“คลาวดี้ โยนมันทิ้งไป!” โคลนสีหน้าแตกตื่น เขายังจำวินาทีที่ตี๋เปิดหีบสมบัติและพริบตาต่อมาราชินีแมงมุมก็ปรากฏตัวขึ้นได้ดี หากราชินีแมงมุมมาปรากฏตัวที่นี่ตัวเขาต้องตายแน่นอน
คลาวดี้เหมือนจะยังคงขุ่นเคืองโคลนอยู่ มันไม่ฟังคำสั่งของชายหนุ่ม หากเขาพูดซ้ายมันก็จะทำขวา หากเขาพูดขวามันก็จะทำซ้าย หากเขาพูดว่าโยนทิ้งไปมันก็จะเก็บไว้
“คลาวดี้ตัวน้อย...เรามาคุยกันดี ๆ ดีกว่านะ ยังไงก็แล้วแต่ ห้ามเปิดหีบนั่นเด็ดขาด” โคลนเกลี้ยกล่อมสัตว์เลี้ยงของตนพลางเดินเข้าไปช้า ๆ ไม่ให้มันตื่นกลัว
“แกรก!”
ไม่ทราบว่าเป็เพราะโซ่สีดำเสื่อมสภาพจากการจมอยู่ใต้น้ำหรือคลาวดี้มีแรงกัดที่รุนแรง เพียงแค่การกัดครั้งเดียวโซ่ผนึกสีดำก็ขาดทันที
“ม่ายยยยย ฉันขอโทษที่คิดจะกินแก ยกโทษให้ฉัน...อย่าเปิดมันนะ” โคลนที่เห็นดังนั้นก็ะโห้าม ร่างกายพุ่งออกไปโดยสัญชาตญาณ แต่เขาอยู่ไกลเกินกว่าจะเข้าไปหยุดคลาวดี้ไว้ได้ทัน
ทันทีที่หีบสมบัติถูกเปิดออก ออร่าสีดำหม่นก็ไหลทะลักออกมา คลาวดี้ที่รู้สึกได้ถึงอันตรายก็รีบวิ่งไปหาโคลนอย่างรวดเร็ว
“จบแล้ว…ชีวิตฉันจบสิ้นแล้ว!” โคลนแหกปากร้องโวยวาย
“…”
“…”
เวลาได้ดำเนินผ่านไปจากหลักวินาทีเป็หลักนาที โคลนที่ร้องโวยวายอยู่ก็เริ่มหยุดลง เขารู้สึกว่ามันนานผิดปกติเกินไป โคลนที่แหกปากจนคอแห้งไปหมดแต่เ้าราชินีแมงมุมก็ยังไม่โผล่ออกมา
หนึ่งคนหนึ่งสัตว์จึงเดินเข้าไปสำรวจภายในหีบสมบัติอย่างช้า ๆ จึงพบกับเข็มขัดสีดำรูปร่างประหลาด ลักษณะของมันคล้ายกับตะขาบเพราะมีขาแหลม ๆ ยื่นออกมา โคลนพบว่าต้นตอของออร่าสีดำหม่นรอบหีบสมบัติมาจากเข็มขัดชิ้นนี่นั่นเอง
“สะสะสมบัติ นี่มันสมบัตินี่!!” โคลนร้องะโออกมาอย่างดีใจ เขาอุ้มเ้าคลาวดี้มากอดด้วยความรัก แต่คลาวดี้ที่ดูเหมือนจะอึดอัดจึงใช้เท้าหน้ายันใบหน้าของชายหนุ่มออก และสลัดหนีออกมา
โคลนเลิกสนใจคลาวดี้ เขาหยิบเข็มขัดขึ้นมาและใส่มันลงไปในช่องเก็บของ เพื่อปรับขนาดของมันให้เหมาะสมสำหรับเขา ไอเทมในช่องเก็บของจะปรากฏแค่ชื่อและระดับของไอเทมเท่านั้น
