“ผมไปทำงานก่อนนะครับพ่อ ไปก่อนนะครับแม่”
“เดี๋ยวลูก วันนี้แม่นัดลูกสาวของเพื่อนแม่คนนึง สิบทิศพาน้องไปกินข้าวหน่อยนะ ถือว่าลองทำความรู้จักกันดู”
“แม่ครับวันนี้ผมมีประชุมทั้งวันเลย อาจจะเสร็จเย็นๆเลยครับ”
“พอดีเลย แม่นัดน้องไว้ตอนสองทุ่ม ฝากด้วยล่ะ”
พูดจบแม่ก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากโต๊ะอาหารทันที ปล่อยให้ผมอึ้งอยู่กับความรู้ทันตลอดของแม่ เมื่อหันไปมองหาพ่อ พ่อก็ทำท่ายกไหล่อย่างช่วยไม่ได้ให้ผมซะงั้น
ต้องบอกคร่าวๆ ครอบครัวของผม มีด้วยกันทั้งหมด 4 คน ถึงแม้ว่าพ่อจะเป็หัวหน้าครอบครัว และบริหารบริษัทที่มีจำนวนพนักงานเป็จำนวนมาก แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน พ่อเป็เพียงแค่ที่ปรึกษาธรรมดาๆคนนึงของแม่ไปโดยปริยาย ผมสิบทิศ เป็พี่ใหญ่ของบ้าน หลังจากเรียนจบต่างประเทศก็ถูกเรียกตัวให้กลับมาช่วยบริหารธุรกิจที่บ้าน ส่วนน้องผม ชื่อว่าจอมทัพ ั้แ่เรียนจบมอปลายด้วยเกรดเฉลี่ยเลี่ยดิน พ่อเลยทำโทษให้ไปเรียนต่อต่างประเทศ พวกเราเป็พี่น้องที่ไม่ค่อยถูกกันมาั้แ่เด็ก อาจจะเป็เพราะอายุของเราสองคนที่ห่างกันค่อนข้างเยอะ เลยทำให้ความคิดไม่ตรงกัน
หลังจากกลับมาจากต่างประเทศได้ไม่นาน ผมก็ได้รับตำแหน่งรองผู้บริหารบริษัท บริษัทของเราเป็บริษัทดีไซเนอร์ชื่อดังที่มีผู้คนอยากร่วมงานด้วยเป็จำนวนต้นๆของประเทศ และด้วยการเป็บริษัทใหญ่ การทำงานเลยต้องใช้ทักษะรอบด้าน รวมทั้งบุคลากรที่มีคุณภาพในการออกแบบและร่วมงานกัน ทุกวันผมยุ่งจนไม่ได้มีเวลากินหรือพักผ่อนได้เต็มอิ่ม ไหนจะเวลาตรวจงาน เตรียมแฟชั่นโชว์ อีกทั้งเป็กรรมการคัดเลือกนางแบบที่มาเดินแบบในแต่ละครั้ง หรือแม้แต่หาเวลาเดทกับผู้หญิงหลังจากกลับมาจากต่างประเทศสักครั้งยังทำได้ยาก เมื่อผมอายุ 27 แม่ก็เริ่มหาคู่นัดบอกจากเพื่อนของแม่ให้ผมมาตลอด แต่ก็งั้นล่ะครับ ผมไม่ได้จะคบกับใครก็ได้ซะด้วยสิ ตอนนี้เลยยังคงความโสดไว้ตลอด ใช้เวลาไปกับการทำงานในทุกๆวันเสียส่วนใหญ่
“คุณสิบทิศครับ สองทุ่มคุณมีนัดบอดตามที่คุณหญิงแจ้งมานะครับ”
“นี่แม่เล่นสั่งเลขาส่วนตัวฉันเลยหรอ”ผมพึมพำเล็กน้อย
“อืม….เข้าใจแล้ว”
“นั้นผมไปเตรียมรถนะครับ”
เลขาส่วนตัวที่ไม่ค่อยส่วนตัวสักเท่าไหร่พูดจบก็เดินออกไปจากห้อง ผมเซ็นเอกสารที่อยู่ตรงหน้าเสร็จ ปิดคอม หยิบโทรศัพท์แล้วเดินออกมา
รถค่อยๆขับมาจอดที่ร้านอาหารหรูร้านหนึ่ง ผมเปิดประตูเดินออกไปเพื่อพบกับคู่ดูตัวที่แม่นัดเอาไว้ภายในร้าน ด้านในร้านตกแต่งหรูหรามาก บ่งบอกได้ถึงระดับของคนมาทานอาหารที่ร้าน
“คุณสิบทิศไหมครับ”
“ครับ”
“เชิญทางนี้ค่ะ”
พนักงานคนหนึ่งยิ้มอย่างต้อนรับแล้วพาผมมายังโต๊ะมุมในสุด ที่มองเห็นวิวริมแม่น้ำในยามค่ำคืนที่สวยที่สุดของร้าน ซึ่งมีหญิงสาวผมบลอนด์ ใส่แบรนด์เนมั้แ่หัวจรดเท้านั่งอยู่ เธอยิ้มเล็กน้อยให้ผมเมื่อผมเดินไปถึง
“สวัสดีค่ะ ฉันเซน่าค่ะ”
“อ๋อครับ ผมสิบทิศครับ”
“ตัวจริงคุณสิบทิศ หล่อหว่าที่เห็นในข่าวอีกนะคะ”
“...........”
