แคว้นต้าเยวี่ย ปีหย่งเต๋อที่สิบสอง เดือนเจ็ด ปีที่สามของภัยแล้ง ดวงตะวันแผดเผาอยู่กลางศีรษะ เดือนเจ็ดที่ร้อนระอุทำให้ผืนดินแตกระแหง ทุ่งนาเกิดเป็ร่องลึก และลำธารก็แห้งขอดไปนานแล้ว แม้แต่ต้นไม้ก็ไม่มีสีเขียวหลงเหลืออยู่เลยจักจั่นที่เคยเห็นได้ทั่วไปในปีก่อน ๆ บัดนี้กลับไร้ร่องรอย
"ท่านแม่ ท่านแม่ ขายไม่ได้นะเ้าคะ ขายซุ่ยซุ่ยไป นางไม่มีทางรอดแน่!" เสียงร้องไห้อย่างโศกเศร้าช่างบาดหูและสิ้นหวัง
"เลี้ยงนางมาสามปี ข้าจะขายไม่ได้เชียวหรือ? ก็แค่ตัวซวยที่เลี้ยงเสียข้าวสุก!" น้ำเสียงแหลมคมและใจดำนั้นแฝงไปด้วยความโลภ
"ท่านพูดโกหก เห็น ๆ อยู่ว่าให้เงินแล้ว ตอนนั้นท่านรับเงินไปตั้งมากมาย ท่านสัญญาว่าจะเลี้ยงน้องสาว! พอน้องสาวมาอยู่ที่บ้านข้า นางก็คือน้องสาวแท้ ๆ ของข้า!" เด็กชายผู้ซื่อสัตย์เต็มไปด้วยความโกรธแค้น เขาพุ่งเข้าหายายเฒ่า ด้วยความโกรธ
"ถุย! ไม่ใช่ลูกในไส้ ใครเป็น้องเ้า!" ยายเฒ่าถ่มน้ำลาย แล้วถีบเข้าที่ยอดอกของเด็กชายอย่างแรง ยายเฒ่ายืนเท้าสะเอว คิ้วตั้งชัน ริมฝีปากบาง โหนกแก้มสูง บนใบหน้ามีรอยเหี่ยวย่นพาดผ่าน ในดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
"เงิน? เงินอะไร? เงินแค่นั้นจะเอาไปทำอะไรได้? ตอนนี้ซื้อข้าวสารแม้แต่ถังเดียวก็ยังซื้อไม่ได้!" สายตาของยายเฒ่า เต็มไปด้วยการสำรวจ ราวกับกำลังประเมินชิ้นเนื้อที่มีชีวิต
หญิงสาวที่นั่งอยู่บนพื้นตัวสั่นเทิ้ม เงินในตอนนั้นเพียงพอที่จะทำให้ทั้งครอบครัวกินดีอยู่ดีโดยไม่ต้องกังวล ยิ่งไปกว่านั้น การเลี้ยงเด็กทารกคนหนึ่งก็ไม่ได้ใช้เงินมากมาย เงินก้อนนั้นถูกนำไปให้ บ้านตระกูลเหยียนสร้างบ้านและให้ลูกชายคนที่สามแต่งงาน ซุ่ยซุ่ย ไม่ได้ใช้แม้แต่เหรียญอีแปะเดียว!
