ”
หลังจากพูดจบลินลี่ก็ได้แสดงพลังเวทย์ไฟของเธอขึ้นมาในมือให้นีโอได้เห็นนีโอที่ได้เห็นแล้วก็ตาเป็ประกายขึ้นมา
“นี่แหละจ้ะคือพลังเวทย์มนต์”
ไรเมรุก็ได้พูดเสริมลินลี่ออกไป
“ก็อย่างที่แม่ของลูกได้แสดงนั้นแหละ นั้นล่ะคือเวทย์มนต์”
“งั้นหรอครับ งั้นท่านพ่อกับท่านแม่สอนเวทย์มนต์ให้ผมบ้างสิครับ ผมก็อยากที่จะใช้เวทย์มนต์ให้ได้เหมือนกันครับ”
“ได้สิครับแต่ต้องให้พ่อของลูกเป็คนสอนนะเพราะว่าพ่อเขาเป็คนที่มีพลังเวทย์เยอะที่สุดในหมู่บ้านของเราแล้วนะ รู้ไหม?”
นีโอก็ได้ทำหน้าใและหันไปขอพ่อของเขาให้สอนแทน
“จริงหรอครับ งั้นท่านพ่อสอนผมได้ไหมครับ?”
ไรเมรุก็ได้ทำหน้ากังวนกับคำขอของนีโอแต่ใจจริงๆ แล้วเขาก็อยากที่จะสอนเวทย์มนต์ให้กับลูกของเขา แต่ก็ยังกังวนอยู่
‘จะเอายังไงดี? เราควรจะสอนให้ลูกของเราเพื่อเอาไว้ใช้ป้องกันตัวดีไหม? แต่ถ้าสอนไปแล้วเขาดันมีพลังเวทย์ที่มากพอจะสามารถออกจากป่าไปได้ล่ะแต่ถ้าเราไม่สอนเขาแล้วอนาคตถ้าเขาเจออันตรายล่ะเขาก็จะไม่สามารถใช้เวทย์มนต์เพื่อหนีหรือป้องกันตัวได้น่ะสิ’
ไรเมรุได้คิดอย่างหนักจนสุดท้ายเขาก็ได้ตัดสินใจออกมา
‘ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะไม่ปล่อยให้เขาเป็อันตรายในอนาคตเป็อันขาด ฉันจะสอนเขาทุกอย่างที่ฉันรู้ทั้งหมดถึงยังไงภายภาคหน้าเขาก็หนีจากาตามคำทำนายไม่ได้อยู่ดีฉันเองนี่แหละที่จะเป็คนสอนลูกของฉันให้เติบโตและแข็งแกร่งที่สุดเพื่อจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในโลกข้างนอกได้’
“โอเคพ่อจะเป็คนสอนลูกเองพรุ่งนี้ แต่ลูกต้องรับการสอนของพ่อให้ไหวนะ”
นีโอเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ทำสีหน้าดีใจขึ้นมา
“ได้เลยครับ ผมเป็ลูกของพ่อกับแม่นะยังไงผมก็ไหว”
ไรเมรุกับลินลี่ที่ได้ยินนีโอพูดแบบนั้นก็ได้ยิ้มออกมา แล้วทั้ง3 คนก็ยิ้มและหัวเราะกันอย่างมีความสุขจนถึงเวลาเข้านอนทุกคนก็ต่างกลับไปนอนที่ห้องกัน นีโอที่ยังไม่หลับนั้นเขาได้นอนคิดอะไรคนเดียวอยู่ที่เตียง
‘พรุ่งนี้เราก็จะได้เรียนเวทย์มนต์แล้วสินะตื่นเต้นจังเลย ในโลกที่เราจากมานั้นไม่มีเวทย์มนต์เลยแถมในตอนนี้เราก็มีชีวิตเหมือนในอนิเมะต่างโลกที่เราเคยดูมาเลยฮ่า ฮ่า ฮ่า’
แล้วนีโอก็ได้นึกถึงเพื่อนของเขาที่ตายพร้อมกัน
‘เ้าพวกนั้นจะได้เกิดใหม่เหมือนเราที่โลกนี้ไหมนะ? ถ้าเกิดมาเหมือนกันก็ดีน่ะสิจะได้สนุกกับโลกใหม่ไปด้วยกันฮ่า ฮ่า นึกอะไรของเราเนี้ยนอนดีกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสายอดเรียนเวทย์มนต์กันพอดี’
แล้วนีโอก็ได้หลับไป นีโอที่ได้คิดเกี่ยวกับเื่เพื่อนของเขา อันที่จริงแล้วเพื่อนของเขาที่ตายมาพร้อมกันก็ได้เกิดมาที่โลกแห่งนี้เช่นกันแต่เกิดมากันคนละเผ่าพันธุ์กัน ส่วนตอนนี้ทั้ง 2 คนนั้นก็ได้กำลังเริ่มต้นใช้ชีวิตที่2 ครั้งใหม่เหมือนกับนีโอและพวกเขาทั้ง 3 คนต่างก็นอนคิดอยากให้เพื่อนของพวกเขาได้มาเกิดใหม่และได้เจอกันที่โลกแห่งนี้เช่นกัน