กองถ่ายทำที่มาโรงแรมแห่งนี้มาจากบริษัทโฆษณาชื่อดัง ในแต่ละสถานที่ ทางทีมงานจะถ่ายภาพนิ่ง เพื่อไปทำใบปิดขนาดเล็กขนาดใหญ่และลงตามหน้านิตยสาร และก็จะถ่ายทำเป็นคลิปวีดีโอขนาดสั้นเพื่อนำไปตัดต่อชิ้นงานรวมกับสถานที่อื่นไม่ว่าจะโรงแรมอื่นซึ่งอยู่ในหมวดเดียวกันหรือเป็นตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำขนาดใหญ่หลายแห่ง
โดยแต่ละสถานที่ ก็จะมีเหล่านายหรือนางแบบแยกกันไปถ่ายเจาะจงเฉพาะแต่สำหรับโรงแรมแห่งนี้ ผู้ที่ถูกคัดเลือกให้เป็นแบบมีด้วยกันสามคนนั่นก็คือนายแบบลูกครึ่งไทย-อิตาลี นางแบบสาวหน้าหวานลูกครึ่งสามเชื้อชาติไทย-จีน-เวียดนาม ส่วนอีกคนก็คือ พลอยพิมพ์
การที่หล่อนได้มายืนเด่นในงานชิ้นนี้ไม่ตกกระป๋องอย่างที่กมลาค่อนแคะ ก็เพราะการ ‘ไต่’ ส่วนตัว คนอย่างหล่อนทำได้ทุกวิถีทาง หากมันมี ‘ช่อง’
หล่อนเองก็รู้ตัวดีชื่อเสียงที่เคยโด่งดังเมื่อสามปีก่อน มันจืดจางไปพร้อมกระแสคลื่นลูกใหม่จากบทบาทนางเอกเพียงเรื่องเดียว หล่อนก็ถูกโยนบทนางอิจฉาให้เล่นสองเรื่องหลังจากนั้นหล่อนก็มีเค้าลางว่าจะโดนบทคุณแม่ยังสาวบ้าง หรือบทดาราแถวสามแถวสี่
เป็นใครจะทนไหว...ขืนไม่รีบวางมือจากละครมีหวังหล่อนได้ ‘แก่’ ก่อนที่จะถึงวัยสมควรหญิงสาวเคยวัดกระแสความนิยมจากการออกสื่อ จึงพบว่ามีนักข่าวสัมภาษณ์หล่อนน้อยลงหลายครั้งหลายครา หล่อนจึงสร้างกระแสด้วยการโฉบไปเดินเล่นกับดาราหน้าใหม่บ้างหรือดาราที่กำลังได้รับความนิยม
แต่สุดท้าย ข่าวก็คือข่าววันยังค่ำในเมื่อดาราชายเหล่านั้น หลายคนเป็นดาราชายแต่มีหัวใจอ่อนไหวเป็นเพศเดียวกับหล่อนเมื่อรู้ว่าสร้างกระแสไม่ขึ้น พลอยพิมพ์เบนเป้าหมาย มักจะติดสอยห้อยตามเพื่อนดาราสาวที่นิยมควงลูกชายนักธุรกิจบางคนก็นิยมคบหากับพวก ‘ป๋า’ นักการเมืองตัวหล่อนเองเข้าเมืองตาหลิ่วก็หลิ่วตาตาม เพื่อนดาราจำพวกนั้นคบคนประเภทไหนหล่อนก็ทำตัวกลมกลืน
ถึงกระแสอาจจะไม่เป็นที่สนใจนักแต่การเงินก็คล่องมือ ให้จับจ่ายใช้สอยได้สะดวก ถึงแม้จะมีใครพูดลับหลังว่าหล่อนเป็น‘ของเล่น’ คนมีเงิน
พลอยพิมพ์ก็หาได้สนใจเสียงนกเสียงกานั้นไม่...แต่เมื่อหล่อนมีทางเลือกผู้ชายที่ควงทั้งหล่อทั้งรวยอย่างกงจักร หล่อนก็รีบคว้าไว้ให้อยู่หมัดกับคนนี้ถึงแม้ว่าหล่อนจะเป็นเบี้ยล่าง แต่ก็สูบง่ายจ่ายคล่อง อาจดูเหมือนเมียทาสให้เขาก่นด่า ใช้อารมณ์โขกสับ แต่สำหรับหล่อนนั้น ผู้ชายคนนี้ยังอ่อนต่อโลกนัก
