เคร้ง!!
เอี๊ยดดดดด... โครมมมมม!!
รถกระบะคันหนึ่งวิ่งผ่านท่อระบายน้ำกลางถนนหลังจากนั้นฝาท่อก็หลุดกระเด็นออกมาหมุนคว้างปานนักบัลเล่ต์ นั่นเองที่ทำให้มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งหักหลบมันจนพุ่งชนรถเข็นขายลูกชิ้นเต็มแรง ลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นปลา ปูอัด และไส้กรอกชีสเสียบไม้ลอยผ่านหน้านับเงินกับดาวเหนือขณะที่คนขี่มอเตอร์ไซค์ลอยไปกระแทกเสาไฟ หมวกกันน็อคหลุดลอยไปอีกทาง
"นายยรรยงนรธน นรธนยรรยง ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต...คอนเฟิร์มเคส" นับเงินรายงานกับเครื่องบันทึกภาพรูปลูกตาอีกครั้งก่อนที่คู่หูของเธอจะเลื้อยออกจากแขนเสื้อมาพันธนาการดวงิญญาที่พึ่งคลานโซซัดโซเซออกมาจากร่างอันบอบช้ำและแหลกสลาย
ทั้งหมด... ก็เพราะการไร้ความรับผิดชอบและความมักง่ายของคนกลุ่มหนึ่ง
"ไอ้หมอดูเฮงซวยไหนบอกเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุลแล้วจะดวงดี หมดเคราะห์หมดโศกไง"เ้าของชื่อนามสกุลประหลาดตามความคิดของดาวเหนือพึมพำซ้ำไปซ้ำมา
"สวัสดีครับหัวหน้านับเงิน"ใครคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างๆ ยมทูตสาว เขาเป็ชายหนุ่มผิวขาว ผมหยักศก สวมแว่นดำหมวกดำ สูทดำ และมีงูตัวใหญ่พันหลวมๆอยู่บนบ่าราวกับกำลังทำหน้าที่ผ้าพันคอให้คู่หู
"อ้าว... ไมเคิล มารอรับเหยื่อเหมือนกันเหรอ?" นับเงินยิ้มทักอีกฝ่ายอย่างคนคุ้นเคย
"นี่ไง... เหยื่อของไอ แต่อีก 7 วันนะ"ไมเคิลพยักพเยิดหน้าไปทางแม่ค้าขายลูกชิ้นที่นอนสลบไสลไม่ได้สติโดยมีหม้อทอดน้ำมันเดือดคว่ำอยู่บนหน้าอก
"อ้อ... ถึงกับต้องมาเฝ้าเลยเหรอ"นับเงินพยักหน้าเนือยๆ "คิวว่างทั้งอาทิตย์ขนาดนี้ น่าจะมาช่วยงานไอนะ"
"ใครว่า... เคสนี้ไอต้องโชว์ตัวให้ร่างทรงหมอผีดูเชียวนะญาติเหยื่ออุตส่าห์ไปเหมามาเรียกิญญา แต่ดันเป็ของปลอมทุกคน ฮ่าๆๆๆๆ"เ้าของชื่อไมเคิลหัวเราะขบขันปิดท้ายยาวๆชวนให้ขบคิดว่าการหัวเราะครั้งนี้จะสิ้นสุดลงที่ตรงไหน
"อ้อ งี้นี่เอง...จัดเต็มให้เข็ดหลาบหัวโกร๋นไปเลย อย่าให้เสียเที่ยว" นับเงินยิ้มมุมปากท่าทางเธอเองก็อยากมีโอกาสงามๆ แบบนี้บ้าง
"มันแน่อยู่แล้ว ได้ปลดปล่อยทั้งที"ไมเคิลหยุดหัวเราะ เปลี่ยนเป็ยิ้มเหี้ยมราวกับไม่ได้มีแค่เหล่าดวงิญญาที่เป็เหยื่อของยมทูตอย่างเขา
"คุณไมเคิลตัวจริงเสียงจริงหรือครับนี่!?" ดาวเหนือแอบกระซิบถามรุ่นพี่สาวตาชำเลืองมองบุคคลผู้ถูกกล่าวถึงซึ่งกำลังเริ่มต้นหัวเราะเป็บ้าเป็หลังอีกครั้ง
"ก๊อปเกรด A น่ะ... ไมเคิล ไอไปก่อนนะ คิววันนี้แน่นเลย"นับเงินกระซิบตอบ ก่อนจะหันไปบอกลาคนคนนั้น