“เข็มขัดปรสิต ระดับ: B เลเวล: 0” โคลนอ่านออกเสียง “ชื่อน่าเกลียดจริง ๆ แต่เอ๊ะ! เลเวลศูนย์นี่มันอะไร แถมเป็ของระดับบีเลยเหรอเนี่ย...” โคลนใจนต้องเช็กดูอีกทีให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้หิวจนตาลายไปเอง เขารู้ว่าระดับของภารกิจและไอเทมในโลก TWMS นั้นแบ่งออกเป็หกระดับ ได้แก่ F D C B A และ S จาก NPC ผู้ให้บริการนักผจญภัยหน้าใหม่ แต่ไม่ได้มีการพูดถึงเลเวลของอุปกรณ์มาก่อน
อาวุธและอุปกรณ์เริ่มตอนของโคลนรวมถึงส่วนที่ปล้นมาจาก NPC โจรปล้นสมบัติล้วนแต่เป็ไอเทมระดับ F ทั้งสิ้น อุปกรณ์ทั่วไปที่ไม่มีการเพิ่มค่าสถานะหรือความสามารถพิเศษใด ๆ ให้แก่ผู้ใช้ จะถูกจัดอยู่ในระดับ F ทั้งหมด
อุปกรณ์ระดับ D จะเพิ่มค่าสถานะให้แก่ผู้ใช้เพียงเล็กน้อย
อุปกรณ์ระดับ C จะเพิ่มค่าสถานะให้แก่ผู้ใช้ปานกลาง
อุปกรณ์ระดับ B และ A จะเพิ่มค่าสถานะและความสามารถพิเศษให้แก่ผู้ใช้ ในระดับที่ไม่ต่างกันมากนัก แต่อุปกรณ์ระดับ B จะมีความยุ่งยากในการใช้งานที่มากกว่าระดับ A พอสมควร
ส่วนอุปกรณ์ระดับ S นั้น NPC บอกเพียงแค่ว่าเป็อุปกรณ์ที่หายากมาก ๆ หากผู้เล่น้าก็จงออกไปสำรวจโลก The World Must Survive ซะ
เมื่อโคลนแน่ใจว่าตนเองไม่ได้ตาฝาด จึงลองหยิบเข็มขัดปรสิตมาใส่อย่างร่าเริง
“โอ๊ย!”
ทันทีที่โคลนรัดเข็มขัด ขาแหลม ๆ ที่คล้ายกับตีนตะขาบรอบเอวก็ฝักลึกลงไปในิั สร้างความใแก่เขาอย่างมาก ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นจะไม่รู้สึกเจ็บอีกปวดใด ๆ แต่โคลนก็ไม่วางใจ เขารีบเปิดหน้าต่างสถานะเพื่อเช็กค่า HP และก็เป็ดังที่เขาคิด
“-1HP”
“-1HP”
“-1HP”
“เวรแล้วไง!” โคลนรีบหยิบหญ้าแดงออกมาและโยนเข้าปากอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตอนนี้ค่า HP ของเขาเด้งขึ้นเด้งลงสลับไปมา แต่โดยรวมมันก็ยังมีอัตราการลดลงที่มากกว่าการเพิ่มขึ้น
แต่ต้องขอบคุณค่า VIT ที่สูงลิบของเขาทำให้อัตราการฟื้นฟู HP โดยธรรมดาชาติของเขาสูงกว่าผู้เล่นทั่วไป ทำให้โดยรวมแล้วภายในสามนาทีค่า HP ของโคลนที่ลดลงไปจะกลับมาสู่จุดเดิมพอดิบพอดี
ด้วยการช่วยเหลือของหญ้าแดงและอัตราการฟื้นฟูโดยธรรมชาติทำให้โคลนเบาใจไปได้เปราะหนึ่ง แต่ถ้าหากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป อัตราการลดเืจะมากกว่าเพิ่มเืทันที นั่นอาจจะทำให้เขาตายโดยไม่รู้ตัวก็ได้ โคลนไม่แน่ใจว่าความสามารถของหญ้าแดงนั้นมีระยะเวลาส่งผลนานสูงสุดเท่าไหร่ เพราะเขาไม่เคยได้ใช้มันจนหมดระยะเวลา ส่วนมากาแของเขาจะหายไปเสียก่อนและเมื่อาแหายไปผลของหญ้าแดงก็จะสิ้นสุดลงทันที ทำให้ระยะเวลาส่งผลสูงสุดของมันยังคงเป็ปริศนาสำหรับโคลน
