ตอนที่29 รับสมัครฝ่ายบัญชี
เจมส์รู้สึกไม่ต่างจากเจ้าโง่ทอย ไอศกรีมของอมีเรียมีรสชาติละมุนลิ้น หวานกลมกล่อม มีกลิ่นหอมของแตงโม เพียงแค่ใส่วัตถุดิบทุกอย่างลงในเครื่อง กดแล้วรอไอศครีมไหลลงถ้วย ช่างเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สะดวกสบายเสียจริงถึงแม้แตงโมที่ถูกนำมาทำไอศกรีมจะเป็นของเหลือ หรือเกรดต่ำ แต่คุณภาพของเนื้อไอศกรีมกับอร่อยไม่ต่างจากร้านดังในห้างที่ขายราคาแพง ราวกับว่ามันดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาทั้งหมด เกิดเป็นความอร่อยยากเกินบรรยาย“สมแล้วที่เป็นสิ่งประดิษฐ์จากศตวรรษที่ 41 สะดวกสบาย มีรสชาติอร่อย” เจมส์กล่าวชมหลังจากกินไอศกรีมไปจนหมดถ้วย“ฮ่าฮ่า แหงสิครับ นั่นคือศตวรรษที่ 41 หากเทียบกับเทคโนโลยีในปี 2010 ที่นี่ไม่ต่างจากเครื่องเล่นในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ไม่มีใครเหลียวแล นำมาเทียบกันไม่ได้หรอก ขออีกถ้วยครับ” ทอยกินจนเลอะปากแล้วยื่นถ้วยมาขอไอศกรีมใหม่เจมส์ไม่ขัดข้องกดไอศกรีมให้เจ้าโง่ จากนั้นถามคำถามว่า “แล้วนายทำอะไรบ้าง นอกจากช่วยถือนั่นถือนี่ เป็นเพื่อนกินข้าวเวลาเหงา มีแรงเยอะกว่าคนปกติ”เนื้อเรื่องหลักกล่าวถึงเจ้าหนูโฮยอนเป็นหลัก ในเรื่องแทบไม่กล่าวถึงหุ่นเจ้าโง่แบนเนอร์ โผล่มาสองสามหน้ากระดาษแล้วหายไป เจมส์จึงอยากรู้ว่ามีส่วนไหนบ้างที่ไม่ได้อธิบายไว้ในหนังสือทอยตอบขณะตักไอศกรีมเข้าปาก “ผมสามารถปะปนอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ อ่านออกเขียนได้ ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องพัก แถมตรงส่วนนั้นยังเหมือนมนุษย์ มีเลือดสังเคราะห์สูบฉีด อ้อแต่ผมไม่สามารถประดิษฐ์ของเจ๋งๆ อย่างคนที่สร้างผมได้หรอกนะครับ นอกจากนั้นยังเล่านิทานในฐานข้อมูลจากศตวรรษ 41 ที่มีมากกว่าคลังสมุดบนโลกปี 2010”เจมส์ยิ้มเจื่อนสรุปเจ้าโง่ทอยเป็นอย่างหนังสือไม่มีผิดเพี้ยน นอกจากพละกำลัง เพื่อนเล่น คู่นอน หมอนี่ยังเล่านิทานให้เด็กฟังก่อนนอนได้ พูดภาษาได้ทั้งหมด นับว่ามีประโยชน์ไม่น้อย แต่ไม่สามารถช่วยสร้างสิ่งประดิษฐ์จากศตวรรษที่ 41 ได้“ขออีกถ้วยครับ”คืนนั้นเจมส์ไม่ได้กลับไปนอนบ้าน เนื่องจากมันดึกมากแล้วกลับไปเกรงว่าจะรบกวนที่บ้านเสียเปล่าๆ โดยเฉพาะห้องไม่ได้กั้นห้องใครห้องมัน แต่เป็นแบบตู้เสื้อผ้าวางเรียงปิดไว้เล่นๆ จึงนอนอยู่บนเรือ'AMERIA'แทน โดยมีทอยนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนด้านนอกตลอดคืน ไม่ต้องเหงาคนเดียวจะว่าไงดีเจ้าโง่ทอยอ่านหนังสือเสียงดังมาก โชคดีห้องเก็บเสียงได้ดี หากไม่งั้นเจมส์คงต้องบ่นสักหน่อยแน่นอนว่าตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่บนผิวน้ำแต่ซ่อนอยู่ใต้น้ำ ใช้โหมดเรือดำน้ำจอดเรือแน่นิ่งกลางทะเล..............เช้าวันต่อมาเจมส์มีสีหน้าสดใส อาจเป็นผลจากเซรุ่มหมายเลข 1 กับเตียงนอนนุ่มๆ ราคาแพงต่างจากที่บ้าน ทำให้นอนหลับสบาย ไม่ต้องตื่นฝันร้ายกลางดึก“เจ้านาย เช้านี้ทานอะไรดีครับ” ทอยถามเมื่อเห็นเจมส์เดินออกมาจากห้องด้านในในสภาพถือผ้าห่มผืนยาว เขาตอบกลับไปว่า “อะไรก็ได้”“จัดให้ครับ” ทอยพยักหน้า รีบเข้าครัวทำอาหาร โดยวัตถุดิบหลักคือสัตว์ทะเลที่จับได้ในระหว่างนั่งรออาหาร เจมส์เข้าไปในกลุ่มคนพัทยา โพสต์ว่าวันนี้มีไอศกรีมผลไม้ รับรองทานแล้วจะต้องถูกปากติดใจนั่งเล่นโทรศัพท์ราว 10 นาที กลิ่นเหม็นไหม้ฟุ้งจากครัวด้านในปะทะจมูก เจมส์ขมวดคิ้วมุ่น รีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปดูว่าเจ้าโง่กำลังทำอะไร“เจ้านาย รีบเดินมาทำไมครับอาหารยังไม่เสร็จเลย”สิ่งที่เห็นอยู่ในเตาไม่ใช่อาหารสำหรับเจมส์ จะเรียกว่าอะไรดีละมันดูราวกับของเสียในถังขยะมากกว่า แถมยังดำปี๋ไม่น่ากินเลยสักนิด“ทำอะไรของนาย”“ก็เจ้านายสั่งเองไม่ใช่เหรอครับให้ผมทำอาหาร แถมยังเป็นเมนูไหนก็ได้ นี่ไงครับกำลังทำอยู่เลย” ทอยไม่ได้มีท่วงท่าของเชฟ เขากำลังโพสต์ท่าโง่ๆ ในขณะปล่อยให้เตาไหม้พร้อมกับอาหารสีดำเจมส์เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนบอกไปอย่างนั้นจริงๆ ให้ตายสิคงเป็นเพราะเพิ่งตื่นนอนเลยเบลอ ลืมไปเลยว่าเจ้าโง่ทำอาหารไม่เป็น“นายกินเองแล้วกัน อ้อแล้วคราวหลังไม่ต้องทำนะ”“เอ๋...ทำไมละครับ สีสันน่ารับประทานออก ไม่ลองชิมหน่อยเหรอครับ”“ผมไม่อยากเข้าโรงบาล”“เจ้านายไม่สบายเหรอครับ”“เปล่า”“ถ้างั้นแล้วเป็นอะไรละครับ หรือว่าอาหารของผมมันแย่มาก ไม่มั้ง...