จางเหวินเซินรู้ตัวมาั้แ่เด็กว่าเขาชอบผู้ชายความลับนี้ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิดนานกว่ายี่สิบปีโดยไม่มีใครในครอบครัวระแคะระคายจนกระทั่งวันหนึ่ง ผู้เป็แม่เริ่มตั้งคำถามแกมจับผิดเื่การคบเพื่อนส่วนผู้เป็พ่อก็กระตือรือร้นอยากจะจับคู่นัดบอดเขากับลูกสาวตระกูลใหญ่
สถานการณ์ที่บีบคั้นทำให้เขาตัดสินใจเปิดเผยตัวตนต่อหน้าทุกคนทว่ามันกลับจบลงด้วยความน่าอับอายขายหน้าที่สุด
วินาทีนั้นผู้เป็พ่อโกรธจัดจนหน้าเขียวหน้าแดงส่วนผู้เป็แม่ก็โศกเศร้าเจียนตายสุดท้ายจางเหวินเซินจึงเลือกหันหลังหนีออกจากบ้านทิ้งครอบครัวที่เขาเคยพึ่งพิงมาตลอดทั้งชีวิตไว้เื้ั
ทว่าชีวิตของอดีตลูกคุณหนูที่เพิ่งก้าวเข้าสู่โลกแห่งความเป็จริงนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเขายังติดความสะดวกสบาย แถมยังไม่รู้วิธีหาเงินหรือประหยัดอดออม ไม่นานนักเงินเก็บก้อนสุดท้ายที่มีติดตัวก็ร่อยหรอจนแทบหมดเกลี้ยง
เมื่อชีวิตสู้กลับจนจวนเจียนจะอดตายเขาจึงต้องงัดแผนสำรองขึ้นมาสู้...
จางเหวินเซินตัดสินใจใช้ประโยชน์จากงานอดิเรกของตัวเองผันตัวเข้าสู่โลกออนไลน์ในฐานะสตรีมเมอร์เกม เขาไม่ได้มาในลุคชายหนุ่มทั่วไปแต่เลือกเปิดตัวเป็สตรีมเมอร์สาวน้อยสุดน่ารักที่มีสกิลการเล่นเกมขั้นเทพกวาดชัยชนะได้ทุกแมตช์ ซึ่งเป็สิ่งที่หาได้ยากยิ่งในวงการไลฟ์สตรีม
เขาจัดการแต่งหญิง ใส่วิกและเมคอัพแปลงโฉมจนน่ารักจิ้มลิ้มใช้เครื่องแปลงเสียงดัดเป็เสียงหญิงสาวใสซื่อไร้เดียงสาก่อนจะโชว์ทักษะการเล่นเกมอันยอดเยี่ยมเพื่อสยบเหล่าโอตาคุหนุ่มหน้าจอให้ราบคาบแทบเท้า
ในที่สุดจางเหวินเซินก็มีความลับที่บอกใครไม่ได้เพิ่มขึ้นมาอีกข้อจนได้
ทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี เวลาสามทุ่มถึงเที่ยงคืนคือ่เวลาไลฟ์สตรีมของ ‘วีวี่’ สาวน้อยเกมเมอร์แสนสวยเนื้อหาในการไลฟ์ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันด้วยตัวของวีวี่เองซึ่งส่วนใหญ่เป็การเล่นเกมที่กำลังเป็กระแสในขณะนั้นจางเหวินเซินกอบโกยรายได้สุทธิต่อวันจากยอดเงินโดเนทไปไม่น้อยเลยและหลังจากได้ลิ้มรสชาติของการโด่งดังเป็พลุแตก จากตอนแรกที่ใช้เพียงเสื้อฮู้ดกับวิกผมเขาก็ค่อยๆ พัฒนาการแต่งตัวจนกลายเป็ชุดโลลิต้าสุดโมเอะราคาชุดละนับหมื่นหยวน
