เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก

    เล่มที่ 6 บทที่ 161 การฟื้นฟูระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย [1]

            เพียงมีภาพตัดกระดาษสีแดงประดับหน้าต่างบ้านพักยุวชนก็ดูสดใสแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

            ยามที่พวกเขาช่วยกันติดกระดาษลายหน้าต่างและคำอวยพรซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงก็มาร่วมแรงร่วมใจด้วยไม่ห่าง

            ครั้นถึงคราจัดงานเลี้ยงมงคลนอกจากซูเจียวเจียวแล้ว ป้าหวัง ป้าลู่ จางเหม่ยจวี๋ และหลี่จิ้งเซียนก็ยังมาช่วยจัดเตรียมสำรับจนเต็มโต๊ะใหญ่ถึงสองตัว

            เดิมทีจ้าวอวี้เฟินคิดว่าคงมีคนไม่มากแต่กลับกลายเป็นว่าต้องจัดโต๊ะถึงสองโต๊ะ โต๊ะหนึ่งสำหรับชาวยุวชนและอีกโต๊ะสำหรับป้าหวัง ป้าลู่ จางเหม่ยจวี๋ และหลี่จิ้งเซียน

            เป็นเพราะหลี่จิ้งเซียนกับจ้าวอวี้เฟินต่างก็เป็นศิษย์ของซูเจียวเจียวจึงได้สนิทสนมกันไปโดยปริยาย พวกเธอจึงถูกเชิญให้มาร่วมงานด้วยกัน

            ลานบ้านพักยุวชนคึกคักไปด้วยผู้คนจนกระทั่งเกือบสี่ทุ่มผู้คนจึงเริ่มทยอยกันแยกย้ายกลับไป

            เซียวหยวนหมิงกับซูเจียวเจียวจูงมือกันเดินกลับบ้านไปตามทางสายเปลี่ยวสายลมยามค่ำคืนพัดโชยมาปะทะกาย

            ลมหนาวในเดือนสิบสองเย็นเยียบแต่ซูเจียวเจียวรู้สึกอบอุ่นทั่วสรรพางค์กายเพราะจิบเหล้าข้าวไปไม่น้อยใบหน้าขาวนวลจึงแต้มด้วยสีแดงเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์

            “มาเถอะ ผมจะแบกคุณกลับบ้าน” เซียวหยวนหมิงก้าวไปข้างหน้าแล้วย่อตัวลงตรงหน้าซูเจียวเจียว

            น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนราวสายน้ำที่หลั่งรินผสานกับเสียงลมยามค่ำคืน ร่วงหล่นสู่โสตประสาทของซูเจียวเจียวราวกับเสียงดนตรีที่ชวนมึนเมา

            ซูเจียวเจียวหัวเราะอย่างมีความสุขแล้วโผเข้ากอดแผ่นหลังของเซียวหยวนหมิง “ดีเลยค่ะ”

            เซียวหยวนหมิงแบกเธอขึ้นหลังแล้วค่อยๆ เดินไปตามทางชนบทเบื้องหน้า ดวงจันทร์เต็มดวงส่องแสงนวลตาขับไล่ความมืดมิดให้เจือจางลงไปได้ไม่น้อย

            ซูเจียวเจียวซบอยู่บนแผ่นหลังของเขารู้สึกได้ถึงความกว้างขวางและอบอุ่น ราวกับเป็นปราการที่แข็งแกร่งให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างยิ่งยวด ราวกับว่าเพียงแค่มีเขาอยู่ข้างกายเธอก็ไม่จำเป็นต้องหวาดหวั่นสิ่งใดอีก

            ซูเจียวเจียวยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยแล้วรำพึงออกมาแผ่วเบา “อาหมิง ฉันดีใจจริงๆที่ได้พบคุณ”

            เซียวหยวนหมิงหัวเราะ“เจียวเจียวคนซื่อการได้พบคุณต่างหากคือความโชคดีที่สุดในชีวิตของผม”

            “ไม่… ไม่ใช่หรอกค่ะ” ดวงตาของซูเจียวเจียวแดงก่ำน้ำเสียงพลันสั่นเครือ “ฉันไม่ดีเลยฉันไม่ได้ดีอย่างที่คุณคิดหรอกค่ะ…”

            ชาติที่แล้วเธอมันโง่เขลาเหลือเกินเพียงเพราะไม่ยอมรับการถูกครอบครัวทอดทิ้งและเนรเทศออกไปชนบทจึงได้แต่หมกมุ่นอยู่กับการกลับเข้าเมืองหลวงเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นถึงความเก่งกาจของตนแต่กลับละเลยคนข้างกายไปอย่างสิ้นเชิง

            หากฟ้าดินไม่ประทานโอกาสให้ซูเจียวเจียวได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งละก็เธอคงไม่มีโอกาสชดเชยให้เขาเลย

            เมื่อเซียวหยวนหมิงได้ยินเสียงสั่นเครือของซูเจียวเจียวก็รีบวางเธอลงทันที มองดวงตาสีแดงก่ำของเธอที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตาเม็ดใส

            สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเขายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของซูเจียวเจียวอย่างแผ่วเบาพลางเอ่ยถาม“เกิดอะไรขึ้นหรือ เจียวเจียว?”