นี่เป็หนึ่งในเหตุผลที่โคลน้าทักษะตรวจสอบ ข้อมูลเป็สิ่งที่สำคัญมาก รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้
หากเป็สิ่งที่เกี่ยวพันกับชีวิตโคลนยังคงเน้นหลักการปลอดภัยไว้ก่อน เขานั่งตรวจสอบค่า HP ของตนเองจนผ่านไปสิบกว่านาที เมื่อมั่นใจแล้วว่าอัตราการเพิ่มขึ้นและลดลงของเขาอยู่ในระดับคงที่จึงวางใจลงได้ในที่สุด
“วิเคราะห์จากชื่อของมันที่เกี่ยวข้องกับปรสิต อีกทั้งยังมีเลเวลเป็ของตนเอง ไม่แน่ว่ามันอาจจะ้าเืของผู้ใช้ในการเพิ่มเลเวล แต่ผลลัพธ์จากการอัพเลเวลของมันคืออะไรฉันก็ยังไม่รู้ เฮ้อ...อยากได้ทักษะตรวจสอบจัง”
“ถ้าฉันใส่มันตอนต่อสู้ แปลว่าค่า HP ของฉันจะลดลงเรื่อย ๆ คล้ายกับกรณีที่ถูกาาแมงมุมกัด แต่ฉันสามารถแก้ได้ด้วยการกินหญ้าแดงไปเรื่อย ๆ แต่นั่นก็ยังมีข้อเสีย ฉันจะกลายเป็ผู้เล่นที่ไม่มีอัตราการฟื้นฟูโดยธรรมชาติอีกต่อไป ค่าความเสียหายที่เกิดจากการต่อสู้ของฉันจะไม่ถูกรักษาโดยธรรมชาติ นี่มันเสี่ยงไปหรือเปล่านะ... อีกทั้งหญ้าแดงของฉันก็มีจำนวนจำกัดอีก”
“เอาล่ะ ๆ แต่ถึงอย่างไรตอนนี้เืของฉันก็เต็มอยู่และไม่ได้สู้กับใคร งั้นใส่มันไว้อย่างนี้ก่อนก็แล้วกัน” โคลนสลัดความคิดทุกอย่างทิ้งเมื่อสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของคลาวดี้ ตอนนี้มันเอาแต่มองไปที่ผืนน้ำและเห่าไม่หยุด
“คลาวดี้ แกเป็อะไรของแกอีก ถ้าเจอกล่องสมบัติอีกก็ไปคาบขึ้นมาซะ ชิ้นนี้ฉันจะยกให้แกก็ได้ เลิกโวยวายได้แล้ว”
คลาวดี้ไม่ได้ะโลงไปในน้ำ มันวิ่งมาหาโคลนและใช้ปากดึงขากางเกงของเขาเหมือนจะบอกให้ตามมา โคลนก็นึกสงสัยว่ามัน้าอะไรจึงทำตามโดยว่าง่าย
คลาวดี้พาเ้านายของมันมาหยุดอยู่ใกล้ ๆ กับแอ่งน้ำและเริ่มเห่าอีกครั้ง
โคลนยักไหลพลางพูด “ไหน...แกจะให้ฉันดูอะไร ไม่เห็นมีอะไรสักอย่าง” โคลนพยายามมองลึกลงไปในแอ่งน้ำ แต่มันลึกและมืดเกินกว่าจะมองเห็นอะไรได้
สี่ชั่วโมงผ่านไป