ในที่สุด การรอคอยของดาวเหนือก็สิ้นสุดลงเขาวาร์ปตามหัวหน้ายมทูตสาวกลับลงไปที่ยมโลกอีกครั้งเพื่อนำส่งดวงิญญาเ้าของชื่อมงคลที่หมอดูการันตีนักหนาว่าจะดวงดี ดวงเฮงแถมอายุยืนเป็หมื่นปี หากเปลี่ยนมาใช้ชื่อนี้
"ดวงตายของคนทุกคนถูกกำหนดมาแล้วต่อให้เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนหน้า เปลี่ยนเส้นลายมือ หรือเปลี่ยนลายเซ็นก็ช่วยอะไรไม่ได้" นับเงินพูดขึ้นลอยๆระหว่างที่ยืนมองเหยื่อคนล่าสุดถูกผู้คุมสูทแดงคนเดิมลากตัวไปยังบัลลังก์ตัดสินโทษ
"แล้วดวงของคนที่จะต้องมาเป็ยมทูตล่ะครับ?" ดาวเหนือตั้งคำถามจากความสงสัยที่สั่งสมมานาน เหตุใดเขาจึงได้รับเลือกให้เป็ยมทูตทั้งที่ตอนเป็มนุษย์เขาก็ไม่ใช่คนดีอะไร มิหนำซ้ำยังต้องรับโทษในนรกอยู่เป็นานอีกด้วย
"อ้าว... ไม่มีใครบอกเลยเหรอ?" นับเงินเอียงคอมองยมทูตหนุ่มรุ่นน้องอย่างเอ็นดูในคำถาม
"อาจจะเพราะผมไม่เคยถามด้วยมั้งครับ"ดาวเหนือรอคอยคำตอบใจจดใจจ่อ
"แล้ว... ตอนตัดสินใจเป็ยมทูตฝึกหัด เราตอบคำถามผู้คุมฝึกว่ายังไงล่ะ?" นับเงินไม่ได้ตอบในสิ่งที่ดาวเหนืออยากรู้แต่กลับย้อนถามเื่ในอดีตของเขา
"เื่ที่ให้เลือกว่าอยากไปเกิดเลยหรือขึ้นไปเสวยสุขบน์วันนึงนั่นน่ะหรือครับ?" ดาวเหนือแค่นหัวเราะให้กับโชคชะตาของตัวเองที่ผ่านมาเขาคงเลวสุดขั้วขนาดที่์ไม่อยากต้อนรับงั้นสิ
"ช่ายยยยย...นั่นคือด่านแรกของการได้เป็ยมทูต"
คำตอบของนับเงินทำเอาดาวเหนือชะงักไปนิดนึงอ้อ... แสดงว่าเป็เขาสินะที่พาตัวเองมาเดินอยู่บนเส้นทางนี้
"ผมตอบว่าจะให้ไปเกิดก็ยังไม่อยากแต่จะให้ไปเสวยสุขบน์ตั้งวันนึง มันก็ดูน่าสมเพชไป"
คำตอบของดาวเหนือ ทำให้นับเงินอดขำไม่ได้
"ก็นั่นแหละ... เราถึงได้มาเป็ยมทูตนี่ไง ถึงจะได้อยู่์แค่วันเดียวก็นานเกินชีวิตมนุษย์แล้วเพราะแบบนี้อายุของการเป็ยมทูตจึงเทียบกับอายุของคนบนโลกมนุษย์ไม่ได้เทียบกับอายุของเทพบุตร เทพธิดา หรือสัตว์นรก"นับเงินเริ่มต้นอธิบายในสิ่งที่ดาวเหนือข้องใจ
"แปลว่าผมจะต้องเป็ยมทูต 100ปีมนุษย์สินะครับ" ดาวเหนือพยักหน้าให้กับสิ่งที่ได้รับรู้
"นี่แหละน้า...เวลาผู้คุมฝึกพูดแล้วไม่ตั้งใจฟัง" นับเงินกระเซ้า ก่อนจะอธิบายต่อ"คนที่จะมาเป็ยมทูตต้องมีดวงที่สามารถข่มดวงิญญาอื่นได้เคยใช้กรรมในนรกมาก่อนตามระยะเวลาไม่เกินจากที่ท่านยมกำหนด ไม่เคยต้องโทษหนักในขุมนรกจำพวกกรรมที่ก่อกับบุพการี ผู้มีพระคุณ และเหล่าสาวกผู้ประพฤติดีของแต่ละศาสนาหรือจะพูดว่าต้องเป็คนเทาๆ ก็คงไม่ผิดแต่ก็ใช่ว่าทุกคนที่เข้าเกณฑ์จะได้เป็ยมทูต เื่นี้เราน่าจะรู้ดีกว่าใคร"
คำพูดของนับเงินทำเอาดาวเหนือชะงักไปอีกครั้ง
"อ่อ...ไอ้ด่านทดสอบที่ทำให้ผมอยากตายสักชั่วโมงละพันครั้งนั่นน่ะเหรอครับ"ดาวเหนือตากระตุกตุบๆ ขึ้นมาทันทีที่นึกถึงผลการตอบรับข้อเสนอในการเข้าสอบเป็ยมทูตของตัวเองซึ่งทำให้เขาต้องเริ่มต้นบททดสอบคุณสมบัติและความเหมาะสมที่ไม่ต่างจากการรับโทษในนรกสักเท่าไหร่
"นั่งลงสิ..."เขายังจำได้ดีถึงตอนที่ผู้คุมฝึกหน้าเหี้ยมในชุดสูทแดงพาเข้าไปในห้องมืดๆ แคบๆอับๆ ที่มีเพียงแค่โซฟาหนังเล็กๆ สำหรับคนคนเดียวก่อนจะขังเขาไว้กับเหล่าฆาตรกรต่อเนื่อง
สวบ... สวบ... สวบ...
ฉึก... ฉึก... ฉึก...
ฉับ... ฉับ... ฉับ...
คนพวกนั้นเป็อดีตฆาตกรต่อเนื่องจากหลายยุคหลายสมัยและหลายประเทศทั้งอังกฤษ ไทย อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี เปล่าเลย...พวกเขาไม่ได้จับดาวเหนือมาเป็เหยื่อหากแต่กำลังแสดงความสามารถในการฆ่าและหั่นให้ผู้เข้ารับการทดสอบอย่างเขาดูต่างหาก
"นะ... นะ... นี่มันเื่บ้าอะไรเนี่ย!!"ดาวเหนือจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยอาการตัวแข็งเขาอยากจะหนีออกไปจากห้องนี้ซะให้รู้แล้วรู้รอดแต่ขาของเขากลับไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้ราวกับถูกหินก้อนมหึมาถ่วงเอาไว้กับโซฟา
เืสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วทั้งห้องมิหนำซ้ำยังไหลนองเต็มพื้น และแผ่อาณาเขตใกล้เท้าของเขาเข้ามาเรื่อยๆ เรื่อยๆถึงอย่างนั้นดาวเหนือก็ทำไม่ได้แม้แต่จะขยับเท้าหนีรวมทั้งไม่อาจเบนสายตาหนีภาพการฆาตกรรมตรงหน้าได้แม้สักเสี้ยววินาทีทุกนาทีที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้า เต็มไปด้วยการเฉือน สับ ตัด หั่นจากเ้าของท่าทางเ็ากับสีหน้าเปี่ยมสุข นี่ถ้าก่อนหน้านี้เขากินอะไรเข้าไปล่ะก็มันคงไม่หลงเหลืออยู่ในกระเพาะแล้ว
"สิ้นสุดการทดสอบแรก ออกมาได้แล้ว..."
หลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมงผู้คุมฝึกคนเดิมก็เปิดประตูเข้ามาเรียกเขา ทว่านั่นไม่ใช่สัญญาณการพัก
"ผม... สะ... สะ... สอบผ่าน ระ... ร...หรือเปล่าครับ?" ดาวเหนือถามตะกุกตะกักโดยที่ขาสองข้างอันไร้เรี่ยวแรงของเขา ยังไม่สามารถหยัดยืนขึ้นเพื่อทำตามคำสั่งได้
"เ้าจะรู้ผลก็ต่อเมื่อผ่านการทดสอบทั้งสามแล้วเท่านั้น"
คำตอบของผู้คุมฝึกทำให้ดาวเหนืออยากย้อนเวลากลับไป ในตอนที่เขาตอบรับการทดสอบเข้าเป็ยมทูตฝึกหัดเสียเหลือเกินและเขาจะไม่เลือกคำตอบที่ทำให้ตัวเองต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้เด็ดขาด
"อีกแล้วเหรอเนี่ย..." ดาวเหนือพึมพำเมื่อผู้คุมฝึกพาเขาออกจากห้องมืดๆ แคบๆ อับๆ ที่มีเพียงแค่โซฟาหนังเล็กๆสำหรับคนคนเดียว เข้ามาภายห้องมืดๆ แคบๆ อับๆ ที่มีเพียงแค่โซฟาหนังเล็กๆสำหรับคนคนเดียวอีกห้อง
"ผมต้องดูเคสฆาตกรรมแบบไหนอีกครับเนี่ย?"
