หลังจากนั้นพวกเขาก็ดูเหมือนจะสนิทกันมากขึ้นอีก
คนในห้อง ม.2/D เริ่มหมั่นไส้อมเรศยกเว้นก็แต่พิธานที่ดูเข้าอกเข้าใจและไม่เคยคอมเมนต์ถึงเรื่องส่วนตัวของเพื่อน
และแล้วในวันพุธหนึ่งของเดือนกรกฎาคมซึ่งห้อง ม.2/Dมีเรียนวิชาภาษาอังกฤษในวันนี้--
ฉัตรสุดาเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งในห้องมาเลียบ ๆ เคียง ๆ พูดกับเขาก็คงอยากรู้อยากเห็นตามประสา
“อาจารย์เขาหล่อล่ะซี่ไม่สิ ๆ สวยต่างหาก ชอบล่ะสินะแบบนั้นน่ะ”
เด็กสาวนั่งเรียนอยู่ข้างหน้าเขาในห้องเรียนประจำเขาหลีกเลี่ยงไม่ตอบคำถามของฉัตรสุดาไม่ได้เลย
“นักเรียนหญิงพวกรุ่นพี่น่ะชอบอาจารย์กฤตธีราเยอะเหมือนกันนะนักเรียนชายก็คิดว่าพอมี แต่ดูอาจารย์แกจะไม่เคยสนใจใครเลย นอกจากอำนี่แหละน้า”
“...”
“อ่า อำน่ะไม่ค่อยถูกกับครูในโรงเรียนสินะแต่ก็คงมีข้อยกเว้น”
“...”
“อาจารย์เขาแต่งงานหรือยังเหอะมีลูกมีเมียหรือเปล่า”
“ฉัตรสุดาฉันว่าเธอพูดมากไปแล้ว” คนที่ช่วยอมเรศปรามฉัตรสุดาให้คือพิธาน
“ขอบใจมาก” เขากระซิบกับเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ
“ไม่เป็นไรเพื่อน”พิธานว่า
“เฮ้อ--” ฉัตรสุดาถอนหายใจออกมา เพื่อนนักเรียนหญิงส่งสายตาเขียว ๆมาทางเขาเหมือนติดจะรำคาญ “...ก็บอกอาจารย์เขาไปสิ ว่าเธอชอบ”
"..."
"ถ้าเธอไม่บอกฉันจะบอกให้เองไว้ให้ถึงชั่วโมงตอนบ่ายก่อนแล้วกัน"
“...”
“น่า…เธอชอบอาจารย์ล่ะสิ อย่าให้พ่อกับแม่เธอรู้นะ”
“เฮ้ย !”
…
..
.
ฉัตรสุดาจะทำให้เขาเครียดไปถึงไหนอมเรศคิดว่าเพื่อนหญิงก็คงแกล้งเอาสนุก แต่เขาไม่สนุกด้วยเลยแฮะไอ้เรื่องแบบนี้มันใช่เรื่องที่ควรพูดป้ะ ? ...ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
กฤตธีรามาสอนที่ห้องของเขาในคาบที่ 5
อมเรศรู้สึกรำคาญพวกกลุ่มหัวหน้าห้องที่ชอบแซวครูซะจริงเท่านั้นยังไม่พอเมื่อชั้นเรียนของเขามีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เป็นหลานของผู้บริหารเสียอีก! ครูทุกคนชอบหมอนั่นมากกว่าเขาแน่นอนล่ะ อย่างน้อยเชลียร์ไว้ก็ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนแต่เชลียร์แม่หรือพ่อเขาไปนั้นเปล่าประโยชน์ไงล่ะ
กฤตธีรานั้นคุยกับไอ้หมอนั่นและเด็กกลุ่มอื่นมากกว่าเขาและพิธานเสียอีกถ้าพูดให้ถูกคือ ไม่เคยเดินมาตรงนี้บ้างเลย แต่ท่าทางวันนี้คงแปลกออกไปเพราะตอนหมดคาบเขาเก็บของลงกระเป๋าเตรียมจะย้ายห้องไปเรียนวิชาอื่นตอนนั้นที่มือของฉัตรสุดาชูขึ้นกลางอากาศ “อาจารย์ขา !”