คลาวดี้หยุดเห่านานแล้ว แต่มันยังคงจ้องมองแม่น้ำอย่างเงียบ ๆ โคลนเลิกสนใจคลาวดี้ เขาพยายามขยับตัวให้น้อยที่สุดเพื่อประหยัดพลังงาน และคิดหาทางออกจากโพรงถ้ำแห่งนี้ต่อไป ใน่วันแรก ๆ ที่โคลนติดอยู่เขาเคยพยายามลองขุดกำแพงเพื่อหาทางออกอื่น ๆ แต่ก็พบว่ากำแพงเ่าั้แข็งแรงมาก อาวุธของเขาไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนแก่กำแพงได้เลย มีเพียงแค่พื้นที่เล็ก ๆ จากโพรงหมาลอดเท่านั้นที่อาวุธสามารถสร้างความเสียหายได้
แต่โคลนไม่้าขุดโพรงหมาลอดเพราะเขาไม่รู้ว่าอีกด้านหนึ่งของกำแพงยังมีราชินีแมงมุมและเหล่าลูก ๆ ของเธออยู่หรือเปล่า หากมีอะไรผิดพลาด หรือเหล่าลูกแมงมุมพันกว่าตัวข้ามมาฝั่งนี้ได้เขาจะต้องตายอย่างแน่นอน ฉะนั้นการไม่ไปยุ่งกับโพรงหมาลอดนั่นเป็การดีที่สุด
ใน่แรก ๆ ที่เขายังมีแรงเหลือเฟือ ชายหนุ่มเคยลองปีนไปตามกำแพงเพื่อลองหาช่องว่างที่พอจะให้เขามุดเข้าไปได้ เนื่องจากโคลนเคยได้ยินเสียงลมพัดเบา ๆ ในขณะนอนอยู่เงียบ ๆ แต่มันก็เปล่าประโยชน์ โพรงถ้ำแห่งนี้กว้างเกินไป อีกทั้งอัญมณีสีเขียวก้อนนี้ก็ไม่ได้ให้ความสว่างแก่เขามากนัก
โคลนพยุงตัวลุกขึ้นอย่างช้า ๆ ชายหนุ่ม้าดื่มน้ำเพื่อประทังหิว ร่างโซเซไปมาจนในที่สุดก็มาถึงแอ่งน้ำที่คลาวดี้ยังคงจ้องมองไม่ไปไหน
“ชู๊ดดด อ้า...” โคลนจุ่มหน้าลงไปในน้ำและเริ่มดื่มอย่างกระหาย เมื่อของเหลวไหลเข้าสู่ร่างกายจึงทำให้มีเรี่ยวแรงขึ้นมาเล็กน้อย
“ทำไมแกไม่เอาเวลาที่จ้องมองน้ำพวกนี้มาช่วยฉันหาทางออกไปล่ะคลาวดี้” คนหิวโซได้กินน้ำเข้าไปหน่อยก็เริ่มเปิดปากชวนสัตว์เลี้ยงคุยแก้เหงา แต่คลาวดี้ไม่สนใจแม้แต่จะมองเ้านายของมัน ยังคงจ้องไปที่แม่น้ำไม่วางตา
“เชอะ พูดด้วยทำเป็ไม่สนใจ จำเอาไว้เลย” โคลนเลิกสนใจสัตว์เลี้ยงของตน เขาไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะเดินกลับไปนั่งที่เดิม จึงปล่อยร่างกายเอาไว้ในท่านอนกินน้ำอย่างเดิมพลางจ้องมองแม่น้ำเลียนแบบคลาวดี้
แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานโคลนก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ร่องรอยของระดับน้ำที่ลดลง! โคลนรีบดีดตัวขึ้นมาและหยิบอัญมณีออกมาส่องให้ชัดถนัดตา
“กระแสน้ำมันไหลไปรวมกันตรงกลางแอ่งน้ำ!” โคลนพูดเสร็จก็หันไปมองคลาวดี้
‘มันรู้เื่นี้แต่แรกแล้วสินะ ถึงได้จ้องมองกระแสน้ำไม่หยุด’
‘เป็ไปได้ว่าอาจจะมีทางออกใต้น้ำ!! ฉันรอดแล้ว!’
