เด็กนักเรียนหญิง-ชาย 2คู่ขึ้นมาบนรถตรงป้ายใกล้โรงเรียน ทั้ง 4 คนต่างจ้องมองเธอราวกำลังมองสัตว์ประหลาดแถมยังหัวเราะกันอย่างขบขันอีกด้วยแต่มาริลีนก็นิ่งเฉยเสียไม่ได้แสดงปฏิกิริยาตอบโต้แต่อย่างใดทั้งสิ้น
“อีกหน่อยถ้าเธออายุ 60ก็เป็อย่างนี้เหมือนกันละน่า”
เธอเคยชินกับคำพูดแบบนี้เสียแล้วปีแล้วปีเล่าที่ผ่านไป เธอก็ตกเป็เป้าสายตาของใครต่อใครมาโดยตลอดเพราะฉะนั้นมันจึงกลายเป็เื่ธรรมดาที่เธอจะมีอะไรที่แปลกไปกว่าคนอื่นโดยเฉพาะเื่เสื้อผ้ากับการแต่งตัวที่ตัดเย็บด้วยฝีมือตัวเอง ผ้าโพกผมสีสดกางเกงทรงกระสอบ ถือกระเป๋าลูกปัดและยังมีผ้าพันคอไหมพรมที่เมื่อประสมเข้ากับรูปร่างหน้าตาแล้ว มันก็ยิ่งทำให้เธอตกเป็เป้าสายตามากขึ้น
เด็กวัยรุ่นทั้ง 4ลงจากรถไปแล้ว ขณะเดินผ่านหน้าต่างด้านที่เธอนั่งคนหนึ่งทำเครื่องหมายกางเขนต่อหน้า แต่มาริลีนเมินมองไปเสียทางอื่นซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับพวกเขาไม่น้อยที่ไม่ได้หัวเราะเยาะเธอ
เธอลงจากรถที่นิโคเลตต์มอลล์ ผู้คนต่างเดินเฉียดไหล่ไปแต่มาริลีนก็ไม่ได้สะทกสะท้านเธอมีความสุขที่ได้รับรู้ว่า อย่างน้อยตัวเองก็เป็ส่วนหนึ่งในหมู่พวกเขา เพราะไม่บ่อยครั้งนักที่เธอจะได้มีโอกาสทำเช่นนี้
เธอออกจากมอลล์เดินตรงไปยังถนนเฮนเนพิน ผู้คนที่เดินอยู่ตามบาทวิถีบางตาลงกว่าเธอจะเดินไปถึงร้านหนังสือฝนก็เริ่มพรำลงมาแล้วเธอต้องปัดเสื้อผ้าเนื้อตัวก่อนจะเดินเข้าไปในร้านนั้น
ร้ายมูน ซอง บุ๊คส์ไม่ใช่ร้านหนังสือใหญ่โตอะไรแต่เป็ร้านที่เธอชอบมากที่สุดมาริลีนชอบบรรยากาศในร้านนี้ที่มีกลิ่นไอของหนังสือทั้งเก่าและใหม่ประสมกันอยู่ยิ่งกว่านั้นร้านนี้ยังมีสิ่งละอันพันละน้อยให้เลือกซื้อได้อีกด้วยรวมทั้งผ้าโพกผมที่เธอชอบ มันเป็สถานที่เหมาะสำหรับมาริลีนจริงๆ
ตอนที่เธอเดินเข้าไปในร้านมีลูกค้าเดินดูหนังสืออยู่ไม่กี่คน ผู้หญิงร่างอ้วนใหญ่ใบหน้าไม่ได้บอกความสวยเลยแม้แต่น้อยซึ่งนั่งอยู่หลังเคาเตอร์พยักหน้าทักทายเธอ
“ไฮ...” มาริลีนทักทายอย่างคุ้นเคย “ฉันอยากหาหนังสือที่เกี่ยวกับจิิญญา...เอ้อ...อย่างเช่นการติดต่อกับคนที่ตายไปแล้วหรืออะไรทำนองนั้นน่ะค่ะ”
“หนังสือแบบนั้นน่าจะอยู่ในหมวดจิตวิทยานะ”ผู้หญิงร่างอ้วนบอกพร้อมกับชี้มือไปทางด้านหลัง
“อันที่จริงมันไม่น่าอยู่ในหมวดนั้นเลยนะคะ” มาริลีนพูดอย่างใช้ความคิด
“ที่ชั้นนั้นเราจะวางหนังสือทุกประเภทที่ไม่ค่อยมีคนสนใจรวมกันไว้ ถ้าจะหาเื่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ย้อนยุคหรือข้อมูลด้านเทคนิคต่างๆ ก็ยังหาที่ชั้นนั้นได้อยู่ดีละค่ะ”
“อย่างนั้นหรือคะ?”