มีเพียงความเงียบที่ดังตอบคำถามจากความสงสัยของดาวเหนือก่อนที่ประตูห้องจะปิดสนิทลงพร้อมการจากไปของผู้คุมฝึกทิ้งไว้เพียงความมืดที่รายล้อม ทว่าไม่นาน... เสียงแปลกปลอมก็ดังขึ้น
"ผมยังไม่อยากตาย ผมยังมีครอบครัวที่ต้องดูแลแม่ของผมป่วยหนัก พ่อก็แก่มากแล้ว เมื่อเดือนก่อนน้องชายของผมก็มาพิการไปอีกคนได้โปรดเถอะครับ ให้ผมได้อยู่จัดการเื่ทุกอย่างอีกหน่อยเถอะนะครับ"
น้ำเสียงชวนสงสารดังขึ้นเป็เวลาเดียวกับที่มือสั่นๆ ของใครบางคนเอื้อมมาจับข้อเท้าของดาวเหนือทำเอาเขาสะดุ้งเฮือก
"ผม... ขะ... ขอร้องเถอะครับ"
ใบหน้าขะมุกขะมอมของชายคนนั้นเต็มไปด้วยน้ำมูกและน้ำตาแห้งกรังเสื้อผ้าของเขาขาดวิ่น เนื้อตัวเปรอะเปื้อนคราบเื ศีรษะแตกเป็แผลเปิดจากการประสบอุบัติเหตุดูเหมือนคนคนนี้จะถึงฆาตแล้ว เพียงแต่เขายังพยายามร้องขอต่อรองเวลาของการมีชีวิตให้ยืดออกไปอีก
"คือว่า..."ดาวเหนือขมวดคิ้วคิดหาคำตอบ ทว่าไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ
"ชะ... ชะ... ช่วยด้วย... ช่วย...ด้วยค่ะ"
เสียงร้องขอความช่วยเหลือของใครอีกคนดังขึ้นเรียกให้ดาวเหนือหันขวับไปมองเ้าของมือเล็กๆ ซึ่งเล็บทั้งสิบเริ่มเปลี่ยนเป็สีเขียวที่กำลังเอื้อมมาจับชายกางเกงขายาวของเขา
"หนู... อยากเจอ... แม่..."เด็กหญิงร่างผอมซูบ ผิวขาวซีดไร้เืฝาด พูดกับดาวเหนือ "ขอหนูเจอแม่...ก่อน... ดะ... ได้ไหมคะ" เธอส่งสายตาวิงวอน
"ขะ... ขะ... คือ..."ดาวเหนือตะกุกตะกักหนักขึ้น เพราะไม่รู้จะตอบคนทั้งคู่ว่ายังไงดีไม่ทันไรมือปริศนามากมายก็เอื้อมมาฉุดดึงแขนขาของเขา พร้อมๆกับเสียงตัดพ้อและอ้อนวอนที่ดังประสาน
"ขออยู่อีกวันนึง แค่วันเดียว"
"ฉันยังตายไม่ได้ ตายไม่ได้เด็ดขาดถ้าฉันตายแล้วลูกจะอยู่กับใคร"
"ท่านยมทูต... มีแค่ท่านที่จะช่วยพวกเราได้"
มือขาวซีดเปรอะเปื้อนคราบเืแห้งกรังที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆจากหลักหน่วยเป็หลักสิบ และหลักสิบเป็หลักร้อย เอื้อมคว้าแขนขาไล่ขึ้นมาฉุดรั้งตามตัว และลามขึ้นมาถึงใบหน้าของดาวเหนือ ทำเอาเขาแทบหยุดหายใจ
"มะ... มะ... ไม่ได้... พวกคุณตายไปแล้ว ยังไงก็ต้องลงไปให้ท่านยมตัดสินโทษไปขอร้องกับท่านยมเถอะ ผมไม่เกี่ยว!!"ดาวเหนือหลับตาละล่ำละลักคำตอบที่ทบทวนอยู่หลายตลบ และไม่อาจทนทบทวนได้อีกต่อไปหลังจากนั้น...