“คลาวดี้...แกเป็สัตว์เลี้ยงที่ฉลาดที่สุดในโลก ฉันรักแกเหลือเกิน” โคลนรีบวิ่งไปกอดคลาวดี้ทันที เขาพยายามจะมอบความรักให้มันด้วยการหอมแก้มชื่นชม แต่มันเพียงเอาเท้าหน้ายันโคลนไว้ก่อนจะหนีออกมาจ้องมองแม่น้ำต่อไป
“คลาวดี้แกเลิกตัวสั่นและเ็ากับฉันแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน...ไม่นะคลาวดี้แกติดอยู่ในถ้ำนานเกินไปสินะ” โคลนสังเกตเห็นว่าคลาวดี้ไม่มีอาการตัวสั่นอีกต่อไปแล้ว ในทางหนึ่งเขาก็ดีใจ แต่อีกทางหนึ่งเขาก็รู้สึกแปลก ๆ ที่มันแสดงออกถึงความเ็าที่ไม่เคยเป็มาก่อน แต่ก่อนถึงแม้มันจะขี้กลัวอย่างไร แต่มันก็ยังชอบมาอ้อนเขาเสมอโดยเฉพาะเวลาอาหาร
“นี่เป็เพราะฉันจะกินแกเป็อาหารอย่างนั้นเหรอ ไม่นะคลาวดี้ฉันผิดไปแล้ว...” และแล้วสถานะของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไปนับแต่นี้ ในอดีตคลาวดี้มันจะเข้ามาอ้อนโคลน แต่ตอนนี้กลายเป็โคลนที่เป็ฝ่ายเข้าไปอ้อนคลาวดี้แทน
ผ่านไปอีกสองวัน
โคลนตื่นขึ้นมาพร้อมกับความดีใจ น้ำในแอ่งทั้งหมดแห้งขอดส่งผลให้มองเห็นก้นบ่อได้อย่างชัดเจน มันกว้างครึ่งหนึ่งของโพรงถ้ำแห่งนี้ และมีความลึกประมาณแปดถึงสิบเมตร
โคลนปีนลงไปอย่าช้า ๆ เขาต้องออกไปจากที่นี่ให้ไวที่สุดเพราะแหล่งน้ำแห่งเดียวที่ช่วยชีวิตเขาตลอดหลายวันที่ผ่านมาได้จากไปแล้ว
เมื่อโคลนลงมายังก้นบ่อเขาก็พบกับโพรงขนาดสองฟุตที่พอให้คนมุดรอดเข้าไปได้ เขาเดาว่าหีบสมบัติคงจะปิดตายรูนั่นเอาไว้ เมื่อเวลาผ่านไปน้ำจากธรรมชาติก็ไหลเข้าไปขังในโพรงถ้ำแห่งนี้จนเกิดเป็แอ่งน้ำขนาดใหญ่
ก่อนที่โคลนจะมุดเข้าไปในโพรง ชายหนุ่มก็สำรวจพื้นที่รอบ ๆ เผื่อว่าจะเจอหีบสมบัติที่ยังหลงเหลืออยู่ แต่เมื่อค้นจนทั่วแล้วก็ไม่พบหีบสมบัติสักใบ มีเพียงแค่หินรูปร่างแปลกประหลาดจำนวนมาก มันมีลักษณะกลมและแบน โคลนรู้สึกสนใจมันจึงลองหยิบขึ้นมาตรวจสอบโดยการเคาะ ๆ จึงพบว่าด้านในมันมีลักษณะกลวงโบ๋
‘นี่แปลกมาก หินปกติไม่น่าจะมีลักษณะกลวงแบบนี้’