สีสันก็ออกจะน่ากิน ไม่ได้การ เย็นวันนี้เข้าร้านผมจะให้พวกเขาได้ชิมฝีมือทำอาหารของผม ดูสิจะพูดว่ายังไง”เจมส์รู้สึกพลาดขึ้นมา และนึกสงสารผู้เคราะห์ร้ายในร้าน ไม่รู้ว่าหลังจากนี้เจ้าโง่จะรังสรรค์เมนูอะไรขึ้นมา และมันคงเปล่าประโยชน์ที่จะห้าม ดีไม่ดีอาจถึงขั้นถูกบังคับกิน..............ร้านหมูกระทะนายเจมส์ถูกพูดถึงกันให้แซดในโลกโซเชียล คนในพื้นที่มาลองกินกันหมดแล้ว เสียงวิจารณ์เป็นในเชิงบวก ทำให้ใครหลายคนที่อยู่ในเมืองพัทยาอยากลองไปทานดูสักครั้ง รวมถึงคนจังหวัดอื่น ไม่เว้นแม้แต่ยูทูปเบอร์ในกรุงเทพฯและด้วยความที่ร้านได้รับความสนใจจากบรรดายูทูปเบอร์ ไม่นานร้านหมูกระทะนายเจมส์ก็ถูกรีวิวผ่านคนดัง กลายเป็นร้านหมูกระทะที่มาพัทยาแล้วต้องทานให้ได้.......วันนี้เจมส์นั่งดูสมุดรายรับรายจ่ายของร้านพบว่ามันค่อนข้างยุ่งเหยิง เขาไม่ได้เรียนด้านบัญชีมาโดยตรง ตัวเลขพวกนี้พอมองดูจึงชวนเวียนหัวนั่นจึงทำให้เจมส์คิดว่าสมควรจ้างพนักงานบัญชีโดยตรง หากไม่งั้นถึงร้านจะขายดิบขายดี แต่กำไรมีหรือเปล่าก็คงไม่รู้แน่ชัดสมัยนี้แค่โพสต์อะไรนิดหน่อยลงบนอินเตอร์เน็ตก็มีคนสนใจแล้ว โดยเฉพาะการเปิดรับสมัครพนักงาน แทบจะแย่งกันสมัครเลยเชียวนักศึกษาจบใหม่ไม่มีใครอยากรับ พวกไม่มีประสบการณ์ เงินเดือนสูงหางานทำได้ค่อนข้างยาก แก้มบุ๋มเป็นหนึ่งในกลุ่มคนว่างงาน จบปริญญาตรีด้านบัญชีโดยตรงจบมาแทนที่จะหางานทำได้ แต่ให้ตายคนเรียนบัญชีเยอะจริงๆ ไม่ต้องพูดถึงว่ามันล้นตลาด ลำพังแค่ไปสมัครแล้วถูกตัดหน้าด้วยเส้นสายก็ช้ำใจพอแล้วแก้มบุ๋มจึงต้องช่วยแม่ขายขนมห่อที่ตลาดไปก่อน แรกเริ่มคิดว่ามันน่าจะใช้เวลาเดือนสองเดือนในการหางานทำ แต่ให้ตายงานเดี๋ยวนี้หายากจริงๆ ผ่านมาหนึ่งปีแล้วแก้มบุ๋มยังแช่อยู่ที่เดิมวันนี้ในระหว่างนั่งเล่นโทรศัพท์ขายขนมห่อช่วยแม่ที่ตลาดตอนเช้า บังเอิญเจอโพสต์ในกลุ่มคนพัทยา ร้านหมูกระทะนายเจมส์รับสมัครนักศึกษาจบด้านบัญชีหนึ่งคน ค่าแรงเดือนละเก้าพันบาทสำหรับวุฒิปริญญาตรีเงินเดือนแค่เก้าพันบาทมันค่อนข้างน้อย เมื่อก่อนแก้มบุ๋มอาจจะคิดอย่างนั้นสมัยที่ยังเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย เคยวาดฝันว่าต้องได้เงินเท่านั้นเท่านี้ แต่ในโลกความจริงขอแค่ให้มีงานทำก็ดีถมไปหล่อนยังต้องจ่ายหนี้กู้ยืมกยศ. ไหนจะมีแม่แก่ๆ ต้องเลี้ยงดู รวมถึงน้องสาวอีกสองคน ภาระหน้าที่ของพี่คนโตค่อนข้างหนัก ซ้ำร้ายพ่อยังป่วยอิดออด จะตายวันไหนยังไม่รู้เลยดังนั้นพอเห็นโพสต์ประกาศรับสมัครงาน แก้มบุ๋มจึงไม่ลังเลติดต่อไป ถึงเงินจะน้อยแต่ก็ยังดีกว่าช่วยแม่ขายขนมห่อในตลาด..... ......วันเสาร์เป็นวันที่เจมส์ได้พักเรื่องเรียน ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันนัดสัมภาษณ์ผู้เข้าสมัครด้านบัญชีในร้านไปโดยปริยายมีผู้สมัครด้วยกันถึง 5 คน โดยส่วนหนึ่งเป็นนักศึกษาจบใหม่ อายุค่อนข้างน้อยแต่ถือว่าเป็นพี่เจมส์ครั้นเห็นเจ้าของร้านอายุน้อยกว่าตน หนึ่งในนั้นค่อนข้างมีท่าทีดูแคลน เอ่ยขึ้นว่า“นี่น้องชาย เงินเดือนแค่เก้าพันบาทต่อเดือนมันน้อยไปหน่อยไหม พี่จบด้านบัญชีมาโดยตรงนะ ไม่ใช่ขี้ๆ เหมือนพวกโง่ที่จบแค่ม.3 หรือม.6 เงินเดือนแค่เก้าพันมันจะไปพอได้ยังไง”นั่นคือหนึ่งในผู้สมัคร ท่าทางไม่เกรงใจนายจ้าง พูดจาไม่มีหางเสียงสงสัยคงเพราะเห็นอายุน้อยกว่าตน“เงินแค่นั้นวันเดียวฉันก็หาได้แล้ว ทำไมนายต้องขี้เหนียวด้วยละ อีกอย่างหนึ่งได้ยินว่าร้านนี้ขายดีจนกลายเป็นที่รู้จักไปทั่ว คืนนึงคงฟันกำไรอื้อซ่า ว่าไงจะเพิ่มเงินเดือนให้สักห้าหมื่นได้ไหม”รายที่สองออกจะคุยโม้เกินไปแล้ว ถ้านายทำงานวันเดียวได้เงินเก้าพันจริง คงไม่ถ่อมาสมัครงานร้านหมูกระทะหรอก....เจมส์จิกกัดในใจส่วนอีกสองคนมารยาทค่อนข้างดีกว่า แต่พวกเขาพักอยู่ไกลจากร้านมาก เจมส์จึงต้องปัดตกไปก่อนคนสุดท้ายเป็นผู้หญิงคนเดียวที่มาสมัคร หล่อนตัวค่อนข้างเล็ก สูงราวร้อยหกสิบเซนติเมตร หน้าอกคัพบีขนาดเหมาะมือ ใบหน้ารูปไข่ ริมฝีปากเผยรอยยิ้มหวาน สองแก้มเป็นบุ๋มลึกดูน่ารัก“คุณสามารถเริ่มงานได้วันไหน” เจมส์ถามผู้สมัครคนสุดท้าย“พรุ่งนี้ค่ะ”“แล้วคุณมาทำงานแบบนี้ ใครจะช่วยแม่ของคุณขายของเหรอครับ”“แม่ทำขนมขายในตลาดแค่ตอนเช้าค่ะ ฉันมีเวลามากพอก่อนมาที่นี่ มันไม่เป็นปัญหาสำหรับการทำงาน”“แล้วคุณมีแฟนหรือว่าแต่งงานแล้วครับ”“โสดค่ะ”“โอเคครับ”จากการสัมภาษณ์หล่อนพักอยู่ไม่ไกลจากร้านมาก นั่งรถไม่ถึงยี่สิบนาทีก็มาถึงแล้ว แถมคำพูดคำจายังดูน่าฟังกว่าสี่คนก่อนหน้า เจมส์จึงตัดสินใจเลือกหล่อนเข้าทำงาน