การไลฟ์สตรีมแต่ละครั้งล้วนสนุกสุดเหวี่ยงไปกับเหล่าโอตาคุบนโลกอินเทอร์เน็ตจนถึงกลางดึกผลกระทบที่ตามมาจากการสนุกเกินลิมิตก็คือในวันรุ่งขึ้นตอนไปทำงานจางเหวินเซินจะหาวหวอดๆ ไม่หยุดเขาเปิดคอมพิวเตอร์เตรียมพร้อมที่จะรบรากับงาน แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถปลุกพลังขึ้นมาได้
เพื่อนร่วมงานที่นั่งข้างๆ ขยับเข้ามาใกล้ยื่นกาแฟแก้วหนึ่งให้เขาพลางเอ่ย
"เฮ้ย เหวินเซิน เลิกหาวได้แล้วอย่าลืมสิว่าเมื่อวานบอสะเิลงใส่แผนงานที่นายยื่นไปนะทำตัวให้มันกระฉับกระเฉงหน่อย"
จางเหวินเซินว่าอย่างตัดพ้อ "โธ่ เสี่ยวไป๋นายก็รู้อยู่แก่ใจ ไม่ว่าฉันจะทำออกมายังไงต้วนเค่อจุนก็มองฉันขวางหูขวางตาอยู่ดีนั่นแหละ"
เสี่ยวไป๋ฟาดเข้าที่ท้ายทอยของจางเหวินเซินอย่างแรงไปหนึ่งที"ชู่ว์! เบาเสียงหน่อย ถ้าบอสรู้ว่านายเรียกชื่อจริงเขาตรงๆมีหวังได้ตายแบบไม่รู้ตัวแน่"
จางเหวินเซินทำปากยื่นอย่างน่าสงสารน่าเอ็นดูเสี่ยวไป๋สบถคำหยาบออกมาพร้อมบอกให้เขาเลิกทำตัวอ้อนฝ่าเท้าเสียทีจางเหวินเซินจึงได้สติรีบเก็บกวาดโต๊ะทำงานเกือบจะเผลอแสดงท่าทางเรียกร้องความสนใจอันเป็เอกลักษณ์ประจำตัวของวีวี่ออกมาเสียแล้วความเคยชินนี่ช่างเป็เื่ที่น่ากลัวจริงๆ
หลังจากจางเหวินเซินทานอาหารเช้าเสร็จหัวหน้างานของเขาก็มาถึงออฟฟิศต้วนเค่อจุนเอ่ยทักทายอรุณสวัสดิ์กับทุกคนในแผนกมาแต่ไกลด้วยท่าทางสุขุมเยือกเย็นเขาสวมชุดสูทที่ตัดเย็บอย่างพอดีตัวคู่กับถือกระเป๋าเอกสารอย่างมีรสนิยมบางครั้งจางเหวินเซินยังแอบสงสัยเลยว่า ผู้ชายคนนี้หลังจากเลิกงานแล้วอาจจะเป็ฆาตกรโรคจิตที่ชอบลิ้มรสเนื้อคนหรือเปล่า
ในขณะที่กำลังคิดฟุ้งซ่านต้วนเค่อจุนก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาทอดสายตามองกดลงมาจาก้าอย่างเ็าพลางถามว่า
"แผนงานที่ให้แก้ไขเสร็จหรือยัง"
เสี่ยวไป๋ที่อยู่ข้างๆ พยายามย่อตัวให้เล็กที่สุดจางเหวินเซินไร้ปฏิกิริยาตอบสนองไปชั่วขณะ ทำได้เพียงส่ายหน้าตอบตามความจริง
“ยังครับ”
