"เราคิดว่าวิธีนี้เป็วิธีที่ดีที่สุดแล้วล่ะหรือว่านายคิดว่ามีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ แต่เราไม่เห็นด้วยเลยนะกับการจับิญญาท่านใส่หม้อถ่วงน้ำ เพราะนั่นเป็การสร้างความอาฆาตแค้นให้กับดวงิญญาของท่านมากขึ้น ซึ่งการปลดปล่อยดวงิญญาจะทำให้ดวงิญญาของคุณแม่หลุดพ้นจากความทรมานที่ท่านเคยทำไว้กับเราสองคน หากเมื่อนายและเราต่างอโหสิกรรมให้ท่านผลบุญนี้ก็จะส่งให้ท่านได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี เราคิดว่าวิธีนี้แหละดีที่สุดแล้วจริงๆ"
"แล้วแต่นายเลยละกันเราไม่ขัดข้องอยู่แล้ว ขอให้ดวงิญญาของคุณนภาไปสู่ภพภูมิที่ดีเพียงเท่านี้เราก็สบายใจละ ที่บอกว่าสบายใจก็เพราะเราจะได้ไม่ต้องหวาดกลัวกับความน่ากลัวของท่านอีก นายคงไม่ว่าเรานะทิชา"
จากคำอธิบายของชายคนรักดาราหนุ่มจึงมีรอยยิ้มขึ้นที่ใบหน้าพร้อมกับซบศีรษะลงที่ไหล่กว้างของชายคนรักด้วยความสบายใจแล้วทั้งคู่ก็นอนหลับตามปกติเช่นทุกคืน
โดยที่ทั้งสองได้วางแผนกันว่าเช้าวันรุ่งขึ้นจะเดินทางไปที่วัดเพื่อทำพิธีการปลดปล่อยดวงิญญาของคุณนภาให้ไปสู่สุคติ
วันรุ่งขึ้น
ระหว่างเดินทางไปที่วัดที่จะทำพิธีการปลดปล่อยดวงิญญาคุณนภา รถก็เกิดชะลอความเร็วลงแล้วจอดสนิทอย่างไร้สาเหตุ ซึ่งดาราหนุ่มพยายามสตาร์ทรถยนต์ใหม่หลายครั้งเพื่อให้รถยนต์ติดตามเดิมแต่ก็ไม่สามารถทำได้และสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเบาะด้านหลังคนขับได้ปรากฏร่างของคุณนภาที่มีความสยดสยองน่ากลัวพร้อมกับร้องแผดเสียงดังก้องรถอย่างน่าขนลุก
"ฉันจะไม่ยอมไปผุดไปเกิดเด็ดขาด ถ้าแกสองคนคิดจะคบกันอยู่ ฉันจะทำทุกวิถีทางให้ไอ้พ่อค้าหนุ่มตายตามฉันไปให้ได้ ฮาๆๆ"
ทันใดนั้นดาราหนุ่มก็รีบหยิบพระพุทธรูปในช่องเก็บของหน้าคอนโซลรถออกมาแล้วส่งให้ชายคนรักยื่นไปทางเบาะท้ายหลังคนขับอย่างรวดเร็ว
จังหวะนั้นคุณนภาก็แผดเสียงร้องด้วยความเ็ปทรมานแล้วเลือนหายไป จากนั้นรถยนต์ก็สตาร์ทได้ตามปกติ ดาราหนุ่มจึงรีบขับต่อไปยังสถานที่ประกอบพิธีไม่รอช้า
ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ทั้งสองเดินทางมาถึงกุฏิหลวงพ่อที่จะทำพิธีกรรมการปลดปล่อยดวงิญญาของคุณนภาให้แก่พวกเขา