"หึ... ว่าแล้ว"
เสียงหัวเราะในลำคอของนับเงินปลุกดาวเหนือให้ตื่นจากภวังค์ความคิด เพื่อที่จะพบกับคนคุ้นตาคนหนึ่ง
"ขอทานคนนั้น..." เขาพึมพำระหว่างที่จ้องมองชายขาดีวัย40 ปี หรือก็คืออดีตชายไร้ขาที่เคยพบเจอก่อนหน้านี้ ่ที่นับเงินมีคิวรับดวงิญญานายเชี่ยวชาญกัญชงอะไรนั่น
"หรือว่าจะเป็แฝดครับขอทานคนนั้นไม่มีขานี่" ดาวเหนือพยายามมองโลกในแง่ดี ตายังคงจับจ้องอยู่ที่ชายขอทานขาดีระหว่างที่นึกย้อนพิจารณาถึงเสื้อผ้าขาดวิ่นรุ่งริ่งว่าใช่ตัวเดียวกันหรือไม่เป็เวลาเดียวกับที่...
โครมมม... ม!!
เสียงกึกก้องสั่นะเืรูหู ดังมาจากฝาท่อปูนผุๆพังๆ บริเวณเท้าของชายขอทาน ตามติดด้วยภาพร่างเคราะห์ร้ายที่หล่นลงไปในท่อระบายน้ำทั้งแขน ขา และใบหน้าล้วนกระแทกกับขอบปูนหักพังไม่ได้รูป จนผิวดำขะมุกขะมอมบังเกิดาแไปทั่วรวมไปถึงแผลใหญ่ที่ทำให้เขาสูญเสียลมหายใจซึ่งมาจากเหล็กเส้นหนึ่งที่เสียบทะลุจุดสำคัญ ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนดาวเหนือซึ่งไม่ทันตั้งตัวได้แต่ยืนอ้าปากค้างด้วยอาการช็อก
"นายบันลือ บรรพต ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต...คอนเฟิร์มเคส" นับเงินวาร์ปเข้าไปรอรับดวงิญญาตรงปากท่อและแม้ว่าตัวเธอจะไม่มีทางตกท่อระบายน้ำตามเหยื่อเคราะห์ร้ายลงไปด้วยอีกคนแต่หญิงสาวก็เลือกที่จะลอยตัวอยู่เหนือพื้นฟุตบาทตรงนั้น เพื่อความสบายใจ
...เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ใน... ไทยแลนด์แดนสนธยา
"เงินกู!! ตกท่อหมดเลย!!...โธ่เว้ยยยยย!!" ชายขอทานคนนั้นยังคร่ำครวญไม่หยุดแม้จะถูกเ้านิลพันธนาการข้อมือไว้อย่างแ่า มิหนำซ้ำ...
"สึดดดด!อุตส่าห์นั่งทำเป็คนขาพิการทั้งวัน"
คำสบถล่าสุดที่หลุดออกมาจากปากชายขอทานขาดีไขข้อข้องใจให้กับดาวเหนือจนหมดสิ้น
"ที่แท้ก็แกล้งพิการเหรอเนี่ย... เฮ้อออออ!"ดาวเหนือส่ายหน้าเอือมระอาพลางถอนหายใจยาวๆ
"สาเหตุที่เราต้องทดสอบเธอในด่านที่ 2นั่นไง เพราะต่อให้เขาจะอยู่ในสภาพน่าสงสารขนาดไหน พวกนี้ก็คือคนที่ต้องลงมารับโทษ"นับเงินบอกรุ่นน้องระหว่างที่พาเขาวาร์ปกลับมาส่งดวงิญญาชายบ้าเงินในนรก
"ผมพึ่งเข้าใจวันนี้เอง"ดาวเหนือนึกย้อนกลับไปถึงการทดสอบการเป็ยมทูตด่านที่ 2 อีกครั้ง
"เตรียมตัวเข้าทดสอบด่านที่ 3 ได้"
เสียงของผู้คุมฝึกดังขึ้นขณะที่เ้าของมือขาวซีดเปื้อนเืทั้งหมดอันตรธานหายไปราวกับไม่เคยมีพวกเขาอยู่ตรงนั้น เอ่อ...คงเป็เพราะคำตอบที่เขาะโออกไปนั่นสินะนี่ถ้าเขาเลือกตอบในทำนองที่ให้ิญญาเ่าั้อยู่บนโลกต่อก็คงไม่ได้มาเป็ยมทูตแบบนี้