หลินซื่อใบหน้าขาวซีด เงินทองถูกแม่สามีเอาไปหมด สามีของนางล่าสัตว์จนขาหัก บัดนี้ บ้านสายหลักได้ล่มสลายลงแล้วหลินซื่อ คลานไปข้างหน้าด้วยใบหน้าซีดเผือด น้ำตาไหลพรากเป็สาย "ท่านแม่ ข้าขอร้องท่านเถิด ซุ่ยซุ่ยเพิ่งจะสามขวบ... นางจะกตัญญูต่อท่านเ้าค่ะ"
"อย่าขายน้องสาวข้า อย่าขายน้องสาวข้า บ้านนั้นมีลูกสาวตั้งหกคน นางไม่ได้หวังดีแน่ ๆ ... ขายไม่ได้นะ!" เด็กชายที่ถูกถีบจนล้มลงน่าจะมีอายุประมาณสิบสองสิบสามปี ใบหน้าเหลืองซีด ผอมโซจนเห็นกระดูก ถึงกระนั้นเขาก็ยังร้องไห้และพยายามเข้าไปแย่งตัวน้องสาวคืนมา
เด็กชายชี้ไปยังลูกสาวของตระกูลหลี่ที่เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ครอบครัวนั้นไม่เห็นลูกสาวเป็คน และในตอนนี้ยังเต็มใจจะซื้อเด็กอีก เมื่อเห็นยายเฒ่าตระกูลหลี่แอบกลืนน้ำลาย ราวกับกำลังกระหายอย่างยิ่ง เพียงแค่คิดเด็กชายก็ตัวสั่นเทิ้ม ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ภัยแล้งสามปี ในบ้านไม่มีเสบียง... ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด!
"ท่านย่า อย่าขายน้องสาวข้า ขายข้าเถิด ขายข้า ข้ามีเนื้อเยอะกว่า..." พี่สามร้องไห้พลางพุ่งเข้ามา เด็กอายุเจ็ดแปดขวบที่ผอมบางจนลมพัดวูบเดียวก็อาจปลิวได้
เสียงร้องไห้ระงมกึกก้องไปทั่วตระกูลหลี่ ผู้คนในหมู่บ้านจำนวนมากเปิดประตูออกมาดู บางคนขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ บางคนรู้สึกสะอิดสะเอียน และบางคนก็มองด้วยสายตาสำรวจ จ้องมองเด็กในมือของแม่เฒ่าเฉินเขม็ง พร้อมกับแอบกลืนน้ำลาย
เลี้ยงดูได้ดีจริง ๆ ผิวพรรณเปล่งปลั่งเป็สีขาวนวลภายใต้แสงแดด ช่างบอบบางและน่ารัก หน้าตาไม่เหมือนคนบ้านตระกูลเหยียนเลยสักนิด น่าเสียดายที่ดันเป็เด็กปัญญาอ่อน แม่เฒ่าเฉินเมื่อเห็นผู้คนเปิดประตูออกมา ในใจก็เกิดความเกรี้ยวกราด แอบกัดฟันกรอด
"อย่าไปฟังเด็กนี่พูดเหลวไหล ยัยเด็กปัญญาอ่อนนี่มาอยู่ที่บ้านข้าสามปีแล้ว ข้าเลี้ยงดูจนอ้วนท้วนสมบูรณ์ขนาดนี้ จะใจดำทำร้ายนางได้อย่างไร นี่คือนางกำลังจะไปเสวยสุขที่บ้านแม่เฒ่าหลี่ต่างหาก"
ผู้คนเบ้ปากด้วยความเหยียดหยาม ลูกสาวหกคนของตระกูลหลี่ในตอนนี้แอบซ่อนตัวอยู่หลังประตูด้วยท่าทางหวาดกลัว บนร่างกายยังมีรอยแผลให้เห็น มาเสวยสุขที่บ้านนางงั้นหรือ? ลูกสาวในบ้านนั้นถูกปฏิบัติราวกับสัตว์เดรัจฉานเสียยิ่งกว่า
แม่เฒ่าเฉินแอบชำเลืองมองเด็กทารกในมือ แล้วบีบคอนางไว้แน่น อีกเพียงนิดเดียวก็จะสิ้นใจแล้ว ตระกูลหลี่ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อเด็กที่มีชีวิตอยู่หรอกนะ!
