เกิดใหม่อีกครั้ง สู่ช่วงวันวานแสนมั่งคั่งในยุค 70 [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 120 ตอบจดหมาย

            เฉินชุ่ยอวิ๋นขมวดคิ้วทันทีเมื่อทราบเรื่อง“เจี้ยนเหวินนี่จริงๆ เลยนะ ทำไมส่งเงินให้แกมากมายขนาดนั้น? เฮ้อ เขามือเติบขนาดนี้ได้ยังไงกัน ไม่ได้ๆ พวกเรารับเงินเขามาไม่ได้ หยวนหยวน แกฟังคำแม่นะ ส่งเงินคืนเขาไปซะ!”

            เจิ้งหยวนไม่เอาด้วยหรอก มาถึงมือเธอแล้วเธอจะคืนได้อย่างไร?

            เฉินชุ่ยอวิ๋นมองออกว่าเธอไม่พอใจจึงพยายามเกลี้ยกล่อม “หยวนหยวนพวกเราได้รับสินสอดของสกุลเฝิงมาเยอะแล้วนะเพราะฉะนั้น จะรับเงินก้อนนี้ไว้อีกไม่ได้หรอก! ฟังแม่เถอะ อย่าให้เจี้ยนเหวินคิดว่าครอบครัวเราชอบเอาเปรียบเลย”

            เจิ้งหยวนรู้ความจริงนี่เป็นเงินที่เฝิงเจี้ยนเหวินตั้งใจให้เธอโดยเฉพาะเพราะก่อนหน้านี้เธอส่ง ‘ของราคาแพง’ ชิ้นหนึ่งให้เขา สิ่งที่เขาทำคือการดีมาดีตอบแต่เฉินชุ่ยอวิ๋นไม่รู้เรื่องนี้เธอรู้แค่ว่าเฝิงเจี้ยนเหวินส่งเงินก้อนใหญ่ให้ลูกสาวอีกแล้ว แถมลูกสาวเธอยังคิดจะรับไว้อย่างหน้าไม่อาย!

            อันที่จริงเจิ้งหยวนจะแอบซ่อนไว้ ไม่หยิบออกมาก็ได้แต่ซ่อนไปมันก็ไม่มีประโยชน์ เธอไม่ได้ขาดแคลนอาหารการกินอะไรหรอกเธออยากเอาเงินมาใช้กับครอบครัวอย่างเปิดเผยต่างหาก

            ครั้นคิดจนตกแล้ว เธอจึงอธิบาย“เฝิงเจี้ยนเหวินเขียนในจดหมายไว้แล้วว่าฉันไม่ต้องเกรงใจเขาบอกว่าต่อไปก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว แม่ให้ฉันส่งเงินคืนเขาไปมันจะไม่ใช่การเว้นระยะห่างเหรอ?” ว่าจบก็ยื่นจดหมายให้เฉินชุ่ยอวิ๋นอ่าน ยืนยันสิ่งที่ตัวเธอพูด

            เฉินชุ่ยอวิ๋นไม่รู้หนังสือเลยปัดจดหมายออก เอ่ยด้วยความโมโห“แต่แกยังไม่ได้แต่งงานเลยนะ!”

            เจิ้งหยวนหรี่นัยน์ตาลง “ปลายปีก็แต่งแล้ว ช้าหรือเร็วเท่านั้นเองค่ะ”

            “ไม่ได้พวกเราเก็บเงินนี้ไว้ไม่ได้อยู่ดี แกไม่ส่งคืนเขาก็ไม่เป็นไรพวกเราส่งไปให้แม่สามีแกแทนแล้วกัน”

            “โอ๊ยแม่คะ จะเอาเงินให้บ้านสามีฉันได้ยังไง”เจิ้งหยวนเริ่มล้างสมองเฉินชุ่ยอวิ๋นด้วยเหตุผลข้างๆ คูๆ “แม่ แม่ลองคิดดูนะหากแม่สามีฉันรู้ว่าลูกชายตัวเองให้เงินฉันมากขนาดนั้นทั้งที่ยังไม่ทันแต่งงานกันเธอจะดีใจลงเหรอคะ? คงรู้สึกว่าลูกชายแต่งเมียแล้วลืมแม่แทนหรือเปล่า? ต่อไปฉันจะเข้ากันได้ดีกับเธอยังไง!”

            เฉินชุ่ยอวิ๋นคิดตาม ฟังแล้วดูมีเหตุผลอยู่นะ “งั้นเงินนี้ ยังไงแก…ก็จะเก็บไว้เองเหรอ?”