            ซูเจียวเจียวพยายามสูดจมูกน้ำเสียงปนสะอื้น “ฉันไม่เป็นไรค่ะแค่คิดถึงคุณเท่านั้นเอง”

            พูดจบเธอก็โผเข้ากอดเขา

            เซียวหยวนหมิงกอดหญิงสาวแน่นๆด้วยความขบขัน “ผมก็อยู่ตรงหน้าคุณแล้วนี่ไงยังต้องคิดถึงผมอีกหรือ”

            แม้ปีนี้จะยังคงมีเพียงเซียวหยวนหมิงกับซูเจียวเจียวแค่สองคนแต่พวกเขาก็ฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ตามประเพณี ทั้งสองยังคงเตรียมอาหารแปดอย่างทั้งคาวหวาน และจัดจานผลไม้สวยงามไว้ด้วย

            หลังปีใหม่ในวันที่สองของเดือนอ้าย เว่ยหงปิงกับจ้าวอวี้เฟินก็มาถึงเว่ยหงปิงถือตะกร้าหวายมาหนึ่งใบเพื่อมามอบของขวัญตอบแทน

            จ้าวอวี้เฟินสวมเสื้อกันหนาวสีแดงสดผูกโบสีแดงบนศีรษะ ซึ่งเธอทำเองโดยเรียนรู้มาจากซูเจียวเจียว และก่อนออกจากบ้านเธอยังทาครีมบำรุงผิวพรรณที่ซื้อมาจากเซียวหยวนหมิงอีกด้วย

            เมื่อแต่งองค์ทรงเครื่องเช่นนี้พลังชีวิตของจ้าวอวี้เฟินก็เปลี่ยนไปทันทีบรรยากาศรอบตัวของเธอยังเปล่งประกายขึ้นอีกมาก

            เว่ยหงปิงเองก็ดูสดใสและมีชีวิตชีวาเมื่อทั้งสองยืนอยู่ด้วยกันก็ดูเหมาะสมกันจริงๆ

            “เจียวเจียว เซียวหยวนหมิง สุขสันต์วันตรุษจีนนะ” จ้าวอวี้เฟินทักทายด้วยรอยยิ้ม

            ซูเจียวเจียวหยอกเย้า“หลังจากแต่งงานแล้ว สวยขึ้นเยอะเลยนะ”

            จ้าวอวี้เฟินส่งสายตาค้อนวงโตให้ซูเจียวเจียวอย่างเอ็นดู“โธ่ อย่าพูดแบบนี้เลย ฉันอายจะแย่แล้ว” จากนั้นเธอก็ดึงซูเจียวเจียวเข้าไปในบ้านเพื่อคุยเรื่องส่วนตัวกัน

            เหลือเพียงผู้ชายสองคนอยู่ในลานบ้านพูดคุยกันตามประสา

            เว่ยหงปิงนำไข่สิบฟองเส้นบะหมี่อบแห้งสี่ห่อ และพุทราจีนหนึ่งห่อออกจากตะกร้า

            เซียวหยวนหมิงกล่าวว่า“ไม่ต้องเอามาเยอะขนาดนี้หรอก แค่เส้นบะหมี่อบแห้งสองห่อก็พอแล้ว”

            เว่ยหงปิงกล่าว“ต้องเอามาสิครับถ้วยเคลือบสองใบกับผ้าเช็ดตัวสองผืนที่คุณให้มานั้น มีค่ามากกว่าของพวกนี้มากเลยนะพวกเราเองก็ไม่มีของดีๆ อะไรให้ คุณสองคนอย่ารังเกียจเลยนะ”

            หลังจากมอบของขวัญแล้วเว่ยหงปิงกับจ้าวอวี้เฟินก็ไม่ได้อยู่ต่อเพราะพวกเขายังต้องไปมอบของขวัญตอบแทนที่บ้านอื่นอีก

            การมอบของขวัญตอบแทนคือการแสดงความขอบคุณต่อผู้ที่มาร่วมแสดงความยินดีในงานแต่งงานซึ่งถือเป็นประเพณีการตอบแทนบุญคุณและยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเหมาะสมของของขวัญที่ได้รับมาเป็นการแสดงออกถึงมารยาทการตอบแทนที่งดงาม

            ดังนั้นการตอบแทนของบ้านอื่นจึงไม่มากเท่านี้โดยให้เพียงเส้นบะหมี่อบแห้งสี่ห่อเท่านั้น

