งานอภิเษกผ่านมาเป็เวลา7 วันแล้ว ในที่สุด ก็ถึงเวลาจากลาของสองพี่น้อง ฝาแฝดัหงส์เดิมทีเฟยเฟิ่งคิดว่าตนเองจะไม่เป็อะไรเมื่อต้องแยกจากพี่ชายแต่เมื่อเวลานี้มาถึง ตัวนางกลับไม่อาจหยุดร้องไห้ได้เลย
“ฮือๆๆๆต้าเกอ ท่านต้องมาเยี่ยมน้องบ่อยๆนะเพคะ ฮือๆๆ” เฟยหลงเองก็ใจหายไม่แพ้น้องสาวเพียงแค่ไม่ร้องไห้ออกมาเท่านั้นเมื่อเห็นอีกครึ่งชีวิตของตัวเองร้องไห้ปานจะขาดใจ จึงอดไม่ได้ที่จะรั้งตัวเข้ามากอดปลอบ
“เด็กดีของต้าเกอต้าเกอสัญญา ว่าจะส่งข่าวหาเ้าบ่อยๆ แล้วจะหาเวลามาเยี่ยมเ้าบ่อยๆ ต้าเกอจะพาอวี้ฟางมาด้วยดีหรือไม่”
“จริงนะเพคะต้าเกอสัญญาแล้วนะเพคะ ว่าจะมาเยี่ยมน้อง” เฟยเฟิ่งพูดขึ้นมาอย่างดีใจน้ำตาที่เมื่อครู่ไหลอย่างไม่ขาดสาย กลับหยุดชะงักทันที ไท่จื่อเฟยผู้งามสง่าเมื่ออยู่ต่อหน้าพี่ชายฝาแฝด ผู้เปรียบเสมือนชีวิตอีกครึ่งหนึ่ง ก็กลายเป็เพียงเด็กน้อยขี้อ้อนคนนึงเท่านั้นเอง
ิหลงมองภาพตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูกว่ารู้สึกเช่นไรอบอุ่น อิจฉา ไม่พอใจ หลายความรู้สึกตีกันให้วุ่นไปหมดจนต้องขัดขวางฉากรักหวานซึ้งของสองพี่น้องตรงหน้า เพื่อดับอารมณ์อันแปรปรวน
“เฟิ่งเอ๋อเ้าปล่อยิหลงเถอะ ไว้พี่จะพาเ้ากลับไปเยี่ยมเสด็จพ่อ เสด็จแม่ของเ้าที่แคว้นเว่ยดีหรือไม่”
“ดีเพคะต้าเกอ เดินทางปลอดภัยนะเพคะ ถึงแคว้นเว่ยแล้วส่งข่าวบอกน้องด้วยนะเพคะ”
“เดินทางปลอดภัยเพคะไท่จื่อ”
“เ้าทั้งสองคนก็รักษาตัวด้วยนะขอให้จำไว้แม้น้องจะแต่งออกมาแล้ว แต่น้องยังเป็น้องพี่ยังเป็ต้าจางกงจู่แคว้นเว่ยเสมอ หากมีผู้ใดกล้ารังแกเ้า แคว้นเว่ยจะไม่มีวันยอมนิ่งเฉยเป็อันขาด!!” ิหลงกล่าวทิ้งท้ายเนื่องจากไม่เพียงแค่น้องสาวและไท่จื่อแคว้นหานเท่านั้นที่มาส่งยังมีคนของราชสำนักแคว้นหานออกมาส่งด้วย ‘หากคิดจะรังแกน้องสาวเปิ่นไท่จื่ออย่าหาว่าเปิ่นไท่จื่อไม่เตือน’
เมื่อิ่ต้าเฟยหลงเดินทางจากไปแล้วผู้คนที่ออกมาส่งจึงแยกย้ายกันกลับไป ิหลงที่เห็นไท่จื่อเฟยของตนหงอยลงจึงเอ่ยชวนนางไปเดินตลาดเผื่อว่าได้เห็นของสวยๆงามๆ จะทำให้จิตใจเบิกบานขึ้นมาบ้าง
“เฟิ่งเอ๋อเ้ามาอยู่ที่นี่ก็หลายวันแล้ว ลองไปเดินเล่นตลาดดีหรือไม่ เมืองหลวงแคว้นหานของเรามีข้าวของมากมายนัก”
“ถ้าเช่นนั้นน้องขอไปแบบเงียบๆกับอวี้เหมยก็แล้วกันนะเพคะ เสด็จพี่ไม่ต้องกังวล น้องจะให้องครักษ์ตามไปห่างๆนะเพคะ” เฟยเฟิ่งรีบพูดขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าร่างสูงกำลังจะเอ่ยคัดค้าน‘จะเดินตลาดให้สนุกต้องไม่ให้ผู้ใดรู้จักสิ’