            ไม่ว่าอย่างไรเธอก็รู้สึกแย่มากอยู่ดี

            เจิ้งหยวนพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ “ในเมื่อเขาให้ฉัน ฉันก็จะรับไว้ค่ะเขาอยู่ในกองทัพ ตำแหน่งสูงต่ำยังไงก็นายทหารคนหนึ่งได้รับเงินเดือนเดือนละหลายสิบหยวน ตัวเขาไม่จำเป็นต้องใช้เงินคงมีเงินเก็บไม่น้อย เงินจำนวนเท่านี้ไม่ได้มากมายสำหรับเขาแน่”

            เฉินชุ่ยอวิ๋นชักรู้สึกว่าลูกสาวตัวเองเกินจะบรรยายมากขึ้นเรื่อยๆเธอเหนื่อยใจจนปวดหน้าผากตุบๆก่อนจะวางหนิวหนิวลงบนพื้นให้เขาวิ่งเล่นเองแล้วจับมือของเจิ้งหยวนพยายามเอ่ยเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงลึกซึ้งจริงจัง “หยวนหยวนเอ๋ยแกทำแบบนี้ไม่ได้นะ เอาเงินของคนเขามาหน้าตาเฉยเพราะเห็นว่าเงินเขาเยอะไม่ได้! ใช่ บ้านเราจน บ้านเราไม่มีเงิน แต่ยากจนขนาดไหนก็ไม่อาจสูญเสียความเป็นคนได้ แกชอบหาผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ต่อไปมันต้องกลับมาทำร้ายตัวเองแน่นอน”

            ฉันเปล่านะ ฉันไม่ได้ทำ ฟังฉันอธิบายก่อน!

            เจิ้งหยวนหัวเราะแห้งๆ สองคำรบและพยายามล้างมลทินให้ตัวเอง “แม่ฉันคิดแบบนี้น่ะค่ะ หากคืนเงินไปมันดูไม่ค่อยดีจริงๆ ฉันเลยกะจะเก็บไว้แต่ฉันรับมาแล้ว ไม่ใช้เพื่อตัวเองแน่นอนฉันคิดจะเอาเงินนี้ซื้อของไปส่งให้คุณพ่อคุณแม่เจี้ยนเหวินเขาบ่อยๆเป็นการกตัญญูแทนเจี้ยนเหวินค่ะ” เธอเว้นช่วงครู่หนึ่งให้คนเป็นแม่ได้มีเวลาคิดตาม“แม่ว่าเป็นยังไงคะ?”

            เฉินชุ่ยอวิ๋นครุ่นคิดสักพักรู้สึกว่าวิธีนี้เหมือนจะใช้ได้จึงฝืนใจพยักหน้า “เอาแบบนี้แล้วกัน”

            เจิ้งหยวนไม่ได้พูดแบบขอไปทีเท่านั้นชาตินี้เธอตั้งใจจะผูกสัมพันธ์อันดีกับพ่อแม่สามีจริงๆชาติก่อนเธอได้รับความทุกข์ทรมานจากปัญหาระหว่างแม่ผัวลูกสะใภ้แสนสาหัสจนเธอกับหลินเสี่ยวหยางต้องเลิกรากันชีวิตนี้เธอจะไม่ยอมให้พ่อแม่ของสามีขัดขวางความสุขในการแต่งงานอีก แน่นอนหากพ่อแม่สามีมีเหตุผลคงจะดีแต่ถ้าไร้เหตุผลและจงใจหาเรื่องเหมือนแม่สามีชาติที่แล้วเธอก็จะไม่อดทนให้ลำบากตนเองเช่นกัน

            ว่ากันตามตรงยุคสมัยนี้ไม่ค่อยมีอะไรน่าให้เป็นของขวัญนักคนปกติมักจะซื้อของจำพวกขนม ไม่ก็น้ำตาลก้อนไปเยี่ยมญาติกัน แต่ในยุคสมัยนี้ทั้งยังเป็นชนบทนั้นหาซื้อยากอย่างยิ่ง สหกรณ์ในตำบลก็ไม่มีต้องไปร้านโชห่วยในอำเภอเท่านั้น แถมมีเงินเฉยๆ ยังไม่พอ ต้องมีคูปองด้วย!

            โชคดีที่เจิ้งหยวนมีโรงแรมขนาดใหญ่ติดตัวอยู่สิ่งที่ไม่ขาดแคลนเลยคือของกินพวกนี้

            เธอเขียนจดหมายตอบกลับให้เฝิงเจี้ยนเหวินที่บ้านเสร็จแล้วค่อยเบี่ยงทิศเข้าอำเภอเมืองโดยบอกว่าจะไปซื้อของจึงถือโอกาสนำจดหมายของเฝิงเจี้ยนเหวินไปส่งที่ว่าการไปรษณีย์ด้วยเลย

