ตัดภาพไปที่เมืองหมื่นโอสถ วังเทพโอสถสาขาหลักเองก็ตั้งอยู่ที่เมืองแห่งนี้ เมืองแห่งนี้ถือเป็สรวง์ของเหล่านักหลอมโอสถอย่างแท้จริง! เพราะมันเต็มไปด้วยโอสถและสมุนไพรมากมาย!
ที่ลานกว้างใจกลางเมือง มีเสาหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่อย่างหน้าเกรงขาม! นั่นคือศิลาสถาปนาเทพโอสถ! ซึ่งมันจะสลักชื่อของนักหลอมโอสถั้แ่ระดับห้าขึ้นไปเอาไว้
เพื่อแสดงถึงเกียรติยศของนักหลอมโอสถเ่าั้! ที่รายชื่อ้าของเสาศิลาไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงมาเนินนานนับพันปีแล้ว แต่ในวันนี้ มันกับเกิดลำแสงสีทองสว่างจ้า พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกลับเสาค้ำ์
เมื่ออยู่ๆศิลาสถาปนาเทพโอสถ ก็เกิดลำแสงสีทองพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ผู้คนภายในแคว้นต้าโจวล้วนสามารถมองเห็นลำแสงนั้นได้อย่างชัดเจน
ทำให้มีผู้แข็งแกร่งมากมายทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ส่วนผู้ที่เหยียบย่างอยู่บนอากาศไม่ได้ ก็ทะยานขึ้นไปยืนบนที่สูง พวกเขาต่างก็หันหน้ามองไปยังทิศทางที่ลำแสงนั้นกำเนิดขึ้น!
"เกิดอะใดขึ้น?"
"มีสมบัติล้ำค่าถือกำเนิดขึ้นมาเช่นนั้นหรือ?!!"
"แสงนั้นมาจากทางเมืองหมื่นโอสถ!"
"หรือว่าเทพโอสถกำลังหลอมโอสถล้ำค่าขึ้นมา!?"
"แคว้นต้าโจวถูกสัตว์อสูรบุกโจมตีหรือ!!"
"เทพเซียนทรงโปรด!"
“@#-&฿&฿#??”
เหล่าจอมยุทธ์และเหล่ามนุษย์ปุถุชนเดินดินทั่วแคว้นต้าโจว ต่างก็พากันมองไปยังลำแสงสีทองที่พุ่งขึ้นฟ้า และพากันกล่าวกันไปคนละทิศคนละทางอย่างไม่มีมูลเหตุแห่งความจริงเลยแม้แต่น้อย!
เพราะว่ามีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้น ที่รับรู้ว่าความจริงเป็มาเช่นไร? ส่วนมากล้วนแล้วแต่เป็คนของขุมกำลังอันดับสูงเท่านั้นที่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง เพราะเหตุการณ์เช่นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นมาบ่อยๆนั่นเอง ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นมาก็เมื่อหนึ่งพันปีก่อน...
...............
"ศิลาสถาปนาเทพโอสถเกิดการเปลี่ยนแปลง! ไปสืบมา ว่าเป็ผู้ใดทะลวงขึ้นสู่ระดับเทพโอสถ!?"เสียงของหลินชิงเทียนประมุขสำนักกระบี่เบิกฟ้ากล่าวขึ้นมา สั่งให้ผู้าุโในสำนักของตนส่งคนออกไปสืบข่าว
"ขอรับ/เ้าค่ะท่านประมุข"เหล่าผู้าุโตอบรับแล้วรีบทะยานร่างออกไปจากอาคารในทันที
.........
"พันปีมาแล้ว นับจากที่จ้าวเสี่ยวอี้ทะลวงระดับขึ้นเป็เทพโอสถในปีนั้น!? นึกไม่ถึงเลยว่าวันนี้ศิลาสถาปนาเทพโอสถ จะเกิดปรากฎการณ์เช่นนั้นขึ้นมาอีกครั้ง!?.... อู่ฝาง! เ้าจงไปสืบมา ว่าเทพโอสถคนใหม่คือผู้ใด..."