“เอาอย่างนั้นก็ได้พี่จะไปรอเ้าที่โรงเตี๊ยมฝูหลง โรงเตี๊ยมใหญ่ที่อยู่ตรงหัวมุมถนนตรงนั้นพี่ให้เวลาแค่ 1 ชั่วยามเท่านั้น หากเกินกว่านี้พี่จะให้คนออกไปตามเ้ากลับวังทันที”
“ขอบพระทัยเพคะซือซือ เจียวหลัน พวกเ้าตามมา ส่วนพวกเ้าเฝ้าดูอยู่ห่างๆก็พอ”
“พ่ะย่ะค่ะไท่จื่อเฟย”บรรดาองครักษ์ที่ติดตามมาคุ้มครองรับคำ ก่อนจะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
“พี่หญิงเราเข้าไปดูเครื่องประดับร้านนั้นดีไหมเพคะ ดูใหญ่โต ท่าทางจะมีของสวยๆให้ดูเยอะ” อวี้เหมยมองร้านเครื่องประดับตรงหน้าด้วยความสนใจ นางไม่ได้สนใจจะซื้อแต่นางอยากจะดูเพื่อเป็แนวทางเปิดกิจการที่นี่ต่างหาก
“เ้าอยากได้เครื่องประดับหรือเอาสิไปดูกัน” พูดจบเฟยเฟิ่งกับอวี้เหมยจึงเดินเข้าไปในร้านทันที
หลงจู๊ของร้านเมื่อเห็นสตรีทั้งสองแม้ไม่รู้จักแต่เพียงแค่เห็น เสื้อผ้าอาภรณ์เครื่องประดับชั้นเลิศก็รู้แล้วว่าคงเป็คุณหนูตระกูลสูงเป็แน่จึงรีบออกมาต้อนรับอย่างนอบน้อมทันที ‘เห็นทีวันนี้คงจะได้เงินก้อนโตเสียแล้ว’
“เชิญขอรับๆ คุณหนูทั้งสอง วันนี้ทางร้านมีเครื่องประดับชุดใหม่มา มีทั้งกำไร สร้อยคอปิ่นประดับอัญมณี เชิญเลือกดูก่อนได้เลยขอรับ”
“พวกข้าขอเดินดูของก่อนท่านไปรับลูกค้าคนอื่นเถอะ” เฟยเฟิ่งเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินดูสินค้า อวี้เหมยดูจะตั้งใจเป็พิเศษ หยิบอันนั้น จับอันนี้ ขณะที่มือกำลังเอื้อมหยิบกำไรประดับพลอยจู่ ๆ กำไรก็ถูกคนอื่นหยิบหายไปจากครรลองสายตา อวี้เหมยหันกลับมามอง เห็นเป็เด็กสาวคนหนึ่งท่าทางเหมือนคุณหนูตระกูลใหญ่ทั่วไปตัวอวี้เหมยเองไม่ได้ใส่ใจนักจึงเดินไปอีกทางจนสะดุดตาเข้ากับกำไรหยกแต่พอจะเอื้อมหยิบก็ถูกเด็กสาวคนเดิมตัดหน้าอีกแล้วอารมณ์ที่คิดจะเดินดูสินค้าร้านนี้หมดลงทันทีจึงเดินไปหาพี่สาวที่อยู่อีกด้านเพื่อชักชวนไปร้านอื่น
“พี่หญิงน้องอยากไปดูร้านผ้าตรงนู้น เราไปกันนะเ้าคะ” เฟยเฟิ่งเองก็เห็นเหตุการณ์แต่แรกเช่นกันแต่ไม่อยากจะมีเื่ให้วุ่นวายจึงได้แต่เฉยไว้เมื่ออวี้เหมยมาชวนเช่นนั้นจึงตกลงโดยง่าย
“ก็ดีเหมือนกันพี่กำลังอยากได้ผ้าไหมงามๆไปตัดชุดเพิ่มเสียหน่อย”แต่ขณะที่กำลังจะเดินออกไป จู่ๆคุณหนูคนนั้นก็เดินมาชนอวี้เหมยจนกระเด็นดีที่เจียวหลันอยู่ด้านหลังจึงรับไว้ได้ทัน ซือซือที่เห็นเช่นนั้น จึงก้าวออกมายืนขวางหน้าองค์หญิงทั้งสองของตนทันที