ต้วนเค่อจุนเลิกคิ้วเล็กน้อย ยกยิ้มให้อย่างเ็าจากนั้นก็หันหลังเดินตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของตนเองพื้นที่ทำงานทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบงันราวกับทุกคนกำลังร่วมไว้อาลัยให้กับจางเหวินเซินส่วนเ้าตัวได้แต่ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางเสี่ยวไป๋ ที่ทำเพียงตบไหล่เขาเบาๆ
“กู๊ดลัคนะเพื่อน”
ต้วนเค่อจุนอายุมากกว่าจางเหวินเซินเจ็ดปีทุกท่วงท่าการแสดงออกล้วนแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายความเคร่งขรึมเยือกเย็นแบบผู้ใหญ่รูปลักษณ์ที่หล่อเหลาเ็านี้ หากมองในสายตาของเกย์แล้วถือเป็สเปกพรีเมียมระดับท็อปอย่างไม่ต้องสงสัย น่าเสียดายที่นิสัยแย่เกินไปหน่อยเพราะแค่คิดถึงผู้ชายคนนี้ขึ้นมา ท้องไส้ก็ปั่นป่วนเหมือนจะะเิออกมาแล้ว
่บ่ายในที่สุดจางเหวินเซินก็ปรับแก้แผนงานจนเสร็จเรียบร้อยเสี่ยวไป๋เองก็ช่วยตรวจสอบให้เขาแล้ว คิดว่าน่าจะราบรื่นไร้ข้อผิดพลาด
จางเหวินเซินเคาะประตูห้องทำงานของต้วนเค่อจุนแต่ไม่มีเสียงตอบรับ ผู้ช่วยที่นั่งอยู่หน้าประตูบอกว่าบอสลุกออกไปได้สักครู่แล้วเดี๋ยวก็คงกลับมา จางเหวินเซินจึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปในห้องตั้งใจว่าจะวางเอกสารแผนงานที่แก้ไขแล้วลงบนโต๊ะ แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือของต้วนเค่อจุนวางอยู่ข้างกันจึงเดาว่าอีกฝ่ายน่าจะไปเข้าห้องน้ำ
ในจังหวะนั้นเองหน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกับมีแจ้งเตือนข้อความเด้งขึ้นมาจางเหวินเซินมองไปโดยไม่ตั้งใจ แม้จะเห็นแค่แวบเดียวแต่ก็ทำให้เขาใแทบหงายหลัง
ภาพหน้าจอล็อกของโทรศัพท์คือรูปภาพของสาวน้อยแสนสวยคนหนึ่งวิกผมสีชมพูบดบังเส้นกรอบกรามอันแข็งแกร่งบนศีรษะสวมที่คาดผมหูแมวที่จางเหวินเซินเพิ่งซื้อมาเมื่อวันก่อนในมือของวีวี่ถือป้ายข้อความสีชมพู ซึ่งใช้ปากกาเมจิกเขียนเอาไว้ว่า
‘ขอบคุณพี่ชาย อาร์คที่รักนะคะ’
นั่นมัน วีวี่...สาวน้อยสตรีมเมอร์เกมที่ฮอตที่สุดในตอนนี้!
แถมรูปนั้นยังเป็รูปที่เขาเพิ่งถ่ายเมื่อวานนี้เองหลังจากที่ได้รับเงินโดเนทหนึ่งหมื่นหยวนเขาก็หยิบป้ายนี้ออกมาเพื่อขอบคุณนายทุนคนนั้น
จางเหวินเซินยกมือขึ้นกุมหัวกรีดร้องอยู่ในใจอย่างไร้สติ ที่แท้ต้วนเค่อจุนก็คือ ‘พี่ชายอาร์ค’ นายทุนสายเปย์ที่สนับสนุนวีวี่มาตลอดโดยมียอดโดเนทรวมๆ แล้วร่วมแสนหยวน!
