เมื่ออิ้นถังสงบลงและเดินเข้าไปในเรือนของหว่านซีสีหน้าของเขาก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
หลินชูจิ่วเดินตามหลังอีกฝ่าย แม้จะเห็นว่าอิ้นถังดูสงบแต่เขาก็รู้ว่าเ้านายกำลังอารมณ์ไม่ดีอย่างยิ่ง
หว่านซีกำลังนั่งอยู่ในห้อง นางเพิ่งดื่มรังนกไปและกำลังวุ่นวายกับการเย็บเสื้อผ้าของลูกในท้อง
อิ้นถังห้ามไม่ให้คนแจ้งเข้าไป แต่ผลักประตูเข้าไปอย่างเงียบๆ
หว่านซีได้ยินการเคลื่อนไหวจึงเงยหน้าขึ้นและมองเห็นเขานางอดไม่ได้ที่จะวางเข็มและด้ายในมือลงก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาอีกฝ่ายจับมือที่เย็นเล็กน้อยของเขาถูมันเบาๆและพูดว่า "องค์ชายเหตุใดจึงเสด็จมาเวลานี้เพคะพระองค์ควรสวมฉลองพระองค์มากกว่านี้อีกหน่อยหากประชวรขึ้นมาจะเป็อย่างไร" หลังจากพูดจบหว่านซีก็หันหน้าไปหาทิงฉินที่อยู่ด้านข้างพลางเอ่ย “ไปเอาเตาอุ่นมานี่”
อิ้นถังมองลงไปที่มือเล็กๆ กุมฝ่ามือใหญ่ของเขาไว้ััเนียนนุ่มอบอุ่นค่อยๆละลายความเยือกเย็นที่ยังคงค้างอยู่บนมือของเขาและยังละลายน้ำแข็งในหัวใจของเขาให้หายไปอีกด้วย
สำหรับอิ้นถัง เป็เื่ยากที่เขาจะไว้ใจใครสักคนคนที่เขาไว้ใจจะอยู่กับเขาั้แ่เนิ่นๆ หรือไม่ก็เป็คนที่อี้เฟยส่งมาให้เช่นเดียวกับผู้หญิงในตำหนักในเดิมต่งเอ้อซื่อพระชายาของเขายังพอดึงดูดความสนใจของเขาได้แต่น่าเสียดายที่ต่งเอ้อซื่อไม่อาจคว้าโอกาสนี้ไว้จากนั้นเขาก็คิดว่าเขาจะเป็เหมือนพี่น้องคนอื่นๆที่เพียงแค่ใช้ตำหนักในเป็สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ไม่คาดว่าเขาจะได้พบกับหว่านซี
หว่านซีไม่รู้ว่าอิ้นถังคิดอะไรอยู่ นางจับมือเขาให้นั่งบนเตียงเตาจากนั้นหยิบเตาจากทิงฉินและวางในมือของเขาจากนั้นก็หันไปสั่ง "ไปที่ครัวแล้วนำน้ำแกงร้อนๆ มานี่”
"เ้าค่ะ"ทิงฉินรีบออกไปตามคำสั่งทันที
อิ้นถังนั่งเคียงข้างหว่านซี อุณหภูมิของเตาในมือของเขากำลังพอดีดูเหมือนว่าจะเพียงทำให้มือของเขาอุ่นแต่ความจริงแล้วหัวใจเขาก็อบอุ่นตามไปด้วยเช่นกัน "ข้าได้ยินมาว่าเ้ากินอาหารได้น้อยลงจะเป็อย่างนี้ต่อไปไม่ได้พรุ่งนี้ข้าจะให้คนที่ชำนาญเื่อาหารมาช่วยดูแลเ้า”
อิ้นถังเงยหน้าสบตาอีกฝ่าย ดวงตาที่สดใสคู่นั้นราบเรียบราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนทำให้อารมณ์ที่ร้อนรนของผู้คนสงบลงโดยไม่ได้ตั้งใจ
“หม่อมฉันสบายดีองค์ชายต่างหากคือคนที่ต้องดูแลพระวรกายของตนเองให้ดี”หว่านซียิ้มหวานกอดแขนของเขาและพูดด้วยสีหน้าเป็สุข
