ตอนที่ 21 : หลางเวิ่นซิง
อาคารจือกงนั้นจะตั้งอยู่ตรงใจกลางของวิทยาลัยแห่งนี้ซึ่งเป็ที่ที่เหล่าศาสตราจารย์และรองศาสตราจารย์ล้วนทำงานกันอยู่ที่นี่
ตลอดทางเดินไปสู่อาคารจือกงนั้นจะเต็มไปด้วยสีเขียวของเหล่าต้นไม้ใบหญ้าหลิวจือเซียและหญิงสาวคนนั้นดูเกร็ง ๆ เล็กน้อย เพราะระหว่างทางพวกเขาไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย
‘พบกันใต้ต้นไม้ ได้เจอเธอพอดี’ ความนิยมของวิดีโอนี้ไม่ได้ลดลงเลยนักศึกษาบางคนที่อยู่ตามทางเดินก็เริ่มรู้จักหลิวจือเซียบ้างบางคนก็ทักทายและเข้ามาถ่ายรูปส่วนหลิวจือเซียก็ให้ความร่วมมือกับพวกเขาเป็อย่างดี
ตลอดทางจนถึงอาคารจือกง จู่ ๆหญิงสาวก็พูดขึ้นมา “นายดูเหมือนว่าจะมีชื่อเสียงมากเลยนะ”
“ไม่หรอก ๆ” หลิวจือเซียยิ้ม“บางทีผมอาจจะแค่หน้าตาคล้ายดาราบางคนก็ได้”
“ไม่หรอกดูเหมือนว่าฉันจะเคยเห็นนายที่ไหนสักแห่ง”ก่อนหน้านี้หญิงสาวไม่ได้สังเกตหน้าของหลิวจือเซียอย่างละเอียด เมื่อเธอมองดูใกล้ๆ อีกครั้ง เธอก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเขาเป็อย่างมาก“นายเคยไปแสดงอะไรที่ไหนบ้างไหม ? ”
ในโลกนี้แม้ว่าการพัฒนาของวงการบันเทิงจะช้าแต่ก็ให้ความสนใจเป็พิเศษกับการแสดงความสามารถเช่นรายการ Happy Girls และ Super Boys ซึ่งจัดขึ้นหลายปีแล้ว
“ผมไม่เคยไปร่วมงานอะไรแบบนั้นบางทีผมอาจจะหน้าโหลก็ได้”
หลิวจือเซียส่ายหัวไปมาและชี้ไปที่ทางเดินของประตูจือกง“ห้องทำงานของศาสตราจารย์เฉินอยู่ที่ชั้นสาม ประตูที่หกด้านซ้ายของลิฟต์มีป้ายติดที่หน้าประตู ผมมาส่งคุณแค่นี้แหละ ไว้เจอกัน”
ด้วยเหตุนี้ หลิวจือเซียจึงหันหลังและเดินกลับไป
เมื่อมองเห็นการกระทำที่ชาญฉลาดของหลิวจือเซียหญิงสาวก็ถอดแว่นออกและพูดขึ้น “นี่นาย ! ”
“หืม ? ”
หลิวจือเซียหยุดและหันกลับไปหา
ตามที่คาดเอาไว้อีกฝ่ายเป็หญิงสาวที่สวยจริง ๆเื้ัแว่นกันแดดอันนั้นมีดวงตาที่โค้งมนงดงามสองข้างมันดูเหมือนกับคลื่นที่ไหลเอื่อยราวกับว่าหลุดออกมาจากภาพวาดก็ว่าได้
แม้ว่าหลิวจือเซียจะเคยพบเจอกับหญิงสาวที่งดงามมากมายในชีวิตที่ผ่านมาแต่ทว่าเขาก็ต้องแอบชมเชยหญิงสาวคนนี้อย่างเงียบ ๆเพราะอีกฝ่ายเป็หญิงสาวที่สวยมากจริง ๆ
หลังจากสั่นศีรษะเล็กน้อยหลิวจือเซียก็เรียกสติกลับมาและถามขึ้นว่า “มีอะไรงั้นหรือ ? ”
สำหรับรูปลักษณ์ของเธอหญิงสาวคนนั้นก็มั่นใจเป็อย่างมาก เมื่อเห็นว่าหลิวจือเซียนั้นเดินกลับมา หญิงสาวก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างกำลังโจมตีภายในหัวใจของเธอ