“เ้าคุกเข่าขอโทษคุณหนูของข้าเดี๋ยวนี้นะมายืนเกะกะขวางทางแบบนี้ หากคุณหนูข้าหกล้มไปจะว่าอย่างไร!!!” แทนที่ฝั่งคนโดนชนจะเอาเื่ กลับกลายเป็ว่า สาวใช้ของคุณหนูนางนั้นมาตวาดลั่นใส่พวกนางแทนเสียได้
“บังอาจนัก!!!! เป็แค่สาวใช้ชั้นต่ำ กล้าพูดจาแบบนี้กับนายข้าเจียวหลัน ตบปาก!!!” จบคำสั่งซือกูกู เจียวหลันที่รอท่าอยู่ก่อนแล้ว ก้าวออกไปตบปากสาวใช้คนนั้นจนล้มคว่ำด้วยความรวดเร็วเจียวหลันเองก็เป็ผู้ฝึกยุทธ แรงตบนี้หนักหนาถึงขั้นทำให้สาวใช้ฟันหัก เืกลบปากเลยทีเดียว
“หนอยนังคนใช้ชั้นต่ำ กล้าทำร้ายคนของข้าหรือ คงเป็เพราะนายเ้าไม่อบรมสั่งสอน ดีงั้นข้าผู้นี้จะเป็คนสั่งสอนนายของพวกเ้าเอง!!!” คุณหนูผู้นั้นยกมือขึ้น หมายจะตบอวี้เหมยแต่มือยังไม่ทันถึงตัวก็โดนรั้งไว้ด้วยมือขององครักษ์ที่แอบตามมาเสียก่อน
“เ้าคนชั้นต่ำปล่อยมือข้าเดี๋ยวนี้นะ!!!”
“จับนางคุกเข่า!!!!” องครักษ์นอกเครื่องแบบ จับคุณหนูเสียงนกหวีดคุกเข่าทันที ตามคำสั่งอวี้เหมยกงจู่หลงจู๊ของร้านเห็นเื่ราวบานปลายขึ้นเรื่อย ๆ จึงรีบวิ่งมาทันที
“คุณหนูอย่ามีเื่กันเลยนะขอรับ คุณหนูคนนี้เป็ถึงบุตรีเสนาบดีเมิ่งเกรงว่าท่านจะเดือดร้อนได้” หลงจู๊เอ่ยเตือนด้วยความเป็กังวลในเมืองนี้ผู้ใดก็รู้ว่าเสนาบดีเมิ่งรักคุณหนู เมิ่งหลันฮวาคนนี้นักนางจึงเที่ยวรังแกคนอื่นไปทั่วเช่นนี้ได้
“ได้ยินแล้วหรือไม่เ้าคนชั้นต่ำปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ พ่อข้าไม่ปล่อยพวกเ้าไว้แน่!!!” เมิ่งหลันฮวาพยายามดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุดจากการกอบกุมพูดขึ้นอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยมในบารมีบิดา
“เช่นนั้นหรือโทษของการลบหลู่เชื้อพระวงศ์ ทำร้ายเชื้อพระวงศ์หนักหนานักเปิ่นหวางก็อยากจะรู้เช่นกัน ว่าบิดาเ้าจะช่วยเ้าได้หรือไม่” ยังไม่ทันที่อวี้เหมยจะพูดอะไร เสียงของบุรุษอันคุ้นหูก็ดังขึ้นเสียก่อน เมื่อเห็นว่าเป็ผู้ใดจึงได้ยอบกายทำความเคารพตามธรรมเนียม
“ถวายพระพรองค์ชายรองเพคะ”
“ลบหลู่เชื้อพระวงศ์อะไรกันเพคะหม่อมฉันหาได้ทำเช่นนั้นแม้แต่น้อย คนพวกนี้ต่างหากที่จู่ๆก็เข้ามาทำร้ายหม่อมฉันและสาวใช้องค์ชายรองดูสิเพคะ สาวใช้หม่อมฉันยังไม่ฟื้นเลยนะเพคะ”เมิ่งหลันฮวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอหน่วยแลดูน่าสงสารยิ่งนัก