‘ฉิบหายละ ใครก็ได้ช่วยที’
“นายทำอะไรน่ะ”
ต้วนเค่อจุนยืนกอดอกอยู่ตรงประตูด้วยสายตาที่ไม่เป็มิตรจางเหวินเซินหันกลับมามองต้นเสียงด้วยใบหน้าซีดเผือด
“เอ่อ ขอโทษครับ”พอพูดจบเขาก็วิ่งเผ่นออกจากห้องทำงานโดยไม่หันกลับมามอง
นับั้แ่ที่ช่องไลฟ์สตรีมของวีวี่เปิดตัวขึ้นมา พี่ชายอาร์คก็ครองอันดับหนึ่งบนตารางยอดโดเนทมาโดยตลอดั้แ่เริ่มต้นหลักร้อยหยวน ไปจนถึงเปย์หลักพันหลักหมื่นในภายหลังบางครั้งยามที่จางเหวินเซินขัดสนเงินทองจริงๆเขาจะเปลี่ยนไปสวมชุดบันนี่เกิร์ลท่าไม้ตายก้นหีบที่เอาไว้ตกพวกผู้ชายสายโอตาคุแล้วโชว์สกิลบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าแบบน่ารักๆซึ่งในตอนนั้นหน้าจอจะถูกกระหน่ำไปด้วยเอฟเฟกต์โดเนทจนเต็มหน้าต่างความเร็วในการไหลเข้าของเงินพุ่งทะยานราวกับเสียงเครื่องนับเงินที่ดังพั่บๆๆ
พี่ชายอาร์คย่อมต้องเป็คนที่สนับสนุนมากที่สุดอย่างแน่นอนแถมเขายังมักจะทิ้งข้อความให้กำลังใจวีวี่ซึ่งเป็ถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นละมุนละไมจนทำให้จางเหวินเซินเกือบจะหวั่นไหวให้กับคนๆ นี้
นึกไม่ถึงเลยว่า พี่ชายอาร์คจะเป็ต้วนเค่อจุน
เป็ไปไม่ได้น่า...
คืนนั้นจางเหวินเซินไปบาร์เกย์ร้านประจำเพื่อเยียวยาจิตใจใบหน้าของเขาทั้งเศร้าและดูหดหู่ราวกับโดนคนรักนอกใจมาก็ไม่ปาน
ผู้จัดการบาร์หุ่นล่ำบึ้กยืนเท้าเอวพูดกับเขาอย่างเหนื่อยใจ“เจ๊บอกกี่ครั้งแล้วนังวินเซนต์ ว่าอย่าแต่งหญิงไปหลอกพวกโอตาคุพวกนั้นเจ๊ว่าแกเลิกเหอะวะ”
“ไม่ได้หลอกซะหน่อย มันก็ต่างคนต่างได้ในสิ่งที่ตัวเอง้าไหมล่ะไม่ได้จะพัฒนาไปถึงขั้นมีอะไรกันจริงจังซะหน่อย” จางเหวินเซินถอนใจยาว
พอเห็นท่าทางน่าสงสารของจางเหวินเซินคนอายุมากกว่าก็ใจอ่อน เดินไปบีบนวดไหล่ให้
“เออๆ อย่าเพิ่งหมดอาลัยตายอยากไปเลยบางทีเขาอาจจะเป็แค่แฟนคลับของวีวี่ แล้วแคปหน้าจอเก็บเอาไว้เฉยๆ ก็ได้มันยังไม่มีหลักฐานอะไรที่จะพิสูจน์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าบอสแกคือพี่ชายอาร์คคนนั้น”
จางเหวินเซินชะงักไปครู่หนึ่ง
ก็จริง...แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้
"เอาแบบนี้ไหมล่ะ"ผู้จัดการบาร์ขยิบตาให้เขา "พรุ่งนี้ตอนที่แกเปิดไลฟ์สตรีมก็ลองหยั่งเชิงดูสิว่าบอสของแกใช่พี่ชายอาร์คหรือเปล่า"
ประโยคนี้ราวกับเป็คำสาปแช่งที่วนเวียนอยู่ในหัวของจางเหวินเซินจนกระทั่งเขาดื่มเหล้าจนหนำใจ กลับไปอาบน้ำเสร็จล้มตัวลงนอนบนเตียงแล้วก็ยังคงคิดถึงคำพูดนี้อยู่
หยั่งเชิง...
จะหยั่งเชิงยังไงให้ไม่โป๊ะ?