            คราวนี้เธอไม่ส่งของให้เฝิงเจี้ยนเหวินแล้ว เธอเขียนแค่จดหมายให้แต่ใช้สำนวนเป็นกันเองมากขึ้นเหมือนจดหมายที่เฝิงเจี้ยนเหวินเขียนหาเธอไม่ได้เขียนรูปแบบทางการเหมือนจดหมายสองฉบับก่อนหน้านี้ โดยเริ่มเปลี่ยนจากคำเรียกขานเป็นอันดับแรกเมื่อก่อนเรียกสหายเฝิงเจี้ยนเหวินคราวนี้เธอเปิดจดหมายด้วยชื่อที่สนิทสนมขึ้นอย่าง ‘เจี้ยนเหวิน’ต่อมาค่อยเอ่ยถึงเงินหนึ่งร้อยหยวน แล้วตำหนิเขาว่าไม่ควรส่งเงินให้เธอมากขนาดนั้นเด็กสาวยังไม่ออกเรือน ไม่ต้องดูแลบ้านเช่นเธอมีของที่ต้องซื้อไม่เยอะหรอกแต่เธอจะเก็บเงินร้อยหยวนนั้นไว้ไม่คืนเขาโดยบอกว่าจะใช้เงินพวกนี้แสดงความกตัญญูต่อผู้เฒ่าสกุลเฝิงทั้งสองอย่างดีให้เขาวางใจได้ สุดท้ายก็ขอให้เฝิงเจี้ยนเหวินอยู่ในกองทัพดูแลตัวเองดีๆอย่าบาดเจ็บหรือป่วยไข้ สวมเสื้อผ้าเพิ่มหากอากาศเย็น นอกจากนี้เธอยังสอบถามเกี่ยวกับงานอดิเรกของเขาและชีวิตความเป็นอยู่ในกองทัพเพื่อให้เราสองคนรู้จักกันมากขึ้น

            สรุปก็คือแม้ไม่อาจพบหน้าเฝิงเจี้ยนเหวินตรงๆแต่เจิ้งหยวนคิดว่าตนเองสามารถเริ่มปลูกต้นรักกับเฝิงเจี้ยนเหวินผ่านทางจดหมายได้ความรักน่ะ ยิ่งสื่อสารกันมากเท่าไรจะยิ่งลึกซึ้งขึ้นเท่านั้นซึ่งตราบใดที่คนสองคนรู้จักกันดี แม้จะเกิดอุปสรรคระหว่างกันและกันแค่ไหน อย่างน้อยๆทางฝั่งเฝิงเจี้ยนเหวินก็จะไม่เปลี่ยนไปง่ายๆ และสำหรับตัวเจิ้งหยวนแล้วแต่งงานปลายปีกับ ‘เพื่อนทางจดหมาย’ที่ผูกสัมพันธ์กันมาระยะหนึ่งย่อมดีกว่าผู้ชายแปลกหน้าโดยสิ้นเชิง

            หลังส่งจดหมายเสร็จ เจิ้งหยวนไม่ได้อยู่ในอำเภอเมืองนานนักเธอไปร้านโชห่วยดูว่ามีขนมอบแบบไหนบ้างแค่ครู่เดียวก็กลับบ้านแล้วและนำขนมประเภทแป้งชั้นดีหลายจินรวมถึงลูกอมกระจุกกระจิกจำนวนหนึ่งที่เป็นของหายากทั้งสิ้นติดตัวไปด้วยขนมอบมีแป้งทอดเคลือบน้ำเชื่อม ข้าวเหนียวแท่งทอด ขนมโก๋ถั่วเขียวและขนมหางเป็ด [1] เจิ้งหยวนเลือกอันที่มีในร้านโชห่วยแต่ขนมที่เธอหยิบออกมาจากมิตินั้นอร่อยกว่าที่ร้านโชห่วยมากรสชาติหวานหอมและไม่เลี่ยน แค่ได้กลิ่นก็น้ำลายสอแล้ว

            ลูกอมในโรงแรมก็มีหลากหลายชนิด บรรจุภัณฑ์ล้วนเป็นของดีทั้งนั้นเจิ้งหยวนเลือกลูกอมรสนมตรากระต่ายขาวที่มีในยุคนี้เพราะห่อของลูกอมรสนมตรากระต่ายขาวตลอดหลายสิบปีไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักยังคงเป็นสีฟ้าขาวราบเรียบแต่ดูสวยงาม ข้างบนมีภาพกระต่ายขาวกำลังวิ่งตัวหนึ่งหากไม่ตั้งใจมองย่อมไม่มีใครรู้ว่าลูกอมรสนมผลิตขึ้นเมื่อไร

            ไม่ว่าจะเป็นขนมรสติดหวานมันหลากหลายชนิดหรือลูกอมรสนมที่โด่งดังแล้วในยุคนี้ ก็มีแรงดึงดูดมหาศาลต่อพวกเด็กๆ ทั้งสิ้นหนิวหนิวกับเทียนเลี่ยงดวงตาพลันเปล่งประกายทันทีหลังจากเห็นมันและกลืนน้ำลายหลายอึก

            

            เชิงอรรถ

            [1] ขนมหางเป็ดหมายถึง อาหารประเภทพายเนื้อร่วนที่ทำเป็นรูปทรงหางเป็ด

             

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่อีกครั้ง สู่ช่วงวันวานแสนมั่งคั่งในยุค 70 [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498