เขาไม่เคยหึงไม่เคยหวง หญิงสาวยิ่งชอบเพราะหล่อนไม่ใคร่ให้ใครมาผูกมัด หล่อนชอบจะเป็นฝ่ายไปตอแยผู้ชายเองมากกว่า
ผู้ชายประเภทนี้...เมื่อหลงอยู่ในวังวนเสน่หาแล้วหล่อนก็จะไม่ปล่อยให้หลุดมือเป็นอันขาด ส่วนว่างเว้นจากเขาที่ไหนให้หล่อนสามารถกอบโกยผลประโยชน์ได้อีก หล่อนก็จะทำ
นิสัยที่ทำอะไรก็ ‘ง่าย’ ไปเสียหมด จึงกลายเป็นความเคยตัวแม้กระทั่งการจะได้งานชิ้นนี้ ซึ่งนับว่างานหินแต่หล่อนก็ทำให้มันง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
เพียงแต่หล่อนเลือก ‘เข้า’ ให้ถูกที่ ดูทิศทางลมที่ควรจะได้มากกว่าเสียให้เป็น
พลอยพิมพ์อยู่ในชุดไทยจักรีสีครีมอ่อน มีสไบเฉียงซึ่งใช้ผ้ายกมีเชิง ซิ่นมีจีบยกข้างหน้า มีชายพกใช้เข็มขัดไทยคาดส่วนท่อนบนที่เป็นสไบ เย็บติดกับซิ่นเป็นท่อนเดียวกัน หล่อนเปิดบ่าข้างหนึ่งโดยใช้สไบคลุมไหล่ ทิ้งชายด้านหลังยาวจนเกือบสุดปลายขา รอบลำคอสวมเครื่องเพชรเข้ากับชุดแสงส่องเป็นประกาย
ผู้หญิงคนนี้สวยทุกกระเบียดนิ้วไม่ว่าจะแต่งองค์ทรงเครื่องแบบไหน และหล่อนดูสะดุดตากว่านางแบบอีกคนด้วยซ้ำที่ใส่ชุดไทยบรมพิมานสีเขียวปีกแมงทับ เพราะหล่อนดูเป็นสาวไทยหน้าคมขำถึงอาจจะดูเหมือนมีเชื้อสายแขกอยู่บ้าง แต่ความงามอันเกิดจากการสวมเสื้อผ้าทำให้หล่อนดูมีสง่าราศีราวกับผู้เข้าประกวดเวทีนางงาม
แต่ความสวยของพลอยพิมพ์ก็ถูกสายตาของกมลาที่ยืนอยู่ห่างๆมองเหยียด พลอยพิมพ์เองไม่เคยสนทนาพาทีกับเลขาฯสาวจึงไม่รู้ว่าตนเองนั้นถูกเกลียดเหมือนอยู่กลางแจ้งโดยที่ไม่รู้ว่าใครคือมิตรหรือศัตรู
นายและนางแบบทั้งสามคนยืนโพสท่าอยู่บริเวณด้านหน้าโรงแรมนิดายืนอยู่บริเวณที่มีพนักงานและแขกของโรงแรมมามุงดูพอหันไปเห็นกมลาที่ยืนอยู่ข้างหลังห่างออกไป นิดาก็วิ่งไปคว้าข้อมือของกมลา
“มาดูใกล้ๆสิคะพี่กมลา นางแบบคนกลางนั่นสวยมากเลยค่ะตาคมมีเสน่ห์ นิดเคยเห็นเธอเล่นละครเป็นนางเอกอยู่เรื่องนึงด้วยนะคะแต่ตอนหลังดูเหมือนจะหายๆไปจากหน้าจอ เพิ่งเคยเห็นตัวจริงวันนี้ ซ้วย...สวย” นิดาพูดชมอย่างตื่นเต้น
แต่คนที่ยืนฟังกลับหน้าคว่ำ แล้วก็บ่นขมุบขมิบ “สวยแต่เปลือก”
“ว่าไงนะคะ” นิดาหันไปถามแต่กมลาก็สะบัดหน้าพรืดอย่างเคยทำ แล้วพูดกำชับ “อย่ามัวแต่ดูเพลินนะยะ”
.......................................................