"แต่น่าใมากๆ เลยนะครับปรากฏการณ์ตกท่อตายเนี่ย" ดาวเหนือพูดขึ้นระหว่างที่เขาและนับเงินกลับขึ้นมาบนโลกมนุษย์อีกครั้ง
"อ้าวๆพูดแบบนี้แสดงว่าลืมการตายของตัวเอง"
คำพูดของนับเงินทำเอาดาวเหนือหันขวับไปจ้องหน้าเธอเขม็ง
"รุ่นพี่รู้ด้วยหรือครับว่าผมตายยังไง!?" เขาละล่ำละลักถามเพราะเข้าใจว่ามีเพียงยมทูตผู้ไปรับดวงิญญาของเขาเท่านั้นที่รู้ว่าเขาตายอนาถขนาดไหน
"ก็ต้องรู้สิ พี่เป็หัวหน้ายมทูตเชียวนะ...ไม่ต้องอายหรอกน่า ประเทศนี้น่ะ ใครก็ตายพิสดารได้ทั้งนั้น เื่ธรรมดา"นับเงินตบบ่าให้กำลังใจรุ่นน้อง
"ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะครับอย่าไปเล่าให้ใครฟังล่ะ ผมขอ จะให้ผมทำอะไรก็ได้แค่รุ่นพี่เก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับก็พอ"
ข้อเสนอของดาวเหนือทำเอานับเงินยิ้มกริ่มั์ตาเป็ประกาย
"จริงเหรอ?" เธอถามย้ำ
"ยกเว้นเื่ที่มันขัดกับความเป็ผมละกันครับอย่างให้ไปเป็แฟนกับรุ่นพี่ไรงี้" ดาวเหนือปั้นหน้าระอาใจให้กับท่าทางของนับเงิน
"รู้แล้วล่ะน่า...งั้นวันนี้เราไปพักได้แล้วล่ะ เตรียมฟิตร่างกายให้พร้อม พรุ่งนี้มีเหยื่อชิ้นใหญ่อาจจะเจอพวกมารมาแย่งกลางทาง"
คำตอบของนับเงินทำเอาดาวเหนือเลิกคิ้วจ้องหน้าเธอด้วยความประหลาดใจ
"ในไทย มีคนที่พวกมาร้าตัวด้วยเหรอครับผมนึกว่าต้องระดับฮิตเลอร์ แจ็ค เดอะ ริปเปอร์ ไม่ก็สตาลินซะอีก"ดาวเหนือหัวเราะพลางไล่นึกรายชื่อบรรดาคนชั่วในไทยที่นรก้าตัว และเหล่ามารเองก็น่าจะ้าแย่งชิงไปเป็สมัครพรรคพวกว่าควรจะเป็ใครบ้าง
"เราคิดว่าเป็ใครล่ะ?" นับเงินย้อนถามยิ้มๆแน่นอน... นั่นก็เพราะเธอรู้คำตอบอยู่แล้วน่ะสิ
"ผมรอลุ้นดีกว่าครับ ไม่อยากให้ค่า"
คำตอบของดาวเหนือทำให้นับเงินถึงกับหลุดหัวเราะออกมา
"ความน่าจะเป็มันมีเสมอนั่นแหละถึงจะแค่ศูนย์จุดศูนย์ศูนย์หนึ่งเปอร์เซ็นต์ อย่ามองข้าม จะได้ไม่พลาด... พี่ไปล่ะพรุ่งนี้เจอกันที่เดิม" เธอพูดจบก็วาร์ปหายไปทิ้งยมทูตฝึกหัดดาวเหนือให้ยืนร่างโปร่งแสงอยู่ท่ามกลางแสงแดดยามเที่ยงกับผู้คนที่เดินผ่านไปมาขวักไขว่บนฟุตบาทสภาพไม่สมประกอบใจกลางกรุงเทพมหานคร
"พึ่งเที่ยงเอง ถ้าเป็มนุษย์ก็คงต้องไปหาอะไรกินแต่ยมทูตไม่ต้องกินอะไร งั้นก็..." ดาวเหนือหยุดคิดนึงนึงก่อนจะเผลอยิ้มสนุกออกมา
"ไปดูหน้าคนที่เราต้องพาไปยมโลกหน่อยดีกว่า"เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะวาร์ปหายไปจากฟุตบาทตรงนั้นอีกคน