ดวงตาของอิ้นถังฉายแววลึกซึ้ง พลางจ้องมองหว่านซีอย่างอ่อนโยน หลังการกวาดสายตามองเร็วๆเห็นว่าผิวเนื้อของนางยังคงแดงเรื่อ เขาก็เอ่ยว่า "ข้าเองก็สบายดี แต่เ้าต้องดูแลตัวเองดีๆ เช่นกัน”
หว่านซีมองไปที่ใบหน้าด้านข้างของอิ้นถัง แล้วเงยหน้าขึ้นจูบเขาทันที "องค์ชาย ถ้าท่านมาเยี่ยมทุกวันท่านจะรู้ว่าหม่อมฉันดูแลตัวเองดีหรือไม่”
อิ้นถังเอียงศีรษะ ยื่นมือออกไปโอบกอดนางไว้ในอ้อมแขนและถอนหายใจเล็กน้อยในใจ สตรีในตำหนักในั้แ่พระชายาไปจนถึงสนมชายาการจัดการกับสตรีเ่าั้ไม่ใช่เื่ง่ายเพียงแค่เอ่ยปาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็จะไม่ยอมปล่อยให้สตรีอันเป็ที่รักต้องเผชิญหน้ากับเื่เ่าั้อีกอย่างแน่นอน
“ข้าต้องเอาอกเอาใจเ้างั้นหรือ”
“ไม่อยากเอาอกเอาใจหม่อมฉันบ้างหรือเพคะ”หว่านซีถามมองเขาอย่างเย้ายวนด้วยแววตาเชิญชวนเปิดเผย
เมื่อเผชิญกับท่าทางซุกซนของหว่านซี อิ้นถังก็หัวเราะเบาๆพลางเอื้อมมือไปตบบั้นท้ายเล็กๆ ของนางสีหน้ายังคงเรียบเฉยตามปกติขณะเอ่ยถึงการย้ายออกไปจากวังหลวง
หว่านซีได้ยินคำพูดนั้นก็นับวันอย่างระมัดระวังและพบว่าเมื่อเทียบกับชีวิตที่แล้ว พวกนางออกจากวังเร็วกว่าครึ่งปีซึ่งเป็สิ่งที่ดีสำหรับนาง
ในวัง เว้นแต่พระสนมเ้าของตำหนักแล้ว คนอื่นแทบจะไม่มีห้องครัวส่วนตัวเลยไม่ต้องเอ่ยถึงคนที่ไม่ได้แม้แต่ป้ายหยกเพื่อรับเป็สนมชายาในการคัดเลือกสาวงามอย่างพวกนางหว่านซีกำลังตั้งครรภ์ อาหารและวัตถุดิบต่างๆ ล้วนถูกเปลี่ยนแปลงได้ง่ายใน่เวลาสองเดือนที่ผ่านมา ไม่ต้องพูดถึงหว่านซี ทุกๆคนรอบตัวนางต่างก็เหนื่อยล้าทั้งกายและใจการออกจากวังน่าจะเป็เื่ดีสำหรับพวกนางมากกว่า เมื่อปราศจากการสอดส่องของสนมชายาของฮ่องเต้ยังมีการเริ่มต้นใหม่ในสถานที่ใหม่ สถานการณ์เช่นนี้อาจจะเปลี่ยนไปได้เช่นกัน
"ฮ่องเต้ทรงเลือกวันมงคลแล้วหรือเพคะ"หว่านซีตั้งตารอวันที่จะได้ออกจากวังจริงๆ
"ใกล้แล้ว ข้าเลยจะมาถามว่าเ้า้าเรือนแบบไหน!"อิ้นถังลูบแก้มนางแ่เบา
เดิมทีหว่านซี้าเลือกเรือนซืออี้ที่เคยอยู่ในชีวิตที่แล้ว แต่คิดไปแล้วนางรู้สึกว่าในเมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไป การเปลี่ยนสถานที่ใหม่ก็ฟังดูไม่เลว"เรือนที่ใกล้ชิดกับองค์ชายที่สุด"