โอหยางซุน เ้าหอหมื่นสมบัติหันไปมองทางเมืองหมื่นโอสถ จากนั้นก็กล่าวออกมาเบาๆ สั่งให้อู่ฝางผู้าุโฝ่ายซ้ายไปตรวจสอบดู
“ขอรับ!” ร่างเงาสีดำหายวับออกไปจากห้องในทันที
................
“นึกไม่ถึงว่าจะมีเซียนโอสถทะลวงระดับขึ้นสู่เทพโอสถได้!?... กฎฟ้าดินเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ….”
" เข้ามา!! เ้าจงไปสืบมาว่าเป็เซียนโอสถจากขุมกำลังใด ที่ทะลวงระดับขึ้นเป็เทพโอสถ!?"
หลงซิงฉือ ประมุขตระกูลหลงนั่งอยู่บนบัลลังก์ัสีทองทรงอำนาจ พร้อมกับจับจ้องออกไปนอกหน้าต่าง มองดูลำแสงสีทองที่พุ่งขึ้นฟ้า และกล่าวขึ้นมาเบาๆ
เมื่อคำกล่าวนั้นจบลง อากาศด้านล่างบัลลังก์ก็ค่อยสั่นเบาๆ จากนั้นร่างของคนที่สวมชุดคลุมสีดำ มองไม่เห็นตัวก็ปรากฏขึ้นมา คุกเขาอยู่ด้านหน้าของเขา
"รับบัญชาท่านประมุข!!"เมื่อร่างนั้นกล่าวตอบรับแล้ว มันก็ค่อยๆอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องลอย คนผู้นี้คือหนึ่งในองครักษ์พิทักษ์ั กลุ่มคนที่ตระกูลหลงเลี้ยงดูขึ้นมา
....................
ตัดกลับมาที่ด้านหน้าศิลาสถาปนาเทพโอสถตอนนี้มีคนสามคนยืนอยู่บนอากาศด้านหน้าศิลาสถาปนาเทพโอสถ รอบๆนั้นมีร่างของจอมยุทธ์อีกหลายร้อยคนยืนมองเหตุการณ์กันอยู่จนทั่ว
สามคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุด เป็บุรุษสองคนและสตรีหนึ่งคน สามคนนี้คือ เย่าเฉิน จ้าวเสี่ยวอี้และเฟยหยา สามผู้นำของวังเทพโอสถนั้นเอง
"นั้นสามผู้นำของวังเทพโอสถ!"จอมยุทธ์คนหนึ่งกล่าวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น
"นั้นเทพโอสถ!!"จอมยุทธ์คนหนึ่งกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ
"นึกไม่ถึงเลยว่าเหตุการณ์นี้ จะสามารถเรียกความสนใจของเทพโอสถได้?..."จอมยุทธ์อิสระคนหนึ่งกล่าวออกมา
"ข้าไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้ของข้าจะได้เห็นเทพโอสถตัวเป็ๆ ก่อนที่จะสิ้นอายุไขลง!"ชายชราคนหนึ่งกล่าวออกมาด้วยความตื้นตันใจ
"@&#฿_&&฿฿"
เหล่าจอมยุทธ์และผู้คนที่อยู่รอบๆ เมื่อเห็นเทพโอสถปรากฏตัวขึ้นมา พวกเขาต่างก็พูดคุยกันไปเสียงดังระงมไปทั่ว
...................