“อาจารย์ขาหนูมีเรื่องจะบอก”
“เฮ้ย ไม่ต้องเลยน่ะ !”เขารีบตวาดเพื่อนหญิงตามสัญชาตญาณพยายามเอามือของเขาจับแขนหล่อนให้เอาลง
“หืม ?” แต่มันไม่ทันซะแล้วเมื่อกฤตธีรามองมา ยัยฉัตรสุดายังไม่สาแก่ใจ เมื่อหล่อนลุกขึ้นทั้งตัวชูมือหย็อย ๆ แบบต้องการให้ครูมาตรงนี้จริง ๆ
“เชี่ย” พิธานพูดเบา ๆ มองหน้าอมเรศแล้วสั่นหน้าไปมาแบบช่วยไม่ได้จริงแท้
“!!!” อมเรศอ้าปากค้างเขาพยายามทุกวิถีทางจะให้ฉัตรสุดาหยุดคนในห้องยังอยู่เยอะเกินไป และพวกนั้นบางส่วนเริ่มหันมามองตรงโต๊ะฝั่งริมประตูแถวหลังนี่
“มีอะไรเหรอครับฉัตรสุดา”มันคงไม่ทันแล้วจริง ๆเมื่อกฤตธีราเดินเข้ามาหานักเรียนหญิงผมสั้นที่ชอบติดกิ๊บแบบเปิดเถิก ทำผมพอง ๆแต่สายตาเหลือบมาทางเขา และโฟกัสที่เจ้าหล่อนตามเดิม
“อาจารย์กฤตธีราคะ อมเรศชอบอาจารย์มากเลยค่ะ”
‘ไอ้ฉิบ…’ เขานึกด่าเพื่อนในใจ แย่ชะมัดเลย แกล้งแบบนี้คือโคตรแย่เขาไม่รู้ว่าถ้ากฤตธีรารู้ความจริงนั้นสิ่งที่เขาได้รับจะคือการตอบรับหรือปฏิเสธแต่เห็นทีจะเป็นอย่างหลัง…
“อ่า--คือผม--เปล่า--”อมเรศหาเสียงของตนเองไม่เจอ เขาพยายามคิดค้นคำปฏิเสธ (ทั้งที่มันเป็นความจริง) เขาไม่กล้าพูดไปหรอก--ไม่กล้าจริง ๆ
อมเรศรู้ตัวเองดีและเจียมตัวเองอยู่เสมอสิ่งนี้มันมากเกินไป เขาไม่รู้ว่ากฤตธีรามีมุมมองที่ดีต่อแม่และพ่อของเขาหรือไม่เพราะฉะนั้นเขาไม่อาจคาดหวังให้มันเกินตัว
แต่สิ่งที่ได้กลับมาเป็นปฏิกิริยาตอบกลับกับคำพูดนั้นของแม่สาวฉัตรสุดานั่นคือการที่สายตาสีน้ำตาลเทามองเขาเหมือนค้นหาคำตอบนั้น อมเรศพยายามส่ายหน้าว่า “ไม่ ๆ”
กฤตธีรายิ้มจังหวะนั้นเดินมาผ่านเขาที่ยืนตัวเกร็งคนอายุมากกว่าใช้โอกาสที่จะออกจากห้องเรียนทางประตูหลังพูดกับเขาเบา ๆ แค่ให้ได้ยินกันสองคนว่า
“จะให้ครูเชื่อเธอว่าไม่ จริงเหรอ ? ไม่”
อมเรศนั่งลงกับเก้าอี้อย่างหมดแรงตอนที่ฝ่ายนั้นเดินจากไปแล้ว “โอ--แย่ละ”
พิธานมองหน้าฉัตรสุดาเด็กสาวจอมเสี้ยมหัวเราะคิกคัก "เขินเหรออำ น่า--แกล้งเธอเนี่ยสนุกจริง ๆ ฮิ ๆ"