อิ้นถังโอบกอดร่างอันอ่อนนุ่มของนางไว้มือใหญ่ของเขาลูบไล้ไปบนท้องน้อยของนางที่เริ่มนูนขึ้นใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มส่วนหนึ่งเขารู้สึกเสียดายที่นางยังเด็กและไร้เดียงสาขนาดนี้แต่อีกส่วนหนึ่งก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่นางพูดออกมาเช่นนั้น
“อืมเรือนที่ใกล้ข้าที่สุดก็แล้วกัน”
อิ้นถังเผยสีหน้าอ่อนโยน จับมือและเอ่ยหยอกล้อกับนางอีกสองสามคำ คืนนั้นเขาก็ตัดสินใจพักค้างคืนอยู่กับนาง
นับั้แ่หว่านซีได้รับการยืนยันว่าตั้งครรภ์ด้วยกฎอันเคร่งครัดทำให้เขาไม่ได้ค้างคืนที่เรือนของนางอีกแต่เขาก็ไม่ได้ไปเรือนอื่นทั้งยังพักค้างคืนในห้องหนังสือเป็ส่วนใหญ่ ทำให้นางรู้สึกมีความสุขมาก ตรงข้ามกับสตรีคนอื่นๆในตำหนักในที่ไม่มีความสุข และเนื่องจากพวกนางไม่มีความสุขจึงมีหลายคนที่พยายามเข้าหาหว่านซีมากขึ้น
หว่านซีไม่รู้เื่นี้มากนัก แต่ถึงแม้ว่านางรู้ นางก็จะไม่ขอให้อิ้นถังไปที่เรือนของคนอื่น
ในชีวิตที่แล้ว ไม่รู้กี่ครั้งแล้วที่นางเกลี้ยกล่อมเขาไม่เพียงไม่มีใครจำความเมตตาของนางได้แต่นางยังทำให้อิ้นถังโกรธเกรี้ยวอีกด้วย ในชีวิตนี้นางไม่สามารถควบคุมได้ว่าเขาจะไปที่เรือนของใครแต่นางจะไม่มีวันริเริ่ม ชักชวนให้เขาไปที่เรือนของคนอื่น
เมื่อออกมาจากเรือนของหว่านซี อิ้นถังมองไปที่หลินชูจิ่ว และถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "การสอบสวนเป็อย่างไรบ้าง" สีหน้าของเขาสงบมากแต่ดวงตาคู่นั้นกลับเหมือนฉาบด้วยผลึกน้ำแข็ง ทำให้ผู้คนไม่อาจมองสบตาได้ตรงๆ
ในฐานะคนสนิทของอิ้นถังและขันทีผู้ควบคุมเรือนด้านนอกหลินชูจิ่วจะเป็ผู้ที่รู้ทุกเื่ที่เกิดขึ้นในตำหนักในเช่นเดียวกับหวังอันที่รู้ทุกเื่เช่นเดียวกัน ทิงอวี่และทิงฉินเคยพูดอะไรบางอย่างมาก่อน ส่วนเขาเองก็ยังเคยปรึกษาหวังอันเกี่ยวกับเื่นี้แต่เขาไม่คาดคิดว่าจะมีคนที่สามารถฝ่าแนวป้องกันหลายชั้นและก้าวล่วงเข้ามาถึงเรือนของอนุหวันเหยียนได้
"ทูลองค์ชายสนมในตำหนักในต่างมีความเคลื่อนไหวกันทุกคน ยกเว้นพระชายาและจ้าวเจียซื่อคนที่สร้างปัญหาล้วนถูกคนของกระหม่อมและหวังอันสกัดเอาไว้ได้”
"จ้าวเจียซื่อ?" อิ้นถัง เดินไปข้างหน้าด้วยความสับสน เขาไม่ได้สนใจสตรีนางนี้เลยแม้แต่น้อย
“จ้าวเจียซื่อ หญิงงามที่อี้เฟยมอบให้เมื่อ่ก่อนพ่ะย่ะค่ะ”หลินชูจิ่วเตือนด้วยเสียงต่ำ
อิ้นถังหัวเราะเสียงเย็น “เ้าหมายความว่าเ้าไม่สามารถหยุดสาวใช้เ่าั้ได้หรือ"