คืนต่อมา จางเหวินเซินแต่งหน้าเรียบร้อยสวมหูแมวและวิกผมสีม่วงที่เป็ไอเทมสังหารพวกโอตาคุ แล้วกดเปิดหน้าจอไลฟ์สตรีม
“ไฮ้ ฮายย ทุกคนวีวี่กลับมาแล้วค่า" สาวน้อยน่ารักสายโมเอะโบกมือให้กล้อง เอียงคอเล็กน้อยช้อนสายตามองจากด้านล่างดูไร้เดียงสาและน่าเอ็นดูเป็ที่สุด"วันนี้หนูไม่ได้มาเล่นเกมน้าแต่อยากจะมาพูดคุยเื่ในใจกับทุกคนสักหน่อยค่ะ"
ช่องคอมเมนต์ในห้องแชทบนหน้าจอพุ่งทะยานแทบะเิผู้ชมต่างพากันกดส่งหัวใจและสัญลักษณ์อ้อมกอดกันอย่างบ้าคลั่งจางเหวินเซินเหลือบสายตามองลงต่ำคราหนึ่ง ยิ้มแล้วใช้เสียงดัดพูดต่อไปว่า
"ทุกคนกระตือรือร้นกันจังเลยวีวี่รับรู้ได้ถึงพลังแล้วนะคะ วันนี้อยากจะชวนทุกคนคุยว่าในชีวิตจริงของแต่ละคนเนี่ย เป็คนแบบไหนกันบ้างเหรอคะ"
"วีวี่เป็แค่สาวโอตาคุคนหนึ่งประเภทที่ไม่มีใครชอบนั่นแหละค่ะ จริงๆ แล้ววีวี่อยากมีเพื่อนมาโดยตลอดเลยนะ"
"ฮิฮิ บ้าจริงไม่ใช่ว่าอยากมีแฟนสักหน่อย อ้อ ที่อยากคุยเื่หัวข้อนี้ก็เพราะว่าในชีวิตจริงวีวี่ไม่มีเพื่อนเลยน่ะค่ะ นึกภาพตามยากใช่ไหมล่ะคะ เอ๋? นัดเจอเหรอคะ? ไม่ได้หรอกค่ะวีวี่เป็พวกกลัวแสงแดดน่ะสิ อื้อ...คุณแมวอ้วนสายฟ้าบอกว่าถ้าอยากมีเพื่อนต้องเปิดอกเปิดใจใช่ไหมคะ ตายแล้ว ไม่ใช่เสื้อชั้นในสิคะหมายถึงหัวใจต่างหากเล่า"
"อ๊ะ จริงๆแล้ววีวี่มีอาการกลัวสังคมนิดหน่อยค่ะ แต่วีวี่ก็อยากมีเพื่อนมีใครยินดีมาเป็เพื่อนรู้ใจของวีวี่บ้างไหมคะ"
มุมบนซ้ายของหน้าจอปรากฏแอนิเมชันระบบอันงดงามตระการตามีคนโดเนทเงินจำนวนไม่น้อย พร้อมกับมีข้อความแนบมาว่า
พี่ชายอาร์คสนับสนุนเงิน 5,000 หยวน
ข้อความ:ผมจะมีเกียรติพอที่จะเป็เพื่อนของคุณได้ไหมครับ
จางเหวินเซินยิ้มให้หน้าจอ ใช้ชายเสื้อบังริมฝีปากเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกำกวมละมุนละไม
"แน่นอนว่ายินดีค่ะวีวี่อยากเป็เพื่อนกับคุณมากๆ เลยนะคะ"
ไลฟ์สตรีมในค่ำคืนนี้สร้างสถิติจำนวนผู้เข้าชมสูงสุดนับั้แ่ที่วีวี่เปิดช่องมาหลังจากนั้น จางเหวินเซินก็เปิดช่องทางส่วนตัวแล้วทำการสุ่มดึงแฟนคลับคนหนึ่งเข้ามาร่วมพูดคุยในไลฟ์สตรีมของตัวเอง