โคลนลองใช้ดาบทุบอยู่หลายทีแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะแตก เขาจึงลองหยิบหินแบบเดียวกันมาทุบจนในที่สุดมันก็แตกออก เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน น้ำลายก็ไหลออกมาทันที มันมีลักษณะคล้ายกับหอยในโลกจริงของเขา
โคลนไม่รอช้า ใช้ดาบแกะมันออกมาและกินเข้าไปสด ๆ ด้วยความหิวกระหาย
“โอ้ววว...คาวไปหน่อย แต่ก็อร่อยสุดยอด ฉันไม่ได้กินเนื้อมานานเท่าไหร่แล้วเนี้ย...คิดถึงจริง ๆ”
คลาวดี้ที่เห็นการกระทำของโคลนก็รีบวิ่งไปหาหอยประหลาดนั่นบ้าง มันพยายามกัดหรืองัดอย่างไรก็เปิดไม่ออก มันมองไปทางโคลนที่กำลังกินหอยชิ้นที่สองอย่างเอร็ดอร่อยจากนั้นจึงเบือนหน้าหนี มันหาวิธีเปิดหอยประหลาดด้วยตัวเองอยู่นานแต่ก็ไม่สามารถทำได้ สุดท้ายทนไม่ไหวคาบหอยรูปร่างประหลาดมาวางไว้หน้าโคลนพร้อมส่ายหางดุ๊กดิ๊ก
“ฮ่า ๆ แน่นอนฉันไม่ลืมแกอยู่แล้ว ก็แกเป็คนหาทางออกได้นี่นา” โคลนลูบหัวคลาวดี้อย่างเอ็นดู ถ้าไม่มีอาหารมันคงไม่ให้เขาััตัวแบบนี้แน่
โคลนใช้ดาบแกะเนื้อของหอยประหลาดออกมาจากนั่นยื่นให้คลาวดี้เช่นทุกครั้ง มันรับไปกินอย่างรวดเร็วจากนั้นจึงวิ่งคาบหอยประหลาดชิ้นใหม่มาอีก โคลนเห็นดังนั้นจึงแบ่งหน้าที่กัน เขาให้คลาวดี้นำหอยมาวางไว้ ส่วนโคลนจะเป็คนทุบมันออก
ทั้งคู่กินไปได้คนละสิบถึงสิบสองตัวก็เริ่มอิ่มแต่หอยประหลาดที่ยังไม่ได้ทุบออกมายังเหลืออยู่อีกมากมาย โคลนจึงตัดสินใจเก็บมันทั้งหมดเข้าไปในช่องเก็บของ
แต่เมื่อโคลนสังเกตไปที่ภายในเปลือกให้ดีเขาก็พบกับก้อนมุกสีขาวนวลดูสวยงาม
“หรือว่ามันจะเป็หอยมุก” โคลนไม่แน่ใจว่ามุกพวกนี้จะขายได้ไหม แต่เขาก็ตัดสินใจเก็บมันกลับไป
“เก็บไปก่อน ไว้ไปถามราคาจากพวก NPC ในเมืองแล้วกัน”
พวกเขากินหอยมุกไปทั้งหมดยี่สิบสองตัว แต่เมื่อโคลนลองหามุกตามเปลือกหอยจึงพบว่าในแต่ละตัวจะมีมุกเพียงแค่เม็ดเดียวเท่านั้น และหอยบางตัวก็ไม่ได้ผลิตมุกออกมา เขารวบรวมมุกมาได้ทั้งหมดสิบเม็ดจากหอยยี่สิบสองตัว นี่เท่ากับว่าโอกาสที่โคลนจะได้มุกนั้นต่ำกว่าครึ่งเลยทีเดียว แต่ในความขมก็ยังมีรสหวาน สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่ามุกพวกนี้ควรจะมีราคาอยู่บ้าง และที่สำคัญเขานั้นมันเป็จำนวนมาก!