“สั่งอาหารไหมคะ คุณสิบทิศชอบทานอะไรคะ พาสต้า สเต็ก หรือว่าล็อบสเตอร์ หรือจะ…”
“เราเข้าเื่กันเลยดีกว่านะครับ”
“อ้อ…ใจร้อยจังเลยนะคะ”
“คือที่ผมมาวันนี้ เพราะว่าคุณแม่บอกให้มานะครับ ผมยังไม่อยากมีใครตอนนี้ ผมอยากโฟกัสงานเป็อันดับแรกก่อน”
“อ๋อค่ะ แต่ว่าฉันว่า….”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว นั้น…ผมขอตัวก่อนนะครับ ส่วนอาหารมื้อนี้ผมเลี้ยง คุณเซน่าทานได้เลยนะครับ ผมจะให้เลขาจัดการให้ ขอบคุณที่มาในวันนี้นะครับ”
พูดจบผมก็เดินออกมา
“เป็ไงบ้างครับ”
“ไม่น่าสนใจ”
“ผมอยากรู้จริงๆเลยว่าใครที่ทำให้คุณสิบทิศสนใจได้กันนะ”
“ขับรถไปเถอะนา”
รถค่อยๆขับไปเรื่อยๆ จนมาถึงสี่แยก ซึ่งไฟแดงแยกนี้นานมาก ผมเลยกดลดกระจกลงเพื่อรับลมและมองวิวนอกหน้าตารถ
“เราเลิกกันเถอะ”
“ผมอยากรู้เหตุผล”
“ฉันก็แค่ไม่ชอบนายแล้ว อีกอย่างตอนนี้ฉันก็มีคนที่ชอบใหม่แล้วล่ะ ดังนั้นเราพอกันแค่นี้แหละ”
เสียงคู่รักชายหญิงคู่หนึ่งพูดกันดังจนได้ยินมาถึงผม ผมพยายามมองหาเสียงต้นตอ จนกระทั่งผู้หญิงคนนั้นเดินมาทางผม เธอไม่มีท่าทีเสียใจแต่อย่างใดกับการเลิกกับแฟนหนุ่มคนนั้น แถมยังวิ่งหน้าระรื่นขึ้นรถของผู้ชายอีกคนที่รอรับอยู่ที่ริมถนน
“เหอะ มารยาหญิงหลายร้อนเล่มเกวียน”
“คุณสิบทิศครับ วันนี้่บ่ายคุณสิบทิศมีนัดกับทางแฟชั่นริชครับ”
“อืม รู้แล้ว”
ก็อย่างที่บอกไปตอนต้น ผมทำหน้าที่หลากหลายในสายงานนี้ รวมทั้งกรรมการคัดเลือกนางแบบหน้าใหม่ที่ บริษัทแฟชั่นริช เชิญผมไปเป็หนึ่งในผู้ตัดสินครั้งนี้ด้วย
ในทุกๆปีจะมีนางแบบหน้าใหม่ที่ตามหาความฝัน ต่างสมัครเข้าคัดเลือกเป็จำนวนมาก ปีนี้ก็เหมือนกัน หลังจากคัดเลือกมาถึงรอบสุดท้าย โดยมีนางแบบผ่านเข้ารอบ 20 คน ผมในฐานะกรรมการที่ถูกเชิญมาก็ต้องคัดเลือกนางแบบที่ผ่านเข้ารอบให้เหลือเพียง 10 คน เพื่อร่วมงานในการเดินแบบให้กับบริษัทั์ใหญ่ทางด้านแบรนด์เสื้อผ้าต่างๆทั่วโลก
“คุณสิบทิศ เชิญนั่งตรงนี้ค่ะ”
“สวัสดีครับคุณสิบทิศ”
“สวัสดีค่ะ”
“เชิญตามสบายครับ”
ผมพูดกับบรรดากรรมการคนอื่นๆที่กล่าวทักทายผม
“อันนี้เป็แฟ้มรูปและผลงานของผู้เข้าคัดเลือก 20 คนสุดท้ายค่ะ”
“ครับ”
ทีมงานยื่นแฟ้มหน้าเตอะให้ผม ผมค่อยๆเปิดดูผู้เข้ารอบ20คนสุดท้ายนี้ ที่ละคนๆ ทุกคนต่างมีเอกลักษณ์ของตัวเอง และมีรูปร่างที่สวยงาม ประดุจดังกินเพียงผักและผลไม้ั้แ่เกิด เมื่อเปิดไปที่หน้าผู้เข้ารอบคนสุดท้าย ใบหน้าของนางแบบคนนี้ ดูคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