พิธีกรรมก็ทำตามปกติดีแต่จู่ๆ ก็มีลมกระโชกแรงพัดกระหน่ำจนกุฏิไม้หลังเก่ามีอาการโยกเยกและสั่นะเืตามแรงลมอย่างไม่เคยเป็มาก่อน อยู่เฉยๆ ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องแผดเสียงดังไปทั่วกุฏิไม้หลังเก่านั้นอย่างน่าขนลุกแล้วทันใดการสวดภาวนาของหลวงพ่อรูปเดิมก็แสดงอภินิหารมีแสงสว่างเจิดจ้าลุกท่วมกุฏิอย่างมหัศจรรย์ ทันใดนั้นเสียงแผดร้องของคุณนภาก็เงียบลง สายลมกระโชกแรงก็ได้หายไปอย่างประหลาดเช่นกัน จนดาราหนุ่มและพ่อค้าหนุ่มต่างใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกันก็ปรากฏร่างของคุณนภาในชุดสีขาวยืนอยู่ในกุฏิบริเวณด้านหน้าของพวกเขาซึ่งอากัปกริยาของคุณนภามีความแตกต่างจากตอนที่เป็ดวงิญญาภายนอกกุฏิเป็อย่างมาก
"งานนี้แม่คงต้องยอมลูกจริงๆ แม่แพ้ความรักที่ใสบริสุทธิ์ของลูกทั้งสองที่มีต่อกันแล้ว มันได้ทำลายความเกลียดชังของแม่ไปจนหมดสิ้น แม่ขอบใจลูกทั้งสองมากนะที่ยังให้โอกาสแม่ได้ไปสู่ภพภูมิที่ดีกว่าหรือไม่ เื่นี้แม่ไม่ได้กังวลแล้วล่ะ ตอนนี้แม่อยากบอกว่าแม่มีความสุขที่สุดที่ได้เห็นจิตใจเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อความรักของลูกที่มีต่อคนรักของลูกและมีต่อแม่ จนแม่รู้สึกผิดกับการกระทำที่ผ่านมาของแม่ ตอนนี้ก็ได้เวลาของแม่แล้วแม่ขออวยพรให้ลูกทั้งสองคนจงมีความรักที่ดีต่อกันแบบนี้ตลอดไป ไม่ว่าจะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหนขอให้ลูกทั้งสองรักกันและฟันฝ่าอุปสรรคร่วมกันต่อไปให้ได้นะ
แม่อาจเป็อุปสรรคของลูกเพราะอยากให้ลูกได้สิ่งที่ดี อยากให้ลูกได้สิ่งที่คู่ควรแต่แม่ไม่เคยรักใครเท่าลูกเลยนะ จันทร์เองแม่ก็ขอฝากดูแลน้องให้ตลอดนะลูก อยู่ด้วยกันรักกัน มีความสัตย์ซื่อต่อกันแบบนี้ตลอดไป ขอให้ลูกทั้งสองโชคดีนะแม่ไปละนะจ๊ะ
ดิฉันกราบขอบพระคุณหลวงพ่อมากนะคะที่ช่วยดิฉันให้หลุดพ้นจากความทุกข์ที่เป็บ่อเกิดแห่งความเกลียดชังทั้งหลายทั้งมวล ดิฉันรู้สึกอิ่มกับผลบุญที่หลวงพ่อสวดแผ่ถึงดิฉันนะคะ ดิฉันขอกราบนมัสการลาค่ะ..." คุณนภาลงนั่งพับเพียบจับมือลูกชายและมือของจันทร์เข้าไปประคองที่ตักของหล่อนแล้วพูดถึงความรู้สึกของตัวเองต่อบุตรชายทั้งน้ำตา หลังจากที่หล่อนกล่าวกับบุตรชายทั้งสองคนเสร็จสิ้นจึงหันกลับไปกราบขอบคุณหลวงพ่อที่ช่วยเหลือหล่อนจนหลุดพ้นความทุกข์
"เจริญพรนะโยม กรรมคือการกระทำ ทำดีได้ดีนะโยม"
จากนั้นดวงิญญาคุณนภาก็เลือนหายไปทางหน้าต่างกุฏิ เมื่อทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติดาราหนุ่มและพ่อค้าหนุ่มจึงกราบลาหลวงพ่อและเดินทางกลับบ้านไปเพื่อเริ่มต้นชีวิตคู่ที่สมบูรณ์ขึ้นตามความเห็นของคุณนภา
จันทร์ จันทร์หอม
จากเหตุการณ์ร้ายๆ ที่เกิดขึ้นกับดาราหนุ่มและแฟนหนุ่มที่เป็เพียงพ่อค้าขายผักในตลาดของเจ๊หยก คนทั้งคู่มีความรักที่ซื่อตรงและซื่อสัตย์ต่อกันมาโดยตลอด จนกระทั่งชนะใจคุณนภาได้ในที่สุดและดวงิญญาของคุณนภาเองก็ถูกปลดปล่อยไปสู่ภพภูมิที่ดีสำหรับหล่อนต่อไป