“เมื่อวันก่อนฉันยังเห็นหนังสือของเดวิดวิลเลียมสันอยู่ตรงนั้นเล่มหนึ่งเลย แล้วก็ดูจะมีของกอร์ดอน ฮาร์บิสันด้วย”
“ขอบคุณค่ะเดี๋ยวฉันจะลองหาดูเอง”
เธอเดินช้าๆไปตามตู้หนังสือด้านหลังร้าน ผ่านเด็กสาววัยรุ่น 2 คนที่ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจเข้ามาหาซื้ออะไรเลย ต่างชี้ชวนกันดูหนังสือหยิบออกมาจากชั้นพลิกๆ ดูแล้วก็หัวเราะกันคิกคัก จึงไม่ทันให้ความสนใจกับมาริลีน
หมวดที่เ้าของร้านบอกมานั้นไม่มีหนังสือที่อยู่ในความสนใจของมาริลีนเท่าไรนักที่อยู่ติดกันเป็หมวดที่เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวเลยไปจนกระทั่งหนังสือคู่มือโหราศาสตร์แต่น่าจะมีผู้นิยมซื้อหนังสือประเภทนี้ไปอ่าน เพราะเกือบ 2 ชั้นที่เต็มไปด้วยเื่ราวเกี่ยวกับนักบินอวกาศสมัยเก่าและการมาเยี่ยมเยือนของมนุษย์ต่างดาวชั้นที่อยู่ถัดไปเป็หนังสือประเภทสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ ของโลก เช่นพีระมิดสัตว์ประหลาดจากต่างพิภพ ค้างคาวดูดเื มนุษย์หมาป่าและภูตผีปิศาจอีกมากมาย
เมื่อก้มลงมองดูที่ชั้นล่างสุดเธอก็พบหนังสือที่้า
มันเป็หนังสือที่เขียนโดยเดวิดวิลเลียมสันขื่อ “ฮอนทิ่ง” เป็หนังสือเก่าที่เขียนมากว่า10 ปีแล้ว จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์เล็กๆ แห่งหนึ่งในชิคาโกเป็เื่ราวของภูตผีปิศาจที่สิงสถิตอยู่ตามสถานที่ต่างๆซึ่งรวมอยู่ในหนังสือเล่มนี้ถึง 19 เื่รวมทั้งแผนผังรายละเอียดเกี่ยวกับอุณหภูมิที่จะเกิดขึ้น ในขณะที่ปิศาจปรากฏตัวไปจนถึง่เวลาที่มักจะปรากฏเป็ต้นซึ่งมาริลีนเคยอ่านเื่ทำนองนี้มาบ้างแล้วและยังเคยได้ยินเื่เล่ามาอีกมากมายแต่อย่างน้อยก็ยังมีอีก 1 หรือ 2 เื่ที่ยังไม่เคยอ่าน เธอจึงหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมา
ทันทีที่แตะนิ้วลงบนหน้าหนังสือเธอก็ััความหนาวเยือกเย็นของอากาศได้ยินเสียงแหบห้าวที่เปล่งออกมาแ่เบาจึงหันขวับไปมอง
เด็กสาววัยรุ่น 2คนได้เดินไปแผนกอื่นแล้ว เ้าของร้านกำลังอ่านนิตยสารเล่มหนึ่งอยู่ส่วนสุภาพบุรุษชรากำลังดูหนังสือที่เขียนโดยวิคคา
มาริลีนหันกลับมาพยายามบังคับใจไม่ให้แสดงปฏิกิริยาใดๆ ออกมาทั้งสิ้นเธอพลิกหนังสือไปยังหน้าที่้า...
คราวนี้ความเย็นเยือกเข้าจับกุมเธอเต็มที่เหมือนมีมือที่เย็นราวน้ำแข็งมาเกาะกุมตรงท้ายทอยทำให้หนังสือร่วงจากมือลงกระทบพื้นทั้งเ้าของร้านและสุภาพบุรุษสูงอายุต่างหันมามองเธอ มาริลีนรีบก้มลงเก็บหนังสือขึ้นมาถือไว้
ตอนนั้นเองที่เด็กหญิงเล็กๆ คนหนึ่งเดินอ้อมชั้นหนังสือเข้ามาหยุดลงตรงหน้ามาริลีนยังอยู่ในท่านั่งคุกเข่า เธอได้แต่จ้องมองเด็กหญิงตาค้างอยู่สาวน้อยอยู่ในกางเกงยีนส์ สวมเสื้อยืดมีลวดลายมิคกี้ เม้าส์แต่เรือนกายท่อนบนมีเืที่หยาดหยดออกมาจากาแหลายแห่ง
“เฮลโล...!” เด็กหญิงเป็ฝ่ายเอ่ยทักทายขึ้นก่อนพร้อมด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา
มาริลีนกลั้นลมหายใจไว้เป็ครู่โดยความเป็จริงแล้วเธอไม่ได้นึกกลัวแต่อย่างใดเลยเพียงแต่ไม่อยากให้เด็กหญิงใเท่านั้น
“เฮลโล...ฉันชื่อมาริลีน”
“หนูรู้แล้วค่ะ” เด็กหญิงตอบ
“หนูตายมานานเท่าไหร่แล้วคะ?”