            …

            หลังปีใหม่ในวันที่หกของเดือนอ้าย เซียวหยวนซินก็พาหลิวหยวนหยวนมาพร้อมกับแจ้งเรื่องการสร้างบ้านหลังใหม่ให้เซียวหยวนหมิงกับซูเจียวเจียวทราบ

            ซูเจียวเจียวเข้าใจการกระทำของเซียวหยวนซินเธอเห็นว่าช่วงนี้ไม่มีอะไรสำคัญเป็นพิเศษ จึงให้เซียวหยวนหมิงไปช่วยงานและยังเสนออีกว่าหากพวกเขาขาดเงิน ก็สามารถนำจากเธอและอาหมิงไปใช้ได้เลย

            หลิวเฉิงเหว่ยเองก็จ้างคนงานหลายคนเริ่มต้นลงมือก่อสร้างตั้งแต่วันที่สี่ของเดือนอ้ายเมื่อเซียวหยวนหมิงไปถึงในวันที่หก พวกเขากำลังลงเสาเข็มพอดี

            เมื่อหลายคนช่วยกันลงเสาเข็มเสร็จแล้วก็เริ่มผสมดินเพื่อทำอิฐดินเผา

            ในขณะเดียวกันทางด้านของซูเจียวเจียวก็เริ่มงานก่อสร้างก่อนใคร เพื่อนบ้านได้ลงนามในสัญญาแล้วและโรงเรียนประถมแห่งใหม่ก็เริ่มดำเนินการก่อสร้างเช่นกัน

            ฮั่วเจี้ยนจงสอนชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่งและสองเว่ยหงปิงสอนชั้นประถมศึกษาปีที่สามและสี่และยังมีครูยุวชนหญิงอีกคนหนึ่งที่สอนชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่งและสองนอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ครูหญิงอีกคนจากตัวอำเภอได้เดินทางมาถึงแล้ว

            เมื่อซูเจียวเจียวเห็นครูหญิงคนนี้เธอก็ถึงกับตกใจ เพราะครูหญิงคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากอู๋เฟิ่งเสีย!

            ซูเจียวเจียวไม่คาดคิดเลยว่าอู๋เฟิ่งเสียจะมาสอนหนังสือที่นี่

            เนื่องจากโรงเรียนไม่มีหอพักอู๋เฟิ่งเสียจึงถูกจัดให้พักรวมกับชาวยุวชนคนอื่นๆ เพราะมีครูเพียงสี่คนจึงเลือกเว่ยหงปิงผู้ซึ่งมีอายุมากที่สุดและมีบุคลิกที่สุขุมให้เป็นครูใหญ่ซึ่งทำให้เว่ยหงปิงรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่งราวกับไม่เคยคิดมาก่อนว่าสักวันหนึ่งเขาจะได้เป็นครูใหญ่ที่กองผลิตฉางซิงแห่งนี้

            สิ่งนี้ทำให้เว่ยหงปิงยิ่งทุ่มเทและอุตสาหะในการทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแม้ว่านักเรียนทั้งสี่ระดับชั้นรวมกันจะมีเพียงเจ็ดสิบแปดสิบคนแต่เว่ยหงปิงก็ยังคงมีความกระตือรือร้นสูงมากเขาทุ่มเทกับการเตรียมการสอนจนดึกดื่นทุกคืน เพียงเพื่อหวังจะถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดที่เขามีให้กับนักเรียนเหล่านั้น

            …

            เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วพริบตาเดียวก็ย่างเข้าสู่เดือนสิบ

            หัวใจของซูเจียวเจียวก็เต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นเฉกเช่นเดียวกับชาวยุวชนนับไม่ถ้วนที่รู้สึกตื่นเต้นเช่นกัน

            ชาวยุวชนเกือบทุกคนในแต่ละกองผลิตเมื่อได้รับข่าวว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะกลับมาอีกครั้งในเดือนธันวาคมต่างก็ตื่นเต้นกันถ้วนหน้า พวกเขาต่างโห่ร้องด้วยความดีใจใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขและความตื่นเต้น

            เยี่ยมมาก!

            ในที่สุดประเทศชาติก็กลับมาจัดการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง!

            ในที่สุดพวกเขาก็จะได้จากสถานที่แห่งนี้ไปเสียที!

            ตราบใดที่พวกเขาสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้พวกเขาก็จะสามารถจากไปได้อย่างสมเกียรติ! เพื่อไล่ตามความฝันของตนเองชดเชยช่วงเวลาแห่งวัยเยาว์ที่ขาดหายไป

            พวกเขาสามารถสร้างสรรค์สิ่งยิ่งใหญ่บรรลุความทะเยอทะยานและอุดมการณ์ของตนเอง ไม่ใช่ถูกจองจำอยู่ในมุมเล็กๆของหมู่บ้านแห่งนี้ไปตลอดกาล

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508