“ท่านจะทำเช่นไรกับนาง” องค์ชายรองไม่สนใจเมิ่งหลันฮวาสักนิด แต่กลับถามเฟยเฟิ่งแทนเนื่องด้วยในที่นี้ ผู้ที่เป็ใหญ่ที่สุดก็คือนาง
“อวี้เหมยในเมื่อนางมีเื่กับเ้า ข้าจะให้เ้าจัดการก็แล้วกัน” เดิมทีเฟยเฟิ่งคิดจะจัดการเองแต่คิดขึ้นมาได้ว่า ตนเองไม่อาจปกป้องน้องสาวได้ตลอดถือโอกาสนี้สอนนางให้รู้จักปกป้องตนเองก็ดีเหมือนกัน
“น้องเองก็ไม่อยากทำให้เป็เื่ใหญ่โตอะไรเช่นนั้นลงโทษสถานเบาก็พอ ตบปากนางและสาวใช้คนละ 20 ทีโทษฐานลบหลู่เปิ่นกงจู่โบยอีก 20 ไม้ฐานทำร้ายเชื้อพระวงศ์!!!”ทุกคนที่ได้ยินต่างหันมองหน้าผู้สั่งอย่างตกตะลึง เพียงแต่เป็คนละอารมณ์กันคนจากวังตะวันออกตกตะลึงด้วยเพราะ บทลงโทษที่รับสั่งออกมาอาจจะเบาหากคนโดนเป็ชายแต่หากเป็คุณหนูในห้องหอเช่นนี้ ไม่ต้องหยอดน้ำข้าวต้มเป็เดือนหรอกหรือเมิ่งหลันฮวาเองก็ใเมื่อได้ยินคำแทนตัว และบทลงโทษลบหลู่เชื้อพระวงศ์สตรีตรงหน้านางเป็ถึงองค์หญิงงั้นหรือ เหตุใดนางจึงไม่เคยเจอหรือจะเกิดจากสนมยศต่ำ จึงไม่เคยได้ออกงานใหญ่กัน
“องค์ชายรองช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะหม่อมฉันไม่ทราบจริงๆเพคะว่านางเป็องค์หญิง” เมิ่งหลันฮวาร้องไห้อ้อนวอนบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้าที่นางคาดหวังจะได้แต่งเป็ชายาเอกให้เขา เหตุที่นางกลั่นแกล้งกงจู่ผู้นี้ ก็เพียงแค่รู้สึกไม่ถูกชะตาขึ้นมาก็เท่านั้นหากรู้ว่าเป็เชื้อพระวงศ์ไหนเลยนางจะกล้า
“ในเมื่อไท่จื่อเฟยให้ิ่อวี้เหมยกงจู่แห่งแคว้นเว่ยตัดสินโทษ เปิ่นหวางคงช่วยเ้าไม่ได้” องค์ชายรองปฏิเสธอย่างไร้เยื้อใย‘จะให้เปิ่นหวางช่วยเ้างั้นหรือ เ้ากล้ารังแกนาง!!อวี้เหมยกงจู่บอบบางถึงเพียงนี้ นางต้องสั่งลงโทษโบยตีผู้คนเช่นนึ้ คงทำให้นางลำบากใจมากต่อไปนี้เปิ่นหวางจะปกป้องเ้าเองใครที่มันบังอาจทำร้ายเ้าเปิ่นหวางจะไม่ปล่อยมันไว้!!!’
“พานางไปรับโทษที่วังตะวันออกแล้วส่งคนไปแจ้งเสนาบดีเมิ่งด้วย ให้มารับบุตรสาวกลับจวน” เฟยเฟิ่งกล่าวจบก็เดินนำอวี้เหมยตรงไปโรงเตี๊ยมที่นัดกับไท่จื่อทันทีทิ้งเสียงร้องขอความเมตตาของสตรีไร้มารยาทไว้ด้านหลังอย่างไม่สนใจใยดี
‘คิดจะรังแกเปิ่นกงจู่ไม่ง่ายเช่นนั้นหรอกหากยอมให้พวกเ้ารังแก เห็นทีราชวงศ์ิ่คงเสื่อมเสียแล้ว!!’อวี้เหมยคิดก่อนจะเดินตามพี่สาวไปอย่างอารมณ์ดี โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครอีกคนที่แอบเป็ห่วงสาวน้อยบอบบางเช่นนางจนตั้งตัวเองเป็องครักษ์ลับๆเสียแล้ว