ในขณะนั้น ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า เด็กทารกที่อ่อนแรงในมือนาง ได้กะพริบขนตาที่ยาวและหนาเบา ๆ ปลายนิ้วอวบอ้วนสั่นไหวเล็กน้อย
"พวกแกจะต้องได้รับกรรม ซุ่ยซุ่ย เป็คนนะ เป็มนุษย์ที่มีชีวิต เ้าขายนางให้ยายแก่ตระกูลหลี่ เ้าจะต้องได้รับกรรม!" หลินซื่อใบหน้าอาบเืเพราะถูกสะใภ้รองเหยียน เหยียบไว้ใต้เท้า พร้อมกับกรีดร้องอย่างโศกเศร้า
'สะใภ้รองเหยียน' หรือ 'เสี่ยวเฉินซื่อ' คือหลานสาวทางฝั่งบ้านเดิมของยายเฒ่า
เด็กทารกในมือของแม่เฒ่าเฉิน ลืมตาขึ้นทันควัน เห็นเพียงมุมปากของนางขยับเล็กน้อย ส่วนยายแก่ตระกูลหลี่ ที่หิ้วตัวนางอยู่กลับรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาทันที
ความเย็นะเืพุ่งจากฝ่าเท้าขึ้นสู่กลางกระหม่อม ขนลุกชันไปทั้งตัว ราวกับถูกบางสิ่งจ้องมองอยู่ ท่ามกลางผืนฟ้าและแผ่นดินอันกว้างใหญ่ พลันเกิดเสียงดังขึ้นสายหนึ่ง ก่อนที่ทุกคนจะทันตั้งตัว
"ตูม!"
แสงสายฟ้าฟาดผ่านท้องฟ้าที่สดใส เสียงอัสนีบาตคำราม ราวกับจะแยกฟ้าดินออกเป็สองส่วน ทุกคนจ้องมองท้องฟ้าสีครามที่มีสายฟ้าขนาดมหึมาฟาดลงมา ราวกับจะระบายความโกรธเกรี้ยวของ์ ราวกับจะกำจัดความอยุติธรรมทุกอย่างบนโลกมนุษย์ให้สิ้นซาก อัสนีบาต์สายนั้น ฟาดลงที่บ้านตระกูลหลี่โดยตรง!
"เปรี้ยง!"
เสียงกัมปนาทดังสนั่น ผสมปนเปกับเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกของผู้คน หลังคาบ้านตระกูลหลี่พลันมีควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นมา เปลวไฟขนาดใหญ่โหมกระหน่ำเข้าครอบคลุมในทันที เด็กทารกเหลือบมองเล็กน้อย จากนั้นจึงหลับไปอย่างอ่อนแรง
"ช่วยด้วย! บ้านตระกูลหลี่ถูกฟ้าผ่าแล้ว"
เสียงกรีดร้องของผู้คนดังระงมไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างพากันวิ่งกุลีกุจอออกมาจากบ้าน บางคนคุกเข่าลงกับพื้น บางคนวิ่งไปยังบ้านตระกูลหลี่
"บ้านตระกูลหลี่ไฟไหม้ รีบมาช่วยดับไฟเร็ว"
"ให้ตายสิ ทำไมช่างประจวบเหมาะเช่นนี้ ถูกฟ้าผ่าเสียได้ แถมยังผ่าลงที่ตัวพวกนางทั้งสองคนพอดีเลยด้วย"
ทุกคนมองดู พบว่าคนอื่น ๆ ไม่เป็อะไร มีเพียง ยายแก่ตระกูลหลี่ และ แม่เฒ่าเฉิน เท่านั้นที่ถูกผ่า เส้นผมถูกเผาจนเกรียม ร่างกายดำเป็ตอตะโกเสื้อผ้าถูกเผาไหม้ ดูเหมือนท่อนไม้ขีดไฟสองท่อน
หลินซื่อ และเด็กทั้งสองรีบลุกขึ้น "ซุ่ยซุ่ย ซุ่ยซุ่ย..."