หลินชูจิ่วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ตัดสินใจบอกความจริง "จ้าวเจียซื่อคนนี้เคยเป็หญิงงามในตำหนักอี้คุนนางอยู่ในวังมานานกว่าสามปีมีบารมีอยู่พอสมควร ทั้งยังมีเส้นสายมากมายในวังแห่งนี้พ่ะย่ะค่ะ”
การเข้าวังก่อนหน้านี้หนึ่งวันมีข้อดี ไม่ต้องพูดถึงว่าจ้าวเจียซื่อ สตรีคนนี้อยู่ในวังมาเกือบสี่ปีแล้วนางมีชื่อเสียงในเื่ของความใจกว้างโอบอ้อมอารีทั้งยังมีจิตใจดีงามเพียงสองข้อนี้ก็พอที่จะทำให้ผู้คนมาพึ่งพิงนางได้แล้ว
ท้ายที่สุดแล้ว บ่าวในวังส่วนใหญ่มีชีวิตที่ยากลำบากการช่วยเหลือซึ่งกันและกันคือการเอาชีวิตรอดอย่างหนึ่ง
อิ้นถังแค่นหัวเราะ ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีกแต่หลินชูจิ่วรู้ว่าจ้าวเจียซื่อกำลังจะได้เจอกับพายุลูกใหญ่ในไม่ช้า
ในห้องด้านใน หลังจากที่หว่านซีเฝ้าดู อิ้นถังจากไป นางก็พลิกตัวและหลับไปอีกครั้งั้แ่นางตั้งครรภ์นางก็เริ่มง่วงมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่านางนอนไม่พอทุกวัน
เมื่อเร็วๆ นี้วิธีการของต่งเอ้อซื่อ จ้าวเจียซื่อและคนอื่นๆ นับวันมีแต่จะยิ่งละเอียดรอบคอบชวนให้ผู้คนต้องขบคิดคาดเดาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ หากมิใช่เพราะลูกหว่านซีคงไม่รังเกียจที่จะใช้เวลาวางแผนและฟาดฟันกับพวกนางจนได้ผลแพ้ชนะแต่ตอนนี้นางมีลูกแล้วนางไม่สามารถเสี่ยงต่อความปลอดภัยของลูกๆ ของนางเอง
ว่ากันว่าคนเท้าเปล่าไม่กลัวคนสวมรองเท้าแต่หว่านซีไม่้าเสียลูกน้อยไปเพียงเพราะความหุนหันพลันแล่นของตนเอง
ชาติก่อนนางต้องตายด้วยน้ำมือของสตรีเหล่านี้เพราะความไร้เดียงสาในชีวิตนี้นางจะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงเหล่านี้ประสบความสำเร็จแม้แต่คนเดียวและไม่มีวันละทิ้งลูกของตนเองด้วย
หว่านซีพยายามนึกถึงเล่ห์กลต่างๆ ที่เคยเผชิญ หากไม่นับต่งเอ้อซื่อภูมิหลังของทุกคนนั้นดีทัดเทียมกัน ด้วยต่างมีที่ปรึกษาอยู่เคียงข้างจะมีวิธีการที่ไม่ธรรมดาก็ไม่ใช่เื่แปลกสำหรับนางแต่สตรีจากสกุลจ้าวเจียอย่างจ้าวเจียซื่อนั้นกลับมองทะลุได้ยากเหลือเกิน
แม้ว่านางจะเข้าวังมาเมื่อสามปีก่อน จากที่นางรู้มา จ้าวเจียซื่อไม่ใช่คนสนิทของอี้เฟยแม้ว่านางจะเตรียมการมากมายก่อนเข้าวังแต่การกระทำของอีกฝ่ายก็ดูจะเกินความคาดหมายของนางไปมากราวกับว่ามีคนที่แนะนำนางอยู่เื้ั คอยนำทางนางทุกย่างก้าวทำให้หว่านซีเกือบจะพลาดท่าไปหลายครั้ง
ช่างเถอะ ในเมื่อนางกล้ายื่นมือออกมาหว่านซีก็กล้าที่จะตัดมือนั้นโดยใช้อำนาจของอิ้นถังเช่นกันแต่คนที่อยู่ข้างหลังนางคนนั้นอาจจะยังไม่สามารถจับตัวมาได้