เย่าเฉินเป็บุรุษหนุ่มรูปงามหน้าตาหล่อเหลา ดูด้วยตาเปล่าอายุประมาณสามสิบต้นๆ เขารวบผมขึ้นทั้งหัวสวมกวานสีทอง สวมชุดสีเขียวอ่อนปักด้วยลวดลายป่าไผ่ ดูแล้วมีความสง่างามสูงส่ง แต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนอยู่ในนั้น
จ้าวเสี่ยวอี้เป็บุรุษวัยกลางคน สวมใส่ชุดสีแดงเหมือนโลหิต ปักด้วยลวดรายเปลวเพลิงสีดำ ปล่อยผมสยายไม่เป็ระเบียบเรียบร้อย หน้าตาดูชั่วร้ายเป็อย่างมาก
ส่วนสตรีหนึ่งเดียวที่ยืนรวมกลุ่มอยู่กับทั้งสองคนคือเฟยหยา นางดูเหมือนสตรีวัยชราผมขาวแซมดำ รูปร่างของนางสูงประมาณหนึ่งร้อยห้าสิบเิเ ร่างกายอวบอ้วน มือข้างขวาถือไม่เท้าอยู่ นางมวยผมเป็ทรงกลมปักด้วยปิ่นไม้สีน้ำตาล สวมชุดสีน้ำเงินเข้มปักด้วยลวดลายคลื่นน้ำทะเล
แม้ว่าทั้งสามคนจะดูแล้วมีอายุไม่มาก แต่ละคนมีอายุไม่เกินร้อยปี แต่รูปลักษณ์ภายนอกนั้นไม่สามารถนำมาตัดสินได้ เพราะจอมยุทธ์ระดับเซียนขึ้นไป สามารถคงรูปลักษณ์ตอนเยาว์วัยของตนเองเอาไว้ได้
ขึ้นอยู่ว่าพวกเข้าจะเลือกใช้รูปลักษณ์ตอนพวกเขามีอายุเท่าใด!? ด้วยเหตุนี้อายุไขที่แท้จริงของพวกเขาแต่ละคน จึงไม่น้อยไปกว่าฟางชิงหลันเลย
เวลาไหลผ่านไปอีกประมาณหนึ่งเค่อ รายชื่อของนักหลอมโอสถระดับแปดก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น รายชื่อของฟางชิงหลันที่เดิมทีอยู่อันดับที่สิบห้า ของนักหลอมโอสถระดับแปด ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น!
มันหายไปจากชั้นนั้น และมันค่ายๆถูกสลักขึ้นมาอีกครั้งที่ชั้นบนสุด แต่ที่หน้าตื่นตระหนกไปยิ่งกว่านั้นคือ รายชื่อของนางไม่ได้ปรากฏขึ้นเป็เทพโอสถลำดับที่สี่!
แต่มันกลับปรากฏขึ้นไปแทนที่เทพโอสถลำดับที่สอง ซึ่งเป็เหตุให้มันดันรายชื่อเทพโอสถลำดับที่สองและที่สามให้ตกลงมาเป็ลำดับที่สามและที่สี่แทน!
ตอนนี้ใบหน้าของเฟยหยาตกตลึงเป็อย่างมาก! นางไม่คิดว่าเทพโอสถคนใหม่นั้นจะมีฝีมือสูงส่งกว่านาง แต่นางก็ไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา นางสามารถยอมรับมันได้โดยปริยาย แต่คนที่เป็เดือนเป็ร้อนกับเป็จ้าวเสี่ยวอี้แทน!
"เป็ไปได้อย่างไร! พึ่งทะลวงขึ้นสู่ระดับเทพโอสถ! กลับมีความสามารถมากกว่าข้าแล้ว!!! "จ้าวเสี่ยวอี้กล่าวออกมาอย่างเดือดดาลและไม่ยินยอม
สีหน้าของเขาตอนนี้นั้นไม่หน้าดูเป็อยากมาก หน้าดำคร่ำเขียวเหมือนกลับมีคนมาเต๊ะโดนไข่ของตนเองอย่างไรอย่างนั้น
แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ยินยอมเช่นไร เขาก็ไม่สามารถทำอันใดได้อยู่ดี เพราะว่าเขารู้อยู่แล้วว่าศิลาสถาปนาเทพโอสถย่อมไม่หลอกลวงอย่างแน่นอน
สาเหตุที่ตนอยู่ลำดับที่สามในตอนแรกที่มีเทพโอสถสามคน ก็เป็เพราะว่าตนมีความสามารถไม่เท่ากลับเย่าเฉินและเฟยหยาจริงๆ เขาจึงได้แต่ทำใจยอมรับ!