“เมื่อ 3ปีก่อน” เด็กหญิงตอบพร้อมกับเอานิ้วเปื้อนเืแตะปลายคาง
3 ปี...มาริลีนรู้สึกหนาวเยือกเย็นจับใจจนต้องขยับตัวอยู่ในท่าที่สบายขึ้นบ้าง
“แล้วหนูชื่ออะไรล่ะ?”
“จิลล์ค่ะ”
“หนูเป็คนที่มาพบฉันเมื่อวานนี้ใช่ไหม?”
“แม่ส่งหนูไปค่ะ”
“อ้าว...แล้วตอนนี้แม่อยู่ไหนล่ะคะ?”
“แม่กำลังไปตามหาพ่อค่ะพ่อไปไหนไม่รู้”
มาริลีนได้ยินเสียงเก้าอี้ดังขึ้นทางด้านหลังได้ยินเสียงพูดจากระซิบกระซาบประสมกับเสียงหัวเราะคิกคัก เด็กสาววัยรุ่น 2คนเดินเข้ามาตามช่องทางเดินและกำลังหยุดยืนมองเธออยู่แต่มาริลีนแสร้งทำเป็ไม่สนใจเสีย เพราะอาจจะไม่สบโอกาสดีเช่นนี้อีกแล้ว
“แล้วหนู้าอะไรล่ะ?”เธอถามออกไป
เด็กหญิงเอานิ้วแตะคางอีกครั้งสีหน้าสลดเศร้า มาริลีนอยากรวบร่างเล็กๆ เข้ามากอดเหลือเกิน ถ้าเธอสามารถทำได้
“คุณช่วยพ่อหนูหน่อยได้ไหมคะ?”
“คงจะได้ ถ้า...”เธอรู้สึกเสียวแปลบขึ้นในช่องท้องเสียวแปลบตรงไหปลาร้าทำให้เนื้อตัวสั่นระริก
ดวงตาของจิลล์เบิกกว้างขึ้นเด็กหญิงมองเลยร่างมาริลีนขึ้นไป เมื่อมาริลีนหันไปมองตามกลับไม่เห็นอะไรเลย
“เขามาแล้วค่ะ” จิลล์ร้องเสียงสั่น
“ใครกัน...พ่อหนูหรือ...?”
“ไม่ใช่...มัน...มันปิศาจร้าย”
มีเงาดำมืดพาดผ่านลงบนร่างมาริลีนพร้อมกับความเย็นเยือกของอากาศทำให้เธอลุกขึ้นยืนทันทีจากปลายหางตาเธอแน่ใจว่าได้เห็นร่างใครบางคนที่ตระหง่านเงื้อมอยู่เหนือร่างจิลล์มันเป็เงาดำเหมือนกลุ่มเมฆ เป็ภาพของปิศาจที่สามารถจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อมันยื่นมือทั้งสองไปหาจิลล์
มาริลีนถึงกับกระถดถอยออกมาด้วยความใเด็กหญิงกรีดร้องเสียงแหลมด้วยวามตื่นกลัว
“จิลล์...!”
แต่ภาพนั้นได้เลือนหายไปแล้วตรงหน้าเธอไม่ได้มีภาพใดปรากฏให้เห็นเลย หัวใจของมาริลีนเต้นระทึกเมื่อเหลียวกลับไปมองทางข้างหลังก็เห็นเด็กสาว 2 คนนั้นที่กำลังรีบถอยออกห่างเธอทั้งสองอาจมองไม่เห็นจิลล์ ไม่เห็นสิ่งที่เข้ามากระชากลากถูตัวเด็กหญิงไปก็จริงแต่เห็นกิริยาท่าทางที่
มาริลีนแสดงออกและอาจจะคิดว่าเธอเสียสติก็ได้
มาริลีนต้องใช้เวลาตั้งสติอยู่เป็ครู่คว้าหนังสือได้ก็รีบเดินออกไปยังเคาเตอร์ด้านหน้า เ้าของร้านส่งยิ้มมาให้
“ได้หนังสือเล่มที่้าแล้วหรือคะ?”
“ค่ะฉันพบอะไรบางอย่างแล้ว” มาริลีนสูดลมหายใจลึกก่อนจะตอบออกไป