หลังจากโคลนใช้เวลามุดตัวราวกับหนอนอยู่เกือบชั่วโมงในที่สุดเขาก็ออกมาด้านนอกได้ โคลนมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าบริเวณที่เขายืนอยู่ไม่ได้อยู่ภายในเขตป่าอิสวูดส์อีกแล้ว อีกทั้งตอนนี้ฟ้าก็ยังมืดอยู่ โคลนไม่้าเคลื่อนไหวหรือเดินทางในเวลากลางคืนมากนักเพราะมันอันตราย เขาเปิดหน้าต่างของระบบขึ้นมาเพื่อเช็กเวลาจึงพบว่าตอนนี้เป็เวลาประมาณตีสี่
“ดีล่ะ...อีกไม่นานฟ้าก็สว่าง รออีกหน่อยแล้วกัน” คิดได้ดังนั้นโคลนก็เตรียมตัวที่จะพักผ่อน แต่เขาก็ต้องใเมื่อพบกับข้อความจำนวนมากที่ส่งมาจากหมวยและคนอื่น ๆ
ตี๋: สวัสดีพี่โคลน ผมขอโทษที่แอบไปเปิดหีบสมบัติ แฮะ ๆ (อีโมชั่นรูปเกาหัว)
หมวย: โคลนเป็ยังไงบ้าง ้าให้พวกเราเข้าไปช่วยไหม
ดัสติน: ลำบากนายอีกแล้วเพื่อน เอาชีวิตรอดกลับมาให้ได้ล่ะ!
จอนนี่: หนีออกมาให้ได้นะโคลน ขอบใจที่กลับมาช่วยฉันไว้
หมวย: นายอยู่ไหน! ทำไม จู่ ๆ นายก็ออฟไลน์หายไป
หมวย: เฮ้โคลน! นายออฟไลน์ไปเกินยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วนะ เกิดอะไรขึ้น
ซานะ: เฮ้โคลน นี่นายลบรายชื่อเพื่อนของพวกเราหรือเปล่า ทำไมรายชื่อเพื่อนของนายถึงออฟไลน์ตลอดเวลา ฉันเห็นว่านายออฟไลน์ไปถึงสี่วันเชียว
จอนนี่: เกิดอะไรขึ้นโคลน นายเลิกเล่น TWMS แล้ว? หากออนไลน์มาเมื่อไหร่ติดต่อพวกเราด่วน
ตี๋: ไงพี่ นี่ผมเอง...พี่จอนนี่บอกว่าพี่อาจจะเลิกเล่นไปแล้ว เป็เพราะผมทำให้พี่ตายในดันเจี้ยนหรือเปล่า ถ้าใช่...ผมขอโทษนะพี่
หมวย: ตอนนี้ฉัน ตี๋ และจอนนี่แยกกลุ่มจากดัสติสและซานะแล้วนะ พวกเราต้องไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ที่เคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ หากนายออนไลน์เมื่อไหร่ติดต่อกลับมาด่วน
หมวย: ฉันกับเพื่อนต้องเดินทางไปเมืองอื่น เพื่อเก็บเลเวลและรวมตัวกับเพื่อน ๆ ของจอนนี่ อย่าลืมติดต่อกลับมาเมื่อออนไลน์
หมวย: ผ่านไปสิบห้าวันแล้ว นี่นายเลิกเล่นแล้วจริง ๆ สินะ
“หา!! นี่ฉันติดอยู่ในถ้ำนั่นตั้งสิบห้าวันเลยเหรอ”