ทว่าเมื่ออุ้มเด็กขึ้นมา นางก็ต้องชะงัก แม่สามีและยายแก่ตระกูลหลี่ ถูกผ่าจนกลายเป็ท่อนไม้ แต่ซุ่ยซุ่ยที่อยู่ในมือของพวกนาง กลับมีริมฝีปากแดงฟันขาว และไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เลยแม้แต่น้อย นางหลับปุ๋ยอย่างมีความสุข แถมยังทำปากจั๊บ ๆ ไม่เหมือนคนที่เพิ่งถูกฟ้าผ่าเลยสักนิด
หลินซื่อกอดเด็กไว้ในอ้อมอก ไม่ให้คนนอกเห็น "์มีตา สงสัย์จะทนดูไม่ได้แล้ว"
"นั่นสิ คนเราจะไม่มีมโนธรรมไม่ได้"
"นี่ไม่ใช่แค่ไม่มีมโนธรรม แต่นี่เรียกว่าไม่มีหัวใจ"
"ใคร ๆ ก็รู้ว่าถ้าขายเด็กผู้หญิงให้บ้านตระกูลหลี่จะมีจุดจบอย่างไร น่าสงสารแม่หนูตระกูลเหยียน โชคดีที่์เปิดตา เด็กคนนี้ช่างมีวาสนานัก..."
หลินซื่อเม้มริมฝีปาก มองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง หลินซื่ออุ้มเด็กและรีบลุกขึ้น ลูกชายทั้งสองคอยคุ้มกันอยู่หน้ามารดา พวกเขาใช้มือปาดเืออกจากใบหน้า แล้ววิ่งโซเซกลับบ้าน
"ลูกสาม เ้าไปรอท่านพ่อที่ต้นหมู่บ้านก่อน บอกเขาว่าอย่ากลับมาที่บ้านเก่าตระกูลเหยียน"
หลินซื่อขอบตาแดงก่ำ วันนี้เหยียนเหล่าต้าไปดูอาการขาที่หัก แม่เฒ่าเฉินจึงสบโอกาสลงมือ่ที่เขาไม่อยู่พอดี การขายลูกสาวและการขับไล่พวกเขาออกจากตระกูล ทั้งหมดนี้ล้วนถูกวางแผนเอาไว้เสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว
ปีแห่งภัยพิบัติ นั้นยากลำบาก บ้านเก่าตระกูลเหยียนตัดหางปล่อยวัดพวกเขาแล้ว อ้อนวอนไปก็ไร้ประโยชน์ ที่ท้ายหมู่บ้านมีบ้านผุพังท้ายหมู่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งพอจะใช้บังลมบังฝนได้ หลินซื่อจึงพาเด็ก ๆ ย้ายไปอยู่ที่นั่น
เมื่อเห็นซากปรักหักพัง หัวใจของทั้งสี่คนก็หนักอึ้ง "ท่านย่าไม่อยากได้พวกเราแล้วใช่หรือไม่ขอรับ?" ลูกสาม ร้องไห้พลางพูด มือกำชายเสื้อของมารดาไว้แน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"เป็เพราะแม่ไม่ได้เื่เองที่ปกป้องพวกเ้าไม่ได้"
ปีนั้นนางดื้อรั้นติดตามเหยียนฮั่นเซิงมา จึงได้ตัดขาดการติดต่อกับบ้านเดิมไปนานแล้ว บัดนี้แม้แต่ที่ที่จะขอยืมเสบียงก็ไม่มี ใครจะรู้ว่าสิ่งที่ขอยืมมา จะต้องแลกด้วยชีวิตของคนในครอบครัว?
หลินซื่อกอดลูกน้อยร้องไห้ปานจะขาดใจ บ้านว่างเปล่าไร้ทรัพย์สิน ไม่มีแม้แต่เหรียญอีแปะเดียว ภัยแล้งสามปีเช่นนี้หรือว่าจะมีเพียงทางตายเท่านั้นจริง ๆ ?