หลังจากเช็ดแว่นกันแดดเพื่อปกปิดความเขินอายหญิงสาวก็ถามต่อว่า “นี่นายไม่รู้จักฉันจริง ๆ งั้นหรือ ? ”
“ผมควรจะรู้จักคุณใช่ไหม ? ”หลิวจือเซียส่ายหัวไปมา
“เอิ่ม…” หญิงสาวรู้สึกงุนงง“นายอยู่สาขาการแสดงใช่ไหม ? ”
“อืม” หลิวจือเซียพยักหน้า
“อืม งั้นไว้เจอกันใหม่นะ” จู่ ๆหญิงสาวก็รู้สึกดีใจ “ไม่นานนายจะได้รู้จักฉัน”
ด้วยคำพูดเช่นนี้หญิงสาวก็สวมแว่นอีกครั้ง จากนั้นเธอก็เดินตรงไปยังอาคารจือกง
หลิวจือเซียมองเธอจากด้านหลังเขารู้สึกสับสนเล็กน้อย “เธอก็ไม่ได้ป่วยนี่หว่า ใช่ไหมนะ ? ”
………………
ขณะที่กลับไปยังหอพักหลิวจือเซียก็ไม่พบกับใครสักคน ความเงียบงันทำให้เขาคิดว่าเขากลับมาผิดที่
เมื่อหลิวจือเซียกำลังคิดว่าจะไปไหนดีพระผู้ช่วยชีวิตก็เสด็จลงมา จางิห่าวเ้าของร้านใต้ต้นไม้โทรมาหาบอกว่ามีบางอย่างจะคุยกับเขา
หลิวจือเซียที่กำลังไม่รู้ว่าจะทำอะไรในเวลาว่างก็ตกลง
เมื่อหลิวจือเซียไปถึงที่ร้านอาหารพบกันใต้ต้นไม้ก็พบว่าจางิห่าวยืนรอเขาที่ประตูอยู่แล้ว
“น้องหลิว นายมาแล้ว”จางิห่าวจับแขนของหลิวจือเซีย จากนั้นพวกเขาก็ตรงไปยังชั้นสอง “ไปเถอะอย่าปล่อยให้คนอื่นรอนาน”
หลิวจือเซียถามด้วยความสงสัย “พี่ห่าวใครรอกัน ? ”
“เ้าคนหัวรั้น ! ”จางิห่าวพูดด้วยใบหน้าที่มีความสุข “ครั้งนี้ต้องขอบคุณนายจริง ๆถ้าไม่ใช่เพราะนาย ไอ้คนหัวรั้นนั่นก็คงจะไม่ติดต่อฉันมาตลอดชีวิตแน่ ๆ ”
“มันเป็ยังไงกันแน่ ? ”หลิวจือเซียยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่
ตลอดทางนั้นเขาถูกลากโดยจางิห่าวขึ้นไปที่ชั้นสองทันทีที่เข้าไปในห้อง จางิห่าวก็ะโเสียงดัง “หลางเวิ่นซิงฉันพาคนที่นายอยากพบมาแล้ว”
บนโซฟาในห้องหรูหรามีชายวัยกลางคนสวมสูทนั่งรอเขาอยู่
เมื่อเห็นว่ามีคนเปิดประตูเข้าไปชายวัยกลางคนก็ลุกขึ้นยืนด้วยความรวดเร็ว
“สวัสดีคุณหลิว ผมหลางเวิ่นซิงจากบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์”
หลางเวิ่นซิงก้าวไปข้างหน้าและเอื้อมมือออกมาหาหลิวจือเซีย“ผมโทรไปหาคุณเมื่อสองวันก่อน แต่ตอนนั้นคุณหลิวคงกำลังยุ่งเราเลยไม่มีเวลาได้พูดคุยกัน”
หลางเวิ่นซิง ?
หลิวจือเซียตกตะลึงไปชั่วขณะไม่นานเขาก็จำได้ว่าสองวันก่อนมีสายเรียกเข้าจากหลางเวิ่นซิงจริง ๆ
มันเป็แค่ว่ามีบางอย่างที่เขาไม่ค่อยเข้าใจมันเกี่ยวอะไรกับตัวเขา ?
