ตอนที่ 2
หลังจากนอนคิดถึงเื่ที่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองไปเรื่อยๆ และความคิดนั้นต้องสะดุดลง เพราะมีเสียงเคาะประตู ดังขึ้นมาเสียก่อน ไม่รู้ว่าเป็ใครกัน แต่คงไม่ใช่แม่แน่นอน เพราะแม่ไม่เคยเคาะประตูเสียดังอย่างนี้ และต่อมาก็ได้รู้ว่าไม่ใช่จริงๆ
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก เยี่ยนฟาง นี่จะนอนไปถึงเมื่อไร ทำไมยังไม่ลุกมาช่วยคนอื่นทำงานอีก คิดว่านอนอยู่อย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน จะกินแรงคนอื่นหรือยังไงกัน" แค่ถูกถอนหมั้นแค่นี้จะอะไรนักหนา ทำเป็อับอายไปได้
"แม่คะ เยี่ยนฟาง ยังไม่หายดี ให้ลูกสาวฉันนอกพักเถอะค่ะ เดี๋ยวงานของเยี่ยนฟาง ฉันจะทำแทนลูกเอง" ลูกเธอเจ็บป่วยจากการจมน้ำ และยังเจ็บใจจากการถูกถอนหมั้น ยังจะให้ลุกขึ้นมาทำงานได้ยังไงกัน
"สะใภ้รอง แต่ลูกสาวของเธอ นอนอยู่อย่างนี้นานเกินไปแล้วนะ แค่เื่ถอนหมั้น แค่นี้เอง ทำเป็ทำใจไม่ได้ ถ้าไม่ออกมาช่วยทำงาน ไม่ต้องเอาข้าวมาให้กินเลยนะ ถ้าเธอเอาข้าวมาให้ลูกสาวกิน เธอได้เห็นดีกับฉันอย่างแน่นอน"
"แม่คะ เยี่ยนฟางยังลุกไม่ไหว จะให้ลุกขึ้นมาทำงานได้ยังไงคะ"
"ไม่รู้ล่ะ ในเมื่อยังอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ ฉันบอกให้ทำอะไรก็ต้องทำ ดูสิ งานตั้งหลายอย่างไม่มีคนทำ จะรอเธอทำแค่คนเดียวเมื่อไรจะเสร็จกัน"
พูดเสร็จก็เดินจากไปทันทีอย่างไม่สนใจอะไรอีก คนที่เดินจากไปคือคนเป็ย่าของเ้าของร่าง ที่มีความลำเอียงรักครอบครัวลุงใหญ่มากกว่า และกดขี่ครอบครัวของเธอเสมอ งานเกือบทุกอย่าง ที่บ้านของเธอต้องรับผิดชอบ แม้แต่น้องชายก็ยังไปทำงานเช่นเดียวกัน
หลังจากนั้นแม่จึงได้เดินเข้ามาในห้องเพื่อที่จะดูว่าเราเป็อย่างไรบ้าง เมื่อเห็นแม่ที่เป็ห่วงเรามาก ทำให้อดที่จะคิดถึงแม่จากชีวิตที่จากมาไม่ได้ ไม่รู้ว่าแม่จะทำใจได้หรือเปล่า ที่เธอตายจากไปอย่างนั้น
"เยี่ยนฟาง วันนี้ลูกเป็อย่างไรบ้าง ลุกขึ้นมากินข้าวก่อนลูก จะได้กินยา ฝืนตัวเองหน่อยนะ จะได้หายป่วย ถ้าลูกไม่กินอะไรเลย จะแย่เอานะลูก"
มองหน้าลูกสาวแล้วอดที่จะสงสารไม่ได้ ลูกสาวที่น่ารักของเธอต้องมากลายเป็แบบนี้เพราะการถูกถอนหมั้น เธอเองก็ไม่รู้จะช่วยลูกสาวได้ยังไงเหมือนกัน เพราะคนที่เป็แม่สามียอมรับการขอถอนหมั้นในครั้งนี้เอง และก็คงเป็เพราะหลานสาวคนโปรดที่เป็ลูกสาวของพี่ชายสามี น่าจะมีใจให้กับคู่หมั้นพี่สาวด้วย จึงได้จงใจทำเื่อย่างนั้นกับลูกสาวของเธอ
"ค่ะแม่ ฉันจะกินข้าวกินยาค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ ที่ทำให้เป็ห่วง ต่อไปหนูจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้วค่ะ"