เมื่อเห็นอิ้นถังอยู่ที่เรือนของหว่านซีอีกครั้งบรรดาสตรีที่ตำหนักในต่างก็เฝ้าดูด้วยความหวาดหวั่นพวกนางอยากเห็นหว่านซีถูกทอดทิ้งแต่ก็กลัวว่านางจะเอาเื่ที่ถูกกลั่นแกล้งไปบอกอิ้นถังด้วย
แผนการในตำหนักในล้วนเป็เื่ลับ เป็แผนฆ่าคนโดยไม่เห็นเืทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิธีการและการวางอุบายเป็สิ่งที่มีอยู่ทว่าไม่อาจมองเห็นได้
กล่าวคือ ไม่ว่าผู้หญิงในตำหนักในจะโหดร้ายเพียงใดพวกนางก็ล้วนหวังที่จะแสดงด้านที่ดีที่สุดต่อหน้าบุรุษ
วันหนึ่งผ่านไปอย่างเงียบเชียบ ขณะที่ทุกคนคาดหมายว่าเื่ราวคงผ่านไปเช่นนี้กลับมีข่าวว่าอิ้นถังไปที่เรือนของจ้าวเจียซื่อ ชั่วขณะหนึ่งที่สตรีทั้งตำหนักเต็มไปด้วยความหวังหวังว่าวันที่น้ำแข็งละลายกำลังจะใกล้มาถึง
หลังจากที่หว่านซีได้ยินข่าว ดวงตาของนางก็สั่นไหว แต่ใบหน้าของนางกลับสงบนิ่งนางรู้ว่าเป็ไปไม่ได้ที่อิ้นถังจะมีเพียงตัวนาง ฮ่องเต้ไม่อนุญาต อี้เฟยก็ไม่ยินยอมเช่นกันแม้แต่อิ้นถังเองก็อาจไม่เต็มใจที่จะผูกมัดตนเองไว้กับนางเพียงผู้เดียวดังนั้นนางจึงไม่คาดหวังว่าตนจะได้เป็ที่โปรดปราดอยู่เพียงลำพังเพียงแต่ต้องหาทางเพื่อแย่งชิงเอาความรักส่วนใหญ่ของเขามาไว้กับตัวให้ได้ปล่อยให้สตรีเ่าั้ได้แต่เฝ้าดูนางได้รับความรักใคร่ล้นเหลือขณะที่จะต้องต่อสู้กันเองเพื่อเศษซากความรักที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อย
ยามราตรี แสงจากเทียนเล่มน้อยกลายเป็แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดในที่สุดอิ้นถังก็เข้ามาในเรือนของจ้าวเจียซื่อ นางเตรียมตัวต้อนรับอิ้นถังอย่างดีที่สุดเพื่อที่จะสร้างความประทับใจให้แก่อีกฝ่ายทว่าเมื่อนางเริ่มเอ่ย เื่ราวก็เริ่มกลายเป็เลวร้ายลงเพราะเหตุบางอย่างยามที่นางยื่นชาให้อีกฝ่ายก็พลันเสียหลักและชาก็หกใส่ร่างของอิ้นถังก่อนที่นางจะทันขอโทษอิ้นถังก็ลุกขึ้นเถิดและออกจากเรือนของนางไปทันที
จ้าวเจียซื่อรีบตามออกไป แต่ไม่อาจรั้งตัวอิ้นถังเอาไว้ได้ทำได้เพียงเฝ้าดูเขาเดินออกไปจากเรือนของนางเพียงเท่านั้น
"แม่นาง..." ซิ่วจิ่นร้องด้วยความใเมื่อเห็นร่างของจ้าวเจียซื่อทรุดลงกับพื้น
จ้าวเจียซื่อไม่แยแสอีกฝ่าย นางรู้เพียงว่าหากอิ้นถังออกจากเรือนของหญิงงามวันนี้และไม่ได้ไปเรือนของผู้อื่นอีก ไม่เพียงแต่นางจะต้องเสียหน้าแต่ยังตกเป็เป้านินทาของผู้คนในตำหนักในอีกด้วย