เมื่อเห็นว่าหลิวจือเซียกำลังงุนงงจางิห่าวก็พาไปนั่ง “ฮ่าฮ่า ฉันบอกแล้วว่าอย่างี่เง่า มาเถอะมากินอาหารและไวน์กันก่อน กินเสร็จค่อยพูดคุยกัน”
“ใช่ ๆ ไปกินข้าวกันเถอะ”หลางเวิ่งซิงรู้ทันทีว่าการมาที่นี่นั้นเกิดขึ้นอย่างกะทันหันเขาจึงพยายามจะบรรเทาบรรยากาศที่น่าอึดอัดใจนี้
“ครับ” หลิวจือเซียตอบกลับ “คุณหลางเราเพิ่งจะพบกันครั้งแรก”
แม้ว่าเขาจะไม่รู้จักว่าหลางเวิ่นซิงนั้นเป็ใครและเกี่ยวอะไรกับเขาแต่ความสุภาพพื้นฐานก็เป็เื่จำเป็
“ไอหยา ๆ เกรงใจกันเกินไปแล้ว”
หลางเวิ่นซิงโบกมือซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขาไม่้าทำตัวสุภาพอยู่อีกต่อไป เขาแทบทนไม่ไหวที่จะพูดตรงประเด็น
“อืม คุณหลิวผมเห็นวิดีโอร้องเพลงของคุณไม่กี่วันก่อน มันยอดเยี่ยมมาก โดยส่วนตัวแล้วผมและบริษัทเวิ่นซิงหวังว่าจะได้ร่วมงานกับคุณหลิว”
หลังจากทำงานด้านสื่อมาหลายปีหลางเวิ่นซิงก็เป็แมวมอง นักร้องและดาราที่มีสายตาเฉียบแหลมในวงการบันเทิงเขาไม่คิดว่าคนที่แต่งเพลงดี ๆ อย่าง ‘ได้เจอเธอพอดี’ นั้นจะเป็แค่พวกดาวรุ่งพุ่งแรงที่มาแค่ไม่นานก็ดับไปเขา้าดึงศักยภาพของหลิวจือเซียออกมาให้มากที่สุดและทำให้หลิวจือเซียเข้าไปโดดเด่นในวงการบันเทิง
จางิห่าวก็ตกตะลึงเช่นกันเขาะโเสียงดัง “หลางเวิ่นซิง ไอ้สารเลว นายบอกว่านาย้ารู้จักน้องหลิวทำไมถึงกลับคำพูดแบบนี้กัน ? ”
ใบหน้าของหลางเวิ่นซิงนั้นเปลี่ยนเป็สีแดงเขาเถียงกลับ “คือว่า ฉันรู้ แต่ฉันก็ไม่ได้บอกว่าฉันจะไม่เชิญคุณหลิวมาร่วมบริษัทคุณหลิวครับ ผมตั้งใจจริง ๆ เลยนะ”
หลิวจือเซียมองไปที่หลางเวิ่นซิงและส่ายหัวไปมา“ผมอาจจะทำให้คุณหลางต้องผิดหวังแล้ว”
“น้องหลิว นายไม่เห็นด้วยงั้นหรือทำไมกันล่ะ ? ” จางิห่าวก็ประหลาดใจเช่นกัน
ในความคิดของจางิห่าวบริษัทสื่อชั้นนำอย่างเวิ่นซิงนั้นเป็พวกแนวหน้าในอุตสาหกรรมบันเทิงมีศิลปินและคนดังมากมายในวงการบันเทิง้าจะทำงานร่วมกับพวกเขาแต่คนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รับโอกาสเช่นนี้
หลิวจือเซียเป็นักศึกษาของวิทยาลัยการละครแต่เขากลับไม่รู้ว่าอะไรคือบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเม้น ?
ตอนนี้หลางเวิ่นซิงซึ่งเป็เ้าของของเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนต์กำลังเชิญหลิวจือเซียมาร่วมงานกับบริษัทด้วยตนเองแต่ทำไมเขาถึงไม่เห็นด้วย ?
“นายไม่สนใจงั้นหรือ ? ” หลางเวิ่นซิงรู้สึกสับสน“พวกเราเวิ่นซิงจริงใจมาก ตราบใดที่คุณยินดีที่ร่วมมือกับบริษัทฉันก็ยินดีที่จะผลักดันคุณเป็การส่วนตัว ! ”
นี่ก็เป็เวลา 20ปีแล้วนับั้แ่หลางเวิ่นซิงก่อตั้งบริษัทขึ้นมาั้แ่เขาแต่งงานและมีลูกเมื่อสิบปีก่อนเขาก็หายไปจากวงการบันเทิงและเป็นายของตัวเองและการที่เขาบอกว่าเขาจะเป็ผลักดันหลิวจือเซียเป็การส่วนตัวนั้นก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จริงใจของเขา