"ฟางชิงหลันหรือ? คนผู้นี้เป็คนของขุมกำลังใดกัน!?"เทพโอสถเย่าเฉินกล่าวออกมา ด้วยสีหน้าใคร่รู้ เดิมทีเขาก็ไม่ค่อยสนใจผู้อื่นอยู่แล้วจึงไม่ล่วงรู้เื่นี้
"นางอายุน้อยกว่าข้าร้อยกว่าปี ตอนนั้นนางนับว่าเป็ผู้มีพร์เป็อย่างมากในการหลอมโอสถ นางเป็เพียงจอมยุทธ์อิสระ ไม่ได้เข้าร่วมกลับขุมกำลังใด นางไม่มีใครหนุนหลัง ไม่นึกเลยว่านางจะมีวันนี้ได้! โชควาสนาของนางช่างล้ำเลิศยิ่งนัก!" เฟยหยากล่าวออกมาอย่างปลดปลง
“หืม!? ไม่มีขุมกำลังใดๆหนุนหลังหรือ? เห็นทีนางคงพบโชควาสนายิ่งใหญ่เข้าจริงๆ จึงทำให้นางสามารถทะลวงระดับขึ้นเป็เทพโอสถได้!?” เย่าเฉินครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วกล่าวออกมา
เพราะว่าการที่จะทะลวงระดับขึ้นเป็เทพโอสถนั้น หากไม่มีโอสถ สมุนไพร หรือสมบัติล้ำค่าฟ้าดินเข้าช่วยเหลือ นับว่ามันเป็ไปไม่ได้เลยที่จะทะลวงระดับขึ้นไปได้
เนื่องด้วยว่ากฏฟ้าดินยังไม่สมบูรณ์ อาศัยดูดซับพลังิญญาในอากาศเพียงอย่างเดียว ล้วนเป็สิ่งที่เพ้อฝัน! หากอยากทะลวงระดับขึ้นเป็เทพโอสถ!
"เราเชิญนางเข้ามาเป็หนึ่งในผู้าุโวังเทพโอสถดีหรือไม่? เราไม่ควรให้ขุมกำลังอื่นๆได้ตัวนางไป! หากขุมกำลังอื่นๆมีเทพโอสถปรากฏขึ้นมา พวกมันจะต้องไม่เห็นหัวพวกเราแน่!"จ้าวเสี่ยวอี้กล่าวแสดงความคิดเห็นออกมา
ถึงแม้พวกเขาทั้งสามจะชิงดีชิงเด่นกันอยู่ตลอดเวลา แต่พวกเขาก็เห็นแก่ผลประโยชน์ของขุมกำลังตนเองเป็หลัก!
พอได้ฟังเ้าเสี่ยวอี้กล่าวขึ้นมา เย่าเฉินและเฟยหยาก็คิดเล็กน้อยแล้วพยักหน้าเห็นด้วย
"ถ้าเช่นนั้นส่งคนออกไปตามหานาง เชิญนางมาที่วังเทพโอสถ!"เย่าเฉินกล่าวออกมา
"เดี๋ยวข้าจัดการเอง!"จ้าวเสี่ยวอี้กล่าวขึ้นมา จากนั้นพวกเข้าทั้งสามก็หายตัวไปจากจุดที่พวกเข้ายื่นอยู่ กลับเข้าไปในวังเทพโอสถเพื่อจัดการเื่ต่างๆต่อ...…