เมื่อเห็นสายตาเป็ห่วงของแม่ทำให้รู้สึกผิดเป็อย่างมาก สำหรับเธอผู้ชายไม่ได้มีความสำคัญเลยสักนิด แต่คนที่เป็ครอบครัวของเธอสำคัญที่สุด และเธอจะทำให้พวกเขาสบายขึ้นให้ได้ ส่วนคู่หมั้นคนนั้นน่ะหรือ ใครอยากได้ก็เอาไป ดีเสียอีกผู้ชายอย่างนี้ อย่าเอาเป็สามีเลย ไม่มีความมั่นคง เชื่อใจไม่ได้ด้วย ครั้งหนึ่งเธอก็เคยถอนหมั้นมาแล้ว อย่างไม่นึกเสียใจอะไร และครั้งนี้แม้จะถูกถอนหมั้นเธอก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเช่นเดียวกัน
"แม่ได้ยินลูกพูดอย่างนี้แม่ก็สบายใจขึ้น ทุกคนรักและเป็ห่วงลูกมากนะ ใครไม่สนใจลูกไม่เป็ไร เรามีแค่ครอบครัวเราเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว"
"ค่ะ หนูเองก็คิดอย่างนั้น แต่ก่อนหนูอาจจะมีความคิดที่ตื้นเขินเกินไป แต่ต่อไปนี้ไม่มีวันทำอย่างนั้นอีกแน่นอนค่ะ แล้วแม่กินข้าวหรือยังคะ ไม่ใช่ทำแต่งานจนไม่ได้กินข้าว เดี๋ยวล้มป่วยอีกนะคะ"
"แม่กินแล้วไม่ต้องห่วงแม่ ลูกก็ลุกมากินเถอะเร็วเข้า ลุกไหวหรือเปล่า มาแม่ช่วย"
"ไม่เป็ไรค่ะ หนูแข็งแรงขึ้นแล้ว หนูลุกขึ้นเองได้ค่ะแม่"
"อย่างนั้นก็ดี กินให้เสร็จ แล้วเอาไว้ตรงนี้ล่ะนะ เดี๋ยวแม่จะเข้ามาเก็บเอง"
"ค่ะแม่"
เมื่อแม่ออกไปแล้ว เธอจึงกินอาหารที่แม่เอาเข้ามาให้ แม้จะเป็ข้าวต้มใส่เกลือ กินกับผักดอง แม้จะไม่อยากกินสักเท่าไรแต่ก็ต้องพยายามที่จะกิน เพื่อที่จะได้มีแรงมากขึ้น เนื่องจากร่างนี้อ่อนแอเหลือเกิน ถ้าขืนปล่อยให้เป็อย่างนี้ไม่ได้แน่ และคนที่จะลำบากที่สุดคงไม่พ้นแม่ของเธอ ที่พยายามทำงานทุกอย่างแทนเธอ เพื่อที่จะไม่ให้ย่ามาบ่นเธอได้ การทะลุมิติในครั้งนี้ เธอพบกับความรักของครอบครัวที่หาได้น้อยมากในสังคมที่เธอจากมา
เมื่อกินข้าวเสร็จ ก็เห็นยาน้ำสีดำมาก เมื่อเห็นอย่างนั้น ใจก็ไม่อยากจะดื่ม แต่ถ้าไม่ดื่มก็คงจะไม่หายเสียที จึงได้ฝืนใจดื่มจนหมด แม้รสชาติมันจะแย่มากก็ตามที
ในหมู่บ้าน ที่ตอนนี้เื่ที่คุยกันตอนนี้คงไม่พ้นเื่ที่ เฉินเยี่ยนฟาง ถูกลูกชายของผู้ใหญ่ถอนหมั้นไปได้ โดยมีป้าสะใภ้อยู่ในกลุ่ม นี้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็ที่ประจำของคนที่ว่างจากงานมานั่งคุยกัน
"อ้ายเย่ว ได้ข่าวว่า จางิ่ ให้ผู้ใหญ่ไปถอนหมั้น เยี่ยนฟาง จริงหรือเปล่า"
ชาวบ้านคนหนึ่งถามอ้ายเย่ว ที่เป็ ป้าสะใภ้ของ เยี่ยนฟางออกไป อย่างคนที่อยากรู้เื่ในบ้านคนอื่น
"เื่จริงสิ ในเมื่อไม่ได้ชอบพอกันแล้ว จางิ่ คงจะมีคนที่ชอบอยู่แล้ว จึงได้ขอถอนหมั้นน่ะสิ" แม้จะรู้ว่าคนรักของจางิ่เป็ใครแต่ตอนนี้คงไม่ใช่เื่ดีสักเท่าไรที่จะพูดออกไป