“เคยเห็นที่ไหนน่ะ”
ติ๊ง~~
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความที่ส่งมา และผมเหมือนที่ผมทายเอาไว้
“เมื่อคืนแกกลับมาดึกเลย แม่ก็เลยไม่ทันได้ถามว่าไปเจอน้องเซน่ามาเป็ยังไงบ้าง”
(ก็…จริงด้วย ผู้หญิงคนนั้น)
ผมรีบเปิดแฟ้มผลงานของผู้เข้าดูรอบอีกครั้ง
“ใช่จริงด้วย ยัยมารยาร้อยเล่มเกวียนที่เราเจอตรงสี่แยกนิ”
ในใจของผมตอนนั้น มีแต่ผมไม่ชอบหน้าของผู้หญิงคนนี้เอามากๆ ไม่ใช่เพราะหน้าตาของเธอไม่สวยหรืออย่างไร หรือหุ่นเธอไม่ดีหรอกนะ แต่ผมไม่ชอบผู้หญิงที่เ้าชู้ เปลี่ยนผู้ชายไปเรื่อยแบบนี้ต่างหากล่ะ
“กรรมการทุกท่านค่ะ เดี๋ยวอีกสักครู่เราจะพบการการเดินแฟชั่นโชว์ของนางแบบ 20 ท่านกันนะคะ และวันนี้นางแบบ 10 คน จะต้องกลับบ้านไป เหลือเพียงนางแบบหน้าใหม่เพียง 10 คนเท่านั้นที่จะผ่านเข้ารอบไปร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ทั้งในและต่างประเทศในฐานะนางแบบอย่างเต็มตัว ตอนนี้ได้เวลาแล้วค่ะ เชิญพบกับการเดินแฟชั่นโชว์ของนางแบบทั้ง 20 ท่านได้เลยค่ะ”
เมื่อพิธีกรพูดจบ ไฟก็เปลี่ยนสี เสียงเพลงดังขึ้น นางแบบแต่ละคนค่อยๆทยอยกันเดินออกมาอย่างตั้งใจ และมีความชำนาญในการพรีเซนต์ตัวเองที่แตกต่างกัน การก้าวเท้า การหมุน หรือแม้แต่การพรีเซนต์ชุดที่ใส่อยู่ ล้วนเป็สิ่งที่นางแบบต้องมี กรรมการทุกคนต่างตั้งใจมองและซุบซิบเพื่อฟังความคิดเห็นของคนอื่นๆก่อนจะเขียนคะแนนให้กับนางแบบทีละคน พร้อมกับคำแนะนำ
ปีนี้ผมพูดได้เลยว่า นางแบบแต่ละคนต่างมีฝีมือมากกว่าปีก่อน ผมเลยต้องพยายามมองหาจุดด้อยมาหักล้างแทน นางแบบเดินผ่านหน้าผมไปทีละคนๆๆ จนกระทั่งนางแบบคนสุดท้าย
เธอเดินออกมาในลุคประโปรงยาวลากพื้น และแต่งหน้าจัดเต็มจนเกือบจำเค้าโครงเดิมไม่ได้ ยังดีที่ผมเห็นรูปในแฟ้มก่อน ไม่งั้นผมก็คงจำเธอไม่ได้เลย เธอมีความมั่นใจในการเดิน ทุกก้าวไปข้างหน้า เธอเดินได้กระฉับกระเฉงเหมือนคนฝึกซ้อมมานาน ชุดประโปรงยาวไม่ได้เป็อุปสรรคอะไรให้เธอได้เลยสักนิด แถมยังพรีเซนต์ชุดออกมาได้ไม่เหมือนใครอีกด้วย จะว่าไปเธอมีความสามารถโดดเด่นมากคนหนึ่ง แต่ทว่าความสามารถก็อีกเื่หนึ่ง นิสัยส่วนตัวก็อีกเื่หนึ่ง ซึ่งสำหรับผม ผมยังไม่เห็นว่ามันเป็ข้อดีที่จะให้เธอผ่าน…