"แต่อย่างนี้มันไม่เป็ผลดี กับเยี่ยนฟางเลยนะ ในเมื่อหมั้นกันเอาไว้แล้ว จะมาถอนหมั้นอย่างนี้ ผู้หญิงเป็ฝ่ายเสียหายแล้ว แม่สามีของเธอยอมได้ยังไงกัน ถ้าเป็บ้านฉันไม่ยอมเด็ดขาด" ในเมื่อหมั้นหมายกันั้แ่เด็กและยังมีสัญญาอีกด้วย
"แม่สามีอาจจะเห็นใจล่ะมั้ง ที่เห็นว่าทั้งสองคนไม่ได้ชอบพอกัน ถ้าได้แต่งงานกันไป อาจจะเลิกกันทีหลังก็เป็ได้"
"แต่ถอนหมั้นอย่างนี้ไม่แย่ไปกว่าเดิมอีกหรือ แล้วอย่างนี้จะมีใครกล้ามาสู่ขอเยี่ยนฟางกันอีกล่ะ"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะเื่นี้แม่สามีเป็คนจัดการ ฉันไม่อยากไปยุ่งเกี่ยว"
"แล้วที่บอกว่า เยี่ยนฟาง จมน้ำ ไม่ใช่ว่า้าจะจบชีวิตเพราะทนความอับอายไม่ไหวหรือเปล่า ถ้าเป็อย่างนั้น คงน่าสงสารน่าดูเลย อยากรู้จัง ผู้หญิงคนไหน ที่กล้าแย่งคู่หมั้นคนอื่น ทั้งๆ ที่ในหมู่บ้านต่างก็รู้กันทั้งนั้นว่าทั้งสองเป็คู่หมั้นกันั้แ่ยังเด็ก"
"ใช่แล้ว ฉันล่ะหวังว่าจะไม่ใช่คนในหมู่บ้านนี้แล้วกัน"
"ทั้งสองคนอาจจะรักกันมากก็ได้ ถึงได้ทำเื่อย่างนี้ พวกเธอก็อย่าได้ไปว่าพวกเขาเลย"
"อ้ายเย่ว วันนี้เธอมาแปลกนะเนี่ย ทุกที เื่อย่างนี้เธอต้องใส่อารมณ์มากกว่านี้แล้ว"
"แปลก อะไรกัน ฉันก็พูดอย่างเป็กลางที่สุดแล้ว คนที่ชอบกับคนที่ไม่ชอบ เป็ฉันก็ต้องเลือกคนที่ชอบ หรือว่าพวกเธอจะไม่เลือกกันล่ะ"
"แล้วตอนนี้ เยี่ยนฟาง เป็อย่างไรบ้าง เหมือนจะอาการไม่ค่อยจะดีไม่ใช่หรือ"
"ตอนนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว ปกติเยี่ยนฟางก็ร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรงอยู่แล้ว พอมาตกน้ำ อาการก็เลยแย่มากขึ้นเท่านั้นเอง"
"ถ้าอาการดีขึ้นก็ดีแล้ว คนขยันและดีอย่างนั้นอย่าได้เป็อะไรไปเลย ส่วนเื่ที่ถอนหมั้นก็ถือว่าผู้ชายได้ปล่อยของดีให้หลุดมือไปแล้ว ถ้าฉันมีลูกชายอีกสักคนจะให้มาสู่ขอไปเป็สะใภ้เสียหน่อย ฉันชอบมากเลย ถ้าได้สะใภ้อย่างหนูเยี่ยนฟาง"
"ฉันเองก็เหมือนกัน ลูกๆ ก็แต่งงานกันหมดแล้ว เสียดายเหมือนกัน" เธอเห็นั้แ่เล็ก เป็คนที่ขยันมาก มักจะช่วยพ่อกับแม่ทำงานเสมอ ไม่เอาแต่แต่งตัวสวยไปวันๆ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เสียดายได้ยังไงกัน
"ส่วนฉันลูกก็ยังเล็กไม่ถึงวัยที่จะออกเรือนเสียด้วย เราคงไม่มีวาสนา ที่จะได้ลูกสะใภ้ขยันคนนี้เข้าบ้านกัน น่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆ"
ส่วน อู๋อ้ายเย่ว ที่ได้ยินว่าชาวบ้านต่างก็อยากได้ เฉินเยี่ยนฟาง ไปเป็ลูกสะใภ้ ถึงกับทำหน้าไม่พอใจเป็อย่างมาก ไม่รู้ว่าหลานสาวสามีคนนี้มีอะไรดีกัน หน้าตาก็ไม่เห็นจะสวย สู้ลูกสาวของเธอไม่ได้เลยสักนิด ทำเป็แย่งอยากได้กัน ช่างน่าสมเพชที่สุดเลย
( ฝากกดติดตามด้วยนนะคะ )